“อะไรกัน!’’หวังชาวเย่ หลินไห่ เย่หลงทั้งสามคนที่ถูกโจมตีจนล้มลงกระแทกเข้ากับพื้นรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากพวกเขาไม่เคยโดนการโจมตีที่แทบตอบสนองไม่ทันแบบนี้มาก่อนดังนั้นพวกเขาในเวลานี้จึงเต็มไปด้วยความตกใจ
ตกใจสุดขีด!
เด็กเก้าขวบทําไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?
นอกจากทั้งสามคนที่ตกตะลึงแล้วคนอื่นๆยังตกตะลึงมากอีกด้วย โดยเฉพาะกับพวกจื่อหงส์พวกเขามองไม่ออกเลยว่าเด็กหนุ่มเคลื่อนไหวยังไงแล้วทําไมถึงได้ส่งให้คนลงไปนอนกับพื้นได้ง่ายดายแบบนั้น?
ตะลึง!
นี่คือความรู้สึกทั้งหมดของพวกเขาในเวลานี้!
“เด็กเก้าขวบคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย…’’แววตาของจื่อหงส์หรี่ลงด้วยความอัศจรรย์ใจ เขารู้ดีว่าสามคนนั้นเอาจริงแล้วยิ่งพอเป็นหวังชาวเย่ที่เป็นถึงผู้ใช้กําลังภายใน การร่วมมือกันย่อมทรงพลังทว่าเด็กหนุ่มคนนี้กลับสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังรับเอาไว้ได้แบบสบายๆอีกสําคัญเลยคืออีกฝ่ายสามารถส่งคนทั้งสามลงไปกองกับพื้นได้
นี่มัน...ช่างน่าทึ่งจริงๆ!
“หรือว่า…’’หวังลี่ก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาอย่างสงสัย แต่เขาก็ไม่กล้าฟันธงเพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันดูน่าเหลือเชื่อเกินไป
“เอ่อ...คุณหู!เขาเป็นลูกศิษย์คุณรึเปล่า?’’ ใบหน้าของเย่ฉวนปรากฏความตะลึงอย่างเห็นได้ชัดเพราะเด็กหนุ่มคนนี้มีความแข็งแกร่งเกินเขาไปแล้วเขาจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองชายชราผู้ซึ่งดูราวกับรู้ทุกสิ่ง
จื่อหงส์และหวังลี่เองก็เช่นกันพวกเขาจับจ้องไปที่ชายชราด้วยความอยากรู้
“ลูกศิษย์ของผม?เฮ้อ…’’ ได้ยิน หูเฟิงที่ถอนหายใจยาวก็ส่ายหัวปฏิเสธเสียงแข็ง“คนอย่างผมไม่มีค่าพอที่จะรับเขาเป็นศิษย์หรอก!’’
“...’’ จื่อหงส์หวังลี่ รวมไปถึงเย่ฉวนต่างผงะ
ถ้าคนอย่างคุณไม่มีค่าพอแล้วใครจะมีค่าพอกัน?
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ทําอะไรเสียงของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้นมาแต่ไกล
“พวกคุณน่ะมาดวลกับพวกแทนคนพวกนี้หน่อยสิ!’’
“ดวล?’’จื่อหงส์ หวังลี่ เย่ฉวน ทั้งสามคนต่างชะงักและมองหน้ากันอย่างงงๆสองในสามของพวกเขาเป็นถึงนักสู้กําลังภายใน อีกคนก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสือที่มีกระดูกดั่งเหล็กกล้าถ้าไปลุมเธอนั่นจะไม่เท่ากับรังแกคนอ่อนแอกว่าหรอกรึ?
ไม่!พวกเขาจะไม่ทําเช่นนั้นเด็ดขาด!
“ในเมื่อพวกคุณไม่เริ่มผมก็จะเป็นฝ่ายเริ่มเอง!’’ ด้านวั่งซูที่เห็นว่าทั้งสามคนยังไม่ให้คําตอบเขาที่ยังคงมีความต้องการจะทดสอบความแข็งแกร่งก็พลันเคลื่อนไหว
สําหรับวั่งซูแล้วหากเป็นนักสู้กําลังภายในคนเดียวเขาคงไม่แยแส แต่ถ้าเป็นนักสู้กําลังภายในสองคนและผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสืออีกหนึ่งเขาก็อยากใช้พวกนี้ทดสอบความแข็งแกร่งบางอย่าง แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เขาจะไม่ใช้อํานาจพลังจิต เพราะสิ่งที่เขาต้องการจะทดสอบน่ะก็คือ วรยุทธ์!
ถูกต้อง!ตั้งแต่ที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้การต่อสู้มาวั่งซูก็มีความต้องการที่จะทดสอบมันมาตลอด แต่จะให้ไปทดสอบกับลุงหูก็เกินไปหน่อยเขาจึงคิดว่าควรหาคนอื่นทดสอบแทน ซึ่งในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้เป้าหมาย และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเลิศอะไรมากเขาก็คาดหวังอยู่ว่าพวกนี้จะทําให้เขารู้สึกถึงความต่างของประสบการณ์
“โอหังนัก!’’เห็นเด็กหนุ่มที่ทะยานเข้ามาอย่างท้าทาย หวังลี่ก็ฉุนนอกจากเขาจะเป็นักสู้กําลังภายในแล้วเขายังเป็นผู้นําตระกูลหวังอีกด้วยดังนั้นการที่เห็นอีกฝ่ายกล้าลุยเข้ามาซึ่งๆหน้าแบบนี้จึงเป็นอะไรที่ทําให้เขาฉุนอย่างมาก
“เด็กน้อยแม้ฉันจะไม่รู้ว่าใครเป็นอาจารย์ของเธอแต่ชายชราอย่างฉันน่ะจะขอเล่นด้วยสักหน่อยก็แล้วกัน!’’จื่อหงส์ทะยานออกไปด้วยความเร็วเต็มพิกัดเดิมทีเขาก็มีความต้องการจะออกแรงอยู่แล้ว แต่เมื่อคนที่เขาต้องการดวลด้วยไม่มาก็ต้องกับเด็กหนุ่มไปก่อนนี่แหละ
“ในเมื่อพวกผู้อาวุโสตั้งใจขนาดนั้นผมก็จะไม่ขัด…’’เย่ฉวนกําลังจะปฏิเสธ ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยจบเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงแรงหนักหน่วงที่ถ่ายทอดผ่านช่วงลําตัวของเขา
“อั๊ก!’’ร่างของเย่ฉวนถลาไปก่อนจะกระอักเลือดออกมา
“อะไรกัน!’’เห็นว่าเด็กหนุ่มหายไปปรากฏตัวที่ด้านหลังของพวกเขา หวังลี่และจื่อหงส์ก็ตกใจพวกเขามองการเคลื่อนไหวนั้นไม่ทันด้วยซํ้า
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
“ถ้าคุณไม่เข้าร่วมด้วยก็ไม่สนุกน่ะสิ!’’ต่อหน้าสายตาจับจ้องแห่งความโกรธของชายวัยกลางคน วั่งซูเพียงยักไหล่แล้วเริ่มเคลื่อนไหวต่อ
“อย่า!’’เห็นว่าเด็กหนุ่มพุ่งมาหาเขาที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มหวังเจี้ยนก็ตกใจแต่เขาก็ไม่กล้ารอช้าที่จะตั้งท่าป้องกัน
วูบ!
วินาทีนั้นมีเพียงบางสิ่งบางอย่างที่หายไปช่วงล่างของหวังเจี้ยนจึงรู้สึกเย็นวาบขึ้นมา ไม่ช้าเมื่อสองสายตาพบว่ากางเกงชั้นนอกหายไป นัยน์ตาของเขาก็พลันแดงกํ่า“มันจะมากเกินไปแล้ว!’’
โดยไม่รอช้าหวังเจี้ยนก็พุ่งออกไปด้วยความโกรธ เขาโกรธเป็นอย่างมากที่ถูกล้อหลอกเช่นนี้
“ฮ่าๆๆๆๆอยากได้ก็มาเอาสิ!’’ ต่อหน้าความโกรธวั่งซูเคลื่อนไหวพลางถือกางเกงของอีกฝ่ายไปด้วย
“...’’ ทางด้านหูเฟิงเขาก็อึ้งจนหมดคําพูดไป
คุณนี่มันช่างแสบจริงๆ!
“เอ้า!กระฉับกระเฉงกันหน่อยลุงๆ!’’ หลังจากที่ยั่วยุทุกคนเสร็จแล้ว วั่งซูก็เคลื่อนไหวกลับมาที่ใจกลางของลานกว้างซึ่งในเวลานี้เขาสัมผัสได้อย่างดีถึงสายตาทั้งสามคู่ที่จดจ้องอย่างตกตะลึงมายังแผ่นหลังของเขา
ใช่!หวังชาวเย่และพวกหลินไห่ในเวลานี้ตกตะลึงเป็นอย่างพวกเขานึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มจะกล้ายั่วยุพวกผู้ใหญ่พวกนั้นดังนั้นในเวลานี้พวกเขาจึงอดส่ายหัวแล้วถอนหายใจแทนไม่ได้“เด็กน้อยเธอน่ะผิดแล้วที่ไปแหย่พวกเขา!’’
ในความคิดของทั้งสามถึงเด็กหนุ่มเก้าขวบคนนี้จะเก่งแต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะนักสู้กําลังภายในสองคนที่มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสืออีกสองร่วมด้วย
ทว่า!ทว่าวินาทีต่อมาพวกเขาก็ตกตะลึงจนดวงตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า!
ในวินาทีต่อมาหลังจากที่พวกจื่อหงส์เคลื่อนตัวมาถึงเด็กหนุ่มแล้วพวกเขาก็ซัดการโจมตีเป็นท่วงท่าออกไป ทว่าพวกมันกลับถูกรับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
“ช้า!นอกจากช้าแล้วยังเต็มไปด้วยช่องโหว่!’’ มองไปยังการโจมตีทั้งหลาย วั่งซูก็เอ่ยติด้วยสีหน้าจริงจังทําไมการโจมตีพวกนี้มันถึงได้ยํ่าแย่ขนาดนี้?
“กรอดดดด!’’คิดไม่ถึงว่าการโจมตีทั้งหมดจะไร้ผลพวกจื่อหงส์ที่เห็นก็พลันหน้าแดงกํ่าและร้อนผ่าวขึ้นมาพวกเขาในที่นี้ล้วนอยู่มานานแทบทั้งสิ้นดังนั้นการถูกเด็กหนุ่มตอกหน้าขนาดนี้จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
โดยไม่รอช้าหวังลี่เป็นคนแรกที่คํารามกร้าวพริบตา ท่วงท่าของเขาก็เปลี่ยนไปมันราวกับเขาเป็นดั่งมังกรอย่างไรอย่างนั้น
“กรงเล็บมังกร!’’สิ้นเสียง มือของหวังลี่ก็ง้างออกดั่งกรงเล็บมังกรแล้วพุ่งเข้าไปทางเด็กหนุ่ม
“กรงเล็บมังกร?เฮ้อ! น่าผิดหวัง!’’ ได้ยินชื่อท่าเท่ห์ วั่งซูที่คาดหวังไว้สูงก็ถอนหายใจแรงออกมาจากนั้นเขาก็ใช้มือข้างเดียวปัดมันออกไปอย่างสบายๆ
วูบ!
เห็นว่ากรงเล็บมังกรที่เป็นวิชายุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองถูกรับเอาไว้หวังลี่ก็ตกตะลึงไปจนปากของเขาอ้ากว้าง “เป็นไปไม่ได้!’’
“หมัดเมฆา!’’เวลาเดียวกัน จื่อหงส์ก็ไม่รอช้าที่จะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์สิ้นเสียงคํารามกร้าว หมัดของเขาก็พุ่งออกไปอย่างหนักแน่นและทรงพลัง
“หมัดเมฆา?ก็เฉยๆ!’’ เป็นอีกครั้งที่แววตาผิดหวังปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของวั่งซู โดยไม่รอช้าเขาปัดมันออกไปง่ายๆอีกครั้ง
วูบ!
“อะไรกัน!’’จื่อหงส์ที่เห็นว่าการโจมตีของตัวเองพลาดไปก็ช็อคเขาช็อคเป็นอย่างมากเพราะนอกจากมันจะเป็นวิชาต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้วมันยังเต็มไปด้วยรากฐานที่ถูกสืบทอดมาในตระกูลจื่อนับหลายปี
แล้วเด็กหนุ่มคนนี้ทําไมถึงได้ปัดมันได้ง่ายขนาดนั้น?
“ฮ่า!’’ทันทีที่จื่อหงส์พลาดไปหวังเจี้ยนและเย่ฉวนก็ไม่รอช้าที่จะใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์พวกเขาคํารามกร้าวแล้วพลางตวัดลูกเตะออกไปพร้อมกัน
“นี่ก็ง่ายเกิน!’’เห็นแบบนั้นวั่งซูก็ยิ่งผิดหวังมากขึ้นก่อนใช้มือสองข้างคว้ารับมันเอาไว้แล้วส่งแรงบางส่วนออกไปพริบตาร่างทั้งสองของชายวัยกลางคนก็ลอยกระเด็นหมุนเคว้งกลางอากาศก่อนจะหล่นลงมากระแทกกับพื้นแล้วกระอักเลือด
“อั๊ก!’’หลังจากที่กระอักเลือดออกมา นอกจากพวกเขาแล้วทุกคนก็มองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความตกตะลึง
ตะลึง!ตะลึง! ตะลึง!
เด็กหนุ่มคนนี้ทําได้ยังไง?
ทําไมเขาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้!
“เฮ้อพวกคุณนี่ช่างอ่อนแอเสียจริง!’’ ถึงจะถูกจับจ้องด้วยสายตาหลายคู่วั่งซูก็ถอนหายใจยืนหลังเหยียดตรงโดยไม่สะทกสะท้าน เขาผิดหวังเป็นอย่างมากจริงที่ไม่ได้ทดสอบความรู้สึกด้านที่ต้องการ
วรยุทธ์งั้นเหรอ?สิ่งที่พวกเขามีน่ะอย่าให้เรียกว่าวิชาต่อสู้เลย!
เรียกว่าวิชารําน่าจะดีกว่า!
ทว่าวินาทีนั้นก่อนที่ใครหลายคนจะได้พูดอะไรเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างชั่วร้าย
“น่าแปลกใจจริงๆที่วันนี้มีผู้แปลกหน้าสองคนซํ้ายังแข็งแกร่งอีกด้วย…ทว่า!ไม่ว่ายังไงวันนี้ทุกคนก็ต้องตาย!’’
พรึ่บ!
ทันใดนั้นรอบๆลานกว้างก็ปรากฏเปลวเพลิงลุกขึ้นมาอย่างกะทันหันมันสูงเสียดฟ้าทั้งยังแผดเผาด้วยความร้อนที่น่าสะพรึง!
“กลิ่นอายชั่วร้ายนี้มัน…’’ด้านวั่งซูที่สัมผัสได้ก็พลันรู้สึกได้ถึงอันตราย เขาจําได้เป็นอย่างดีว่าอาจารย์ของเขาเคยบอกเกี่ยวกับเรื่องภูติผีวิญญาณร้ายรวมไปถึงมารให้ฟังดังนั้นเมื่อกลิ่นอายนี้ชัดเจนจนเขาสัมผัสได้เขาจึงรู้สึกตัวได้ทันทีว่าเป็นหนึ่งในพวกที่ว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นผีร้ายหรือมารร้ายเขาก็จะปราบมัน...
ปราบให้สิ้น!