มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 68 จับตามอง

    ในที่สุดวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงแล้ว มันเป็นวันที่ประตูสวรรค์เปิดขึ้นครั้งแรกในรอบปีและมันเป็นวันที่หลายๆคนรอมานานทั้งรุ่นเยาว์ทั้งผู้อาวุโสพวกเขานั้นต่างก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งพวกตนหรือคนของตนนั้นจะได้สิ่งของสิ่งใดติดไม้ติดมือกลับมาหรือและสิ่งที่ทุกคนคาดหวังจะมีนักเรียนคนใดหรือไม่ที่จะสามารถสร้างตำนานบทใหม่ที่โรงเรียนแห่งนี้ภายในปีนี้ผู้ที่สามารถฝากชื่อไว้ได้อยู่บนรายนามหอคอยสวรรค์นั้นอานาคตของพวกมันล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดา อย่างเช่นผู้ก่อตั้งโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ตัวของเขานั้นสามารถที่จะขึ้นได้ไปถึงชั้นที่ 18 ตัวของเขานั้นได้สมบัติลับล้ำค่ามากมายทำให้ความก้าวหน้าของเขานั้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดดถึงแม้ว่ากาลเวลาจะไหลผ่านไปหลายหมื่นปีชื่อเสียงเรียงนามของท่านผู้ก่อตั้งก็ยังคงอยู่ และภายในยุคสมัยปัจจุบันผู้อำนวยการชิงหลงนั้นสามารถขึ้นไปได้สูงถึงชั้นที่ 15 หลังออกจาหอคอยมาความก้าวหน้าของเขานั้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดดเช่นกันทำให้ผู้คนทั้งทวีปหรือผู้คนจากต่างทวีปเองต่างรับทราบความร้ายกาจของผู้อำนวยการท่านนี้เป็นอย่างดีหอคอยสวรรค์นั้นชื่อเสียงเรียงนามสมกับชื่อของมันที่เบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นเป็นหอคอยสูงเสียดฟ้าความสูงใหญ่ของมันนั้นสามารถพบเห็นได้ทั้งเมืองจากสถานที่ห่างไกลหลังจากที่ประตูของหอคอยเปิดออกตัวของหลินเทียนสามารถสัมผัสถึงพลังเวทที่เป็นจำนวนมากมายมหาศาลและมีความบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก เพียงแค่บรรยากาศของมันสัมผัสผิวหนังทำให้ความรู้สึกผู้คนนั้นปลอดโปร่งโล่งสบายเป็นอย่างมากด้วยไอพลังเวทที่สุดแสนจะบริสุทธิ์ขนาดนี้ มันช่วยให้มีผลประโยชน์ต่อการฝึกฝนเป็นอย่างยิ่งต่อให้ผู้ที่ไม่ได้ก้าวข้ามประตูแห่งนี้ไปก็นับว่าได้ประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลแล้วณ ช่วงเวลานี้นั้นที่ด้านหน้าคอหอยสวรรค์ไม่ต่างอะไรไปจากงานเทศกาลเลยมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่มากมายมารวมตัวอยู่บริเวณรอบนอกหอคอยสวรรค์แห่งนี้ถึงแม้ว่าตัวของพวกเขานั้นจะไม่สามารถที่จะก้าวเท้าเข้าไปได้เนื่องจากมีระดับพลังที่เกินกว่ากำหนดแต่การมาเยื่อนเพียงแค่เบื้องหน้าของมันก็นับว่าคุ้มค่าแล้วเพราะในช่วงเวลานี้นั้นมีมวลพลังเวทที่บริสุทธิ์มากมายหลั่งไหลอยู่ทั่วทุกบริเวณ สถานที่แห่งนี้นั้นไม่มีเพียงแต่นักเรียนจอมเวทหรือผู้อาวุโสเท่านั้นแต่ยังมีผู้คนมากมายที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ รวมถึงร้านค้าและซุ้มอาหารอีกมากมายที่ถูกจัดอยู่ตลอดสองข้างทางไม่ต่างอะไรไปจากงานเทศกาลประจำปีภาพเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นแทบที่จะมีผู้คนนับหมื่นเลยก็ว่าได้ที่มารวมตัวกันภายในช่วงเวลานี้และก่อนที่เด็กรุ่นเยาว์จะได้เข้าไปภายในหอคอยสวรรค์พวกเขานั้นจะต้องยืนรับฟังคำชี้แนะของท่านผู้อำนวยการชิงหลง“หอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นมีความลับตั้งมากมายที่คอยแอบซ่อนเอาไว้อยู่แม้แต่ตัวตนเช่นข้าเองก็ยังไม่รับรู้ถึงความลับของมัน ศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งหลายจงจำคำพูดของเจ้าไว้ให้ดี หากพบเจอเรื่องอันตรายเกิดขึ้นให้พวกเจ้ารีบออกมาในทันที เพราะชีวิตของพวกเจ้าเองย่อมมีค่าที่สุด สมบัติทุกชิ้นของทุกอย่างที่พวกเจ้าหามาได้พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นของพวกเจ้าเองทางโรงเรียนของพวกเรานั้นจะไม่หยิบฉวยอย่างเด็ดขาด และผู้ที่สามารถขึ้นไปบนหอคอยในระดับสูงสุดได้และออกมาเป็นคนสุดท้ายข้ามีของรางวัลที่จะมอบให้ แต่ข้าจะไม่ขอบอกนะว่าของรางวัลนั้นมันคืออะไร มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่จะรู้ถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้” ผู้อำนวยการชิงหลงกล่าวกับนักเรียนจอมเวทของตนด้วยความเป็นห่วงอย่างถึงที่สุด สถานที่แห่งนี้นั้นไม่ใช่สัตว์อสูรที่น่ากลัวแต่มันคือความโลภต่างหากที่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดถามว่าตัวของมันเองรับรู้ไหมว่าบางปีนั้นมีศิษย์รุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยฆ่ากันเองเพื่อที่จะแย่งชิงสมบัติแน่นอนว่าตัวของมันก็จะต้องที่จะรับรู้ ถึงแม้ว่ามันจะขัดกฏของโรงเรียนก็ตามแต่ตัวของเขานั้นก็ต้องการผู้ที่เหลือรอดได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมจากศึกการประลองในครั้งนี้เพราะในชีวิตจริงของผู้คนนั้นไม่ว่าใครก็ไม่สามารถที่จะหนีไม่พ้นต่อการทรยศหักหลัง ไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่สุดแสนจะไร้ค่าหรือเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ก็ต้องพบเจอเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ทั้งนั้น“เหอๆ ภายในปีนี้ข้าจะต้องขึ้นไปถึงชั้นที่ 6 ให้ได้” ศิษย์รุ่นเยาว์คนนึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นอย่างถึงที่สุดเพราะปีที่แล้วตนเองสามารถที่จะขึ้นไปถึงชั้นที่ 5 ได้เพียงแค่นั้น เมื่อเวลาของหอคอยสวรรค์หมดลงสิ่งมีชีวิตภายในจะถูกส่งกลับมาที่โลกภายนอกในทันที“ยิ่งพวกเราขึ้นไปสู่ระดับชั้นที่สูงๆเท่าไหร่ก็เป็นไปได้ว่าที่พวกเราจะได้รับทรัพย์พยากรที่มีค่าเท่านั้น” ปีที่แล้วเจ้าคนผู้นี้นั้นก็สามารถที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งของที่มีค่าไม่น้อยเลย“ต่อให้พวกเราพบเจอกับสิ่งของที่มีค่ามันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถนำสิ่งของเหล่านี้กลับมาได้ตราบใดที่ยังมีเจ้าพวกสารเลวพวกนั้นอยู่” ศิษย์รุ่นเยาว์ผู้นึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจ็บแค้นเป็นอย่างมากในระหว่างที่ตัวของมันกำลังจะออกจากประตูสวรรค์นั้นตนเองถูกศิษย์ที่แข็งแกร่งกว่าแย่งชิงทรัพย์สมบัติไปจนหมดสิ้นถ้าหากไม่อยากที่จะเป็นผีเฝ้าสุสานก็มีเพียงแต่ที่จะต้องทำตามพวกมันเท่านั้น“ข้าอยากจะรู้เสียเหลือเกิน ผู้ใดกันแน่ภายในปีนี้ที่จะสามารถขึ้นไปบนหอคอยสวรรค์ได้บนชั้นสูงสุดกันแน่ และของขวัญที่ผู้อำนวยการชิงหลงผู้นี้จะมอบให้มันจะต้องเป็นสิ่งของที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน” ปีที่แล้วนั้นมีศิษย์รุ่นเยาว์ผู้นึงที่สามารถไปถึงชั้นที่ 13 และของที่ตัวของมันได้รับในฐานะผู้ชนะนั้นมูลค่าของมันนั้นมากถึงหลายพันเหรียญทอง นี่นับว่าเป็นสิ่งของที่มีราคาเป็นอย่างมากสำหรับนักเรียนจอมเวทหวืดดดด หวืดดด หวืดดด ในระหว่างที่ศิษย์รุ่นเยาว์กำลังพูดคุยกันนั้นผู้อาวุโสก็ส่งศิษย์กลุ่มแรกเข้าไปที่ภายในหอคอยสวรรค์ในทันที หลังจากที่ตัวของมันก้าวเท้าผ่านประตูบานนี้ไปแล้วนั้นดูเหมือนร่างของมันก็หายไปจากอากาศที่ว่างเปล่าราวกับว่าศิษย์รุ่นเยาว์พวกนี้ถูกส่งไปอีกที่โลกใบหนึ่งที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจนไม่สามารถที่จะตรวจจับสัญญาณคลื่นพลังชีวิตได้ มีเพียงแค่กลุ่มก้อนพลังงานเท่านั้นที่ถูกแสดงผลผ่านหน้าจอจึงสามารถทำให้รู้ว่าบัดนี้นั้นมีศิษย์รุ่นเยาว์กี่คนที่สามารถขึ้นไปสู่ชั้นใดได้บ้างทางด้านตัวของหลินเทียนนั้นสามารถจับสัมผัสจิตสังหารของคนผู้หนึ่งที่กำลังจ้องมองมาทางตน และที่ด้านข้างของชายที่ปล่อยจิตสังหารมาทางหลินเทียนนั้นก็คือเจ้าสุนัขรับใช้ที่ตัวของหลินเทียนจัดการไปนั่นเองและคนที่ยืนอยู่ข้างๆของมันหลินเทียนจึงสามารถที่จะคาดเดาตัวตนของมันได้ไม่ยากเย็นนักมันคือ เจ้าหมิงยู่ นั่นเองดูเหมือนว่าภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้พวกมันคงเตรียมการที่จะจัดการตนเป็นแน่