"ซุนน้อยนิเจ้ากำลังพูดว่าอะไรนะ เหตุใดจึงมีวิธีฝึกฝนที่ไร้ยางอายถึงเพียงนี้" ซุนเฟิ่งย่านางพูดพร้อมกับเอามือข้างหนึ่งของนางบดบังแก้มแดงๆ ที่เอียงอายของนาง ในหัวใจของนางตอนนี้วาบหวามหัวใจเป็นที่สุด เหตุใดการดึงแก่นหยางบริสุทธิ์ในร่างของซุนนานถึงกลั่นแกล้งสตรีถึงเพียงนี้ นางมิอาจจะทำความเข้าใจความหมายของมันได้จริงๆ
ส่วนตัวซุนนานเองมันก็รอบสาบานกับตัวเองว่ามันพยายามอธิบายถึงการกลั่นหยางบริสุทธิ์ในร่างของมันด้วยคำพูดเชิงวิชาการอย่างถึงที่สุดแล้ว หากแต่เรื่องแบบนี้ไม่ว่าจะพูดอย่างไร มันก็วกเข้ามาแต่ให้คิดถึงห้วงของบุรุษและสตรีอันดูมิควร และสตรีดีงามนางใดเล่าที่จะใช้ปากของนางและชิวหาเคล้าคลึงซึ่งองคชาตของบุรุษเพศได้ คงมีแต่นางคณิกาชำนาญแล้วกะไรที่จะกระทำเช่นนี้อย่างไม่กระดากอาย
ซุนเฟิ่งย่าแม้นางจะเติบโตในหอนางโลม หากแต่ประสบการณ์ด้านนี้นางก็หาได้มีไม่ บุรุษที่นางเคยผ่านกายมาก็เป็นบุรุษสูงวัย สิ่งที่เขาเคยทำกับนางก็ดูเหมือนมีแต่เรื่องสามัญของบุรุษและสตรีเพศ แม้นางจะรู้ว่าการใช้ปากและชิวหาเป็นหนึ่งในศาสตร์แห่งการร่วมรักที่เหล่าคณิกาทั้งหลายต่างรับรู้และได้รับการฝึกสอน หากแต่ตัวนางนั้นได้ลืมเลือนสิ่งนี้ไปจนสิ้นแล้วในใจ พอมาคิดถึงเรื่องพวกนี้อีกครั้งนางก็มิอาจจะเก็บอาการได้อีกต่อไป
จึงต้องสอบถามซุนนานให้แน่ใจ "ซุนน้อยมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นรึ ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วเหรอ"
หากแต่ในไม่ช้าตัวซุนนานก็กล่าวยืนยัน "เช่นนั้นขอรับท่านแม่แปด วิธีอื่นใดคงไม่มีอีกแล้ว"
ซุนเฟิ่งย่าตัวนางเองก็ราวไม่มีตัวเลือกอีกต่อไป หากนางไม่ทำเช่นนี้การฝึกฝนของซุนน้อยของนางในภายภาคหน้าย่อมไม่เรียบง่าย นางจึงจำต้องกลั้นใจที่จะเรียนรู้มัน ไม่ช้าเสื้อผ้าของซุนนานก็ค่อยๆ ถูกปลดเปลื้องดึงอย่างเก๋ๆ กังๆ ด้วยฝีมือนาง เหลือแต่เสื้อผ้าตัวในที่เป็นชุดสีขาว
ใบหน้าของซุนเฟิ่งย่าเมื่อนางพูดไปก็เขินอายไป มือข้างหนึ่งของนางพยายามปิดบังใบหน้าที่เอียงอายของนางไม่ห่าง
หากแต่ซุนนานเล่ามันยังไม่ได้เตรียมใจกับเรื่องนี้เลย ตลอดชีวิตของมัน ทั้งชีวิตนี้และชีวิตในห้วงมิติเก่าก่อน มันเคยกับเรื่องพวกนี้ที่ไหน มันถึงกับร้อง "!!!เอ๊ะ" ออกมาด้วยความตกใจ
"ซุนน้อยเจ้าเป็นอะไร" ซุนเฟิ่งย่ามองหน้าซุนน้อยของนางด้วยแววตาที่แอบมองค้อน นางรู้สึกว่าตัวนางนั้นเสียเปรียบชัดๆ แต่เหตุใดเจ้าบุตรชายตัวน้อยของนางที่บัดนี้แลดูจะเป็นบุรุษหนุ่มผู้นี้จึงทำเสียกับว่าตัวมันเสียเปรียบนาง นางจึงรอบไม่พอใจเล็กๆ
"คือ... ท่านแม่ซุนนานไม่เคย..."
"ไม่เคยอะไร..." ซุนเฟิ่งย่ากล่าวถามย้ำ
"คือซุนนานจะบอกท่านแม่แปดว่าซุนนานไม่เคยถูกกระทำเช่นนี้ขอรับ" ไม่ช้าซุนนานมันก็กระโตกกระตากตอบด้วยทีท่าเขินอาย
ซุนเฟิ่งย่าเห็นแบบนี้นางก็ขบขัน มีใครบ้างมิเคยมีครั้งแรก ที่เจ้าตัวน้อยชำเราเรือนร่างของนางทั่วไปหมด นางยังไม่แสดงทีท่ากิริยาเขินอายถึงเพียงนี้ ในใจซุนเฟิ่งย่าขบขันใบหน้าและทีท่าของซุนนานเป็นที่สุด เมื่อนางเห็นเป็นเช่นนั้น นางรู้สึกได้ที จึงถือโอกาสสั่งสอนเจ้าซุนน้อยที่เคยกลั่นแกล้งแม่แปดผู้นี้ให้จงหนัก ให้มันอยู่ในสภาพไม่น่ามองเสียบ้าง
ซุนเฟิ่งย่าเดินกรีดกรายราวกับเป็นนางพญาอย่างงดงามแช่มช้าและเย้ายวนแนบชิดซุนนานยิ่งขึ้น พร้อมใช้เรียวนิ้วชี้ของนางหมุนวนไปกลางทรวงอกของซุนนาน พร้อมแนบใบหน้าไปข้างหู ก่อนกล่าวน้ำเสียงราวกับเป็นคำสั่ง "ซุนน้อยปลดกางเกงของเจ้าออกซะ หรือจะต้องถึงขนาดให้แม่แปดทำสิ่งนี้ให้เจ้าด้วย"
ซุนนานได้ยินคำนี้ก็เสียวสะท้านไปทั่วร่างกายราวกับเป็นสตรีที่ถือพรหมจรรย์ที่ถูกบังคับให้เปลืองผ้าเพื่อให้ผู้อื่นย่ำยี หากแต่ตัวมันซุนนานมีทางเลือกอื่นด้วยหรือ ในใจมันได้แต่ขบคิด ตัวมันได้เลือกเส้นทางนี้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรมันก็ถอยกลับไม่ได้อีกแล้ว วันนี้แม้จะไม่ใช่แม่แปดซุนเฟิ่งย่าเป็นผู้กระทำมัน หากแต่ในไม่ช้าก็มีสตรีนางอื่นกระทำมันเช่นกัน
ดีเสียอีกที่เป็นแม่แปดซุนเฟิ่งย่า อย่างน้อยๆ นางก็ดีกับตัวมันมาตลอด พร้อมทั้งรักและดูแลมันอย่างดี สิ่งใดเล่าที่มันอยากพูดอยากเปิดเผย แม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็พร้อมรับฟัง หากเป็นคนอื่นเล่าจะทำเพื่อมันขนาดนี้หรือ ซุนนานพยายามให้เหตุผลในใจกับตัวของมันเอง
ไม่ช้ามันก็ปลดกางเกงสีขาวตัวในของมันออกเผยให้เหตุเจ้าดุ้นมังกรตัวน้อยที่หลับสนิท ทีท่าของมันหาได้มีความน่าเกรงข้ามใดๆ ไม่ ส่วนพวงสวรรค์ที่อยู่เคียงคู่กันก็แลดูเกลี้ยงเกลาเป็นที่สุด ไม่มีแมกไม้ใดๆ ขึ้นรกหูรกตาแม้แต่น้อย มาตรว่าทารกน้อยแรกเกิดเป็นเช่นไร ของตัวมันซุนนานมันก็เป็นดังเช่นนั้น
ซุนเฟิ่งย่าที่เห็นเช่นนี้นางก็แอบปิดปากและหัวเราะเบาๆ ซุนนานเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งเขินอายอย่างหนัก รอบร้องในใจ 'แย่แล้ว ข้าแย่แล้วจริงๆ บัดซบเหตุใดจึงมีเพียงวิชาบัดซบนี้ถึงทำให้ข้ามีชีวิตต่อได้กันนะ'
ซุนเฟิ่งย่าใช้สองนิ้วของตัวเองค่อยๆ หนีบจับเจ้ามังกรตัวน้อยของซุนนานอย่างเอ็นดู นางคล้ายนึกถึงตัวซุนนานเมื่อยามเป็นเด็กน้อย ยามนั้นนางชอบแกล้งดึงซึ่งพวงสวรรค์ของมันนัก ยามนี้ผ่านมาหลายปีได้เห็นเจ้าหนอนมังกรตัวน้อยและพวงสวรรค์นี้อีกครั้ง มาตรว่ามันเติบใหญ่ขึ้นไม่น้อย หากแต่ดูโดยรวมทุกสิ่งอย่างยังแลดูเหมือนกับวันวาน เพราะรอบกายของเจ้าหนอนมังกรน้อยตัวนี้ไม่มีขนซักเส้นให้เกะกะสายตา
ซุนเฟิ่งย่าจึงกล่าวทีเล่นทีจริง "ซุนน้อยเจ้าตรงนี้ของเจ้า แม่แปดจำได้ว่าแต่เล็กเป็นเช่นไร ยามเมื่อเจ้าเติบใหญ่มันก็เหมือนดังเช่นเดิม แค่ดูมันโตขึ้นกว่าเดิมอยู่บ้างนะ คิกคิก" ซุนเฟิ่งย่าหัวเราะทั้งที่สองนิ้วของนางยังจีบจับเจ้าสิ่งนี้เบาๆ อยู่คล้ายกับกำลังหยอกล้อเจอของเล่นคุ้นมือ
ซุนนานตัวมันมีปากก็คล้ายไม่มี มันไม่สามารถพูดอะไรได้ทั้งนั้น ได้แต่ยืนกอดอกเป็นแม่นมั่น ราวกับว่าตัวมันเองไปนักรบกล้าหาญ พร้อมกับมีใบหน้าที่แดงไปถึงหู แดงเป็นที่สุด แดงอย่างเห็นได้ชัดเจนจริงๆ
ซุนเฟิ่งย่านางก็รู้สึกว่าตัวเองกลั่นแกล้งซุนน้อยจนอิ่มใจแล้ว นางไม่อยากแกล้งมันอีก นางจึงเหล่ตาบนมองใบหน้าของซุนนานคราวหนึ่งก่อนจากนั้น "แม่แปดจะทำตามที่เจ้าบอกแล้วนะ"
ซุนนานตัวมันรีบจดจ้อง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มันกำลังจะถูกสตรีชำเราโลมเลียเทพมังกรตัวน้อยของตัวมัน แม้ตอนนี้มันจะเป็นได้แค่หนอนมังกรน้อยที่หลับสนิทมิอาจจะสำแดงเดชก็ตาม
ชิวหาของท่านแม่แปดค่อยๆ โฉลมเลียล้ำไปทั่วร่างของเจ้ามังกรน้อย นางโลมเลียเร้าอารมณ์มันอยู่ครู่หนึ่ง ซุนนานยามนี้ตัวมันหวั่นไหวเป็นที่สุด
จากนั้นไม่นานท่านแม่แปดของมันก็ค่อยๆ ใช้ชิวหาของนางเปิดหมวกของเจ้ามังกรน้อยที่ตอนนี้กำลังหลับปุ๋ย และก็เป็นดังที่ซุนนานเคยบอกนางจริงๆ แม้ตัวของซุนนานจะมีแก่นเสมือน หากแต่ร่างกายของมันนั้นยังไม่เหมือนคนปกติ ความเป็นบุรุษเพศของมันยังไม่กลับคืน จนกว่ามันจะสะสมแก่นหยินได้มาพอ และเปลี่ยนแก่นหยินบริสุทธิ์เหล่านั้นแปลงเปลี่ยนกลับเป็นแก่นหยางบริสุทธิ์แทนในกายของมันได้ เจ้ามังกรน้อยของมันจึงจะสามารถแสดงความอหังการของบุรุษเพศได้
แม้ชิวหาของแม่แปดจะยังไม่ชำนิชำนาญถึงขีดสุดหากแต่ด้วยความตั้งใจของนาง ที่โลมเลียอย่างร้ายกาจและต่อเนื่อง มันก็ทำให้ซุนนานสั่นสะท้านไม่น้อยเลย ด้วยร่างกายที่สั่นเทาอย่างรุนแรงด้วยความกระสันเสียวนะจุดอ่อนไหว เพราะว่าชิวหาของแม่แปดซุนเฟิ่งย่ายังใช้อย่างไม่ชำนิชำนาญ นอกจากนั้นยังไม่อาจจะทำให้แก่นหยางบริสุทธิ์ของมันถูกขับออกมาได้โดยเร็ว การกระทำของนางยามนี้เพียงเป็นการทำอย่างไม่คิด นางยังไม่เข้าใจในความรู้สึกของบุรุษมากนัก หากแต่แรกเริ่มนางก็โจมตีจุดตายของบุรุษเสียแล้ว ร่างกายของซุนนานจึงสั่นเทาจากการกระทำอย่างไม่รู้ความของนางในทันที
ไม่ช้าซุนนานมันจึงใช้สองมือของมันแนบไปกับสองข้างศีรษะของแม่แปดซุนเฟิ่งย่า พร้อมกล่าวขอโทษนาง "ท่านแม่ซุนนานขอโทษขอรับ ท่านแม่ต้องปรับการใช้ชิวหาบ้างขอรับ มิเช่นนั้นมิอาจจะดูดแก่นหยางบริสุทธิ์ได้ นอกจากนั้นหลักการใช้ชิวหาและปากของท่านแม่ยังรุนแรงเกินไปนะขอรับ"
"ถ้าเช่นนั้นแม่แปดต้องทำเช่นไร" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวถามด้วยความไร้เดียงสานางมิรู้จริงๆ ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่นางใช้ชิวหาและปากของนางกับเจ้าสิ่งนี้
ซุนนานกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนจะรีบบอกนาง "โลมเลียเคล้าคลึงคือช่วงต้น ดูดดึงเข้าออกจึงเป็นแก่นสาร ต้องดูดดึงเข้าออกเป็นจังหวะขอรับท่านแม่ อย่างรุนแรงไป แต่ก็อย่าเบาจนไร้น้ำหนักมือเกินไป"
ซุนเฟิ่งย่าได้ยินดังนั้นนางก็คล้ายจะเข้าใจ ใบหน้าและศีรษะของนางเริ่มโยกคลอนเป็นจังหวะ ชิวหาที่โลมเลียก็เปลี่ยนไปเป็นแรงดึง ดูดรัดคลึงโคลนเจ้ามังกรน้อยก่อน ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่าก็ค่อยๆ เร่งจังหวะมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ ก่อนจะโจมตีจุดสำคัญแดนตายของเจ้ามังกรน้อย
"อั๊ก" ซุนนานยื่นนิ่งกัดฟันร่างของมันกระสันเสียวไปทั่วไป มันรีบผนึกลมปราณพร้อมดันแก่นหยางบริสุทธิ์ออกมาให้ได้มากที่สุด
ไม่ช้าไอเย็นๆ ของแก่นหยางที่ห่อหุ้มไปด้วยไอหยินเย็นก็แผ่พุ่งไปทั่วช่องปากของซุนเฟิ่งย่า จนนางต้องใช้สองมือลองเอาไว้
หากแต่สิ่งที่ซุนเฟิ่งย่าก็ถึงกับแปลกใจกลิ่น รส และสีสันของน้ำรักของซุนนานนั้นช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก มันไม่ใช่สิ่งที่นางเคยเห็นหรือสัมผัสมาก่อนอย่างแน่นอน มันเป็นสีเงินใสแบบเข้มข้นนอกจากนั้นยังมีบางส่วนที่เป็นสีทองประกาย กลิ่นคาวใดๆ ก็หาได้มีไหม หากแต่รสชาติของมันกับออกหวานเย็นนิดๆ เสียด้วยซ้ำ ไม่ช้านางก็กลืนมันเข้าไปในคอของนาง
นางพบว่าความรู้สึกนั้นคล้ายๆ กับว่านางถูกซุนนานส่งปราณหยินกลับคืน ไอเย็นทั่วร่างแผ่ซ่านไปทั่วเรือนกายของนาง หากแต่ถ้ามีจุดที่แตกต่าง คือที่ช่องท้องของนาง ณ แดนกำเนิดของสตรีมันรู้สึกอุ่นๆ ร้อนๆ แต่เบาสบายผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด
ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่าก็พบว่าที่สองมือของตัวนางเองยังมีแก่นหยางเหลืออยู่ไม่ช้านางก็กลืนกินพวกมันไปจนหมด ใบหน้าของนางช่างแลดูลามกเหลือเกินซุนนานได้แต่คิดในใจ
ไม่ช้าซุนนานก็รีบใช้มือไม้ของตัวมันเช็ดปากเช็ดใบหน้าให้แม่แปดของมัน พร้อมสอบถาม "ท่านแม่ ท่านเป็นเช่นไรบ้างขอรับ รู้สึกเช่นไรหลังกลืนแก่นหยางเข้าไป" ซุนนานกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง แม้ตัวมันจะตระหนักรู้จากห้วงความทรงจำของตัวเองดีว่าสิ่งนี้นับเป็นของบำรุงสตรีชั้นเยี่ยม แต่มันก็ยังเลือกสอบถามมารดาของมันอย่างเป็นห่วง คาดว่าตัวมันก็เห็นเช่นกัน ว่าน้ำรักแก่นหยางของมันนั้นมิได้มีสีสันเช่นที่มันรู้จักเก่าก่อน นี่คงเป็นอีกหนึ่งความอัศจรรย์ของเคล็ดวิชามหารัญจวนนี้
ไม่น่าเชื่อว่ามารสำราญรมนั้นจะคิดค้นวิชาแบบนี้ได้ ซุนนานได้แต่คิดในใจ
ซุนเฟิ่งย่าใบหน้าของนางประดับด้วยความเอียงอายเล็กๆ ก่อนจะรีบตอบซุนนาน "ซุนนานเป็นดังที่เจ้าว่าจริงๆ สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อสตรี แม่แปดเพียงลิ้มรสของมันเป็นเล็กน้อย หากแต่แม่แปดก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายในที คาดว่าทุกอย่างที่เจ้าบอกแม่แปดน่าจะเป็นเรื่องจริง เจ้าสามารถฝึกมันได้อย่างหายห่วง ส่วนเรื่องคู่บำเพ็ญนั้นแม่แปดจะช่วยเจ้าเอง แต่สิ่งที่แม่แปดอยากรู้ ในวันหนึ่งๆ เจ้ากลั่นแก่นหยางได้กี่ครั้งกัน"
ซุนนานเกาใบหน้าอย่างเขินอายอีกครั้งก่อนตอบ "ท่านแม่แปดแท้จริงแล้วซุนนานจะกลั่นมันเท่าไหร่ก็ได้ต่อวัน หากแต่ปัญหาคือจำนวนแก่นหยินที่ซุนน้อยมี หากท่านแม่แปดสนับสนุนซุนนาน ให้ซุนนานเคล้าคลึงท่านแม่แปดทุกวันซุนนานก็มั่นใจว่าสามารถกลั่นเจ้าสิ่งนี้ให้ท่านแม่แปดได้วันละครั้ง หากแต่การเคล้าคลึงนั้นต้องเป็นการเคล้าคลึงอย่างเต็มและรุนแรงหนักหน่วงเช่นวันนี้นะขอรับ"
ซุนเฟิ่งย่าได้ยินดังนั้นก็ตีเข้าไปที่อกของซุุนนานเบาๆ "ไม่คิดเลยว่าซุนน้อยยิ่งเติบใหญ่ก็ยิ่งเป็นบุรุษผู้ลามกร้ายกาจถึงเพียงนี้ แม่แปดไม่พูดกับเจ้าแล้ววันนี้ แต่แม่แปดก็รับปากเจ้าเช่นกันว่าจะช่วยเจ้าฝึกฝน ให้เจ้าได้เคล้าคลึงแม่แปดให้หนำใจ นอกจากนั้นแม่แปดก็จะช่วยเจ้าจัดหาหญิงงามสาวบริสุทธิ์ให้เจ้าอีกด้วยหวังเพียงแต่เวลานั้นเจ้าอย่าได้คิดมาก ลงมือเต็มที่เร่งฝึกฝนเคล็ดวิชาเถอะ และเป็นที่พึงของพวกเราสตรีสกุลซุนในเร็ววันรู้ไหม"
"ขอรับท่านแม่แปด"
ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่าก็เดินจากไป ทิ้งให้ซุนนานมองนางจากไปด้วยห้วงอารมณ์อันสุขสันต์ ไม่คิดเลยว่าท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าจะทำเพื่อมันถึงเพียงนี้
เมื่อซุนนานมีสตรีงดงามและจริงใจให้มันถึงเพียงนี้ ตัวมันก็หาได้ดื่มด่ำไปกับห้วงแห่งความรัญจวนใจแต่เพียงอย่างเดียวไม่ มันรีบเดินกลับไปบนแท่นศิลาที่มีแผ่นจารึกอักษรวิญญาณสีทอง [คัมภีร์โอสถสวรรค์] อยู่ จากนั้นมันก็ใช้พลังจิตวิญญาณของมันเข้าสัมผัสและเริ่มเรียนรู้และทำการฝึกฝนต่อในทันที ศาสตร์แห่งโอสถนั้นไม่ใช่ศาสตร์ที่จะหยุดหย่อนในการศึกษาได้โดยง่าย