แม่หนูน้อยฤดูกาล

    ตอนที่30 ใส่หมวกไหมพรมเพราะความเท่ห์??!!

         พอกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางด้านพวกผู้ใหญ่เองก็ยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องจัดการกับเนื้อหมูป่าส่วนที่เหลือกันต่อเลย โดยจะต้องตัดแบ่งให้แต่ละบ้าน และบางส่วนแปรรูปให้อยู่ได้นานขึ้น เช่นการรมควัน ตากแห้งก็อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย เพราะตอนนี้ฝนตกอยู่แต่ก็ไม่มีใครบ่นหรอกเพราะว่าน้ำก็สำคัญที่สุดจริงๆ ตากแห้งไม่ได้ก็เน้นรมควันเสียส่วนใหญ่ไปเลย 

          ทางด้านพวกเด็กๆเองก็นั่งพักย่อยอาหารกันก่อนเลย เพราะเป็นมื้อใหญ่สำหรับพวกเขาจริงๆตลอดปีที่ผ่านมานี้ 

         “หมั่นโถวน้อย ว่าจะถามก็ลืมไปเลยล่ะเพราะเจอเนื้อหมูป่าหอมๆพวกนี้น่ะ”เพื่อนๆในหมู่บ้าน

         “จะถามอะไรเรางั้นเหรอ…???”หมั่นโถวน้อย 

         พวกเพื่อนๆในหมู่บ้าน

         “หมั่นโถวน้อย ทำไมใส่หมวกล่ะไม่ร้อนเหรอ???”

          “จริงด้วย…ใส่หมวกทำไมเหรอหมั่นโถวน้อย???”

          “โดนแดด…???ตอนนี้ก็ไม่มีแดดนะมีแต่เมฆดำๆกับฝนตกน่ะ”

          “หรือจะอากาศหนาวเย็น ก็ไม่ถึงกับหนาวขนาดนั้นนะหมั่นโถวน้อย????”

         พวกเพื่อนๆรุ่นเดียวกันถามหมั่นโถวน้อยด้วยความสงสัย???ด้วยความเป็นห่วง??? หรืออยากรู้อยากเห็นกันแน่นะ??!!!!

         “อ้อ….หมวกนี่น่ะเหรอ??? ใส่เพื่อความเท่ห์น่ะ!!!”หมั่นโถวน้อย

         “เท่ห์….????”พวกเพื่อนๆรุ่นเดียวกันถามอย่างสงสัยไอ้ความเท่ห์นี่มันเป็นอย่างไรกันนะ???

         “..............???”พวกพี่ๆ 

         “มันคืออะไรเหรอเท่ห์ๆ…เนี่ย???”พวกเพื่อนๆย้ำคำถามกันอีกครั้งหนึ่ง

         “โอ้….สงสัยว่าเท่ห์ในที่แห่งนี้จะยังไม่มีสินะต้องอธิบายเพิ่มขยายความหมายของคำๆนี้อีก”หมั่นโถวน้อย พึมพำในใจคนเดียว และเอ่ยกับพวกเพื่อนๆต่อว่า….

         “อือ…..ก็คือดูดีมากๆ ดูดีสุดๆ หล่อๆ สวยๆ เวลาใครเห็นก็ชมอะไรแบบนี้น่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “อ๋อ…….”พวกเพื่อนๆ พี่ๆที่ได้ยินต่างก็พากันเข้าใจคำว่าเท่ห์กันแล้วว่ามันมีความหมายว่าอะไร

         “พ่อเราบอกว่าคนในเมืองน่ะเขาจะใส่อะไรที่เกินมาหนึ่งชิ้นเสมอๆ อาจจะเป็นแหวน สร้อย เข็มขัด ที่ติดผม เพื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคนน่ะ แต่บางคนก็ไม่ใช่ที่การแต่งตัวนะ อาจจะท่าทาง นิสัยอะไรแบบนั้นน่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “ใช่ๆ อย่างพวกพี่ชายของพวกเรานะชอบทำเหมือนกันเลยก็คือแบบนี้น่ะ……”พี่สาวเปาจื่อ

          หมั่นโถวน้อย และพี่สาวเปาจื่อ ชอบทำท่าเก๊กหล่อของพวกพี่ชายที่มักจะชอบทำกันบ่อยมากๆ 

          “นี่คือสิ่งที่พวกพี่ชายทำล่ะ แต่กับพวกเสื้อผ้าก็มีเหมือนกันนะ”หมั่นโถวน้อย นินทาเพิ่มเติมเข้าไปอีก

         “บ้านพวกน้องๆ และพวกเธอล่ะ???”พี่สาวเปาจื่อ

          “..............!!!”พวกพี่ชายทั้ง 6 คน 

         พวกพี่ๆที่มองน้องสาวสุดที่รักทั้งสองคนกำลังนินทาพวกเขาแบบเผาขนจริงๆ ทั้งๆที่รู้ว่าน้องหมั่นโถวน้อยคงจะหาทางออกเพื่อไม่ให้พวกเพื่อนๆถามมากเรื่องที่ใส่หมวกไหมพรมนั่นเอง

         แต่ก็มีเรื่องให้เบี่ยงเบนพูดได้ตั้งเยอะนี่หน่า???!!! ทำไมจะต้องเจาะจงมาทางพวกพี่ๆอย่างพวกเขากันด้วยนะเนี่ย!!! จะห้ามไม่ให้น้องสาวทั้งสองคนทำต่อไปก็ไม่ได้เสียด้วยสิ ได้แต่มองมาลอยสติหลุดกันไปแล้วสำหรับพวกพี่ชาย 

          แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่พี่ชายบ้านสวี บ้านเซียวจะโดนเท่านั้นพวกพี่ๆบ้านอื่นๆก็โดนกันถ้วนหน้ากันเลยทีเดียวล่ะว่า…..

         พวกน้องๆต่างพากันนินทาพวกพี่ๆว่า..

         “อ๊ะ….ใช่ๆพวกพี่ๆบ้านเราก็เป็นเหมือนกันนะ”

         “เรื่องแต่งตัวน่ะก็มีเหมือนกันล่ะ ชอบเอาคอปกเสื้อขึ้นด้วย”

         “บ้านเราพวกพี่ๆชอบพับขากางเกงล่ะ ขนาดใส่ขาสั้นก็ต้องพับนะ”

         “บ้านเราพี่ก็ชอบใส่หมวกเหมือนกันนะ แต่จะโดนแม่ดุล่ะเพราะกลัวว่าหมวกจะเก่าก่อนถึงหน้าหนาวน่ะ เลยทำให้ใส่บ่อยไม่ได้ล่ะ”

        “พี่ๆที่บ้านชอบหวีผมบ่อยมากๆล่ะ แบบไม่ให้ผมกระดิกเลย”

        “น่าสงสารหวีมากๆเวลาลมพัดมาบ่อยๆ พวกพี่ๆเนี่ยแทบจะเอาหวีติดหัวได้ก็คงจะทำกันไปแล้วล่ะ”

         “..................!!!”พวกกลุ่มพี่ๆ ที่ได้ยินแต่ละอย่างที่น้องของตัวเองพูดก็เริ่มรู้สึกอายมากจริงๆ

         “ขนาดพวกเราเป็นสาวน้อยที่น่ารัก และสุดสวยกันขนาดนี้ยังไม่ห่วงหวีผมบ่อยๆเท่าพวกพี่ๆกันเลยนะ”หมั่นโถวน้อย

         “น้องหมั่นโถวน้อยพูดถูกต้องเลย…น่ารัก และสวยที่สุดคือ….”พี่สาวเปาจื่อ ก็สนับสนุนคำพูดน้องสาวของเธอเลยทันทีเช่นกัน ตามมาด้วยพวกเพื่อนๆน้องๆพี่ๆ

         “พวกเรา….สาวน้อยจากหมู่บ้านไฉ่หง…”

         “ใช่ๆ…..”

         “เชอะ….เชอะ……”พวกน้องๆพากันสะบัดหน้าม้า สะบัดผมกันว่าฉันสวยนะยะ!!!!

         “อิ….อิ……”

         “...............!!!”พวกพี่ๆแต่ละบ้านพากันมองไปทางพวกน้องๆด้วยสีหน้าเซ็งแบบสุดๆไปเลย 

        “พวกพี่ๆมองแบบนี้หมายความว่าไงกันฮะ…????”พี่สาวเปาจื่อ

        “..........!!!”พวกพี่ๆพากันสะดุ้งโหยงกันเลย

        “เหอะ…..อย่าบอกนะว่าพวกเราไม่น่ารัก??? ไม่สวยน่ะ??? เพราะถ้าคิดแบบนั้นแล้วล่ะก็นะเท่ากับว่ากำลังบอกว่า ย่าๆยายๆแม่ๆน้าๆป้าๆ ในหมู่บ้านไฉ่หงไม่สวยเหมือนกันนะ”หมั่นโถวน้อย

         “..................??????”ย่าๆยายๆแม่ๆป้าๆน้าๆอาๆ ที่โดนดึงเข้ามาบทสนทนาพูดคุยกับพวกเด็กๆด้วยกันอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับพวกเด็กๆ แต่ว่าพวกท่านกำลังตั้งใจฟังกันอย่างดีเลยว่าเพราะอะไรกัน??!!!

         “ถ้าคิดแบบนั้นนะ ก็มองดูหน้าพวกน้องๆก่อนนะ บางคนหน้าเหมือนย่า บางคนหน้าเหมือนยาย บางคนหน้าเหมือนแม่นะจะบอกให้”หมั่นโถวน้อย

         “............!!!”พวกพี่ๆ พากันเซ่ถอยหลังกันไปเลยเมื่อเจอเจ้าหมั่นโถวน้อยเล่นเอาชื่อของคนกลุ่มที่ไม่น่าเอ่ยเลย เพราะมันอันตรายมากๆ พวกน้องๆเล่นของสูงอีกแล้ว!!!!

         “ฮ่า….ฮ่า……”ย่าๆ ยายๆ แม่ๆ ป้าๆ น้าๆ ที่อยู่ใกล้ๆกับพวกเด็กๆก็พากันหลุดหัวเราะดังออกมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเหล่าเจ้าพวกตัวเล็กๆกำลังนินทาว่าพวกพี่ๆแบบระยะเผาขนกันเลยจริงๆ !!!

         “พูดไม่ออกเลย….ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดีนะคะเนี่ย…อิ…อิ…”แม่

         “ตอนแรกๆเลยก็รู้สึกกังวลนิดหน่อยว่าหมั่นโถวน้อยของพวกเราจะใช้คำพูดแบบไหนกันนะที่จะหลีกเลี่ยงความสงสัยจากพวกเพื่อนๆได้นะคะ แต่ก็กังวลเกินไปจริงๆ”อาสะใภ้เจียนตุย

         “ก็ฝีปากแบบนี้มีหรือจะเอาตัวรอดกันไม่ได้น่ะค่ะ พวกเราคิดมากกันเกินไปจริงๆนั่นแหละ”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “รู้สึกว่าเด็กๆรุ่นนี้จะเหมือนกันจริงๆนะ”แม่

         “เหมือนกันมากค่ะ ยังกับว่าเกิดในบ้านเดียวกันเลยจริงๆ”อาสะใภ้เจียนตุย

         “ถึงไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวเดียวกัน แต่ว่าอยู่ในหมู่บ้านไฉ่หงเดียวกันนี่คะ เจอกันทุกวัน”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “แต่ก็นะ คนที่โดนตลอดก็พวกพี่ชายนี่แหละ เฮ้อ……”แม่

         “ก็นั่นน่ะสิคะ…”อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “แต่พวกน้องๆก็พูดถูกทุกอย่างนะคะที่พูดออกมาเนี่ย…”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “ก็จริงล่ะนะพูดทุกอย่างเลย….”แม่

         “ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า….”

         วันนี้ต้องบอกได้เลยว่าเป็นวันที่ครึกครื้น และดูจะวุ่นวายมากเป็นพิเศษจริงๆ ถ้าเมื่อไหร่ได้รวมตัวกันทั้งหมู่บ้านไฉ่หงแบบนี้ พวกเด็กๆนี่ตัวป่วนกันเลยล่ะ

         “และที่พูดถูก และตรงใจ ถูกใจ ย่าๆ ยายๆ แม่ๆ น้าๆ ป้าๆ ก็ตรงบอกว่า น่ารัก และสวยเหมือนพวกเรานี่แหละนะ”แม่

         “จริงค่ะพี่กุ้ยฮวา…!!!”อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “อิ….อิ…..”แม่ และอาสะใภ้ทั้งสองคน

         พวกเด็กๆก็ยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานกันต่อ แต่พวกพี่ๆนี่ดูแล้วน่าจะโดนพวกน้องๆกลั่นแกล้งเยอะเสียด้วยสิ !!!!

         พวกพี่ๆบางบ้านถอยห่างออกมากันแล้วด้วย แต่ว่าพวกพี่ชายของหมั่นโถวน้อยน่ะสิ จะทำแบบพวกเพื่อนๆรุ่นเดียวกันไม่ได้ก็เพราะว่า…..

         “พวกเพื่อนๆพากันหนีพวกน้องๆไปกันหมดแล้ว…”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “คงจะมีแต่พวกเราล่ะมั้งที่ยังไปไหนกันไม่ได้น่ะครับ”พี่รองเปาจี

         “คงจะได้ทำแค่สลับสับเปลี่ยนเวรเฝ้าน้องสาวกันได้เพียงเท่านี้แหละ!!!”พี่ม่ายปิ่ง

         “ใช่….!!!”พวกพี่ชาย

         “จะทำยังไงได้ล่ะ ก็น้องหมั่นโถวน้อยยังอยู่สภาพแบบนี้น่ะ”พี่อิ๋วปิ่ง

         “ใช่ หัวสามสีของน้องหมั่นโถวน้อยจะให้ใครเห็นไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลย”พี่ส่านจือ

        “หน้าที่ของพวกเราที่จะต้องปกป้องหมวกไหมพรมบนหัวสามสีของน้องหมั่นโถวน้อยนี่ล่ะสำคัญจริงๆ!!! ไปไหนกันไม่ได้หรอกครับทุกๆคน”พี่อิ่วก้วย

        “ใช่…!!”พวกพี่ชาย

        “เฮ้อ………”พวกพี่ชาย ได้แต่พากันทอดถอนหายใจออกมาเมื่อมองไปทางพวกเพื่อนๆก็แล้ว มองมาทางน้องหมั่นโถวน้อยก็ดี 

         มีบ้างที่พวกเพื่อนๆพากันมาตาม แต่ก็ต้องให้เหตุผลเลี่ยงๆกันไปบ้างว่า อยากนั่งพักเฉยๆบ้าง หรือไม่ก็ผลัดเปลี่ยนกันออกไปบ้าง แต่ยังคงต้องมีคนคอยดูแลหัวสามสีของน้องหมั่นโถวน้อยกันตลอดเวลาไม่ให้คลาดสายตากันอยู่ดี

         “น้องหมั่นโถวน้อย เบื่อไหมอยากจะทำอย่างอื่นรึเปล่า???”พี่สาวเปาจื่อ 

         “ก็เบื่อนิดหน่อยล่ะพี่เปาจื่อ แต่ก็กลัวว่าปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อา อาสะใภ้ และพวกพี่ชายจะนึกเป็นห่วง เป็นกังวลถ้าหมั่นโถวเล่นซนมากไป”หมั่นโถวน้อย

         “พี่เปาจื่อเข้าใจจ้ะ ว่าน้องหมั่นโถวน้อยกลัวทุกๆคนเป็นห่างเรื่องหมวกไหมพรมจะหลุดใช่ไหม???”พี่สาวเปาจื่อ

         “อือ…..“หงึก…หงึก….แต่หมั่นโถวมั่นใจว่าจะดูแลหมวกให้ติดกับหัวตลอดเวลาที่อยู่ด้านนอกกับคนอื่นๆได้อย่างแน่นอนนะ”หมั่นโถวน้อย

         “พี่เปาจื่อก็เชื่อจ้าว่าน้องหมั่นโถวน้อยของพี่สาวเก่ง และดูแลหัวน้อยๆของตัวเองได้เป็นอย่างดีอย่างแน่นอนเลย”พี่สาวเปาจื่อ

         “แต่ตอนนี้ที่สำคัญกว่าก็คือว่าไม่ทำให้หมวกไหมพรมเปียกน้ำฝนี่ล่ะพี่เปาจื่อ จะให้ใส่ชุดกันฝนตลอดทั้งวันก็ไม่ไหวล่ะนะ เอาไว้ให้มีหมวกไหมพรมเยอะๆกว่านี้หน่อย”หมั่นโถวน้อย

         “ก็นั่นน่ะสิเนอะ น้องหมั่นโถวน้อยมีหมวกไหมพรมแค่ 2 ใบเอง ถ้าใบนี้เปียกก็เหลืออีกใบเดียว จะแห้งไม่ทันน่ะสิ เพราะน้องสาวของพี่เปาจื่อจะต้องใส่ออกนอกบ้านทุกๆวันเสียด้วย”พี่สาวเปาจื่อ

         “แต่เดี๋ยวนะพี่เปาจื่อ…”หมั่นโถวน้อย พึ่งจะนึกอะไรออกขึ้นมา!!

         “อะไรเหรอน้องหมั่นโถวน้อย…???”พี่สาวเปาจื่อ

         “หมั่นโถวลืมไปได้ยังไงล่ะว่าสามารถทำ……..ได้น่ะเอาไว้ลองทำให้เสื้อผ้าแห้งก่อนนะ ถ้าทำได้อีกทีนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหมวกไหมพรมจะแห้งไม่ทันแล้วล่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “จริงด้วยสิ…!!!พี่เปาจื่อก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปได้ยังไงกันก็น้องหมั่นโถวน้อยสามารถทำ………….ได้นี่หน่าเนอะๆ…”พี่สาวเปาจื่อ

         “ใช่แล้วพี่เปาจื่อ…….เอาไว้เข้าบ้านไปตอนคนอื่นๆกลับกันแล้วพวกเราก็ทดลองทำกันเลยนะ”หมั่นโถวน้อย

         “ได้ๆ….”พี่สาวเปาจื่อ 

         สองสาวพี่น้องพากันคุยกันเบาๆตามประสาพี่น้อง และปรึกษากันไปด้วยเลยกับปัญหาที่ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

         พี่สาวผู้เป็นห่วงเป็นใยน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอตลอด เพราะรู้ดีว่าการที่น้องหมั่นโถวน้อยของเธอมีสีผมที่แปลเปลี่ยนไปถึง 3 สี สีเขียว สีเหลือง สีดำแล้วในตอนนี้ ไม่สามารถจะไปเล่นซุกซนให้ไกลสายตาจากพวกผู้ใหญ่ หรือพวกพี่ชายได้เลย แตกต่างจากเมื่อก่อนนี้ที่อยากจะไปไหนเพียงแค่บอกกล่าวเพียงเท่านั้นเอง

         แต่ตอนนี้จะต้องคอยจับหมวกไหมพรม เพื่อตรวจตราดูว่าสวมใส่แน่นหนาพอหรือไม่กัน?? กันการหลุดจากหัวน้อยๆของหมั่นโถวน้อย

    ************

         สองสาวน้อยของเราจะพากันเล่นซนอะไรกันอีกนะ??? แค่นี้พวกผู้ใหญ่ พวกพี่ๆก็ปวดหัวพออยู่แล้ว !!!

     

    คล้ายกับเรื่องแม่หนูน้อยฤดูกาล ที่คุณอ่าน