เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    คุณหนูและพ่อบ้าน 1

    “คุณหนูครับ เข้าแล้วนะครับ”

    ผมเคาะประตูห้องที่ดูมีราคา ไม่สิ ต้องบอกว่าทั้งพื้น ผนัง หรือแม้กระทั่งข้าวของที่ประดับอยู่ภายในสถานที่ผมอยู่นั้นเรียกได้ว่าเป็นของราคาแพงทั้งหมด จะบอกว่าเป็นคฤหาสน์ก็ถือว่าเป็นคำดูถูกด้วยซ้ำ ถ้าหากจะให้เปรียบเทียบความงดงามของสิ่งของภายในคฤหาสน์นี้ น่าจะเรียกว่าเป็นสวรรค์บนดินเห็นจะสมควรกว่า แต่ว่า ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากคุณหนูที่ผมเรียกหาเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ผมกำลังสงสัยและลังเลว่าควรจะเปิดประตูเข้าไปปลุกเธอถึงในห้องดีหรือไม่ คนใช้คนหนึ่งก็เดินผ่านมา

    “นาย… คนดูแลคุณหนูคนใหม่ใช่ไหม”

    เมื่อหีนไปทางต้นเสียงก็พบกับคนใช้อีกคนที่ดูอาวุโสกว่าผม เธอเป็นหญิงสาววัยกลางคนกำลังมองผมพร้อมกับอมยิ้มเหมือนคิดอะไรอยู่

    “ครับ ผมชื่อเนสครับ ได้รับหน้าที่ให้มาดูแลคุณหนูตั้งแต่การใช้ชีวิตไปจนถึงกระทั่งเรื่องเรียน แต่ว่าพอมาปลุกคุณหนูแล้วคุณหนูก็ไม่ยอมตอบ เหมือนว่าเธอจะยังไม่ตื่นสินะครับ”

    “อืมๆ นายคงมใหม่จริงๆ สินะ”

    คนใช้พูดออกมา แล้วคราวนี้อมยิ้มของเธอก็ระเบิดออกมากลายเป็นเสียงหัวเราะคิกคัก ทำให้ผมขมวดคิ้วสงสัย

    “มีอะไรน่าหัวเาะเหรอครับ”

    “นายนี่น้า มาเป็นผู้ดูแลคุณหนูแต่ไม่ได้อ่านประวัติหรือพฤติกรรมของเธอเลยรึไง”

    “ก็อ่านมาบ้างครับ เห็นว่าเธอเป็นคนรักสุขภาพ ชอบทานอาหารที่มีประโยชน์ ชอบอ่านหนังสือแนวประวัติศาสตร์และวรรณกรรม”

    “ไม่ใช่แบบนั้น หมายถึง เวลาไหนเธอควรจะอยู่ที่ไหนในคฤหาสน์ เรื่องนั้นนายไม่รู้เลยเหรอ”

    “อ่า… ผมคิดว่ามันเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวมากเกินไป ก็เลยไม่ได้อ่านข้อมูลส่วนนั้นน่ะครับ”

    “เฮ้อ อย่างนี้นายจะเป็นผู้ติดตามคุณหนูได้ยังไงกัน อย่าลืมว่านอกจากดูแลคุณหนูแล้วนายต้องคอยสอนคุณหนูด้วยไม่ใช่เหรอ เพราะงั้น นายก็เหมือนพ่ออีกคนของเธอนั่นล่ะ”

    “พ พ่ออีกคนเลยเหรอครับ”

    “อืม ให้นายคิดซะว่าเป็นอย่างนั้นแล้วกัน ส่วนเรื่องข้อมูลนายค่อยกลับไปอ่านทีหลังก็ได้ ฉันจะบอกให้ว่าตอนนี้คุณหนูอยู่ไหน เธออยู่ที่ห้องออกกำลังกายน่ะ ไปหาเธอสิ”

    เมื่อผมได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนจะนำรถเข็นไปยังห้องออกกำลังกาย ภายในห้องแอร์ที่ปรับอุณหภูมิอย่างพอเหมาะไม่หนาวหรือไม่ร้อนจนเกินไป ห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันตั้งแต่เครื่องยกน้ำหนัก อุปกรณ์ยืดกล้ามเนื้อ ไปจนกระทั่งพวกลู่วิ่ง คุณหนูคนหนึ่งกำลังยืดกล้ามเนื้อขาของตัวเองด้วยการฉีกขา เธอนั้นสวมใส่เพียงกางเกงขาสั้นรัดรูปที่เผยให้เห็นส่วนโ้งเว้าของร่างกายเธออย่างชัดเจน สะโพกของเธอที่ผายออกเมื่อถึงวันเจริญพันธุ์ ไหนจะหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันส่วนเกิน ร่างกายท่อนบนเธอสวมใส่เสื้อกล้ามสีขาวที่ดูสบายๆ แต่ภายในเสื้อกล้ามนั้นเธอก็สวมใส่สปอร์ตบรารัดรูปเอาไว้อีกที เพื่อความคล่องตัวในการออกกำลังกายสินะ

    “คุณหนูชอบออกกำลังกายสินะครับ”

    “ว๊าย! ”

    ผมเดินเข้ามาในห้องหลังจากมองคุณหนูของผมด้วยความหลงใหลและเผลอมีความคิดล่วงเกินเธอไปเกินเธอไป แต่ก็อย่างที่คนใช้บอกว่าตอนนี้ตัวผมก็เหมือนกับพ่อของเธอ ดังนั้น ผมไม่ควรที่จะคิดอะไรแบบนั้นกับเธอ ควรมองเธอเหมือนกับลูกสาว หรืออย่างน้อยก็เป็นน้องสาวที่น่ารักที่ผมจะต้องปกป้องดูแล

    ทางด้านคุณหนูเมื่อได้ยินเสียงของเนสเธอก็สะดุ้งแล้วทำการสปริงตัวขึ้นมายืนทันที ท่าทางการตกใจของเธอราวกับแมวน้อยที่ได้ยินเสียงไม่น่าไว้ใจแต่เมื่อหันมามองทางต้นเสียง หรือก็คือตัวผมเองแล้วเธอก็คลายยิ้มออกมา ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

    ๐คุณผู้ดูแลเองเหรอคะ ถ้าจะเข้ามาก็ให้สุ้มให้เสียงหน่อยสิคะ”

    “ขอโทษด้วยครับ พอดีเห็นว่าคุณหนูกำลังตั้งใจออกกำลังกายเลยไม่อยากกวนสมาธิ ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ”

    คุณหนูพอได้ยินแบบนั้นเธอก็ส่ายหน้า ใบหน้าของเธอที่งดงามเหมือนได้รับการดูแลอย่างดี ราวกับเป็นไข่มุกที่ได้รับการถนอมและปกป้องอย่างหวงแหน

    “ไม่หรอกค่ะ เป็นความผิดของฉันเอง เมื่อวานเผลออ่านนิยายสยองขวัญไปแล้วภาพในหัวมันติดตา ก็เลยขี้ตกใจไปหน่อย”

    “งั้นเหรอครับ คุณหนูก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะครับ”

    “พูดแบบนี้ อย่างกับว่าฉันเป็นคนน่ากลัวงั้นล่ะค่ะ”

    คุณหนูหรี่ตามองผมด้วยความรู้สึกแปลกๆ ทางด้านผมที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้า

    “ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นครับ แต่บรรดาคนใช้ในคฤหาสน์มักจะบอกว่าคุณหนูดูเเป็นคนเย็นชาเก็บตัว พอได้ลองมาพูดคุยกับคุณหนูแล้ว เหมือนว่าคนใช้พวกนั้นจะมองคุณหนูแค่เปลือกนอกเท่านั้นเอง”

    “งั้นเหรอคะ ถ้างั้น คุณผู้ติดตามอยากจะมองให้เห็นถึงเนื้อในของฉันไหมล่ะคะ? ”

    คุณหนูเอ่ยถามก่อนจะเดินเข้ามาใกล้กับผม เนื่องจากส่วนสูงของผมมากกว่าเธอ ทำให้เวลายืนใกล้กันเธอจะต้องเป็นฝ่ายเงยหน้ามองผม แต่เธอก็เขย่งเท้าแล้วใช้ริมฝีปากจุมพิตไปที่แก้มของผม นั่นทำเอาผมตกใจเล็กน้อยแล้วลูบแก้มของผมด้วยความสงสัย

    “ฉันรู้นะคะ ว่าคุณแอบมองเรือนร่างของฉัน”

    “พ พูดอะไรกันน่ะครับ ผมไม่คิดจะล่วงเกินคุณหนูเด็ดขาดเลยครับ ไม่มีทาง”

    “แหมๆ ไม่ต้องทำเขินอายตกใจไปก็ได้ค่ะ มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ กลับกัน การที่คุณมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นกลับทำให้ฉันดีใจซะด้วย ไม่เสียแรงเลยที่ฉันออกกำลังกาย จริงไหมคะ”

    เนสพอได้ยินคำถามแบบนั้นผมก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ทางด้านคุณหนูก็พูดต่อโดยไม่รอให้เนสปรับตัวตามเลยแม้แต่น้อย

    “ว่าแต่คุณชอบส่วนไหนที่สุดเหรอ”

    “ครับ? ”

    “หมายถึงร่างกายของฉันน่ะค่ะ จะเป็นเรียวขา สะโพก หน้าท้อง หน้าอก หรือว่าใต้วงแขนกัน”

    “พูดอะไรน่ะครับคุณหนู”

    ผมถอยออกมาหนึ่งก้ามแต่คุณหนูก็ไมม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น เธอจับเนกไทของผมก่อนจะดึงให้ผมเข้าหาเธอ

    “ฉันถามคุณอยู่นะคะ”

    “แต่ว่า คำถามแบบนี้มัน”

    “ว่ากันตามตรง ฉันค่อนข้างมั่นใจในรูปร่างของฉันมากเลยนะคะ แต่ว่า การที่คุณแสดงความลังเลออกมาแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกเสียความมั่นใจยังไงไม่รู้”

    เมื่อผมได้ยินแบบนั้นผมก็รู้สึกผิดขึ้นมา สารภาพตามตรงร่างกายของเธอคนนี้ช่างโค้งเว้าได้สัดส่วนงดงาม บางทีอาจจะดูเกินอายุไปหน่อยด้วยซ้ำ แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงดูเด็กสมวัย

    “ตอบฉันมาสิคะ…”

    “เอ่อ… คงจะเป็น หน้าท้องล่ะมั้งครับ”

    “หน้าท้องเหรอคะ”

    เธอว่าพร้อมกับถลกเสื้อของตัวเองเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบของเธอ เวลาที่เธอขยับตัวออกกำลังกายหรือยืดเส้นยืดสายมันมักจะโผล่ออกมาเสมอ จะเรียกว่าเป็นแฟชั่นของการออกกำลังกายก็ได้ล่ะมั้ง

    “แปลกจังเลยนะคะ แล้วพวกหน้าอก สะโพก หรือส่วนอื่นๆ ”

    “ล่ะครับ เอ่อ… ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันครับ แต่ว่า นั่นสินะคะ ความชอบของคนเราไม่เหมือนกันนี่นา”

    “ว่ากันตามตรงฉันก็แอบภูมิใจในหน้าท้องแบนราบของตัวเองเหมือนกันนะคะ”

    “ งั้นสินะครับ”

    “ถ้างั้น ถ้าหากคุณมีโอกาสจะทำอะไรกับหน้าท้องของฉันก็ได้ คุณจะทำอะไรเหรอคะ”

    “ค ครับ? ”

    ผมเอียงคอสงสัยแล้วคิดว่าคำพูดที่เธอพูดก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่เสียงแว่ว แต่เธอก็พูดย้ำอีกครั้งให้ผมได้ยิน

    “ฉันถามว่า ถ้ามีโอกาส คุณอยากจะทำอะไรกับหน้าท้องของฉันเหรอคะ”

    เธอว่าพร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ราวกับเด็กน้อยที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัย แต่ว่า ทั้งดวงตา ใบหน้า และรอยยิ้มของเธอมันน่ากลัวเหลือเกิน มันทำให้ใบหน้าของผมร้อนผาวทั้งที่ผมอยู่ในวัยทำงานและอายุมากกว่าเธอประมาณหนึ่งได้ แต่ผมกลับมาเขินอายด้วยเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้เนี่ยนะ

    “เอ่อ… ถ้ามีโอกาสเหรอครับ… ไม่สิ ผมมาตอบคำถามอะไรอยู่เนี่ย คุณหนูออกกำลังกายดีกว่าครับ ส่วนผมจะจัดเตรียมอาหารไว้ให้”

    “ฉันถามคุณอยู่นะคะ”

    เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกราวกับว่าเธอต้องการคำตอบจากผม

    “ห้ามโกหกหรือว่าเสแสร้งอะไรทั้งนั้น บอกฉันมาตามตรงค่ะ มองหน้าสถานะคุณหนูหรือความเป็นเจ้านายออกไปซะ แล้วบอกฉันมาว่า ถ้ามีผู้หญิงอย่างฉันมอบร่างกายให้คุณ คุณจะทำอะไรกับหน้าท้องของฉันเหรอคะ”

    “เอ่อ… จะให้มพูดจริงเหรอครับ”

    “ฉันต้องการคำถามถึงได้ถามไงคะ”

    “แต่ว่า มันออกจะแปลกๆ นะครับ แปลกเหรอคะ พูดออกมาแบบนี้ฉันยิ่งอยากรู้เลยค่ะ รีบบอกมาได้แล้ว”

    ผมสูดหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะพูดออกไป ช่างเป็นการก้าวข้ามกำแพงบางอย่างที่ยากเย็นที่สุดในชีวิตของผมเลย

    “คงเป็น เอาน้ำตาเทียนหยดล่ะมั้งครับ...”

    คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน