แต่ในท้ายที่สุดจอมปลาไหลอย่างพาราฟินก็ตัดสินใจได้ ว่าจะไม่เปิดเผยความลับนั้นออกไป
“เอ่อ…ก็ไม่มีอะไรมากหรอก พวกเราแค่เคยเข้าปาร์ตี้เปิดร่วมกันสองสามครั้งน่ะจากนั้นเห็นว่าฝีมือหมอนี่พอไปวัดไปวาได้ ก็เลยชวนมาเป็นปาร์ตี้ถาวรด้วยกัน”หนุ่มร่างยักษ์เอ่ย
“ถุยฉันเป็นคนชวนต่างหาก” วิฬาร์แย้ง
ทั้งสองคนหันมามองกันพร้อมเลิกคิ้วเป็นเชิงหาเรื่องแม้เรื่องจริงที่เจอกันเป็นครั้งแรกจะเล่าออกมาไม่ได้ เพราะพวกเขาเคยได้ยินว่าพวกจีเอ็มชอบแอบใช้อำนาจควบคุมระบบแกล้งผู้เล่นที่เป็นตัวก่อปัญหาแต่ไอ้ส่วนนี้ พวกเขาไม่มีทางยอมให้อีกฝั่งบิดเบือนความจริงแน่
ทั้งสองเถียงกันอย่างจริงจังทำเอาสมาชิกทั้งเก้าเริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ชมในสนามกีฬาเทนนิสที่มองทั้งสองฝ่ายโต้คารมกันไปมาอย่างดุเดือด
“เอ็งจะเอาเรอะ!” พาราฟินคำราม
และรุนแรงขึ้นทุกนาที
เบอร์เบิลมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเหมือนคนใกล้จะร้องไห้ภาพลักษณ์ของลูกพี่และพาราฟินที่ผุกร่อนอยู่แล้ว เริ่มพังทลายลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่มีใครยอมใครจนในที่สุด อาเมียร์ที่เป็นเจ้าของคำถามต้องเอ่ยห้าม ยอมแพ้ให้กับคำถามนี้
ธาร์สที่เห็นว่าอาเมียร์เอาตัวเข้าขวางกองเพลิงทั้งสองอย่างใจกล้าเจ้าตัวจึงรีบเข้ามาช่วยทันทีคว้าขนมกล่องหนึ่งที่บังเอิญซื้อติดตัวมาก่อนทำภารกิจออกมาโชว์
“ช่างมันเถอะครับลูกพี่ทั้งสอง ผมว่าเราหาอะไรกินกันให้ใจเย็นหน่อยดีกว่า”
พอถูกกรรมการแยกวิฬาร์จึงพ่นลมออกมาอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยินดีจบเรื่อง
พาราฟินเองก็เช่นกัน
แต่พอเจ้าของฉายานพเคราะห์เห็นตราบนกล่องขนมก็ต้องส่งเสียงหึอย่างขบขัน
“คุณนี่รสนิยมไม่ได้เรื่องเลย ขนมร้านนั้นซื้อมาได้ยังไง แพงซะเปล่า รสชาติก็งั้นๆ ”
ทั้งหมดที่ได้ยินดังนั้นก็เบนสายตาไปตามคำพูดของพาราฟินทันที
ตราบนกล่องบอกว่าขนมที่ธาร์สซื้อมาจากร้าน‘TheLast Bakery’ หนึ่งในร้านขนมหวานท็อปไฟว์ของเมืองปางตาลของเด็ดของร้านนี้คือชีสเค้กนุ่มละมุน ราคาสูงถึงชิ้นละห้าเหรียญทองราคาเท่ากับอาหารดีๆ ถึงสองมื้อ
รีวิวร้านนี้ได้ถึงสี่ดาวเศษไม่น่าเชื่อว่าพาราฟินจะนิยามมันด้วยคำว่า ‘แพงซะเปล่า’ กับ ‘รสชาติงั้นๆ’
“รสชาติงั้นๆหรอคะ? ฉันว่ามันอร่อยมากเลยนะ” อรุณวดีช่วยแย้ง
พาราฟินยิ้มพลางส่ายหน้าก่อนจะหันมามองวิฬาร์แล้วเอ่ยปากขอ พร้อมส่งสายตาวิ้งๆ มาให้
“ทำให้เด็กมันดูหน่อยซิ”
เขายิ้มรับก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบแล้วหยิบวัตถุดิบออกมาตามคำขอ
“นายช่วยนิดนึงละกัน”
พาราฟินที่เห็นดังนั้นก็กำมือชูขึ้นร้องไชโยอย่างดีใจถูไม้ถูมือแล้วแลบลิ้นเลียปาก ขัดกับสมาชิกที่เหลือ
พวกเขาทั้งเก้าที่เห็นวิฬาร์คว้าของออกมาก็เริ่มหน้าซีดมองตากันเลิ่กลั่กว่าเอายังไงกันดี เพราะอ้างอิงจากครั้งก่อนๆที่วิฬาร์ทำกับข้าวเลี้ยงพวกเขาแล้วทั้งหมดเกิดความเชื่อฝังใจไปแล้วว่าหากใครกินอาหารที่วิฬาร์ทำเข้าไปหากไม่กลับไปฟื้นที่จุดเกิด ก็ต้องหายาแก้พิษมาเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทันยาและอีกแปดคนจึงรีบส่งโทรจิตคุยกันด้วยสีหน้าหลุกหลิกหวังดีดใครสักคนออกไปเป็นหนังหน้าไฟเพื่อช่วยชีวิตน้อยๆ ของตัวเอง
“คือลูกพี่ไม่ต้องลำบากหรอกครับ พวกเราอยากให้ลูกพี่พักผ่อนกันมากกว่า”เกออนเปิดหน้าชนเป็นคนแรก แล้วเอื้อมมือมารั้งแขนขวาลูกพี่เอาไว้
“นั่นสิคะเรากินของธรรมดาพวกนี้กันเถอะ จะได้ไม่ยุ่งยาก” มุเตาเองก็ร่วมวงด้วยเจ้าตัวกระโดดข้ามกองไฟมารั้งแขนซ้าย เธอเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายกับลูกพี่มาถ้ามาตายเพราะเรื่องนี้ มันไม่ได้นะ!
“อย่า! พวกคุณรู้มั้ยว่าการจะได้กินฝีมือหมอนี่มันยากขนาดไหน อยู่นิ่งๆ กันไปเลย”พาราฟินดีดนิ้วสองที ก้อนเวทมนตร์ก็ดีดใส่มือของเกออนและทันยาดังเพี๊ยะจนกระเด็นไปคนละทางแถมเจ้าตัวยังถลึงตาข่มใส่คนที่เหลืออย่างเอาเรื่อง ท่าทีดูจริงจังเป็นที่สุด ทำเอาทั้งหมดเริ่มเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง
พาราฟินเชื่อมือลูกพี่ถึงขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?
หรือว่าเขามีลิ้นจระเข้?
กระเพาะเหล็ก?
ลำไส้ใยโลหะ?
ทั้งหมดเริ่มคิดอย่างหวาดระแวง
แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไรสุดท้าย ทั้งหมดก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ ยอมรับชะตากรรม
วิฬาร์เอาแครกเกอร์ออกมาจากถุงแล้วบดด้วยพลังเวทมนตร์ก่อนจะเริ่มเทวิปครีมออกมาแล้วตีจนขึ้นฟู ปั่นครีมชีสและส่วนผสมอื่นๆจนเข้ากันด้วยเวทมนตร์กลางอากาศ แช่แผ่นเจลาตินด้วยเวทมนตร์น้ำ จากนั้นผสมทุกอย่างเข้ากันตามลำดับก่อนจะเทส่วนผสมลงเป็นชั้นๆ ที่เรียงตัวอย่างสวยงามด้วยความเร็วสูง
ทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมๆกันราวกับมีคนสี่ห้าคนช่วยกันทำ
ไม่น่าเชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดทำด้วยเวทมนตร์เพียงอย่างเดียวโดยไม่พึ่งพาเครื่องมืออื่นใดเลย ความเชี่ยวชาญในระดับนี้เกรงว่าแม้แต่เกออนที่ถนัดธาตุเวทที่สุดในกลุ่มยังต้องฝึกฝนอีกนาน
“เร่งหน่อย”เขาส่งก้อนชีสเค้กบลูเบอร์รี่ที่ยังเหลวอยู่ให้พาราฟินกลางอากาศ
แม้จะยังไม่แข็งตัวแต่การเรียงตัวของชั้นเค้กตั้งแต่ชั้นล่างขึ้นมาถึงด้านบนก็สวยงามอย่างน่าประหลาดกลิ่นของบลูเบอร์รี่ที่ส่งความหอมออกมาอ่อนๆปนกับเนื้อโยเกิร์ตก็ยิ่งเรียกน้ำย่อยของพวกเขาออกมาอีกครั้ง ตัวแครกเกอร์สีเหลืองทองในชั้นล่างที่ถูกผสมกับเนยเหลวเองก็เช่นกันความหอมของไขมันเนยที่ลอยออกมาก็ทำให้พวกเขาสูดกลิ่นเข้าไปอย่างอิ่มเอมไม่ต้องมีจมูกระดับเชฟ พวกเขาก็กล้าฟันธงว่าเนยและครีมชีสที่วิฬาร์ใช้เป็นคนละเกรดกับร้านเดอะลาสต์เบเกอรี่โดยสิ้นเชิง
หลายๆคนจึงเริ่มเกิดความเชื่อว่ามันอาจจะรสชาติดีกว่าที่พวกเขากะเกณฑ์กันไว้ตั้งแต่ตอนแรก
พาราฟินรับชีสเค้กก้อนนั้นมาอย่างเบามือก่อนจะใช้เวทบิดกาลผสมกับธาตุเวทน้ำแข็งเร่งความเร็วในการแข็งตัวของเนื้อเค้กในพริบตา
ไม่นานชีสเค้กขนาดสามปอนด์ก็ปรากฏโฉมออกมา
ผิวด้านบนที่เป็นสีม่วงอมชมพูเรียบเนียนราวผิวสตรีแต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเห็นเนื้อผลไม้ที่กระจายตัวอยู่ในเนื้อเค้กได้อย่างชัดเจน
และบนหน้าเค้กก็มีลูกบลูเบอร์รี่ขนาดเท่านิ้วโป้งวางเรียงเป็นวงอย่างมีระเบียบ พร้อมด้วยก้อนวิปครีมสีขาวนุ่มละมุนที่ช้อนรับอยู่ด้านใต้
ธาร์สกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่อยู่มองมันด้วยแววตาคาดหวัง
สมาชิกทั้งเก้ามองตากันอย่างลังเลความงดงามของมันช่างดึงดูดใจเสียเหลือเกิน ทว่าความทรงจำอันเลวร้ายครั้งก่อนกลับเป็นเครื่องมือฉุดรั้งพวกเขาเอาไว้ให้ไม่กล้าเดินหน้าต่อ
แต่ก่อนที่วิฬาร์หรือพาราฟินจะลงมือแบ่งมันให้ทุกคนเสียงกรีดอากาศจากเบื้องหลังกลับดังขึ้นอย่างรุนแรง
และพริบตาถัดมาเค้กก้อนนั้นก็ถูกเฉือนออกไปชิ้นหนึ่งทันที
หญิงสาวร่างเล็กพร้อมวงหน้าสดใสปานตุ๊กตากระเบื้องโผล่มาจากไหนไม่ทราบเจ้าตัวใช้ส้อมเล็กในมือตัดชีสเค้กแล้วส่งเข้าปากด้วยความเร็วสูงวงหน้างดงามทอความพึงพอใจออกมาอย่างอิ่มเอม ก่อนจะค่อยๆบรรจงใช้ลิ้นบดเนื้อเค้กในปากอย่างละเมียดละไมคล้ายกลัวว่าหากรีบกลืนมันลงไปโดยไม่สัมผัสรสชาติของมันให้เต็มที่จะเป็นความผิดที่ไม่สามารถอภัยได้
“เห้ย! แกมาได้ไง” พาราฟินโพล่งออกมาอย่างตกใจแต่ยังไม่ลืมรีบใช้เวทมนตร์เฉือนส่วนของตัวเองออกมาเก็บไว้ทันที
“ของอร่อยแบบนี้จะพลาดได้ไง!” สาวตัวเล็กตอบ
เกออนมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนจะเอ่ยนามเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปิดความตื่นเต้นเอาไว้ไม่มิด
“คะ…คุณไซออน”
สมาชิกทั้งหมดแตกตื่นทันที
กระทบไหล่สองเศียรในวันเดียว?
เกรงว่าต่อให้ฝันสักสามรอบพวกเขาก็ไม่กล้าจินตนาการถึงความเป็นไปได้นี้
แต่ทั้งหมดยังไม่ทันแตกตื่นกันเสร็จเสียงโลหะกระทบกันและเสียงระเบิดจากด้านหลังก็ดึงความสนใจพวกเขาไปอีกครั้ง
ซิกมาและรุสโซอ้าปากค้างจนคางแทบแตะถึงพื้นเมื่อเห็นตัวต้นเหตุมุ่งตรงมาที่พวกเขาด้วยความเร็วสูงราวกับจรวดที่พุ่งออกจากฐาน
“ราชันอสูรกิระ”
“ผู้บัญชาการโลหิตฟาร์นาร์ท”
พริบตานั้นเค้กก้อนใหญ่ก็หายไปอีกสองชิ้นในเสี้ยววินาที
สมาชิกทั้งเก้าเมื่อเห็นภาพนั้นก็แทบลืมหายใจ เหล่าเศียรทั้งสามปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซ้ำยังใกล้เสียขนาดนี้ พวกเขาไม่เคยคิดฝันว่ามันจะเป็นจริง
ทว่าหลังจากแบ่งเค้กไปกันคนละชิ้นแล้วภาพที่พวกเขานึกว่าแต่ละคนต้องรุมทิ้งจนพาราฟินเละเป็นโจ๊กกลับไม่เกิดขึ้นแต่ละคนหันไปกินเค้กในมือตัวเองโดยไม่สนใจชิ้นใหญ่แม้แต่น้อยดูมีระเบียบจนน่าผิดปกติ
ทั้งหมดยังชะงักค้างมองภาพรอบด้านอย่างไม่รู้จะทำยังไง แต่ฟาร์นาร์ทสังเกตเห็นคนพวกนี้แล้ว
เขาเป็นถึงหนึ่งในจอมทัพแนวหน้าของกิลด์ทักษะการบัญชาการและมองภาพรวมย่อมไม่อ่อนด้อยบวกกับเคยจำได้ว่าวิฬาร์หาคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปช่วยทำภารกิจเผ่ายักษ์เจ้าตัวก็ปะติดปะต่อเรื่องได้ทันทีว่าเด็กๆ พวกนี้เป็นใครวินาทีนั้นจึงคิดฉวยโอกาสจับปลาน้ำขุ่นหน้าด้านๆ
เพื่อของอร่อยขนาดนี้เขาย่อมไม่ทิ้งโอกาส
“สวัสดีครับผมฟาร์นาร์ทถ้าพวกคุณไม่กินผมขอส่วนของพวกคุณได้มั้ย”มันพูดเร็วโดยไม่เว้นวรรคตอน ซ้ำยังถี่รัวจนฟังไม่ถนัดทำเอาเด็กใหม่ทั้งเก้าจับใจความไม่ทัน ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
“อ่า…”
ซิกมาที่สมองยังลัดวงจรอยู่เอ่ยขึ้นมาอย่างเก้ๆกังๆ
“โอเค”
เค้กหายไปอีกชิ้น
“เห้ย! ผมกิระ คุณล่ะ กินมั้ย?”
“คือ…”รุสโซเอ่ย
“ดี!”
หายไปอีกชิ้น
“ฉันไซออนนายล่ะ ว่าไง?”
“หา?”เกออนกับอาเมียร์ผงะ ไม่นึกว่าไซออนจะหันมาส่งยิ้มให้
เค้กหายไปอีกสองชิ้น
“เห้ย! เอ็งล่ะว่าไง?” พาราฟินหันไปกวาดตามองเหยื่อที่เหลือแล้วถาม
เรื่องลากมาถึงขนาดนี้เป็นใครก็รู้โดยสามัญสำนึกว่านี่คือของดีขนาดไหน หากเอ่ยปากพูดเกรงว่าจะถูกเหมารวมว่ายินยอมมอบสิทธิ์ให้กับคนอื่นเป็นตายยังไงเบอร์เบิลก็ไม่ส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว
พาราฟินที่เห็นดังนั้นก็ถลึงตามองเจ้าตัวทำท่าคล้ายจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่พอได้ยินเสียงกระแอมดังมาจากอีกด้านกำปั้นยักษ์ที่พึ่งเงื้อขึ้นเมื่อครู่ก็ทิ้งลงอย่างแห้งเหี่ยวราวลูกโป่งถูกปล่อยลมถอยหลังกลับไปกะลิ้มกะเหลี่ยใส่ไซออนที่ได้ไปสองชิ้นทันที
“ขอครึ่งชิ้นเดะ”
“ไม่!”
เกิดเสียงโหยหวนดังมาแผ่วๆ
ถ้าจะกินขนมของวิฬาร์ก็ต้องทำตามกฎของวิฬาร์
ทุกคนจะได้สิทธิ์กินเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นห้ามหยิบไปมากกว่าส่วนของตัวเอง ไม่อย่างนั้น จะถูกห้ามกินในครั้งต่อไปทันทีทว่าสามารถยกสิทธิ์ให้กับคนอื่นได้
และนี่คือช่องโหว่ที่ฟาร์นาร์ทคว้ามาได้เป็นคนแรก ตามมาด้วยกิระ และไซออนที่ได้กำไรไปถึงสองชิ้น
ส่วนคนที่เหลือเมื่อเห็นภาพนี้ ต่างก็กรูกันเข้ามาเอาส่วนของตนไปทันทีและเมื่อส่งเค้กคำแรกเข้าปาก พวกเขาก็ต้องชะงักค้าง
เนื้อเค้กที่นุ่มละมุนแตกละลายในปากก่อนที่จะพ่นซอสบลูเบอร์รี่หวานฉ่ำออกมา จากนั้นก็ผสานเข้ากับความเค็มจากชีสเค้กตามมาด้วยกลิ่นหอมของเนย และเนื้อกรุบกรอบของแครกเกอร์เบื้องล่างช่างเป็นความเข้ากันที่น่าเหลือเชื่อ ความอร่อยระดับนี้ ทำให้ธาร์สดีดเค้กจากร้านลาสๆอะไรนั่นตกอันดับไปในทันที
ส่วนเกออนและคนอื่นๆที่ถูกฉกเค้กไปต่อหน้าต่อตาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เริ่มโวยวายขอความเป็นธรรมจากลูกพี่
วิฬาร์ที่เห็นดังนั้นก็นึกขำหันไปไล่ตบเอาเค้กชิ้นก่อนๆ คืนมาให้ ทำเอาเหล่าเศียรพากันบ่นงึมงำ หน้าง้ำหน้างอ
“ขอบคุณคร้าบลูกพี่”สมาชิกทั้งสี่ที่ได้ของคืนมาพากันกราบกราน
เจอเรื่องเดือดๆ มาหลายตอน พักสมองกันนิดนึงนะครับ ^^