ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น "พวกเจ้าเตรียมพร้อมไว้ พวกอี้เฉินคงใกล้กลับกันมาแล้ว หลอกล่อพวกมัน แล้วฆ่าพวกมันทิ้งเสีย"
ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "พวกเราเหลือกันแค่ 5คนมันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยหรือ แถมพวกเรายังบาดเจ็บกันอีกด้วยปราณพลังก็หดหายไปมาก"
ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น"พวกเจ้าจะกังวลอะไรก็เห็นๆ อยู่ไอ้เด็กที่นามว่าอี้เฉินที่เป็นเป้าหมายของเรา ปราณพลังของมันต่ำต้อยยิ่งนัก ไม่รู้นายน้อยหวาดกลัวอะไรในตัวมัน"
"ข้าก็เห็นด้วยมันแค่ขั้นนภา ละมั้งแค่พวกเราลงมือคงใช้เวลาไม่มาก"
ชายวัยกลางคนกล่าว"พวกเจ้าไม่ต้องกังวล ขั้นพลังของพวกมันแค่ขั้น วีรชนระดับต้น พึ่งเลื่อนขั้นพลังกันได้ไม่นาน เทียบกับพวกเราที่เป็นวีรชนระดับปลายที่ สะสมประสบการณ์มามาก อย่างไรก็ได้เปรียบอยู่หลายขุม"
พวกอี้เฉินที่เดินทางกลับมาจาก ลาดตระเวน พวกเขาไม่เห็นใครในกองคาราวานเหลือรอด รอบ ๆ เป็นหลุมบ่อ
ต้นไม้ฉากขาดเศษใบไม้ปลิวว่อน พื้นดินราบเป็นหน้ากลอง ศพโจร กับกองคาราวานเกลื่อนกลาด เลือดอาบย้อมปฐพี
กลิ่นอายคาวเลือดความตายลอยคลุ้ง
"พวกเจ้ากลับกันมาแล้วหรือ พวกเราจัดการพวกโจรไปหมดแล้ว พวกเจ้ามาเอาหัวมันไปขึ้นรางวัลซะสิ" ชายวัยกลางคนยิ้มก่อนจะยื่นศีรษะกุ้ยกังให้อี้เฉิน
"ไม่เป็นไรพวกท่านฆ่าพวกมันได้ก็เอาไปขึ้นเงินรางวัลเถิด" อี้เฉินไม่กล้าเข้าใกล้กลุ่มคนพวกนี้ หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดจะได้หนีทัน
อี้เฉินไม่อยากอยู่ที่นี่นานเขาอยากจากไปที่นี่ให้ไวที่สุด "งั้นพวกข้าขอตัว ในเมื่อผู้ว่าจ้างตายไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ"
"งั้นก็ตายซะ" ชายวัยกลางคนไม่เล่นละครอีกต่อไป ปราณพลังขั้นวีรชนระดับปลาย ท่วมท้นท้องฟ้า วาดมือกลางอากาศไปในทิศทางอี้เฉิน สำแดง"วิชาโลงศพทมิฬ"
เมื่ออี้เฉินเห็นปราณพลังกำลังก่อตัวรอบตัวเขา อี้เฉินตะโกนลั่น "รีบหนีไปเร็วเข้า"
หริ่นหลันตะโกนอย่างบ้าคลั่ง"รีบไปช่วยอี้เฉินเร็วเข้า"
"ข้าไปด้วย" กงหนานเตรียมที่จะสู้ศึก การต่อสู้ครั้งนี้ต้องยากลำบากแน่ เจอจอมยุทธที่ขั้นพลังย่อยห่างกันมากถึง2ขั้น แถมยังมีถึง5คน
ซีเผิงตะโกนลั่น"พวกเจ้าสองคนหยุดเดี๋ยวนี้ อย่าเข้าไปต่อสู้"
ซีเผิงที่เห็นท่าไม่ดี พวกนางดื้อมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากออกไปสู้ได้ตายฟรีแน่
เขาเอาฝ่ามือตีไปที่ท้ายทอยของพวกนางทั้งสองอย่างแรงจนสลบ
"ตุ๊บ ตุ๊บ" ก่อนจะอุ้มทั้งสองคนหนีไป
ซีเผิงตะโกนลั่นก้อง "อี้เฉินเจ้าอย่างพึ่งตายก่อนละข้าพาพวกนางไปที่ปลอดภัยเมื่อไหร่ข้าจะกลับมาช่วยเจ้า"
ซีเผิง บินทะยานหายไปด้วย"วิชาก้าวเท้าสวรรค์" ความเร็วดั่งสายแสงพุ่งออกไปไกล
จอมยุทธ์พวกนั้นอยู่ขั้นพลังวีรชนระดับปลายกันแทบหมด พวกเขาที่อยู่ชั้นวีรชนระดับต้น ยังมีความห่างชั้น อยู่หลายก้าว
หากปล่อยพวกนางเข้าไปต่อสู้ได้ตายกันหมดแน่
อี้เฉินพยามหลบเลี่ยงวิชาโลงศพทมิฬ แต่ก็ไม่พ้นถูกโลงศพทมิฬกลืนกินร่าง เข้าไปภายในเต็มไปด้วยความมืดมิด
ชายวัยกลางคนยิ้มเป็นปีติ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่โลงศพสีดำทมิฬ "ลงทัณฑ์" หอกสีดำ แทงใส่โลงศพทมิฬจนพรุนเป็นรังผึ้ง
ภายในโลงศพทมิฬ อี้เฉินที่โดนกักขัง เขาสำแดงวิชา "หมื่นโลก"เพื่อป้องกัน โลกที่เขาสร้างแตกละเอียด ทำให้อี้เฉินบาดเจ็บหนัก
เลือดอาบย้อมร่างก่อนโลงศพทมิฬจะสลายหายไป
อี้เฉินระเบิดปราณสายฟ้า พุ่งทะยานหนีไปด้วยความรวดเร็วชายวัยกลางคนที่เห็นยังตกใจ เหตุใดมันถึงยังไม่ตาย แถมยังมีความเร็วมากขนาดนี้
ชายวัยกลางคน เอ่ยพูด "พวกเจ้าไม่ต้องไปตามล่าคนอื่น ๆ ที่หนีไปแล้ว รีบฆ่าไอ้หมอนี้แล้ว กลับตระกูลไปรายงานผลงานดีกว่า"
"ข้าก็คิดเหมือนกัน รีบทำให้มันจบ ๆ เสียที พวกเราเสียเวลาไปมาก แผนการที่วางไว้เองก็คลาดเคลื่อนไปหมด
หากพวกโจรไม่โผล่มาโจมตี พวกเราก็น่าจะจบภารกิจไปแล้ว"
พวกเขาทั้ง5ออกไล่ล่าอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง "พวกเจ้ากระจายกันไปปิดล้อม มันบาดเจ็บหนักคงหนีได้ไม่ไกล"
พวกเขาเริ่มปิดล้อมอี้เฉิน อี้เฉินหมุนปราณพลังอย่างบ้าคลั่ง ดูดซับปราณพลังรอบตัวเพื่อเร่งการรักษา
ส่วนลึกของป่าอี้เฉินเห็นเหมือนจะเป็นรังของสัตว์อสูรแมงมุม อาณาเขตบริเวณนี้มีแต่ใยแมงมุม
หากเข้าไปโดนใยแมงมุมเข้าละก็ได้กลายเป็นเรื่องแน่
อี้เฉินไม่นั่งรอความตายอยู่ที่นี่ เขาเลือกเป็นฝ่ายล่าสังหารแทน ภายในป่าเขาย่อมได้เปรียบกว่าทุ่งหญ้าโล่งแจ้ง
อี้เฉินเก็บซ่อนปราณพลังทั้งหมดอย่างมิดชิด จนไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดา บินทะยานลัดเลาะไปเรื่อย ๆ
หาเป้าหมายที่จะล่าสังหาร หากต่อสู้ตัวต่อตัวเขายังมีโอกาสชนะอยู่บ้าง
ชายหนุ่มคนหนึ่ง บินทะยานใช้สายตากวาดมองรอบบริเวณด้านล่างป่าทึบ เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตที่ขยับเคลื่อนไหว
อี้เฉินที่เห็นเป้าหมายบินอยู่ไกล ๆ กำลังใกล้เข้ามาหาเขา หากเขาโจมตีพลาด คนอื่น ๆ จะตามมาสมทบทันที
อี้เฉินหลบซ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะขับเคลื่อนปราณพลังสีแดง สร้างคันศรออกมา เขาต้องรอศัตรูมาให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้
อี้เฉินง้างคันศร สีแดงเต็มแรงที่มี ก่อนที่จะระเบิดปราณพลังสีเลือด เข้าใส่ลูกศร แล้วยิงออกไป " ฟึบ"
ลูกศรสีแดงแหวกอาอากาศออกไป ก่อรูปเป็นมังกรคาบศร พุ่งดิ่งดั่งสายแสง
ชายหนุ่มที่บินลานตระเวน เห็นศรสีแดงก่อรูปมังกรพุ่งมาด้วยความเร็วสูงดั่งสายแสง
เขาแสยะยิ้ม คิดในใจเจ้าพลาดแล้วมันไกลเกินไป แบบนี้ก็เท่ากับเผยที่อยู่ของตัวเจ้านะสิ
ทันทีที่ลูกศรใกล้ถึงตัวเขา เขาเอี้ยวตัวหลบอย่างง่ายดาย แต่ทันใดอี้เฉิน ใช้"วิชามังกรทะยานนภา" หายฉับพลันในพริบตา
มายังจุดอับสายตาของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มตกใจอย่างมาก เขาหลบไม่พ้นแน่ "เจ้าใช้ลูกศรเป็นตัวล่องั้นหรือ"
อี้เฉินตะโกนออกมา "ตายซะ"
เขาหมุนควงหอกเลือดพุ่งเข้าทิ่มแทง ศีรษะเต็มแรง หัวนั้นหายในพริบตา เลือดพุ่งสูงย้อมนภา
อี้เฉินไม่รั้งรออีกต่อไปเขาพุ่งทะยานหาเป้าหมายจอมยุทธคนต่อไปในทันที
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเขาก็เจออีกหนึ่งเป้าหมาย เขาใช้วิธีแบบเดิมเพื่อจัดการ แต่คราวนี้ ชายคนนี้กลับหลบการโจมตีครั้งที่สองของอี้เฉินได้
อี้เฉินไร้ทางเลือก จริงๆ เขาไม่อยากสำแดงวิชามันจะทำให้จอมยุทธคนอื่นๆ รับรู้ แต่หากไม่ฆ่าคนผู้นี้เสียก่อน
การหลบหนีของเขาจะยากลำบากมาก
อี้เฉินสำแดง"วิชาโซ่สวรรค์พันธนาการ"
อี้เฉินชี้นิ้ว ไปที่ชายหนุ่ม ก่อนที่โซ่สีแดงใหญ่หลายร้อยเส้นสายจะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม
ชายหนุ่มหนีสุดกำลังอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าเจ้า กล้าฆ่า ข้างั้นหรือ หากคนอื่น ๆ มาสมทบเจ้าตายแน่"
อี้เฉินตะโกนลั่น "ตายซะ"
เขาชี้นิ้ว อีกครั้ง โซ่สีแดงพุ่งดั่งสายแสง ปิดล้อมชายหนุ่มไว้ ก่อนจะผสานปิดล้อมทุกทิศทางบีบรัดร่างชายหนุ่มอีกคน จนแหละเละ