“นี่จะมากไปแล้วนะ!!.... ถึงคุณจะเป็ลูกค้า แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำรุ่มร่ามกับพนักงานของที่นี่ รวมทั้งตัวฉันด้วย ปล่อย!!....”
ความอดทนอดกลั้นขาดพึ่ง ตรีทิพยนิภาก็ไม่คิดจะมีมารยาท และสุภาพกับลูกค้าคนนี้อีกแล้ว ตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียขึ้งโกรธ ทั้งพยายามดิ้นรนออกจากการโอบกอดนั้นให้ได้
“ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์ทำรุ่มร่ามกับคุณ ผมว่าผมมีสิทธิ์ในตัวคุณเต็มที่เลยทีเดียวล่ะทูนหัว!!....”
ออสตินหรี่ตามองดูใบหน้าสวยหวานซึ้งของตรีทิพยนิภา ในระยะห่างกันไม่ถึงคืบ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเป็ต่อหลายขุม
“ที่พูดมานี่หมายความว่ายังไง??”
ซึ่งคำพูดนั้นทำให้ตรีทิพยนิภาหยุดดิ้นไปชั่วขณะ ขมวดคิ้วโค้งสวยเข้าหากัน อย่างสงสัยเอามากๆ ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กล้าพูดออกมาอย่างนี้ และดูเหมือนจะมั่นใจกับคำพูดนั้นเอามากๆ ซะด้วย
“ก็หมายความที่พูดนั่นแหละ ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในตัวคุณ”
ออสตินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ตาจ้องตากันไม่กะพริบ ทั้งรับรู้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของกันและกัน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ลมหายใจเท่านั้น ยังมีกลิ่นกายหอม อันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอคนนี้ พอได้อยู่ใกล้ๆ และสูดดมเข้าปอด ก็ยิ่งทำให้ออสตินชื่นชอบเอามากๆ และทำให้คึกคัก ตื่นตัวได้ไม่ยากเลย
แต่ไม่ ไม่ใช่ตอนนี้ เขาไม่คิดจะบอกให้เ้าหล่อนได้รู้ความจริงจากปากของเขาหรอก วันนี้ที่เขาหาข้ออ้างให้เธอขึ้นมาหาเขาที่นี่ ก็เพราะเขาอยากจะเห็นตัวจริง และอยากจะดูปฏิกิริยาของเธอก็เท่านั้นเอง ส่วนเื่ความกระจ่างนั้น ให้เธอกลับไปถามเอาความกับบิดาบังเกิดเกล้าของเธอเอาเอง
“มันเื่บ้าอะไรกันเนี้ย!!... คุณจะมาบอกว่าคนมีสิทธิ์ในตัวฉันได้ยังไง เราไม่ได้เป็อะไรกัน ไม่เคยรู้จักมักจี่กันเลย ไม่เคยพบหน้ากันเลยสักครั้ง คุณอย่ามามั่วซั่วพูด ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย หากไม่ปล่อยจะแจ้งความจับคุณข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว และพยายามกระทำอนาจาร ปล่อย!!....”
ตรีทิพยนิภาเริ่มดิ้นรนขัดขืนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดิ้นเท่าไร ก็ไม่ทำให้เธอหลุดพ้นออกจากตักแกร่ง และอ้อมแขนแกร่งราวกับปลอกเหล็กนั้นอยู่ดี ยิ่งเธอพยายามดิ้นมากเท่าไร เขาก็ยิ่งกอดแน่นมากขึ้นเท่านั้น
“จุ๊จุ๊จุ๊!!!!.... เอากฎหมายมาขู่ด้วย แต่ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะ ผมไม่กลัวข้อหาที่คุณว่ามาเลยสักข้อ และก็จะทำมากกว่ากอดอย่างนี้ด้วย ดูสิจะมีข้อหาอะไรขึ้นมาอีก”
ออสตินพูดด้วยน้ำเสียงนึกสนุก สายตาคมเข้มเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ปากบางอวบอิ่ม สีกลีบกุหลาบระเรื่ออย่างตั้งใจให้เ้าของปากบางอวบอิ่มนั้นรู้
“นี่คุณจะ อะ อื่อออ!!!!....”
ตรีทิพยนิภาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความใ พยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดเรี่ยวแรงที่มี แต่ก็ไม่เป็ผลสำเร็จ และยิ่งใมากยิ่งขึ้น เมื่อปากอันร้อนรุ่มฉกเข้ามาปิดปากบางอวบอิ่ม ซึ่งั้แ่เกิดจนถึงโตมาจนป่านนี้ เธอก็ยังไม่เคยเจอให้จาบจ้วงอย่างนี้มาก่อน
ออสตินใช้ความเชี่ยวชาญชำนิชำนาญ จูบแทะเล็ม ดูดดึงไปรอบๆ ริมฝีปากบางอวบอิ่ม แล้วค่อยๆ สอดแทรกลิ้นลื่นๆ เข้าไปในโพรงปาก ซึ่งพอได้เข้าไปก็รับรู้รสชาติของความหวาน และยิ่งลิ้นลื่นๆ ไล่กอดเกี่ยว ดูดดึง ดูดกลืน ก็ยิ่งทำให้ได้รับความหวานมากขึ้น จนยากจะถอนจูบออกไปนั้นตอนนี้ ซึ่งเขาก็ไม่อยากถอนด้วย จึงไล่หยอกเย้า เกี่ยวตวัดเรียวลิ้นเล็กไปมาอย่างไม่คิดจะหยุด
ตรีทิพยนิภาดิ้นรนขัดขืนอยู่ได้สักพัก เรี่ยวแรงก็ค่อยๆ ถดถอยลงเรื่อยๆ สมองที่คิดต่อต้านการกระทำที่เป็อยู่นี้ ก็ขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก และในที่สุดร่างบางออกหยุดต่อต้าน ทำเพียงกำเสื้อที่หน้าอกแกร่งเอาไว้แน่น และปล่อยให้ชายหนุ่มจูบเอาจูบเอาอยู่อย่างนั้น
ซึ่งั้แ่ที่จูบกับใครมา เขาไม่เคยหลงใหลความหวานมากขนาดนี้มาก่อน ยิ่งจูบนานเท่าไร ก็เหมือนจะยิ่งไม่พอ อยากจูบอยู่อย่างนี้นานๆ และร่างกายของเขากับเธอก็ราวกับเป็แม่เหล็กต่างขั้ว ที่พอมาอยู่ใกล้ๆ กัน ก็ทำให้มีแรงดึงดูดเข้าหากัน จนยากที่จะแกะออกจากกันได้
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒