TREE WORLD
ปฐพีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 40
สัตว์อสูรโจมตี (2)
เร่งเด้งตัวขึ้นรักษาสมดุลพร้อมถีบขาคู่ใส่ช่วงท้องโยนพรองฮอร์ลเผือกตัวนั้นตัวมันลอยปลิวกระเด็นเปลี่ยนทิศไปด้านหลัง ชิมแฟนซีที่ขี่มันหลุดจากหลังอานลอยกระเด็นไปคนละทางแต่เจ้าพวกนี้ไม่ได้มีเพียงตัวเดียว ยังมีเหมือนกันอย่างนี้ด้วยกัน 3 ชุดพรองฮอร์ลอีก2ตัวที่ขนาดไม่แพ้ตัวเมื่อครู่ แต่ลิงชิมแฟนซีที่ขี่มันตัวหนึ่งถือโล่กับดาบเป็นอาวุธอีกตัวเป็นอุรังอุตังสะพายปืนลูกซอง
บร๊ะเจ้า!ลิงใช้อาวุธอย่างมนุษย์ นี่มันอะไรกัน
พรองฮอร์ลเผือกทั้งหมดต่างสูดกลิ่นที่ปลายจมูกส่งเสียงฟุดฟิดแล้วคำรามดุร้ายราวกับกำลังบ้าคลั่งซึ่งผิดจากนิสัยรักสงบของพวกมัน แล้วมันกำลังเสี้ยมเขาคู่กับก้อนหินเพิ่มความแหลมคมรอคอยสัญญาณโจมตีพร้อมกัน
“¤± ¿ Ó ð æ œ์ ‡ €# ≠≥ ∞£ §”
เสียงร้องตะโกนจากคนป่าคนเถื่อนดังลั่นเป็นภาษาที่ผมไม่เข้าใจ แล้วพวกสัตว์ป่าก็ถาโถมโจมตี
คราฟมาก้า
ผมป้องกันตัวด้วยหมัดเท้าเข่าศอกของคราฟมาก้าหนึ่งในสายวิชาสามัญ
พรองฮอร์นตัวแรกกับชิมแฟนซีตัวที่กระเด็นไปก่อนหน้านี้กลับมาโจมตีอีกครั้งนอกจากฝูงพรองฮอร์นเผือกแล้ว เจ้าลิงชิมแฟนซีกับอุรังอุตังมันสามตัวร่วมผสมโรงฟาดฟันด้วยก้อนหินท่อนไม้โล่ดาบและพันท้ายปืนการต่อสู้ชุลมุนเป็นหกรุมหนึ่ง
“¤± ¿ Ó ð æ œ์ ‡ € # ≠ ≥ ∞ £ §”
เจ้าตัวจ่าฝูงมันยังจะตะโกนคำเดิมแถมโบกไม้โบกมือเร่งบงการ
“ ‡ € # ≠ ≥ ∞ ¤ ± ¿ Ó ð æ œ์ £ §”
หรือมันกำลังพูดภาษาสัตว์ป่า?
เสียงของมันคล้ายเร่งให้สัตว์ป่าดุร้ายผมต่อยโดนมันกระเด็นไปตัวหนึ่งอีกตัวเข้ามาซ้ำแทนที่เตะมันกระเด็นล้มกลิ้งไปตัวหนึ่งอีกตัวพุ่งมาซ้ำแทนที่ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันโจมตีจนผมต้องล่าถอยทั้งพละกำลังมหาศาลของพวกมันนับว่าเหนือกว่าสัตว์ป่าทั่วไปหากปราศจากชุดเกราะผมคงโดนมันขย้ำตายตั้งแต่กรงเล็บแรก
เจทฟิวท์ การ์เซีย ใช้จังหวะที่ผมรับมือกับฝูงสัตว์ป่าพุ่งทะยานออกจากที่ซ่อนพร้อมการโจมตีที่พร้อมจบการต่อสู้
ฟิวท์กับการ์เซียหมุนตัวฟาดเตะด้วยคาโปเอร่า
เจทฟาดด้วยเถาวัลย์ป่าเส้นเขื่องแทนแส้หนัง
ผั่ว...พลั่ก...เผี๊ยะ...
พรองฮอร์เผือกสามตัวพร้อมผู้ควบคุมปลิวกระเด็นตัวลอยข้ามหัวเจ้าคนป่าคนนั้นไปกระแทกพื้นหินกับต้นไม้ด้านหลัง
เจทฟิวท์ การ์เซีย ปรากฏตัวเบื้องหน้าคนป่าในท่าต่อสู้
ตำแหน่งการยืนของทั้งสามคนสมควรเป็นคู่ต่อสู้ที่คนป่าต้องรับมือแต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น กลับปรากฏสัตว์ป่าอีกฝูงหนึ่งพุ่งทะยานข้ามหัวออกมาจากฉากหลังของคนป่าคนนั้นแต่ละตัวตั้งท่าอารักษ์ขาให้กับจ้าวป่าของพวกมัน
ไม่ทันต้องให้เกิดเสียงสั่งการใดฝูงสัตว์ป่าต่างดีดตัวเองลอยขึ้นฟ้าเปิดฉากโจมตี
ทัพเสริมของพวกมันเป็นเสือจากัวร์ตัวดำเมี่ยมกระโจนเข้ามาพร้อมเสือโคร่งลายพาดกลอนสีเหลืองตัดลายดำตามปิดท้ายด้วยสิงโตภูเขาขนฟูสีทองอร่าม ทั้งสามตัวมีขนาดมหึมาใหญ่โตกว่าสัตว์ป่าปกติเป็นสองเท่า
สัตว์ร้ายที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าพลันจู่โจมขึ้นตรงหน้าฟิวท์ การ์เซีย เจท จำต้องเลือกเป็นคู่ต่อสู้ให้พวกมันแทนคนป่า ฝูงพรองฮอร์นที่แตกพ่ายไปเมื่อครู่ฟื้นฟูกำลังเร่งดีดตัวกลับมาสมทบ
การต่อสู้ชุลมุนผู้คนกับฝูงสัตว์ป่าประลองกำลังต้านทานกัน
แล้วยิ่งการต่อสู้ผ่านไปลำตัวของพวกมันยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเมื่อมันได้พบเจอคู่ต่อสู้ที่ตรึงมือแข็งแกร่งและทรงพลังราวกับกำลังรีดเร้นพละกำลังในร่างทั้งหมดออกมา พวกมันคงรู้ตัวแล้วว่าวัตถุเรืองแสงสีฟ้าแปลกประหลาดเหล่านี้มิใช่ตัวอะไรๆที่มันจะจัดการฉีกขย้ำทำลายได้โดยง่าย มีแต่ต้องทุ่มเทสุดตัวงัดทุกอย่างออกมาใช้
ผู้ที่อยู่ภายใต้ชุดเกราะเพาเวอร์สูทในโหมดนักรบสามารถแสดงศักยภาพที่เหนือมนุษย์ออกมาได้ง่ายดายโดยไม่ต้องการแรงกดดันบีบเค้นสักเพียงเล็กน้อยแม้ผู้สวมใส่จะไม่ได้เป็นนักยุทธ์เลยก็ตาม แต่เจท ฟิวท์ การ์เซีย เป็นนักศิลปะยุทธ์ที่ช่ำชองย่อมสามารถเรียกใช้ชุดเกราะได้เต็มประสิทธิภาพ
จึงเป็นการต่อสู้ที่ทั้งสองฝ่ายต่างใช้ข้อได้เปรียบของตนเข้าหักหาญซึ่งกันและกันฝ่ายหนึ่งต่อสู้ด้วยอาวุธประดิษฐ์ที่ทรงประสิทธิภาพฝ่ายหนึ่งต่อสู้ด้วยร่างกายและคมเขี้ยวจากสัญชาติญาณสัตว์ป่า เป็นการต่อสู้ในแบบฉบับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงมนุษย์ในร่างชุดเกราะเรืองแสงต่อสู้ปลุกปล้ำกับสัตว์จตุบาททรงอำนาจที่ร่างกายใหญ่โตยิ่งกว่าพวกพญาสัตว์ป่าที่เคยเห็นมามากกว่าสองเท่าคนธรรมดาหากพบเห็นการต่อสู้เผชิญหน้าเช่นนี้ ก็มิอาจคาดเดาผลลัพธ์อะไรๆได้ถูกต้องโดยง่ายแม้แต่ผมเองยังไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะพลาดท่าเสียทีก่อนด้วยซ้ำ
การต่อสู้กับสัตว์ป่าขนาดมหึมาดูจะสูสีสมน้ำสมเนื้อกันในขั้นแรกพวกมันต่างใช้กรงเล็บขย้ำฟาดตบ พยายามขบกัดฉีดกระชากด้วยคมเขี้ยวแต่ก็ถูกปัดขัดขวาง ร่างเนื้อภายใต้ชุดเกราะยังคงรอดปลอดภัยได้ทุกครั้ง แล้วฟิวท์กับการ์เซียก็ได้จังหวะจับส่วนหางของเสือทั้งสองตัวจับเหวี่ยงหมุนไปในอากาศ360องศาเล็งทิศทางให้หัวมันโขกกันเองหลายหน ก่อนจะทุ่มมันออกไปกระแทกโขดหินผาอีกต่อหนึ่ง
เจทใช้เถาวัลย์เส้นเขื่องเป็นอาวุธต่างแส้เธอหวดวาดฟาดแส้ตวัดมันไปในอากาศราวกับดาบคู่ที่ถนัดมือแม้สิงโตยักษ์จะทนทรหดโดนแส้เถาวัลย์ฟาดเสียหลักล้มคว่ำล้มหงายไปหลายครั้งหลายหนแต่ก็ไม่มีโอกาสเข้าถึงตัวเจทได้เกินรัศมีสิบก้าวทำให้เนื้อหนังของเจ้าสิงโตขนทองเริ่มมีเลือดไหลซึมจากบาดแผลที่ปริแตก
เสียงคำรามสนั่นจากฝูงสัตว์ที่เข็ดเขี้ยวแต่ก็ยืนหยัดต่อสู้มิได้ล่าถอยหรือหลบหนีประการใดพวกมันกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ...
เมื่อคนป่าเถื่อนคนนั้นเห็นสัตว์ป่าของตนเป็นฝ่ายโดนทำร้ายมันจึงโดดเข้าร่วมวงการต่อสู้ แต่เมื่อมันเห็นผมโดดออกไปขวางหน้ามันจึงรู้ว่าคู่ต่อสู้ของมันย่อมไม่ใช่คนอื่น
มันยืนสูดหายใจลึกยาวทีหนึ่งไม่รู้ว่ากำลังสะกดอาการโกรธหรือกำลังเรียกพลังมันขยับปลายเท้านิดเดียวก็พุ่งเข้าระยะประชิด จากระยะห่างกันนับสิบก้าวเพียงแค่ช่วงหนึ่งลมหายใจมันกลับร่นเข้ามาเหลือเพียงก้าวเดียว
มันโจมตีใส่ผมด้วยมือเปล่าหมัดที่มันชกออกมาเต็มไปด้วยพละกำลัง แต่ยังขาดความแม่นยำ แค่ผมย่อตัวก็หลบพ้นแล้วโต้กลับด้วยคราฟมาก้า รวบตัวมันเข้ามาวงในตีเข่าใส่ วิถีการโจมตีของมันไม่ได้ผลยังกลับกลายเป็นเข้าทางผมอย่างลงตัว โยนเข่าเข้าหน้าอกของมันได้หลายดอก แต่มันช่างทรหดเหลือหลายเหมือนกระสอบทรายที่ไร้ความเจ็บปวดกล้ามเนื้อหน้าท้องและหน้าอกหดเกร็งเป็นมัดเข้ารูปป้องกันแรงปะทะจากการโจมตีของเพาเวอร์สูทได้อย่างเหลือเชื่อแถมยังสะบัดมือทีเดียวผมก็เสียหลักกระเด็นถอยหลังหลายก้าว
เพาเวอร์สูทในโหมดนักรบเพียงแค่เตะทีเดียวต้นโอ้กลำใหญ่ขนาดหนึ่งคนโอบยังหักโค่นได้ แต่คนป่าคนนี้กลับรับการโจมตีได้โดยไม่สะทกสะท้านแสดงว่าร่างกายของเจ้าหมอนี่ต้องแข็งแกร่งเหนือมนุษย์อย่างแน่นอน
เพราะไม่อยากฆ่าสัตว์ถึงแม้พวกมันจะเป็นสัตว์ป่าที่มีสัญชาติญาณดิบเถื่อนอันโหดร้าย แต่ที่ต้องมาห้ำหั่นกับมันเพราะการบงการจากมนุษย์ป่าเถื่อนผู้หนึ่งฟิวท์กับการ์เซียจึงต่อสู้เพียงคิดจะกำราบพวกมันโดยไม่หักคอทิ้ง เพียงแต่ตั้งใจจะทุบพวกมันแค่สลบเท่านั้นแต่เจ้าคนป่านั่นกลับเข้าใจไปอีกอย่าง
“อย่าฆ่ามัน...!!!!!”
เจ้าคนป่าตะโกนลั่นที่แท้มันพูดภาษาคนได้ แต่กลับไม่ยอมเจรจาใด แววตาสาดประกายพิโรธส่งผ่านทะลุผมเฝ้ารุงรังของมัน
แล้วฟิวท์กับการ์เซียและเจทก็ไล่ทุบสองเสือกับหนึ่งสิงจนสลบคามือ แต่เจ้าคนป่านึกว่าพวกเราฆ่ามันเสียแล้ว
“ไม่นะม่ายยยยย....โฮ่...ฮิ้ว...โฮ่....”
“โฮก...์‡€ # ≠ ≥”
คราวนี้มันเหวี่ยงหมัดเตะต่อยอย่างบ้าคลั่งผมในชุดเพาเวอร์สูทพละกำลังย่อมเหนือคนธรรมดาสามัญสามารถพลิกคว่ำรถถังด้วยมือเปล่า แต่ทว่าคนป่าเถื่อนคนนี้กลับต่อสู้กับผมได้อย่างสูสีไม่ใช่ด้วยทักษะยุทธ์อย่างที่ผมมีแต่เป็นการต่อสู้เอาตัวรอดที่เป็นไปด้วยสัญชาติญาณโดยแท้จริง ราวกับการต่อสู้กับสัตว์ป่าบ้าคลั่งตัวหนึ่ง
ผมสมควรล้มมันได้ภายในพริบตาแต่นี่กลับเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อซะแล้ว
การต่อสู้ดุเดือดชุลมุนหากมีกฎกติกานับว่าหมดไปหลายยกช่วงเวลาผ่านพ้นพร้อมการต่อสู้รบพุ่งของพวกทหารกับกบฏที่ทยอยล้มตายลง
แล้วคนเถื่อนคนนี้ผมเดาว่าต้องเป็นพวกกบฏชักชวนหลอกลวงให้เขามาเป็นพวกด้วยแน่เพราะแค่เจอหน้ากันยังไม่ทันได้พูดจา พวกมันกลับทำร้ายผม และเป็นฝ่ายเริ่มก่อนในขณะที่สงครามในหุบเขาหมอกอาถรรพ์ยังดำเนินต่อไปด้วยการเดิมพันชีวิต และยังไม่มีทีท่าจะยุติ
จากการต่อสู้กับฝูงสัตว์ป่าที่รูปลักษณ์แปลกประหลาดและพวกมันดูเหมือนจะทนทรหดและมีความสามารถเหนือกว่าสัตว์ป่าทั่วไป ทำให้ผมมั่นใจได้ว่า...
พวกมันต้องเป็นสัตว์อสูรอย่างแน่นอน