ตอนที่ 16 หวีผม (2)
เถียนจินจวี๋นั่งอยู่หน้ากระจกทองสัมฤทธิ์พลางสั่งนางด้วยน้ำเสียงร้ายกาจ “เกล้ามวยผมให้ข้าสวยๆ”
เถียนไฉ่เวยขมวดคิ้วมองผมยาวมันเยิ้มของนางแล้วแทบจะอาเจียน นี่ไม่ได้สระผมมานานแค่ไหนแล้ว
นางระงับอาการคลื่นไส้แล้วหยิบหวีขึ้นมาหวีผมให้เถียนจินจวี๋ ยังหวีไม่ถึงสองทีเถียนจินจวี๋ก็ะโจากเก้าอี้จะตบนาง “นางคนชั้นต่ำตั้งใจกระชากผมข้าให้เจ็บใช่ไหม!”
เถียนไฉ่เวยคว้าฝ่ามืออีกฝ่ายที่ยกขึ้นสูงแล้วขู่ว่า “ถ้าท่านกล้าแตะข้าแม้แต่ปลายผม ข้าจะเรียกให้ผู้ใหญ่บ้านมาเอาท่านไปขาย!”
เถียนจินจวี๋หงอทันที “เช่นนั้นเ้าก็อย่ากระชากผมข้าจนเจ็บขนาดนั้นสิ”
“ข้าทำไม่ได้หรอก ท่านหาคนอื่นมาหวีผมให้ก็แล้วกัน” เถียนไฉ่เวยโยนหวีใส่อ้อมแขนของเถียนจินจวี๋แล้วเดินหนีไป
เถียนจินจวี๋โกรธแทบแย่ ทว่าทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ก่นด่าแล้วเรียกสองพี่น้องเสี่ยวเฉ่ากับต้าเฉ่ามาหวีผมให้นางแทน
หม่าซื่อด่าเสียงเบาอยู่ในห้อง “นางสารเลวนี่ โตขนาดนี้แล้วยังต้องะโเรียกคนอื่นไปหวีผมให้ มือตัวเองหักไปแล้วหรือไร” ก่อนจะเดินไปที่ห้องจินจวี๋แทนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หลานสาวสองคนของเ้ายังเด็ก ข้าจะหวีผมให้เ้าเอง”
จินจวี๋ไม่สนใจว่าใครจะหวีผมให้ตัวเอง ขอแค่มีคนมาคอยปรนนิบัติรับใช้ก็พอจึงส่งเสียง ‘อืม’ อย่างเย่อหยิ่ง
หม่าซื่อทำผมให้นางพร้อมติดดอกไม้ผ้าสีสันสดใสหลายดอกบนศีรษะ และยังโปะผงแป้งชาดลงบนใบหน้าด้วย ก่อนจะเดินออกจากห้องไปที่ห้องโถง รอแม่สื่อหวังพาคนมาพบนาง
เถียนไฉ่เวยกลับไปที่เรือนมุงฟาง เห็นหลินซื่อพยายามออกไปทำงานข้างนอกอย่างทุลักทุเลก็รีบห้าม “ข้าบอกท่านปู่ท่านย่าแล้วว่าท่านแม่ไม่สบาย เช้านี้จะไม่ออกไปทำงานในทุ่งนา แม้แต่พวกข้าก็ไม่ไป”
หลินซื่อได้ยินดังนั้นก็ยอมแพ้ ไฉ่เวยปรนนิบัติให้นางนอน แล้วปิดประตูพาน้องสาวเสี่ยวหม่านออกไป เสี่ยวหม่านใช้ภาษามือถาม ‘พี่หญิง เราจะไปที่ไหนกันหรือ’
เถียนไฉ่เวยขยิบตาให้นางอย่างมีเลศนัย “ไปหาอาหารบำรุงให้ท่านแม่กินน่ะสิ”
เสี่ยวหม่านยิ่งงุนงง ทำภาษามือถาม ‘ไปหาอาหารบำรุงที่ไหนหรือ’
“ตามข้ามาก็พอแล้ว” เถียนไฉ่เวยพาเสี่ยวหม่านอ้อมไปตรงหน้าต่างด้านหลังห้องของเถียนจินจวี๋ แล้วล้วงไข่สามฟองขึ้นมาจากพื้นดิน
เสี่ยวหม่านตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ทว่าก็เดาความจริงออกได้ทันที นางทำภาษามือถามว่า ‘พี่หญิงขโมยไข่พวกนี้มาจากห้องของท่านย่าแล้วโยนความผิดให้อาสะใภ้สามหรือ’
เถียนไฉ่เวยทำตาดุใส่นาง “ขโมยอะไร ไม่น่าฟังเอาเสียเลย เราสามคนแม่ลูกทำงานเป็วัวเป็ควายให้ตระกูลเถียนทั้งวัน แม้แต่ไข่ไม่กี่ฟองก็กินไม่ได้หรือ”
เสี่ยวหม่านยิ้มเก้อกระดาก
จากนั้นเถียนไฉ่เวยก็ไปบ้านป้าจางเพื่อขอเศษเงินสองเหรียญ ป้าจางเอาเศษเงินกับกำไลเงินที่นางฝากเอาไว้ห่อด้วยผ้ารวมเป็ก้อนเดียวออกมา ป้าจางเปิดผ้าออก ระหว่างเอาเศษเงินสองเหรียญมอบให้เถียนไฉ่เวยก็ถามด้วยความเป็ห่วง “เ้าจะซื้ออาหารบำรุงอร่อยๆ ให้ท่านแม่เ้าหรือ เมื่อซื้อกลับมาแล้วจะเอาไปทำที่ไหน ถ้าทำที่บ้าน ปู่กับย่าเ้าจะไม่แย่งหรือ”
เถียนไฉ่เวยตอบ “ข้าจะซื้ออาหารปรุงสุกและมอบให้แม่ทางหน้าต่างเ้าค่ะ”
ป้าจางจึงได้วางใจ
เถียนไฉ่เวยหยิบเศษเงินสองเหรียญมาแล้วพาเสี่ยวหม่านไปตลาด ซื้อหม้อดินเผาเล็กๆ เกลือแกงครึ่งจิน[1] มีดพกหนึ่งเล่ม หนังสติ๊กขนาดเล็กหนึ่งอันและยังมีหินก่อไฟด้วย ก่อนจะย้อนกลับบ้านไป
ของเหล่านี้ซื้อด้วยเงินแค่หนึ่งเหรียญ ในมือนางยังเหลือเงินอีกหนึ่งเหรียญ
เสี่ยวหม่านถามอย่างไม่เข้าใจ ‘พี่หญิงจะซื้ออาหารปรุงสุกกลับไปให้ท่านแม่ไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ซื้อล่ะ’
“นั่นโกหกป้าจางเฉยๆ เงินที่ตระกูลเถียนจ่ายให้เราข้ายังไม่คิดใช้ตอนนี้หรอก กะว่าจะหาเงินเพิ่มอีกหน่อยมารวมเพื่อสร้างบ้านเป็ของเราเองแล้วย้ายออกจากตระกูลเถียน”
‘จริงหรือ’ เสี่ยวหม่านถามด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ ทำภาษามือด้วยท่าทางใหญ่โตเป็พิเศษ นางไม่อยากอยู่ร่วมกับคนตระกูลเถียนเลย
“จริงแท้แน่นอน”
‘แล้วพี่หญิงซื้อหม้อดินเผากับหนังสติ๊กอันเล็กมาทำไมหรือ’ เสี่ยวหม่านขมวดคิ้วแสดงออกว่าไม่เข้าใจ
เถียนไฉ่เวยพูดอย่างมีลับลมคมใน “เ้าตามข้ามาเดี๋ยวก็รู้”
เชิงอรรถ
^ ครึ่งจิน เท่ากับน้ำหนักสองร้อยห้าสิบกรัม