ระหว่างปื๊ดเดินนำ มันก็เริ่มอธิบายแผนให้ไทฟัง
“หลังจากนี้ นายต้องไปสู้กับคชสารอัคคี, วานรวายุ แล้วก็เต่าวารี เพื่อรวบรวมทักษะกายาให้ครบทั้ง 4 ทักษะ ทักษะแต่ละอย่างจะเสริมพลังให้นายคนละด้าน พอรวบรวมทักษะกายาทั้ง 4 ได้ครบนายก็จะมีพลังที่สูงพอกับผู้ร่วมาชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว”
“เท่ากับผู้ร่วมาชั้นแนวหน้าเลยรึ” ไทอุทานด้วยความแปลกใจ
“ใช่ ถ้าข้อมูลของฉันไม่ผิดพลาดนะ ทักษะทางร่างกายของนายจะสามารถเดินเล่นบนดาวดวงที่ 2 ได้ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาเก็บขั้นหรือเก็บค่าฝึกฝนบนดาวดวงที่ 2 แม้แต่น้อย” ปื๊ดตอบอย่างมั่นใจ
“ถ้าอย่างนั้น บอสของดาวดวงแรกนี้ก็กระจอกน่ะสิ ให้ฉันสู้กับมันเลยรึ???” ไทถามมัน เพราะจากข้อมูลที่ปื๊ดบอก แสดงว่าตัวเขาจะเก่งเทพเลยทีเดียว
“ใจเย็นก่อน นายยังไม่มีทักษะโจมตีเลย มันก็เหมือนนายเอาพัดกระดาษไปไล่ตีหิน นายจะฆ่าบอสได้ยังไง” มันปรามไทก่อนอธิบายต่อว่า
“หลังจากที่นายได้ทักษะกายาครบแล้ว นายก็ลองหาทักษะต่อสู้ระดับตะกั่วขั้นสูงซัก 1 ทักษะจากระบบกูรู้ของนาย ถ้านายไม่ถนัดทักษะอะไรเลย ชั้นแนะนำให้หาทักษะจำพวกหมัดมวยเพื่อใช้มือเปล่าในการต่อสู้ เพราะมันมีโอกาสที่จะใช้ร่วมกับดัมเบลที่นายมีอยู่ได้”
“แล้วก็ลุยบอสได้ใช่มะ” ไทพูดย้ำอีกครั้ง เขากำลังฝันหวานว่าะโเขาไปเดี่ยวๆกับบอสดวงดาวและเอาชนะได้อย่างสวยงาม มันคงเท่ไม่หยอก
“ถ้านายมั่นใจก็แล้วแต่เลย และถ้าตอนนั้นบอสมันยังไม่มีใครฆ่าไปก่อนน่ะนะ” ปื๊ดบอกมาพร้อมทำหน้าละเหี่ยใจ นี่ไทมันจะมโนอะไรขนาดนั้น
ที่จริงปื๊ดไม่หวังว่าไทจะเป็คนที่ฆ่าบอสของดาวดวงแรกได้เลย จากข้อมูลที่ปื๊ดมี ตอนนี้กองกำลังชั้นแนวหน้าของา นำโดยผู้ร่วมาของสี่จักรพรรดิ (แมว 4 ตัวที่มาหาปื๊ดในบทที่ 2) รู้ที่อยู่ของบอสในดาวดวงแรกแล้ว และกำลังวางแผนรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะเข้าไปสังหารบอสดวงดาว กว่านายไทจะได้รับวิชากายครบ 4 วิชา และกว่าจะหาวิชาต่อสู้ที่เหมาะกับตัวเองได้ บอสก็น่าจะล่องจุ้นไปก่อนแล้ว
ปื๊ดหวังไว้กับดาวดวงที่ 2 เสียมากกว่า ซึ่งมันมีโอกาสมากกว่า!!
“หลังจากนั้น นายก็ต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเองแล้ว ชั้นจะช่วยได้แค่ให้คำแนะนำเป็ระยะๆ แต่ไม่สามารถมานำนายไปสู้นั่นสู้นี่ได้แบบตอนนี้แล้ว” ปื๊ดบอกไทด้วยสีหน้าจริงจังดูเคร่งเครียด
“อ่าว ทำไมล่ะ เธอไม่ได้จะช่วยฉันแบบนี้ไปตลอดรึ” ไทถามด้วยสีหน้างงๆ
“ตามกฏของา พอครบ 3 วัน ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ ฉันก็ต้องเอายานอวกาศออกจากชั้นบรรยากาศนี่แล้ว พอออกไปข้างนอกดาว เวลาบนดาวและในอวกาศจะเดินไปไม่เท่ากัน คือ 1 วินาทีบนอวกาศ จะเท่ากับบนดาว 360 วินาที เท่ากับว่า ถ้านายส่งข้อความไปหาชั้น และชั้นสามารถตอบนายได้ในเวลา 1 วินาทีในอวกาศ นายจะได้รับข้อความจากชั้นตอน 6 นาที ดังนั้นการสื่อสารระหว่างเราจะเป็เหมือนการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันเสียมากกว่า ซึ่งถ้าเป็เื่ฉุกเฉินมันก็ไม่ทันการแล้ว ชั้นถึงพยายามบอกว่านายต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเองให้ได้” ปื๊ดอธิบายให้ไทฟังอย่างสั้นๆ
“โอเคๆ ฉันเข้าใจละ เท่ากับเธอจะเป็ภาพโฮโลแกรมแบบนี้อีกวันเดียว หลังจากนั้นเธอจะมานั่ง “แชท” กับฉันแทน” ไทพยักหน้าอย่างเข้าใจ มันก็ไม่แย่อะไรอย่างน้อยก็ยังพอจะถามข้อมูลจากปื๊ดได้เป็ระยะๆ อาจจะไม่ทันทีทันใด แต่ก็ยังไม่ได้ทิ้งเขาไปเสียทีเดียว
“นั่นก็ขึ้นกับว่าตอนนั้นชั้นว่างและอยู่หน้าจอพร้อมจะตอบคำถามนายได้ด้วยนะ แต่นายยังโชคดีนะ ระบบสื่อสารเนี่ย ไม่ได้มีกันทุกคนหรอก บางคนนี่ปล่อยนักรบตัวเองลุยเดี่ยวไปเลยนะ ไม่มีการสื่อสารใดๆทั้งสิ้น” มันบอกไทเหมือนเป็การปลอบนิดๆ
ไทได้ฟังก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยเขาก็ยังถามข้อมูลปื๊ดได้เป็ระยะๆ ดีกว่าคนที่โดนปล่อยลอยแพเลยจริงๆ
แต่ไทไม่เคยรู้เลยว่า ผู้เข้าร่วมาคนอื่นมีเวลาศึกษาข้อมูลของาก่อนที่จะเข้าร่วมมานาน แถมยังมีเวลาเตรียมตัวอย่างเหลือเฟือ เนื่องจากส่วนใหญ่ทั้งแมวและหมาที่ชักชวนมาร่วมสงความได้เลือกคนที่มีความสามารถสูงไว้ล่วงหน้า และมีการให้ข้อมูลก่อนเข้าามาเป็เวลานานก่อนปล่อยลงมายังดวงดาว รวมถึงเริ่มเข้าร่วมาก่อนไทถึง 3 ปี (เท่ากับ 3 วันในเวลาปกติ) จึงมีความพร้อมเป็อย่างมาก ส่วนนายไทน่ะรึ เหมือนโดนจับพลัดจับผลูลากมาเข้าร่วมาในนาทีสุดท้าย ข้อมูลอะไรก็เตรียมให้ไม่ทัน มันก็ไม่ต่างจากปล่อยลอยแพเท่าไหร่นักหรอก นี่ถ้าไม่มีระบบสื่อสารก็ไม่รู้ว่านายไทจะเอาตัวรอดได้อย่างไร
ปื๊ดเดินนำไทออกจากป่าแรดศิลาได้ไม่เกิน 15 นาที ก็มาถึงป่าอีกแห่งหนึ่ง ป่านี้มีจุดเด่นคือ ใบไม้ในป่าทั้งหมดมีสีแดงเพลิงราวกับกำลังติดไฟอยู่
“ที่นี่ล่ะ” ปื๊ดบอกพลางเดินนำเข้าไปในป่า
“ป่าสีแดงแบบนี้ ธาตุไฟรึ” ไทถามแบบสงสสัย เพราะป่าที่ผ่านมาใบไม้เป็สีน้ำตาลก็มีแรดศิลาซึ่งเป็อสูรธาตุดินอาศัยอยู่
“ถูกเผงเลย เข้าใจง่ายแบบนี้ก็ดี ไปหาคชสารอัคคี แล้วจัดการมันซะ แล้วเอาแก่นอสูรมาเรียนวิชากายาคชสารอัคคี” ปื๊ดบอกแบบสรุปง่ายๆ ทีเดียวได้ใจความ
“แก่นอสูรอันเดียวก็พอใช่มั้ย” ไทถามมันแบบไม่มั่นใจว่าตนเองจะต้องสู้กับช้างอีกกี่ตัว ถึงแม้ร่างกายเขาจะมีความแข็งแกร่งระดับเหล็กขั้นกลาง แต่การโดนช้างทั้งโขลงกระทืบก็คงไม่น่าอภิรมย์นัก
“เืคชสารอัคคีก็เป็วัตถุดิบน่าสนใจนะ นายอย่ามัวแต่ปอดเลย เข้าไปสู้ๆได้แล้ว จะกี่ตัวก็สู้ๆไปเถอะ” ปื๊ดตอบพลางเร่งให้ไทเดินเข้าไปในป่าสีแดงเพลิงด้านหน้า ก่อนหันมาแอบยิ้มไม่ให้ไทเห็น
มีอย่างหนึ่งที่ปื๊ดไม่ได้บอกไทอีกอย่างก็คือ อสูรคชสารอัคคี เป็อสูรแบบเดียวกับแรดศิลาคืออสูรที่รักพวกพ้อง ถ้าไทไปฆ่าพวกมันเพียง 1 - 2 ตัว มันก็จะยกพวกมารุมสกรัมไทอย่างแน่นอน!!
ปื๊ดนึกถึงภาพที่ไทโดนรุมกระทืบแล้วก็อดแอบยิ้มไม่ได้!!
ไทเดินเข้าไปในป่าราว 15 นาทีก็มาเจอกับเป้าหมายตัวแรก
อสูรคชสารอัคคี!!
จะว่าไป อสูรคชสารอัคคีก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่กว่าช้างทั่วไปนัก มันสูงราว 2 เมตร ตัวสีเทา งาสีแดงเพลิง ตัวที่เขาพบนี้กำลังเดินหักต้นไม้กินอย่างสบายใจไม่ได้สนใจไทที่กำลังเดินเข้ามาใกล้แม้แต่น้อย
ป่าแห่งนี้เป็ถิ่นของมัน ไทก็เหมือนมดปลวก จะใส่ใจทำไมกินใบไม้ดีกว่า
ใครมันจะบ้ามาสู้กับคชสารอัคคีแบบพวกมันทั้งฝูง!!
และนั่นเป็สิ่งที่ปื๊ดไม่ได้บอกไท!!
ไทเดินเข้าไปใกล้มันขึ้นเรื่อยๆจนระยะห่างระหว่างเขากับอสูรคชสารอัคคีเหลือเพียง 5 เมตร ก่อนหยิบดัมเบลขึ้นมาไว้ในมือ
คชสารอัคคีเห็นไทหยิบอาวุธขึ้นมาจึงหยุดกินและหันมามองเขาแบบแปลกใจ
นี่ไอ้สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆนี่มันบ้าหรือเปล่า?? จะโจมตีคชสารอัคคีอย่างพวกเรารึ?? แล้วอาวุธในมืออันจ้อยนั่นมันอะไรกัน??
ไทเห็นอสูรคชสารอัคคีปล่อยให้เขาเข้ามาใกล้ขนาดนี้ก็รู้สึกเหมือนโดนดูถูก จึงไม่รอช้า หยิบดัมเบลขึ้นมาเสร็จ ก็พุ่งเข้าหาคชสารอัคคีแบบไม่ลังเล
แปร๋น....
คชสารอัคคีเห็นดังนั้นก็มั่นใจว่าไทเอาแน่ ด้วยความฉลาดของอสูรคชสารอัคคีมันร้องขึ้นกึกก้องก่อน แล้วจึงพุ่งสวนเข้าหาไทหมายกระทืบเขาให้จมดิน
เื่อะไรจะปล่อยให้โดนไทโจมตีก่อน!!
น่าเสียดายที่มันประมาทไทเกินไป ด้วยระยะเพียง 5 เมตร นายไทก้าวไปสองก้าวก่อนะโสวนเข้าไปสุดแรง ก็ถึงหัวที่เปิดโล่งของคชสารอัคคี ทำให้มันไม่มีเวลาที่จะเปิดการโจมตีก่อน
ส่วนฝั่งของคชสารอัคคีเนื่องจากขาดตัวของมัน ทำให้ไม่ได้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วนัก และหัวของมันที่มีขนาดใหญ่เป็เป้าอย่างดี ไทตีไม่พลาดแน่นอน
ปั่ก…
เพียงครั้งเดียวคชสารอัคคีก็วูบลงตรงหน้า
ปั่ก… ปั่ก… ปั่ก… ปั่ก…
เสียงทุบหัวรัวๆก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ไม่นานคชสารอัคคีก็สิ้นชีพ
“หึๆ เป็ไงล่ะ ประมาทข้าดีนัก” ไทหัวเราะออกมาหลังจากสังหารคชสารอัคคีได้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ไทก็เก็บเกี่ยวศพของมันโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ระหว่างนั้นก็มีเสียงสวบสาบของใบไม้รอบตัว ราวกับมีอะไรจำนวนมากเดินฝ่ามันออกมา แต่ไทไม่ได้สนใจแต่อย่างใด มัวแต่ห่วงจะเก็บเกี่ยวศพของอสูรคชสารอัคคี
เขาได้รับเืคชสารอัคคี 1,000 ลิตร หนังคชสารอัคคี 1 ชิ้น งาคชสารอัคคี 1 คู่ เนื้อคชสารอัคคี กระดูกคชสารอัคคีอีก 4 ชื้น และแก่นอสูรคชสารอัคคี
“ว้าว ได้แก่นอสูรคชสารอัคคีเลย แบบนี้ก็ง่ายแล้วสิเนี่ย” ไทพูดออกมาอย่างยินดี เขาไม่ต้องไปไล่ฆ่าคชสารอัคคีเพิ่มแล้ว
เขาหยิบแก่นอสูรคชสารอัคคีออกมาถือในมือ พลังของแก่นอสูรสีแดงเข้มแผ่ออกมาได้อย่างชัดเจน
ไทกลืนแก่นอสูรคชสารอัคคีไปโดยไม่ลังเล
ปี๊บ… ท่าน้าเลือกรับพลัง หรือทักษะจากแก่นอสูรคชสารอัคคี
“รับทักษะ” ไทตอบแบบไม่ลังเล
ปี๊บ… ยินดีด้วย ท่านได้รับทักษะกายาคชสารอัคคี
พอได้รับทักษะ ไทก็เปิดขึ้นมาดูทันที
กายาคชสารอัคคีระดับ 0
ค่าฝึกฝนสะสม : 0/100
ทักษะระดับตะกั่วขั้นกลาง
พลังโจมตี : ระดับตะกั่วขั้นต่ำ
แหล่งที่ได้รับ : เรียนรู้จากแก่นอสูรคชสารอัคคี
ประโยชน์ : เพิ่มพลังโจมตีให้กับร่างกายไบโอโรบอท
หมายเหตุ : ทักษะนี้สามารถฝึกได้ 2 ทางเท่านั้น คือ โจมตีศัตรู และกินแก่นอสูรของอสูรธาตุไฟ
“อ่าว การโจมตีเบาจัง เท่ากับระดับตะกั่วขั้นต่ำเอง” ไทหันไปบ่นกับปื๊ด
“นายพึ่งเรียนทักษะเอง มันจะเพิ่มพลังโจมตีของนายได้ยังไง นายต้องฝึกมันไปก่อนสิ” ปื๊ดบอก ก่อนมองไปรอบๆตัว มันเอะใจั้แ่ที่อสูรคชสารอัคคีร้องขึ้นก่อนที่จะพุ่งสวนใส่ไทแล้ว อสูรคชสารอัคคีเป็อสูรที่ค่อนข้างฉลาด มันจะไม่ร้องถ้าไม่มีเหตุผล พอมองรอบๆตัวเห็นเหตุการณ์จึงพูดต่อว่า
“ถ้าชั้นเป็นาย จะยังไม่สนใจทักษะอะไรนั่นนะ ชั้นจะสนใจรอบๆตัวมากกว่า!!”
“หือ อะไรรึ??” ไทได้ยินปื๊ดพูดเป็ปริศนาแบบนี้ก็เอะใจ ครั้งก่อนที่ปื๊ดพูดแบบนี้เขาเจอฝูงแรดรุมยำเสียน่วม เขาจึงเงยหน้าขึ้นหันมามองรอบๆตัวทันที
“ชิ... หายละ!!!” ไทได้แค่อุทานจบ เสียงรอบตัวก็ดังกระหึ่มขึ้น
แปร๋นๆๆๆ…
รอบๆตัวเขาเต็มไปด้วยอสูรคชสารอัคคีที่ยืนเรียงรายอยู่ หนึ่งในนั้น คือ จ่าฝูงคชสารอัคคี มันสูงกว่า 3 เมตร ลำตัวมีสีเทาเข้มจนเกือบเป็สีดำ ที่แปลกคืองาของมันที่มีสีแดงเพลิงกลับไม่ได้เป็วงกลมและโค้งงอเหมือนงาช้างทั่วไป แต่เป็สามเหลี่ยมที่มีปลายแหลมและตรงเป๊ะราวกับหอกขนาดั์ก็ไม่ปาน ความยาวของงาก็ยาวกว่าปกติ โดยงาแต่ละข้างยาวถึงประมาณ 1.5 เมตร
พวกมันน่าจะยืนดูไทมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่เข้าโจมตี ราวกับกำลังดูว่าเขาจะทำอะไรบ้าง แต่พอไทเงยหน้าขึ้นมาเห็นพวกมัน เหล่าอสูรคชสารอัคคีก็พร้อมใจกันร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เขาฆ่าเพื่อร่วมฝูงของมันไป
“เธอ… เธออย่าบอกนะว่าอสูรคชสารอัคคี ก็เหมือนอสูรแรดศิลา” ไทหันไปถามปื๊ดถามด้วยเสียงสั่นๆ
“ใช่แล้ว พวกมันเป็อสูรที่ “รักพวกพ้อง” เหมือนกันเป๊ะ แถมพลังโจมตีสูงมากเสียด้วย ต่อให้นายมีกายาแรดศิลาระดับ 4 ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะโจมตีไม่เข้านะ เพราะกายาแรดศิลามันเป็ธาตุดิน ซึ่งแพ้ทางอสูรคชสารอัคคีที่เป็ธาตุไฟอยู่แล้ว แถมพลังโจมตีของพวกมันยังอยู่ในระดับเหล็กขั้นต้นอีกต่างหาก” ปื๊ดตอบพร้อมเตือนไทมาด้วยความหวังดี ก่อนที่จะทำแบบเดิมอีกครั้งด้วยการพูดประโยคเดิมๆว่า...
“ขอให้สนุกกับการฝึกนะไท ฉันไปหากาแฟกินก่อนล่ะ” พูดจบ มันก็หันหลังเดินจากไป นี่มันเดจาวูชัดๆ
“ปื๊ด… ไอ้แมวบ้า ฝากไว้ก่อนเท๊อะ...” ไทได้แต่ะโด่าไล่หลังภาพโฮโลแกรมที่หายวับไป
พอเขาหันกลับมาก็เห็นจ่าฝูงแรดศิลาจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยสายตาแดงก่ำ ยังไม่ทันที่ไทจะได้ทำอะไรก็มีเสียงของมันดังขึ้น
ฮู่ม… (ฆ่า)
พอเสียงสั่งการของจ่าฝูงที่เป็เอกลักษณ์ไม่เหมือนเสียงของอสูรคชสารอัคคีตัวอื่นจบลง เหล่าอสูรคชสารอัคคีก็ดาหน้าเข้าหาไททันที...