โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 63 โลกสีขาวดำ

    บทที่ 63โลกสีขาวดำ

     

     

     

    เบื้องหน้าของผมคือรอยแยกมหึมากลางอากาศที่เผยให้เห็นเนินเขาเตี้ยๆและทุ่งหญ้าสีเขียวขจีพลิ้วไหวภาพทิวทัศน์อันสงบสุขของชั้นที่สองช่างตัดกับนรกบนดินที่พวกเรากำลังยืนอยู่นี้เหลือเกิน

     

    มันคือทางรอดเพียงหนึ่งเดียวที่เปิดรออยู่และในวินาทีนี้ คนที่อยู่ใกล้ความหวังนั้นที่สุดก็คือผม หากผมวางลิลลี่ลง และทุ่มแรงวิ่งออกไปสุดกำลังผมมั่นใจว่าตัวเองจะก้าวผ่านรอยแยกนั้นได้ก่อนที่เจ้าอสูรร้ายจะตามทัน

     

    สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้ขาของผมเริ่มออกตัวทว่าฝ่าเท้ากลับชะงักกึก

     

    ผมกวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความรู้สึกบีบคั้นลิลลี่กำลังสะอึกสะอื้นร้องไห้อย่างไร้สติอยู่บนไหล่ของผม

     

    ส่วนเทสที่เพิ่งจะเริ่มขยับตัวก็ดูเหมือนจะมีสภาพไม่ต่างจากซากศพมานาในร่างของเธอเหือดแห้งจนผมสัมผัสไม่ได้เลยจะมีก็แค่คิมคนเดียวเท่านั้นที่ยังพอประคองสติอยู่ได้ดีที่สุด

     

    ผมควรจะทิ้งทุกคนแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวไหม?

     

    ความคิดด้านมืดวูบผ่านเข้ามาในหัวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกปัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

     

    จริงอยู่ที่ผมไม่ใช่คนดีอะไรนักแต่ผมไม่มีวันทรยศคนที่เคยช่วยชีวิตผมไว้เด็ดขาด และคำสัญญาที่ให้ไว้กับลิลลี่ ผมก็จะไม่มีวันลืมมันเด็ดขาด

     

    เมื่อตัดสินใจได้ผมก็เค้นมานาเฮือกใหญ่ออกมาแล้วเหวี่ยงลิลลี่ที่สติแตกเข้าไปในรอยแยกเป็นคนแรก

     

    จากนั้นจึงพุ่งไปหาเทสที่อยู่ไม่ไกลผมออกแรงผลักร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอเข้าไปให้ใกล้รอยแยกที่สุดโดยไม่สนสายตาประท้วงของเธอ

     

    ทว่าก่อนที่ผมจะทันได้เข้าถึงตัวคิม

     

    เจ้าหมีเถ้าถ่านที่ยืนนิ่งมองพวกเรามาตั้งแต่ประตูเปิดออกก็เริ่มขยับมันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอพร้อมกับสะเก็ดไฟหลายสิบจุด ที่เริ่มผุดขึ้นกลางอากาศราวกับสายฝนแห่งความตาย

     

    ดวงตาแดงฉานของมันจับจ้องมาที่ผมเพียงคนเดียวดูเหมือนมันจะตัดสินใจแล้วว่าผมคือเหยื่อรายแรกที่คู่ควร

     

    และหากผมปล่อยให้มันพุ่งเข้ามาหาในตอนนี้คิมกับเจ้าบิสกิตที่อยู่ระหว่างทางจะต้องถูกสะเก็ดไฟเหล่านั้นเผาจนกลายเป็นจุลอย่างแน่นอน!

     

    ผมกวาดสายตามองไปรอบบริเวณดูเหมือนทุกคนจะอ่านสถานการณ์ขาดโชอี้และพรรคพวกของเธออาศัยจังหวะนี้ลอบเร้นกายอ้อมไปทางด้านหลังของหมีเถ้าถ่านอย่างเงียบเชียบที่สุด

     

    ส่วนแฮดวินกับเจ้าฝาแฝดที่ยังเหลือรอดก็กำลังหมอบคลานตามกันไปทางประตูสู่ชั้นที่สองอย่างเร่งรีบ

     

    แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าคนพวกนี้ต้องทำแบบนี้เมื่อถึงเวลาแต่พอเห็นภาพความเห็นแก่ตัวปรากฏขึ้นต่อหน้าจริงๆผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธอยู่ในใจลึกๆ

     

    ก่อนที่อสูรร้ายจะเริ่มขยับตัวผมหันไปทางคิมแล้วตะโกนลั่น

     

    "คิม! พาเจ้าหมานั่นหนีไปแล้วลากเทสเข้าไปด้วย!"

     

    คิมมีท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่แต่ผมไม่เปิดโอกาสให้เขาซักถามผมกระชากเสียงสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยใช้มา

     

    "ไป!"

     

    เขากัดฟันกรอดก่อนจะคว้าคอเจ้าบิสกิตที่อยู่ใกล้มือแล้วลากเข้าไปในรอยแยกนั่นทันทีเจ้าคอร์กี้เห่ากระโชกกลับมาทางผม เสียงโทรจิตที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นในหัวซ้ำๆ

     

    (อาหาร! อาหาร!)

     

    น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยคำถามและความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด

     

    ทว่าในวินาทีเป็นตายนี้ผมไม่มีเวลามาอธิบายอะไรให้มันฟังทั้งนั้นผมเมินเสียงเรียกนั้น แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับหมีเถ้าถ่านอย่างเต็มตัว

     

    อสูรร้ายจ้องมองผมด้วยแววตาเย็นเยียบสะเก็ดไฟจำนวนมหาศาลเริ่มโปรยปรายออกมาจากร่างมหึมาของมันราวกับฝนเพลิง

     

    ผมค่อยๆ ก้าวเท้าเบี่ยงตัวออกมาด้านข้างเพื่อล่อให้ทิศทางที่เจ้าหมีจะพุ่งเข้าโจมตีอยู่ห่างจากคิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

     

    ซึ่งนั่นนับเป็นคราวซวยของแฮดวินกับเจ้าฝาแฝดเพราะทิศทางที่ผมเบี่ยงไปนั้นคือจุดที่พวกเขากำลังหมอบคลานกันอยู่พอดี

     

    ที่หางตา...ผมเห็นแฮดวินกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองเขาแสดงท่าทางโกรธจัดออกมาครู่หนึ่งก่อนจะรีบพาเด็กแฝดวิ่งอ้อมไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

     

    ดูเหมือนเจ้าหมีเถ้าถ่านจะไม่แยแสการเคลื่อนไหวของแฮดวินเลยแม้แต่น้อยมันยังคงจับจ้องมาที่ผมอย่างไม่วางตา

     

    นั่นคือสิ่งยืนยันที่ชัดเจนที่สุดว่าเหยื่อที่มันต้องการสังเวยในตอนนี้คือผมคนเดียวเท่านั้น!

     

    แม้เจ้าหมีเถ้าถ่านจะบาดเจ็บจากทักษะของลิลลี่และแรงระเบิดจากปฏิกิริยาลูกโซ่ก่อนหน้านี้ แต่มันกลับดูน่าเกรงขามไม่เปลี่ยนไปเลย

     

    ผมรู้ว่าผมคงเอาชนะมันไม่ได้แต่ผมจะถ่วงเวลาให้นานที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่าคิมและเทสจะเข้าสู่ชั้นที่สองได้อย่างปลอดภัย

     

    ไม่กี่วินาทีต่อมา หมีเถ้าถ่านก็คำรามกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือนมันพุ่งตัวเข้าใส่ผมด้วยความเร็วที่ขัดกับรูปร่าง

     

    ผมควบคุมลูกปัดมานาที่กระจายอยู่รอบตัวให้พุ่งเข้าใส่เพื่อกระตุ้นให้ทักษะของหมียักษ์ทำงานอีกครั้งทันใดนั้นสะเก็ดไฟรอบกายมันก็ระเบิดออกเป็นเปลวเพลิงมหึมา

     

    ผมต้องทุ่มสมาธิทั้งหมดเสริมเกราะโปร่งแสงจนถึงขีดสุดแรงระเบิดแผ่ไอความร้อนและแรงสั่นสะเทือนไปทั่วแม้เกราะมานาจะช่วยกันไว้ได้ระดับหนึ่งแต่ความร้อนที่เล็ดลอดเข้ามาก็เริ่มทำให้ผิวหนังของผมแสบร้อน

     

    ผมฝืนเงยหน้าฝ่าม่านควันไปยังจุดที่หมีเถ้าถ่าน เคยอยู่ แต่กลับไร้เงาของมัน

     

    ทว่าในสภาวะ สมาธิขั้นสูงผมสังเกตเห็นสะเก็ดไฟลูกหนึ่งลอยนิ่งอยู่อย่างผิดปกติไม่นานเจ้าหมีก็ปรากฏตัวออกมาจากสะเก็ดไฟนั้นราวกับทะลุมิติ มันส่งเสียงครางต่ำจากลำคอก่อนจะฟาดอุ้งเท้ามหึมาลงมาใส่ผม

     

    ผมเค้นพลังเปิดใช้ การจัดสรรพลังงานจลน์เพื่อดูดซับแรงกระแทก แต่เพียงแค่แรงลมจากอุ้งเท้าพลังงานจลน์ที่ผมรับได้ก็พุ่งทะลุขีดจำกัดแล้ว

     

    พละกำลังของมันมหาศาลกว่า ไจแอนท์โทรลล์หลายเท่าตัวนัก หากยังฝืนรับไว้ ผมต้องกลายเป็นเศษเนื้อแน่ผมจึงตัดสินใจระเบิดพลังงานจลน์ที่สะสมไว้ออกมาพร้อมปลดปล่อยมานาถีบตัวหนีสุดแรงเกิด

     

    อุ้งเท้าของมันตบลงบนพื้นห่างจากร่างผมไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรทว่าแรงอัดอากาศมหาศาลก็ส่งร่างของผมปลิวละลิ่วออกมาไม่ต่างจากใบไม้แห้ง

     

    ผมเปิดใช้ทักษะ ดูดซับพลังงานจลน์ จนถึงขีดสุดพลางม้วนตัวกลางอากาศเพื่อตั้งหลักทว่ายังไม่ทันที่เท้าจะแตะพื้น หมีเถ้าถ่านก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงอุ้งเท้ากระแทกดินสนั่นหวั่นไหว

     

    ในสภาวะสมาธิผมเห็นสะเก็ดไฟหลายลูกกระจายตัวครอบคลุมลานกว้างจึงรีบสลายลูกปัดมานาจนเหลือเพียงลูกเดียวเพื่อเร่งความเร็วของมันให้มากที่สุด

     

    ผมบังคับให้ลูกปัดมานานั้น พุ่งชนสะเก็ดไฟที่ใกล้ที่สุดทันที

     

    แรงระเบิดปลดปล่อยคลื่นความร้อนมหาศาลแม้จะไม่เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ เพราะมีลูกปัดเพียงเม็ดเดียว แต่มันก็เพียงพอแล้ว

     

    ผมดูดซับพลังงานจลน์จากแรงระเบิดนั้นมาเป็นแรงส่งผลักตัวเองให้พุ่งหลบวิถีจู่โจมของหมียักษ์ได้ทันท่วงที

     

    ครืน!

     

    ร่างมหึมาที่พลาดเป้าพยายามตะปบพื้นเพื่อเปลี่ยนทิศทางแต่ด้วยแรงเฉื่อยอันมหาศาลทำให้มันไถลไปกับพื้นมันคำรามลั่นก่อนจะกระโจนหายเข้าไปในสะเก็ดไฟอีกลูกที่ลอยอยู่

     

    เจ้าหมีนี้มีความสามารถเคลื่อนย้ายมิติข้ามไปมา...มันจะขี้โกงเกินไปแล้ว!

     

    ผมอาศัยจังหวะที่มันหายตัวไปพุ่งตรงไปยังประตูสู่ชั้นสองสุดกำลัง

     

    มานาในร่างเอ่อล้นจนกล้ามเนื้อ และกระดูกแทบฉีกขาดผมเค้นทุกหยาดหยดของพลังมาเสริมความเร็วพร้อมดูดซับพลังงานจลน์จากแรงต้านอากาศมาช่วยผลักดันร่างกายให้เร็วขึ้นไปอีก

     

    วินาทีที่ผมกำลังจะข้ามพ้นลานกว้างเสียงคำรามต่ำก็ดังขึ้นไล่หลังมาติดๆ

     

    เจ้าหมีกระโจนออกมาจากสะเก็ดไฟในระยะประชิดและโถมตัวเข้าใส่ผมอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง

     

    ผมกัดฟันกรอด ระเบิดมานาออกมาอีกครั้งเพื่อเร่งความเร็วจนร่างกายแทบแหลกสลายและก่อนที่อุ้งเท้าของมันจะเอื้อมถึงตัวผมก็พุ่งมาถึงหน้าประตูสู่ชั้นสองได้สำเร็จ!

     

    เมื่อมองลอดรอยแยกของประตูเข้าไปผมเห็นทุกคนที่รอดชีวิตรวมตัวกันอยู่ที่นั่น

     

    เทสพยายามคลานเข้ามาพลางตะโกนเรียกผมอย่างร้อนรน ส่วน บิสกิตก็เห่าไม่หยุดพร้อมกับยื่นรยางค์มานาออกมาหมายจะคว้าตัวผมดึงเข้าไปยังอีกฝั่ง

     

    ผมเหลือบมองกลับไปเบื้องหลังเจ้าหมีเถ้าถ่าน ที่เพิ่งพุ่งตัวออกมาจากสะเก็ดไฟกลับหยุดชะงักลงกะทันหันมันไม่ได้โถมเข้าใส่ต่อตามสัญชาตญาณแต่กลับยืนจ้องมองผมพร้อมคำรามในลำคอผ่านปากที่ไร้กรามล่าง

     

    ท่าทางของมันดูลังเลและระแวดระวังราวกับมีกฎเกณฑ์บางอย่างรั้งมันไว้ไม่ให้เข้าใกล้รอยแยกของประตูแห่งนี้

     

    อีกเพียงก้าวเดียวผมก็จะหลุดพ้นไปยังชั้นที่สองทว่าสายตาของผมกลับเหลือบไปเห็นจุดที่ เควิน เคยนอนอยู่ ตอนนี้ร่างของเขาหายไปแล้วเหลือเพียงซากศพที่ถูกแผดเผาจนจำเค้าเดิมไม่ได้

     

    ที่ตรงนั้นมีสิ่งหนึ่ง ที่สะท้อนเข้าสู่สายตาจนทำให้ผมรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาถึงขั้วหัวใจนั้นคือรองเท้าข้างหนึ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในกองเถ้าถ่านเหล่านั้น

     

    ชั่วขณะหนึ่งเสียงหัวเราะอันสดใสของเควินดังแว่วขึ้นมาในหัวราวกับว่าเขายังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน แต่เมื่อผมกะพริบตาอีกครั้งก็เหลือเพียงเถ้าถ่านกับความจริงที่โหดร้าย

     

    วินาทีต่อมา เจ้าหมียักษ์คำรามกึกก้อง ก่อนจะปลดปล่อยมานาอันเข้มข้นออกมายึดร่างผมไว้จนขยับไม่ได้

     

    ทักษะ สมาธิที่เคยประคองสติไว้พลันแตกสลายหายไปดื้อๆ ความตายของเพื่อนร่วมชะตากรรมและความกลัวสุดขีดที่เคยมีต่ออสูรกายตัวนี้ไหลบ่าเข้ามาโจมตีจิตใจอย่างไม่หยุดยั้ง

     

    กี่ครั้งแล้วที่ผมต้องตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวยามเผชิญหน้ากับมัน?

     

    กี่ครั้งแล้วที่ผมทำได้เพียงหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อเอาชีวิตรอด?

     

    แม้ในตอนนี้เลเวลของผมจะไม่ได้ห่างชั้นจากมันมากนักแต่ลึกๆ แล้วผมก็ยังคงเลือกที่จะหนีต่อไป

     

    จิตใจของผมในตอนนี้ราวกับกำลังจมลงสู่บ่อทรายดูดที่อึดอัดจนไร้อากาศหายใจ

     

    ขาของผมก้าวไม่ออก ตัวตนของ เนเทล วินไม่ยอมให้ผมก้าวข้ามประตูนั้นไปทั้งแบบนี้

     

    ถ้าผมหนีไปตอนนี้ผมจะต้องกลายเป็นไอ้ขี้แพ้ไปตลอดชีวิตและมันจะเป็นแผลเป็นในใจที่จะไม่มีวันรักษาหายได้เลย!

     

    ที่หางตา ผมเห็น เทสตะโกนสุดเสียงพลางพยายามจะกระโจนกลับมาหาผม คิมรีบคว้าตัวเธอไว้แต่เธอดิ้นจนหลุดและพุ่งมาที่รอยแยกทว่ากลับถูกกำแพงล่องหนกั้นกลางระหว่างชั้นขวางเอาไว้

     

    เธอทุบกำแพงนั้นอย่างบ้าคลั่งด้วยความร้อนรนผมละสายตาจากเธอแล้วหันกลับมาจับจ้องเจ้าหมีเถ้าถ่านอีกครั้ง

     

    ดวงตาสีแดงส้มดั่งเปลวเพลิงของมันกำลังจ้องเขม็งมาที่ผมเช่นกันมันขยับอุ้งเท้าหนาหนัก ก้าวเดินเข้ามาหาผมอย่างช้าๆราวกับผู้ล่าที่ถือไพ่เหนือกว่า

     

    ในวินาทีนั้น ผมเลือกที่จะหลับตาลงปล่อยให้ความคิดวุ่นวายแตกกระจายไปทุกทิศทาง ท่ามกลางเศษเสี้ยวเหล่านั้นความกลัวที่มีต่อเจ้าหมีเถ้าถ่านคือสิ่งที่เด่นชัดที่สุด

     

    แต่เมื่อจ้องมองมันให้ลึกซึ้งผมกลับพบความจริงที่น่าสมเพช

     

    ความกลัวนี้ไม่ได้เกิดจากมานาหรือทักษะข่มขวัญใดๆของเจ้าหมียักษ์เลย แต่มันเกิดจากความอ่อนแอ และความขี้ขลาด ในใจของผมล้วนๆร่างกายไม่ได้ถูกพันธนาการด้วยพลังเวทแต่เป็นจิตใจต่างหากที่มัดตัวเองไว้จนดิ้นไม่หลุด

     

    ผมเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา เนเทล วินนายช่างอ่อนแอเหลือเกิน

     

    ทว่าเมื่อยอมรับความจริง สติก็หวนคืนมามานาในร่างปะทุขึ้นพร้อมทักษะสมาธิที่ถูกรีดเร้นจนสุดขีด

     

    ปกติแล้วจะมีจุดหนึ่งในสมาธิที่ผมไม่เคยข้ามไปได้มันเหมือนเหวดำมืดใต้ก้นบึ้งมหาสมุทรที่สัญชาตญาณเตือนให้ผมถอยหนีมาตลอด

     

    แต่คราวนี้... ผมเลือกจะดำดิ่งลงไป

     

    ผมปล่อยใจให้จมลงสู่ห้วงสมาธิอันมืดมิด

     

    ความเงียบสงัดนั้นทรมานอย่างบอกไม่ถูกเหมือนการกลั้นหายใจใต้น้ำที่คนเรามักยอมแพ้เพราะความหวาดกลัวมากกว่าจะหมดลมจริงๆ

     

    ผมฝืนทนต่อความอึดอัดนั้น

     

    จมลึกลงไป... ลึกลงไปอีก...

     

    จนกระทั่งความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกสิ่งความเงียบราวกับความตายอันนิรันดร์เข้ากดทับ และในวินาทีนั้นเองผมรู้สึกราวกับมีบางอย่างขาดสะบั้นลงในหัว

     

    ตึ้ง!

     

    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกับที่ผมลืมตา

     

    โลกสีซีดจางในสภาวะสมาธิเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทุกอย่างถูกย้อมด้วยสีขาวดำ สรรพเสียงพลันเงียบสงัด โลกรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งแม้แต่สะเก็ดไฟที่กำลังปะทุยังเคลื่อนที่ช้าลงราวกับถูกหน่วงเวลาเอาไว้

     

    ท่ามกลางความหม่นหมองนั้นผมกลับมองเห็นบางสิ่งที่แปลกไป

     

    มันคือร่องรอยของ เส้นสายมานาที่ถักทออยู่รอบตัวอสูรร้าย และในอากาศ ราวกับใยแมงมุมที่ถักทออยู่อย่างซับซ้อน

     

    แม้จะยังดูพร่ามัวและไม่ชัดเจนราวกับมองผ่านม่านหมอกแต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ผมสัมผัสถึงวิถีการไหลเวียนของมานาได้ลางๆ

     

    ผมจ้องมองเจ้าหมีเถ้าถ่านด้วยสายตาเย็นชาความกลัวและความลังเลมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงตัวตนใหม่ที่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์

     

    [สมาธิ เลเวล 9 >เลเวล 10]