บทที่ 2
วันหยุดสุดสัปดาห์ของราจีฟไม่เคยอยู่บ้านเลยสักครั้งแต่แปลกที่อาทิตย์นี้ตัดสินใจอยู่บ้าน ตามคำรบเร้าของมารดาทำให้ชายหนุ่มต้องจำใจทนอยู่ เพราะไม่อยากฟังเสียงพรรณนาของแม่มากเกินไป
อีกทั้งเขาไม่อยากเห็นหน้าริรินและเด็กกาฝากนั้นถ้าลลินไม่มีดวงตาถอดแบบมาจากริรินเขาพอจะยอมรับได้ หากไม่มีอคติก็คิดเสมอว่าหนูนิ่มคือลูกแต่แล้วใบหน้าของริรินก็ลอยขึ้นมาทับใบหน้าของเด็กน้อยทุกครั้งยิ่งทำให้เขาโมโหและเกลียดมากขึ้นกว่าเดิม
“ป๊ะป๋าขา หนูนิ่มวาดสวยไหม…” ร่างเล็กในชุดเ้าหญิง ผมสองข้างถักเปียสวยงามเดินไปหาบิดาที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องนั่งเล่นโดยในมือเล็กถือกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งตนได้วาดรูปครอบครัวอย่างตั้งใจเพื่อเอามาโชว์ให้พ่อดู
ใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาทำให้ลลิลเป็เด็กสาวที่ทุกคนต่างพากันหลงใหลมือเล็กยื่นภาพวาดที่ตนเองตั้งใจให้พ่อชื่นชม
ราจีฟเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์แล้วมองไปยังลูกสาวที่ตนแสนเกลียดชังและก้มลงมองภาพวาดของลูก พลางแสยะยิ้มด้วยความรังเกียจส่วนเด็กหญิงตัวน้อยยืนฉีกยิ้มให้เขาอย่างดีใจ แต่กลับเพิ่มความไม่พอใจมากขึ้นไปอีกมือหนาปัดแผ่นกระดาษในมือออกพร้อมกับตวาดเสียงดัง
“ออกไป!! อย่ามายุ่งกับฉัน!! เอาของสกปรกนี้ออกไปด้วย” ั์ตาแข็งกร้าวตวัดมองเด็กสาวตรงหน้าต่อให้เด็กคนนี้ดิ้นทุรนทุรายตายต่อหน้า ก็อย่าหวังว่าจะใจอ่อนยอมรับ
“ฮือ...ฮึก!! ทำไมป๊ะป๋าต้องเสียงดังด้วย”ดวงตากลมโตสั่นระริก ริมฝีปากเม้มเป็เส้นตรงก่อนปล่อยโฮออกมาอย่างเสียใจ
“หนวกหู! จะร้องทำซากอะไรวะ!” เสียงทุ้มยังคงตวาดใส่ไม่หยุดแล้วขว้างหนังสือพิมพ์ในมือลงพื้น
“แล้วนี่อะไรหึ! วาดรูปไร้สาระว่ะ แคว้ก” ดวงตาแข็งกร้าวก้มลงมองแผ่นกระดาษบนตักแล้วหยิบขึ้นมาดูก่อนหัวเราะอย่างสมเพชกับภาพวาดแล้วฉีกจนไม่เหลือชิ้นดี
“ฮื่อ ๆ ป๊ะป๋าฉีกของหนูนิ่มทำไม...หนูนิ่มวาดให้ป๊ะป๋านะ”หนูนิ่มก้มเก็บภาพที่ถูกทำลายด้วยความโศกเศร้า
สาวใช้ที่กำลังเดินเข้ามาตามคุณหนูน้อยไปทานของว่างเห็นเ้านายกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่คุณหนูจึงวิ่งไปตามคุณหญิงพิมพ์มาดาที่กำลังนั่งอ่านหนังสือบริเวณสระน้ำใกล้กับห้องนั่งเล่นก่อนจะเกิดเื่ไปมากกว่านี้
“วาดให้ฉันเหรอ แต่ฉันไม่้ายิ่งเด็กแบบแกยิ่งไม่้า ไอ้มารหัวขน!!”วูบหนึ่งในห้วงจิตใจรู้สึกสงสารลูกจับจิต แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่แม่ของลลิลทำไว้ทำให้ราจีฟไม่สามารถระงับอารมณ์ตัวเอง เลยหลุดคำพูดรุนแรงออกไปโดยไม่สนใจเลยว่าคนที่ได้ยินจะรู้สึกเช่นไร
คุณหญิงพิมพ์มาดารีบมาดูหลานสาวเมื่อคนใช้ไปรายงานว่าบุตรชายกำลังใส่อารมณ์หลานตัวน้อย แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคแสนเ็ปบาดลึกลงไปในหัวใจราวกับโดนมีดแหลมคมกรีดลงจนเป็แผลเหวอะหวะ
เพี้ยะ!! เพี้ยะ!!
นางไม่รอช้ารีบเข้าไปหาราจีฟแล้วตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้าคมอย่างแรงจนใบหน้าสะบัดั์ตาสีเทาจ้องมองลูกอย่างเสียใจกับการกระทำอันต่ำช้าสิ่งที่เอ่ยออกมาช่างเสียดแทงใจใจคนฟังเป็อย่างมาก แม้ไม่ยอมรับลลิลเป็ลูกแต่ไม่ควรเอาความโกรธเกลียดในตัวริรินมาลงที่เด็กที่ไม่รู้เื่อะไรเช่นนี้
“แม่!!” ราจีฟหันมองมารดาด้วยสายตาตัดพ้อทุกคนในบ้านล้วนเข้าข้างสองแม่ทุกครั้ง ทำเหมือนเขาไม่ใช่คนในครอบครัวทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกคนไม่เคยรับรู้เลยว่าเขาต้องเสียอะไรไปบ้างคนรักหนีหายไป เพราะความอิจฉาริษยาของน้องสาวสุดท้ายก็ปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับเขา
“ทำไมถึงพูดกับลูกแบบนี้ ห๊ะ!!!หนูนิ่มเป็ลูกของเรานะ ไม่เห็นหรือยังว่าหนูนิ่มรักเรามากแค่ไหน...” คุณหญิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ผมไม่สน ผมไม่้าความรักของยัยเด็กนี่ผมเกลียดที่มันทำให้ดาวต้องหนีไป ผมไม่้าความรักสกปรกของสองแม่ลูกนี่หรอก!”น้ำเสียงที่ใช้ยังคงเกรี้ยวกราดั์ตาคมตวัดมองหนูนิ่มที่โดนพี่เลี้ยงกอดโอบแน่น
เพี้ยะ!!
มือบางตวัดลงบนแก้มบุตรชายอีกครั้งหัวใจคนเป็แม่เจ็บไม่รู้จะเจ็บยังไงที่ต้องทนเห็นการกระทำของลูกที่คอยทำร้ายจิตใจลูกสะใภ้และหลานสาวมาตลอดโดยไม่สามารถช่วยอะไรได้ ต้องมาทนมองหลานสาวเฝ้ารอคอยราจีฟกลับบ้าน ถามไถ่หาทุกวันแม้จะไม่มีคำตอบให้แต่ก็ยังเฝ้ารอว่าสักวันว่าบิดาจะกลับมาหาและไปส่งที่โรงเรียนเหมือนพ่อแม่เพื่อน ๆ
“ฮือ ๆ...คุณย่าตีป๊ะป๋าทำไม...ฮือ ๆ เดี๋ยวป๊ะป๋าเจ็บ” ลลิลผลักตัวออกจากพี่เลี้ยงแล้ววิ่งเข้าไปกอดผู้เป็ย่าไม่ให้ทำร้ายบิดามือเล็กปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วเดินเข้าไปกอดต้นขาหนาของพ่อไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้คุณย่าทุบตี
“ปล่อย!!เอามือสกปรกของแกออกจากขาฉันเดี่ยวนี้ แล้วเลิกร้องไห้ซะ! มันน่ารำคาญ!!”
ตุบ!!
ราจีฟก้มมองหนูนิ่มที่กอดขาไว้แน่นน้ำตาที่ไหลออกมาจากั์กลมโตไม่สามารถทดแทนกับความเกลียดในใจได้ก่อนสะบัดขาอย่างแรงเพื่อให้หลุดจากวงแขนเล็กจนทำให้ลลินเซล้มจากนั้นก็เดินออกไปห้องทันที โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องของหนูนิ่มหรือคำด่าของมารดา
“ป๊ะป๋า!!”หนูนิ่มร้องเรียกผู้เป็บิดา หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตากลมโตไม่หยุด
“หนูนิ่ม...ทำไมหลานต้องมาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ด้วยนะราจีฟยังเหลือความเป็คนอยู่บ้างไหม ทำไมไม่หันมาสนใจลูกเมียบ้าง...” คุณหญิงรีบเข้าไปกอดปลอบหลานด้วยความสงสาร ไม่รู้ว่าเมื่อไรบุตรชายจะตาสว่างสักที
ริรินเดินเข้ามาในบ้านเมื่อกลับมาจากทำธุระข้างนอกแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องของลูกสาว ทำให้หัวใจของแม่เจ็บแปลบจึงรีบเดินตามเสียงร้องที่ได้ยิน เห็นลูกสาวกำลังซบอกผู้เป็ย่าร้องไห้ราวกับขาดใจข้างกายเต็มไปด้วยเศษกระดาษ
“หนูนิ่ม!!! หนูร้องทำไมลูก บอกมามี้มาสิคะใครทำหนู...”มือบางอ้ารับตัวลูกสาวที่โผเข้ากอดกระชับอ้อมกอดแน่นเพื่อปลอบให้ลูกหยุดร้องหัวใจของเธอ ณ ตอนนี้ เจ็บราวกับโดนกระชากออกมา
“มามี้ขา...ฮือๆ...หนูนิ่มเสียใจ...ทำไม...ป๊ะป๋าไม่รักหนูนิ่มล่ะคะ”ใบหน้าจิ้มลิ้มเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เงยหน้าถามมารดา
“ป๊ะป๋ารักหนูนิ่มมากเลยรู้ไหม...ที่เสียงดังเพราะว่าเหนื่อยยังไงล่ะคะ” คำพูดของหนูนิ่มทำให้เธอถึงกับนิ่งก่อนพูดโกหกเพื่อให้ลูกสบายใจว่าราจีฟนั้นรักตนมากแค่ไหนเธอไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้า แต่พอเดาออกได้ว่าหนูนิ่มต้องเผชิญกับการกระทำอันร้ายกาจของเขาแบบไหน
“จริง ๆ นะคะ”
“จริงสิ มามี้เคยโกหกหนูนิ่มเหรอคะ” ศีรษะเล็กส่ายไปมา คนเป็แม่เลยอดที่จะยิ้มกับท่าทางแบบนั้นไม่ได้แต่ต้องยิ้มค้างเมื่อได้ยินประโยคต่อมา
“ถ้ารักหนูนิ่ม...แล้วทำไมต้องฉีกภาพด้วย ฮือๆ”
“ไม่ร้องนะคะคนเก่งเดี๋ยวมามี้ต่อกลับให้ใหม่นะคะ มามี้อยากเห็นฝีมือวาดภาพของหนูว่าสวยหรือเปล่าหนูนิ่มวาดรูปอะไรคะ”เธอพูดเบี่ยงเบนความสนใจลลิลเพื่อไม่ให้คิดถึงเื่ของราจีฟแล้วดึงลูกสาวเข้ามากอดปลอบอีกครั้ง
“วาดรูปครอบครัวค่ะ มีมามี้ ป๊ะป๋า หนูนิ่มคุณย่า คุณตา คุณยาย และลุงราฟ หนูนิ่มอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นแต่...ป๊ะป๋าไม่เคยกอดหนูนิ่ม ไม่เคยพาหนูนิ่มเข้านอน หนูนิ่มอยากกอดป๊ะป๋าอยากให้พาหนูนิ่มไปเที่ยวเหมือนเพื่อนบ้าง ฮือ...”เสียงใสพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เมื่อตนไม่เคยได้ไปไหนกับบิดาเลยสักครั้ง
“ใครบอกคะว่าป๊ะป๋าไม่เคยกอดหนูนิ่มป๊ะป๋าเข้ามาตอนที่หนูนอนหลับแล้วต่างหาก หนูต้องเป็เด็กดีตั้งใจเรียนอย่าทำให้ป๊ะป๋าผิดหวังรู้ไหมคะ ถ้าหนูนิ่มเป็เด็กดีป๊ะป๋าจะพาหนูนิ่มไปเที่ยวก็ได้นะคะ” หญิงสาวพยายามพูดโน้มน้าวลูกสาว
“จริง ๆ นะคะ งั้นหนูนิ่มจะเป็เด็กดี ไม่ไปกวนใจอีกป๊ะป๋าจะได้รักมาก ๆ เหมือนที่หนูนิ่มรักป๊ะป๋า”เสียงใสเอ่ยด้วยความดีใจ มือเล็กปาดน้ำตาของตนเองออกแล้วเก็บเศษกระดาษที่เหลือเพื่อนำมาต่อกันใหม่
“ดีค่ะคนเก่งงั้นมามี้จะเอารูปไปติดสก๊อตเทปแล้วเอาไปใส่กรอบไว้ห้องนอนของเรานะคะตอนนี้ถึงเวลาของว่างแล้ว หนูนิ่มไปทานของว่างนะ” ริรินเรียกสาวใช้พาหนูนิ่มไปทานของว่าง
“ค่ามามี้ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ” หนูนิ่มจุ๊บแก้มมารดาแล้ววิ่งไปทานของว่างกับสาวใช้
“รินไปพักเถอะลูก แม่เสียใจจริง ๆที่ราจีฟทำแบบนี้กับหนูนิ่ม”คุณหญิงพิมพ์มาดาเอ่ยอย่างเอือมระอาและเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ริรินฟัง
“อย่าสนใจเลยค่ะ รินเจ็บจนชินแล้วและรินผิดเองที่ไม่รู้จักป้องกันทำให้ต้องมีหนูนิ่มขึ้นมา รินไม่ได้ตั้งใจจะทำลายชีวิตเขาเลยนะคะถ้าตอนนั้นมีทางออกมีที่ไป รินคงไม่แบกหน้าไปหาเขาแน่นอนค่ะ”หญิงสาวพูดทั้งน้ำตา ถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้น เธอคงไม่ต้องมาทนเจ็บถึงทุกวันนี้
หากเป็ไปได้เธอจะพาหนูนิ่มไปอยู่อเมริกาและจะไม่ยอมกลับมาที่นี่อีกแต่เป็เพียงแค่ฝันเท่านั้น
“โถ่!!...ริน ฟังแม่นะ ต่อให้ราจีฟไม่สนใจแต่อย่าลืมว่าแม่กับราฟยังรักเราสองคนอยู่ เห็นไหมั้แ่หนูนิ่มเกิดมาบ้านเราก็มีสีสันมากขึ้น รินต้องทนเพื่อหนูนิ่มนะ ถ้าทนไม่ไหวให้รีบบอกแม่จะพาเราไปอยู่ต่างประเทศทันที” คุณหญิงพิมพ์มาดาลูบต้นแขนลูกสะใภ้ด้วยความเป็ห่วง
“ค่ะรินขอบคุณคุณแม่มากนะคะที่เอ็นดูเราสองคนแม่ลูก ถ้าไม่ได้คุณแม่รินกับหนูนิ่มคงลำบาก”มือเรียวบางยกมือไหว้ขอบคุณแม่สามีด้วยความซาบซึ้งใจที่ท่านเอ็นดูและรักเธอกับหนูนิ่มราวกับลูกคนหนึ่ง