The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๑๓๗ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก

            แต่ในท้ายที่สุดจอมปลาไหลอย่างพาราฟินก็ตัดสินใจได้ ว่าจะไม่เปิดเผยความลับนั้นออกไป

            “เอ่อ…ก็ไม่มีอะไรมากหรอก พวกเราแค่เคยเข้าปาร์ตี้เปิดร่วมกันสองสามครั้งน่ะจากนั้นเห็นว่าฝีมือหมอนี่พอไปวัดไปวาได้ ก็เลยชวนมาเป็นปาร์ตี้ถาวรด้วยกัน”หนุ่มร่างยักษ์เอ่ย

            “ถุยฉันเป็นคนชวนต่างหาก” วิฬาร์แย้ง

            ทั้งสองคนหันมามองกันพร้อมเลิกคิ้วเป็นเชิงหาเรื่องแม้เรื่องจริงที่เจอกันเป็นครั้งแรกจะเล่าออกมาไม่ได้ เพราะพวกเขาเคยได้ยินว่าพวกจีเอ็มชอบแอบใช้อำนาจควบคุมระบบแกล้งผู้เล่นที่เป็นตัวก่อปัญหาแต่ไอ้ส่วนนี้ พวกเขาไม่มีทางยอมให้อีกฝั่งบิดเบือนความจริงแน่

            ทั้งสองเถียงกันอย่างจริงจังทำเอาสมาชิกทั้งเก้าเริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ชมในสนามกีฬาเทนนิสที่มองทั้งสองฝ่ายโต้คารมกันไปมาอย่างดุเดือด

            “เอ็งจะเอาเรอะ!” พาราฟินคำราม

            และรุนแรงขึ้นทุกนาที

            เบอร์เบิลมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเหมือนคนใกล้จะร้องไห้ภาพลักษณ์ของลูกพี่และพาราฟินที่ผุกร่อนอยู่แล้ว เริ่มพังทลายลงอย่างต่อเนื่อง

            ทั้งสองเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่มีใครยอมใครจนในที่สุด อาเมียร์ที่เป็นเจ้าของคำถามต้องเอ่ยห้าม ยอมแพ้ให้กับคำถามนี้

            ธาร์สที่เห็นว่าอาเมียร์เอาตัวเข้าขวางกองเพลิงทั้งสองอย่างใจกล้าเจ้าตัวจึงรีบเข้ามาช่วยทันทีคว้าขนมกล่องหนึ่งที่บังเอิญซื้อติดตัวมาก่อนทำภารกิจออกมาโชว์

            “ช่างมันเถอะครับลูกพี่ทั้งสอง ผมว่าเราหาอะไรกินกันให้ใจเย็นหน่อยดีกว่า”

            พอถูกกรรมการแยกวิฬาร์จึงพ่นลมออกมาอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยินดีจบเรื่อง

            พาราฟินเองก็เช่นกัน

            แต่พอเจ้าของฉายานพเคราะห์เห็นตราบนกล่องขนมก็ต้องส่งเสียงหึอย่างขบขัน

            “คุณนี่รสนิยมไม่ได้เรื่องเลย ขนมร้านนั้นซื้อมาได้ยังไง แพงซะเปล่า รสชาติก็งั้นๆ ”

            ทั้งหมดที่ได้ยินดังนั้นก็เบนสายตาไปตามคำพูดของพาราฟินทันที

            ตราบนกล่องบอกว่าขนมที่ธาร์สซื้อมาจากร้าน‘TheLast Bakery’ หนึ่งในร้านขนมหวานท็อปไฟว์ของเมืองปางตาลของเด็ดของร้านนี้คือชีสเค้กนุ่มละมุน ราคาสูงถึงชิ้นละห้าเหรียญทองราคาเท่ากับอาหารดีๆ ถึงสองมื้อ

            รีวิวร้านนี้ได้ถึงสี่ดาวเศษไม่น่าเชื่อว่าพาราฟินจะนิยามมันด้วยคำว่า ‘แพงซะเปล่า’ กับ ‘รสชาติงั้นๆ’

            “รสชาติงั้นๆหรอคะ? ฉันว่ามันอร่อยมากเลยนะ” อรุณวดีช่วยแย้ง

            พาราฟินยิ้มพลางส่ายหน้าก่อนจะหันมามองวิฬาร์แล้วเอ่ยปากขอ พร้อมส่งสายตาวิ้งๆ มาให้

            “ทำให้เด็กมันดูหน่อยซิ”

            เขายิ้มรับก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบแล้วหยิบวัตถุดิบออกมาตามคำขอ

            “นายช่วยนิดนึงละกัน”

            พาราฟินที่เห็นดังนั้นก็กำมือชูขึ้นร้องไชโยอย่างดีใจถูไม้ถูมือแล้วแลบลิ้นเลียปาก ขัดกับสมาชิกที่เหลือ

            พวกเขาทั้งเก้าที่เห็นวิฬาร์คว้าของออกมาก็เริ่มหน้าซีดมองตากันเลิ่กลั่กว่าเอายังไงกันดี เพราะอ้างอิงจากครั้งก่อนๆที่วิฬาร์ทำกับข้าวเลี้ยงพวกเขาแล้วทั้งหมดเกิดความเชื่อฝังใจไปแล้วว่าหากใครกินอาหารที่วิฬาร์ทำเข้าไปหากไม่กลับไปฟื้นที่จุดเกิด ก็ต้องหายาแก้พิษมาเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทันยาและอีกแปดคนจึงรีบส่งโทรจิตคุยกันด้วยสีหน้าหลุกหลิกหวังดีดใครสักคนออกไปเป็นหนังหน้าไฟเพื่อช่วยชีวิตน้อยๆ ของตัวเอง

            “คือลูกพี่ไม่ต้องลำบากหรอกครับ พวกเราอยากให้ลูกพี่พักผ่อนกันมากกว่า”เกออนเปิดหน้าชนเป็นคนแรก แล้วเอื้อมมือมารั้งแขนขวาลูกพี่เอาไว้

            “นั่นสิคะเรากินของธรรมดาพวกนี้กันเถอะ จะได้ไม่ยุ่งยาก” มุเตาเองก็ร่วมวงด้วยเจ้าตัวกระโดดข้ามกองไฟมารั้งแขนซ้าย เธอเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายกับลูกพี่มาถ้ามาตายเพราะเรื่องนี้ มันไม่ได้นะ!

            “อย่า! พวกคุณรู้มั้ยว่าการจะได้กินฝีมือหมอนี่มันยากขนาดไหน อยู่นิ่งๆ กันไปเลย”พาราฟินดีดนิ้วสองที ก้อนเวทมนตร์ก็ดีดใส่มือของเกออนและทันยาดังเพี๊ยะจนกระเด็นไปคนละทางแถมเจ้าตัวยังถลึงตาข่มใส่คนที่เหลืออย่างเอาเรื่อง ท่าทีดูจริงจังเป็นที่สุด ทำเอาทั้งหมดเริ่มเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง

            พาราฟินเชื่อมือลูกพี่ถึงขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?

            หรือว่าเขามีลิ้นจระเข้?

            กระเพาะเหล็ก?

            ลำไส้ใยโลหะ?

            ทั้งหมดเริ่มคิดอย่างหวาดระแวง

            แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไรสุดท้าย ทั้งหมดก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ ยอมรับชะตากรรม

            วิฬาร์เอาแครกเกอร์ออกมาจากถุงแล้วบดด้วยพลังเวทมนตร์ก่อนจะเริ่มเทวิปครีมออกมาแล้วตีจนขึ้นฟู ปั่นครีมชีสและส่วนผสมอื่นๆจนเข้ากันด้วยเวทมนตร์กลางอากาศ แช่แผ่นเจลาตินด้วยเวทมนตร์น้ำ จากนั้นผสมทุกอย่างเข้ากันตามลำดับก่อนจะเทส่วนผสมลงเป็นชั้นๆ ที่เรียงตัวอย่างสวยงามด้วยความเร็วสูง

            ทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมๆกันราวกับมีคนสี่ห้าคนช่วยกันทำ

            ไม่น่าเชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดทำด้วยเวทมนตร์เพียงอย่างเดียวโดยไม่พึ่งพาเครื่องมืออื่นใดเลย ความเชี่ยวชาญในระดับนี้เกรงว่าแม้แต่เกออนที่ถนัดธาตุเวทที่สุดในกลุ่มยังต้องฝึกฝนอีกนาน

            “เร่งหน่อย”เขาส่งก้อนชีสเค้กบลูเบอร์รี่ที่ยังเหลวอยู่ให้พาราฟินกลางอากาศ

            แม้จะยังไม่แข็งตัวแต่การเรียงตัวของชั้นเค้กตั้งแต่ชั้นล่างขึ้นมาถึงด้านบนก็สวยงามอย่างน่าประหลาดกลิ่นของบลูเบอร์รี่ที่ส่งความหอมออกมาอ่อนๆปนกับเนื้อโยเกิร์ตก็ยิ่งเรียกน้ำย่อยของพวกเขาออกมาอีกครั้ง ตัวแครกเกอร์สีเหลืองทองในชั้นล่างที่ถูกผสมกับเนยเหลวเองก็เช่นกันความหอมของไขมันเนยที่ลอยออกมาก็ทำให้พวกเขาสูดกลิ่นเข้าไปอย่างอิ่มเอมไม่ต้องมีจมูกระดับเชฟ พวกเขาก็กล้าฟันธงว่าเนยและครีมชีสที่วิฬาร์ใช้เป็นคนละเกรดกับร้านเดอะลาสต์เบเกอรี่โดยสิ้นเชิง

            หลายๆคนจึงเริ่มเกิดความเชื่อว่ามันอาจจะรสชาติดีกว่าที่พวกเขากะเกณฑ์กันไว้ตั้งแต่ตอนแรก

            พาราฟินรับชีสเค้กก้อนนั้นมาอย่างเบามือก่อนจะใช้เวทบิดกาลผสมกับธาตุเวทน้ำแข็งเร่งความเร็วในการแข็งตัวของเนื้อเค้กในพริบตา

            ไม่นานชีสเค้กขนาดสามปอนด์ก็ปรากฏโฉมออกมา

            ผิวด้านบนที่เป็นสีม่วงอมชมพูเรียบเนียนราวผิวสตรีแต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเห็นเนื้อผลไม้ที่กระจายตัวอยู่ในเนื้อเค้กได้อย่างชัดเจน

            และบนหน้าเค้กก็มีลูกบลูเบอร์รี่ขนาดเท่านิ้วโป้งวางเรียงเป็นวงอย่างมีระเบียบ พร้อมด้วยก้อนวิปครีมสีขาวนุ่มละมุนที่ช้อนรับอยู่ด้านใต้

            ธาร์สกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่อยู่มองมันด้วยแววตาคาดหวัง

            สมาชิกทั้งเก้ามองตากันอย่างลังเลความงดงามของมันช่างดึงดูดใจเสียเหลือเกิน ทว่าความทรงจำอันเลวร้ายครั้งก่อนกลับเป็นเครื่องมือฉุดรั้งพวกเขาเอาไว้ให้ไม่กล้าเดินหน้าต่อ

            แต่ก่อนที่วิฬาร์หรือพาราฟินจะลงมือแบ่งมันให้ทุกคนเสียงกรีดอากาศจากเบื้องหลังกลับดังขึ้นอย่างรุนแรง

            และพริบตาถัดมาเค้กก้อนนั้นก็ถูกเฉือนออกไปชิ้นหนึ่งทันที

            หญิงสาวร่างเล็กพร้อมวงหน้าสดใสปานตุ๊กตากระเบื้องโผล่มาจากไหนไม่ทราบเจ้าตัวใช้ส้อมเล็กในมือตัดชีสเค้กแล้วส่งเข้าปากด้วยความเร็วสูงวงหน้างดงามทอความพึงพอใจออกมาอย่างอิ่มเอม ก่อนจะค่อยๆบรรจงใช้ลิ้นบดเนื้อเค้กในปากอย่างละเมียดละไมคล้ายกลัวว่าหากรีบกลืนมันลงไปโดยไม่สัมผัสรสชาติของมันให้เต็มที่จะเป็นความผิดที่ไม่สามารถอภัยได้

            “เห้ย! แกมาได้ไง” พาราฟินโพล่งออกมาอย่างตกใจแต่ยังไม่ลืมรีบใช้เวทมนตร์เฉือนส่วนของตัวเองออกมาเก็บไว้ทันที

            “ของอร่อยแบบนี้จะพลาดได้ไง!” สาวตัวเล็กตอบ

            เกออนมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนจะเอ่ยนามเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปิดความตื่นเต้นเอาไว้ไม่มิด

            “คะ…คุณไซออน”

            สมาชิกทั้งหมดแตกตื่นทันที

            กระทบไหล่สองเศียรในวันเดียว?

            เกรงว่าต่อให้ฝันสักสามรอบพวกเขาก็ไม่กล้าจินตนาการถึงความเป็นไปได้นี้

            แต่ทั้งหมดยังไม่ทันแตกตื่นกันเสร็จเสียงโลหะกระทบกันและเสียงระเบิดจากด้านหลังก็ดึงความสนใจพวกเขาไปอีกครั้ง

            ซิกมาและรุสโซอ้าปากค้างจนคางแทบแตะถึงพื้นเมื่อเห็นตัวต้นเหตุมุ่งตรงมาที่พวกเขาด้วยความเร็วสูงราวกับจรวดที่พุ่งออกจากฐาน

            “ราชันอสูรกิระ”

            “ผู้บัญชาการโลหิตฟาร์นาร์ท”

            พริบตานั้นเค้กก้อนใหญ่ก็หายไปอีกสองชิ้นในเสี้ยววินาที

            สมาชิกทั้งเก้าเมื่อเห็นภาพนั้นก็แทบลืมหายใจ เหล่าเศียรทั้งสามปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซ้ำยังใกล้เสียขนาดนี้ พวกเขาไม่เคยคิดฝันว่ามันจะเป็นจริง

            ทว่าหลังจากแบ่งเค้กไปกันคนละชิ้นแล้วภาพที่พวกเขานึกว่าแต่ละคนต้องรุมทิ้งจนพาราฟินเละเป็นโจ๊กกลับไม่เกิดขึ้นแต่ละคนหันไปกินเค้กในมือตัวเองโดยไม่สนใจชิ้นใหญ่แม้แต่น้อยดูมีระเบียบจนน่าผิดปกติ

            ทั้งหมดยังชะงักค้างมองภาพรอบด้านอย่างไม่รู้จะทำยังไง แต่ฟาร์นาร์ทสังเกตเห็นคนพวกนี้แล้ว

            เขาเป็นถึงหนึ่งในจอมทัพแนวหน้าของกิลด์ทักษะการบัญชาการและมองภาพรวมย่อมไม่อ่อนด้อยบวกกับเคยจำได้ว่าวิฬาร์หาคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปช่วยทำภารกิจเผ่ายักษ์เจ้าตัวก็ปะติดปะต่อเรื่องได้ทันทีว่าเด็กๆ พวกนี้เป็นใครวินาทีนั้นจึงคิดฉวยโอกาสจับปลาน้ำขุ่นหน้าด้านๆ

            เพื่อของอร่อยขนาดนี้เขาย่อมไม่ทิ้งโอกาส

            “สวัสดีครับผมฟาร์นาร์ทถ้าพวกคุณไม่กินผมขอส่วนของพวกคุณได้มั้ย”มันพูดเร็วโดยไม่เว้นวรรคตอน ซ้ำยังถี่รัวจนฟังไม่ถนัดทำเอาเด็กใหม่ทั้งเก้าจับใจความไม่ทัน ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

            “อ่า…”

            ซิกมาที่สมองยังลัดวงจรอยู่เอ่ยขึ้นมาอย่างเก้ๆกังๆ

            “โอเค”

            เค้กหายไปอีกชิ้น

            “เห้ย! ผมกิระ คุณล่ะ กินมั้ย?”

            “คือ…”รุสโซเอ่ย

            “ดี!”

            หายไปอีกชิ้น

            “ฉันไซออนนายล่ะ ว่าไง?”

            “หา?”เกออนกับอาเมียร์ผงะ ไม่นึกว่าไซออนจะหันมาส่งยิ้มให้

            เค้กหายไปอีกสองชิ้น

            “เห้ย! เอ็งล่ะว่าไง?” พาราฟินหันไปกวาดตามองเหยื่อที่เหลือแล้วถาม

            เรื่องลากมาถึงขนาดนี้เป็นใครก็รู้โดยสามัญสำนึกว่านี่คือของดีขนาดไหน หากเอ่ยปากพูดเกรงว่าจะถูกเหมารวมว่ายินยอมมอบสิทธิ์ให้กับคนอื่นเป็นตายยังไงเบอร์เบิลก็ไม่ส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว

            พาราฟินที่เห็นดังนั้นก็ถลึงตามองเจ้าตัวทำท่าคล้ายจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่พอได้ยินเสียงกระแอมดังมาจากอีกด้านกำปั้นยักษ์ที่พึ่งเงื้อขึ้นเมื่อครู่ก็ทิ้งลงอย่างแห้งเหี่ยวราวลูกโป่งถูกปล่อยลมถอยหลังกลับไปกะลิ้มกะเหลี่ยใส่ไซออนที่ได้ไปสองชิ้นทันที

            “ขอครึ่งชิ้นเดะ”

            “ไม่!”

            เกิดเสียงโหยหวนดังมาแผ่วๆ

            ถ้าจะกินขนมของวิฬาร์ก็ต้องทำตามกฎของวิฬาร์

            ทุกคนจะได้สิทธิ์กินเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นห้ามหยิบไปมากกว่าส่วนของตัวเอง ไม่อย่างนั้น จะถูกห้ามกินในครั้งต่อไปทันทีทว่าสามารถยกสิทธิ์ให้กับคนอื่นได้

            และนี่คือช่องโหว่ที่ฟาร์นาร์ทคว้ามาได้เป็นคนแรก ตามมาด้วยกิระ และไซออนที่ได้กำไรไปถึงสองชิ้น

            ส่วนคนที่เหลือเมื่อเห็นภาพนี้ ต่างก็กรูกันเข้ามาเอาส่วนของตนไปทันทีและเมื่อส่งเค้กคำแรกเข้าปาก พวกเขาก็ต้องชะงักค้าง

            เนื้อเค้กที่นุ่มละมุนแตกละลายในปากก่อนที่จะพ่นซอสบลูเบอร์รี่หวานฉ่ำออกมา จากนั้นก็ผสานเข้ากับความเค็มจากชีสเค้กตามมาด้วยกลิ่นหอมของเนย และเนื้อกรุบกรอบของแครกเกอร์เบื้องล่างช่างเป็นความเข้ากันที่น่าเหลือเชื่อ ความอร่อยระดับนี้ ทำให้ธาร์สดีดเค้กจากร้านลาสๆอะไรนั่นตกอันดับไปในทันที

            ส่วนเกออนและคนอื่นๆที่ถูกฉกเค้กไปต่อหน้าต่อตาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เริ่มโวยวายขอความเป็นธรรมจากลูกพี่

            วิฬาร์ที่เห็นดังนั้นก็นึกขำหันไปไล่ตบเอาเค้กชิ้นก่อนๆ คืนมาให้ ทำเอาเหล่าเศียรพากันบ่นงึมงำ หน้าง้ำหน้างอ

            “ขอบคุณคร้าบลูกพี่”สมาชิกทั้งสี่ที่ได้ของคืนมาพากันกราบกราน



            เจอเรื่องเดือดๆ มาหลายตอน พักสมองกันนิดนึงนะครับ ^^