หลังบรรลุข้อตกลงในสัญญาซื้อขายเรือพาณิชย์กับบริษัทที่นอร์เวย์ ภารินธรกับเลขาฯ สาวรวมทั้งฝ่ายกฎหมายและทีมงานคนอื่น ๆ มีกำหนดกลับวันถัดไป คืนก่อนเดินทางชายหนุ่มร่วมโต๊ะอาหารมื้อค่ำกับครอบครัวพิริยณรงค์ท่านทูตกับคุณน้าดาคะยั้นคะยอให้อยู่พักผ่อนอีกสักสามสี่วัน ดีที่น้องแพมเห็นเขาอึกอักจึงช่วยพูดว่าไม่เหมาะที่จะลางานเพื่อเที่ยวต่อพูดติดตลกให้บรรยากาศดีขึ้นด้วยว่าเธอเองก็ต้องกลับไปรายงานที่ประชุม เื่อะไรจะยอมให้พี่อ้วนได้ผลงานไปคนเดียวสุดท้ายท่านทูตต้องยอมลูกสาวสรุปคือรีบกลับก็ดีเพราะสถานการณ์ทางเมืองไทยมีแนวโน้มจะลุกลาม
คืนนั้นชายหนุ่มหลับสนิทอยู่ภายในห้องพักเสียงโทรศัพท์ดังปลุกกลางดึก ทางปลายสายคุณหญิงกำลังจ้องจอโทรทัศน์ซึ่งเสนอข่าวใหญ่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพิศวงที่ชะตาลิขิตโดยไม่ต้องกระดิกนิ้วไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ยังเพิ่งกังวลที่ลูกชายปฏิเสธคำเชิญเป็แขกของท่านทูต บอกเหตุผลกับเธอว่าจะกลับให้ทันวันรับปริญญาของลูกสาวบ้านโน้นสุดท้ายตาอ้วนกับน้องแพมก็ต้องอยู่ต่อด้วยกันอย่างที่เธอ้า
คุณหญิงแจ้งลูกชายซึ่งงัวเงียรับสาย“อ้วน สนามบินถูกปิด !”
รุ่งขึ้นภารินธรออกจากโรงแรมไปสนามบินออสโล การ์เดอร์มอน ถึงแม้เที่ยวบินตามกำหนดเดิมจะถูกยกเลิกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เขาสะพายเป้ดูตารางเที่ยวบินอย่างไปตายเอาดาบหน้าก่อนตรงไปเคาน์เตอร์สายการบิน ทางเลือกดีสุดคือเปลี่ยนเที่ยวบินลงใกล้ไทยที่สิงคโปร์คงพอหาหนทางได้ แต่ต้องรอเครื่องออกหกชั่วโมงเขาลงนั่งตรงแถวเก้าอี้เลียบกำแพงกระจก ทำงานกับคอมพิวเตอร์บนตัก้าพักสายตาก็เงยหน้ามองแผ่นฟ้ากว้าง เวลาเหลือเฟือพาย้อนสู่สมัยอยู่โรงเรียนประจำในอังกฤษเขาเขียนอีเมลถึงน้อง
ได้เวลาส่งใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยพี่เลือกตามที่อยากเรียน
ขัดใจคุณตาที่อยากให้ไปทางเดินเรือพาณิชย์โดยตรง
ขัดใจคุณน้าหญิงของหนูจ้าที่อยากให้พี่ตามใจคุณตาอีกทอดหนึ่ง
หนูจ้าล่ะตอนขึ้นม.ปลายคิดจะเรียนสายไหน
เขาติดตามเื่เรียนของน้องจนตัวเองใกล้เรียนจบและน้องจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
หนูจ้าอย่าเครียดล่ะจะได้มีสมาธิทำข้อสอบตั้งใจทำให้ดีที่สุดพอ
ถ้าสอบไม่ติดยังมีทางให้เลือกอีกเยอะถึงตอนนั้นเรามาช่วยกันคิด
จะสอบได้หรือไม่ได้รีบบอกพี่นะ
ถึง่ประกาศผลสอบยังไม่ได้รับข้อความจากน้องเขาเข้าอินเทอร์เน็ตหาเว็บไซต์รายงานผลไล่มองรายชื่อยาวเหยียดอยู่นานั์ตาพลันเป็ประกาย ชื่อ ‘นางสาวจุฑาสิรีรังษิภักดี’ ขึ้นชัด ตามด้วยรหัสคณะกับมหาวิทยาลัยที่สอบได้เขาหาข้อมูลรหัสพบแล้วต้องเลิกคิ้วประหลาดใจ กลับไปเพ่งรายชื่อและเทียบดูรหัสอีกทีจริง ๆ ด้วย สัตวแพทยศาสตร์ ! สายตาเวียนวนชื่นชมชื่อน้องบนจอ...เ้าลูกเต่าเอาแต่เล่นทำไมเก่งอย่างนี้
เวลาผ่านไปถึงวันน้องสำเร็จการศึกษา...
เขาถอนสายตาที่มองเหม่อทะลุกำแพงกระจกใสไปไกลพับฝาคอมพิวเตอร์ลุกไปเดินเตร็ดเตร่ อันที่จริงทีแรกยังลังเลแค่ยกหูโทรศัพท์แจ้งน้าแก้วถึงเหตุจำเป็ที่ไม่สามารถกลับทันเวลาที่รับปากก็เพียงพอแต่อาจเป็เพราะ้าลบล้างสิ่งซึ่งทำไม่ลุล่วงในอดีตเขาเคยซื้อสร้อยห้อยจี้เป็ของขวัญที่น้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ วันนั้นระหว่างเดินบนถนนสายหนึ่งในลอนดอนจี้รูปเต่าในตู้โชว์สะดุดตาเด็กหญิงจ้าชอบใส่หูฟังของเล่นไล่ตรวจเ้าเด่นกับเต่าที่สระกลางบ้านคนไข้สี่ขาดิ้นหลุดเมื่อไหร่ก็พุ่งเป้าที่พี่ชายแทนเขาต้องแปลงร่างหมอบเป็กระต่ายป่วยให้หมอจ้ารักษา จี้รูปเต่าเหมาะที่สุดเพราะลูกเต่าจะได้รักษาเต่าจริงๆ แล้ว
เขาเลี้ยวเข้าร้านปลอดภาษีและออกมาพร้อมของขวัญรับปริญญา
เครื่องบินลงแตะรันเวย์สนามบินชางงีของสิงคโปร์ตอนหัวค่ำเ้าหน้าที่แจ้งว่าเพื่อชดเชยการยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินเสนอที่พักในโรงแรมห้าดาวให้หนึ่งคืนแต่ภารินธรมองหาทางอื่น มีสายการบินไปเชียงใหม่ สมุย มีเที่ยวสี่ทุ่มไปลงภูเก็ต !เขาดีใจแทบะโ แต่แล้วพบว่าคนตกค้างล้นหลามที่นั่งเต็มหมดจนถึงสามวันข้างหน้า กำลังมืดแปดด้านเ้าหน้าที่คนเดิมมาแจ้งว่าจะพาผู้โดยสารกลับญี่ปุ่นเนื่องจากทางโน้นมีความพร้อมช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างมากกว่าหากว่าต้องย้อนไปญี่ปุ่นละก็ไม่ทันแน่ เขาลองสอบถามเส้นทางอื่น ๆกับพนักงานท้องถิ่น
จากนั้นบ่ายหน้าออกไปเรียกแท็กซี่หนทางสุดท้ายคือขึ้นรถไฟไปต่อสายบัตเตอร์เวิร์ธที่มาเลเซียเพื่อเข้าสู่ไทย
ถึงสถานีได้ตั๋วแล้วรอขบวนรถมาเทียบชานชาลาระหว่างนั้นมีประกาศจากลำโพงว่าเกิดเหตุขัดข้องขบวนรถล่าช้า เหมือนโดนทุบหัว ทำไมอุปสรรคเยอะอย่างนี้! หากเวลาคลาดเคลื่อนไปนานต้องลุ้นอีกว่าจะต่อรถไฟในมาเลเซียทันเที่ยวที่ตั้งใจหรือไม่วันอันยาวนานจบลงด้วยเขาหลับตาอย่างอ่อนล้าบนตู้นอนขณะการเดินทางมุ่งหน้าต่อไปตามรางรถไฟ
เช้าวันใหม่อันสดใส หญิงในชุดนักศึกษายิ้มกับรูปบนโต๊ะหัวเตียง ปู่ พ่อ ลุงอู๋จ้าจะรับปริญญาแล้ว จ้าเก่งใช่ไหมล่ะ ทุกคนไม่ต้องเป็ห่วงจ้ากับแม่อยู่กันสองคนได้ เธอปรายตายังปืนยาวที่พาดข้างชั้นหนังสือปู่ซื้อร้านยิงปืนงานวัดยกแผงเพื่อของเล่นชิ้นเดียวให้หลานปืนที่เหลืออยู่ในวันนี้พูดกับเธอ...เ้าไม่ต้องมีพร้อมทุกอย่างเพียงบางสิ่งที่เหลือมีคุณค่าก็พอ
ภายหลังจากความมั่งคั่งสมบูรณ์มลายไปแม่แก้วต้องประหลาดใจเพราะไม่นึกฝันจะได้เห็นลูกสาวนั่งอ่านหนังสือเรียนติดโต๊ะ ซ้ำบอกจะเรียนสายวิทยาศาสตร์แม่ห่วงว่าจะไม่ไหวแต่เ้าตัวว่าไหวเพราะมีเป้าหมายแล้ว ไปถึงเมื่อไหร่แม่จะรู้เอง
วันหนึ่งนักเรียนมัธยมปลายเจอโจทย์คณิตศาสตร์สุดหินแก้ไม่ตกเลยวาดรูปหมูเล่นตามชินมือเมื่อก่อนหากพี่ชายโฉบมาเห็นจะชะโงกหน้าถามว่าคิดเลขยังไงได้คำตอบเป็ลูกหมูแล้วคว้ากระดาษไปแก้โจทย์พร้อมอธิบาย น้องรีบลอกลงสมุดพอโดนดุให้คิดตามไม่ใช่ให้ลอกก็ประจบว่าพี่อ้วนเก่งที่สุดทำเลขกลายเป็หมูได้ทุกทีพี่ชายบ่นงึม...เรามันลูกเต่าเอาแต่เล่น แต่ก็ยอมน้องเช่นทุกคราวไป
นักเรียนน้ำตาหยดลงรูปหมูบนกระดาษไม่เคยรู้มาก่อน...ตอนมีพี่อยู่ดีเพียงใด เขาหายไปนานแล้ว เธอก้มหน้าทำเลขต่อด้วยตัวเองเรียนรู้ว่าต้องพยายามเพื่อสิ่งที่รักซึ่งจะนำความสุขมาให้แทนการรอคอยความสุขที่จางหายได้ราวเมฆหมอก
บัณฑิตใหม่เบนสายตาจากปืนยาวไปยังโทรศัพท์สีไลแลคพาสเทลเธอเหยียดปากรู้ว่าตานั่นฝากข้อความเสียงไว้ั้แ่ครั้งเธอแอบหยอดมันคืนในกระเป๋าคอมพิวเตอร์แต่ไม่เคยเปิดฟัง ตอนนี้ต้านทานความอยากรู้ไม่อยู่อีกต่อไปก่อนออกจากห้องหยิบมันมาแนบหูฟังข้อความที่ ๓ จากเขา
มี่หนึ่งขาดหายพี่ไม่ได้อยู่ตอนหนูจ้าขึ้น ม.ปลาย
ไม่ได้เห็นเช้าวันแรกในชุดนักศึกษาตอนใส่เสื้อกาวน์ด้วย
แต่จะไม่เป็อย่างนั้นแล้วมือถือเครื่องนี้พี่ให้เพราะ
อยากเห็นหนูจ้าในแต่ละ่สำคัญของชีวิตอย่าคืนพี่อีก
เลิกโกรธพี่ได้แล้วเดี๋ยวนี้เราใจร้ายมากเลยรู้หรือเปล่า
เธอโยนโทรศัพท์ลงเตียงอีตานั่นประจบแม่ว่าจะกลับมาให้ทันงานวันนี้เธอพนันกับพี่นุ่นว่าเขาไม่มีทางมาหรอก พี่นุ่นยิ้มแฉ่งแทงตรงข้าม เห็นคุณอ้วนรับปากแม่ดิบดีเลยอยากวัดใจเขาดูอีกสักตั้งว่าจะบิดพลิ้วไหมสองฝ่ายประกบมือเป็สัญญา เดิมพันด้วยเค้กหรู ๆ แพง ๆผลออกมาใครแพ้ต้องจ่ายแล้วเอาเค้กมากินฉลองกัน
สถานีบัตเตอร์เวิร์ธในมาเลเซีย ภารินธรซื้อตั๋วได้นาทีสุดท้ายต้องวิ่งตามขบวนรถที่เคลื่อนช้า ๆ จากชานชาลา รีบลนจนสะดุดขาตัวเองล้มทับแขน เขาเงยหน้ามองรถไฟค่อยๆ แล่นห่างไปจากพื้นข้างรางเหล็ก ทุบพื้นด้วยโมโหที่มีแต่โชคร้ายซ้ำเติมให้ทุลักทุเลรถเที่ยวนี้ออกตรงเวลา ๑๓.๑๕ น. ไม่ล่าช้าสักนาที ! ความรู้สึกว่ามีอาถรรพ์ต้องทำลายผลักเขาฮึดสู้ลุกขึ้นวิ่งตามล้อที่หมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆจนะโขึ้นตู้ท้ายขบวนได้อย่างเฉียดฉิว
พักบนรถไฟจนหายหอบเขาควานผ้าพันคอสีน้ำเงินอมเขียวจากเป้ผูกเป็ผ้าคล้องแขนที่ท่าจะเดาะ จากนั้นค่อยปล่อยอารมณ์ไปกับทิวทัศน์นอกหน้าต่างนานเข้าภาพที่เคลื่อนผ่านตาไปเรื่อย ๆก็ซ้อนเป็ภาพเดียวกับที่เลื่อนผ่านหน้าต่างรถไฟเมื่อแปดปีก่อน ณขณะนั้นปัจจุบันทาบซ้ำอดีต เขานั่งรถไฟลงใต้ไปหาน้องเพียงลำพัง
เหมือนว่าต้องได้เจอแต่ไม่เจอ
เหมือนว่าควรได้ลาแต่ไม่ได้ลา
ครั้งนี้ --ครั้งนั้น เื่สามัญธรรมดาแค่จะกลับบ้านไปหาคนที่รัก กลับยากเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ถึงสถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่เกือบหนึ่งทุ่มเขาซอยเท้าไปคิวรถรับจ้าง คนขับว่าขับเรื่อย ๆ ไปภูเก็ตก็ราวห้าชั่วโมงค่าจ้างหลายเงินอยู่เพราะต้องตีรถเปล่ากลับ เมื่อถามถึงเครื่องบินไปภูเก็ตคนขับไม่รู้ เขาจึงจ้างรถไปสนามบินหาดใหญ่ถึงเวลาทุ่มเศษรู้สึกโชคเข้าข้างขึ้นบ้างเมื่อมีเที่ยวบินไปภูเก็ตออกตอนทุ่มครึ่งเวลาบินสี่สิบนาที
ลงสนามบินภูเก็ตสองทุ่มกว่าเรียกรถรับจ้างต่อไปยังสถานที่จัดงาน วิ่งสู่หอประชุมก่อนมองหาตามกลุ่มบัณฑิตที่เหลือประปรายรอบบริเวณเดินหาน้องกระทั่งคนยิ่งบางตาและดวงไฟทยอยปิดครั้นแน่ใจว่าน้องกลับไปแล้วเขาปลดเป้ทิ้งตัวลงนั่งปวดแขนในผ้าคล้องคอและเหนื่อยหอบ ๆ ชอบกล บรรยากาศสลัววังเวงเกือบร้างผู้คนเขาบีบกล่องของขวัญในมืออย่างผิดหวัง
“วันนี้ต้องซัดให้หมอบไปข้างนึง”
บัณฑิตใหม่ชูช้อนร้องแลสบตาคู่พนันอย่างมีชัยแม่เพียรโทรศัพท์หาคุณอ้วนั้แ่ก่อนออกจากบ้านตอนเช้าไปยันงานรับปริญญาจนบัดนี้ยังติดต่อไม่ได้ เฮอะ ! คนหน้าไหว้หลังหลอก เห็นใจแต่แม่ที่ชะเง้อคอย ตานี่บังอาจมาทำแม่รอเก้อซ้ำรอยเธอแต่งานนี้ผิดที่ตัวเองกึ่งหนึ่งด้วยที่ไปพูดปดกับแม่ไว้ ตอนประกาศเรียกบัณฑิตต้องย้ำกับแม่ว่าสนามบินถูกปิดลงข่าวครึกโครมเขายังติดอยู่เมืองนอกโน่นแหละ ระหว่างอยู่ในแถวเธอเหลียวมองอีกหนท่ามกลางฝูงคนมีโมนกับพี่นุ่นโบกมือส่งเธอเข้าหอประชุม
หลังอิ่มหนำสำราญกับอาหารเต็มโต๊ะพี่นุ่นยกกล่องเค้กจากตู้เย็นมาวางจากนั้นหยิบอีกกล่องที่ซุกไว้มายื่นอย่างหมายให้ตื่นเต้น
“สำหรับน้องรักทำงานเป็ผู้ใหญ่ละ ขอให้เจริญก้าวหน้านะจ๊ะ”
เ้าตัวทำดีใจเหมือนไม่รู้มาก่อนทั้งที่โมนกระซิบั้แ่ตอนไปรับเธอว่าพี่นุ่นให้พาไปซื้อเค้กและของขวัญต่อข้างในกล่องเป็รองเท้าผ้าใบหนังแก้วคนซื้อเลือกแบบนี้เพราะเวลาเปื้อนโคลนเปื้อนเืล้างออกง่าย
“งานไหนเลอะเขาใส่บูทกัน”รุ่นน้องพึมพำ
รุ่นพี่ผลักหัว“เออน่ะ พูดมาก”
โมนเหวี่ยงเท้าเตะแข้งคุณนุ่นใต้โต๊ะทันควันหล่อนตีแขนเ้าจ้าแปะทันทีเหมือนกัน ตวัดตาจ้ององครักษ์อย่างท้าทาย“ตัวมันปิดทองหรือไง”
แม่แก้วทุบโต๊ะปัง“เ้าคู่นี้ ! รู้แล้วว่าไม่ถูกกัน เอ้า หนูจ้าแจกเค้ก มีของใส่ปากจะได้หยุดกัดกัน”
เ้าภาพตัดเค้กชิ้นเล็กกว่าเพื่อนให้แม่
“เพลาๆ ขนมหน่อย เดี๋ยวไขมันจุกเส้นเื”
แม่แย่งมีดพลาสติกไปตัดเค้กเพิ่ม
“อย่ามาทำเป็เ้าชีวิตฉันจะกินขนมวันรับปริญญาให้พุงแตกเลย แกไม่รู้หรอกฉันเคยหวั่นใจกลัวแกโตขึ้นเป็โจรแค่ไหน”
กินเค้กได้สองสามคำแม่ก็บ่น“อยากให้พี่อ้วนอยู่ด้วยจัง”
ลูกสาวก้มหน้าตักเค้กใส่ปากเห็นนายจ้าหน้าม่อยลงโมนยื่นกล่องเล็ก ๆ ที่แอบไว้ให้ข้างในเป็สร้อยข้อมือมีปลาตัวจิ๋วห้อยรอบเส้น
เธอเผลอยิ้ม“โมนเผยความลับคนอื่นแต่ซ่อนของตัวเองไว้นี่นา”
“นายปากสว่างเื่ของขวัญฉันเรอะ!” พี่นุ่นลากจานเค้กมาจากโมน “ห้ามกิน ! ตังค์ฉันจ่าย”
คุณหนูของโมนเลื่อนจานคืนที่เดิม“จ้าชนะพี่นุ่น เค้กนี่เป็ของจ้า”
โมนชูช้อนขนมลอยหน้าเยาะเย้ยคู่อริจู่โจมปาดครีมเค้กที่ปาก
“กินนี่ไปละกันทโมนป่า !”
เขาเอื้อมไปป้ายครีมกับปากคนตรงข้ามเปื้อนพอๆ กัน
“หยูดดดดหยุด ๆ ๆ” แม่แก้วรัวเคาะมีดห้ามศึก “เ้าพวกนี้รู้จักโตบ้างไหมเดี๋ยวจิ้มไส้แตกทั้งคู่ !”
หนูแด่นไม่สนความวุ่นวายแหงนจ้องเ้านายที่จิบนมสตรอเบอร์รีตาไม่กระดิกไม่ยอมแตะนมจืดของตัวเอง นายมันสบตาแล้วทำใจแข็งต่อไม่ไหวต้องรินนมแบ่งให้“ถือว่าฉลองกันเนอะหนูแด่นเนอะ”
มันสั่นหางริก ๆหมอบลงเลียนมในจาน
แม่แก้วชี้ปลายมีดยังคู่วิวาท“เอ้า ! เ้าคนสองตัวนี่ ดูหมาเป็ตัวอย่าง หมามันยังรู้จักกินอย่างสงบ !”