ตัวของเกลนนั้นแต่ก่อนสมัยยังเป็เด็กเขาเคยอาศัยอยู่กับพ่อและพี่ชายกันสามคน สมัยนั้นเกลนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆชื่อคาลอฟ มันตั้งอยู่หลังกำแพงชามิวลอสห่างไป 10 ไมล์ ในตอนนั้นที่นั่นยังปลอดภัยดีเพราะพวกใต้พิภพยังไม่รุกรานมาถึงตรงนั้น อันที่จริงสมัยก่อนตอนนั้นยังไม่มี 'คาฟาลิ' และ 'สเกได' ออกมาเพ้นพ้าน ทำให้มนุษย์สามารถรับมือกับพวกใต้พิภพได้ดี ถึงแม้จะพ่ายแพ้เป็ส่วนใหญ่แต่ก็ไม่สูญเสียจนย่อยยับเหมือนปัจจุบัน การต่อสู้ระหว่างทหารและ 'อิสโซกีโอ' เป็เหมือนนิทานก่อนนอนที่พวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านที่ไปรบกับพวกมันจะเอากลับมาเล่าให้ลูกหลานฟัง พวก 'อิสโซกีโอ' เมื่อ 20 ปีก่อนไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนในปัจจุบันทำให้มีชาวบ้านมากมายอาสาไปช่วยรบแลกเงินกับข้าวกลับมา ถึงแม้ส่วนใหญ่จะแพ้แต่อัตราการตายไม่ได้สูงขนาดนั้นเพราะพวกมันเชื่องช้าและไร้สติปัญญาไม่เหมือนปัจจุบัน
พ่อของเกลนเป็หนึ่งในชาวบ้านที่อาสาไปช่วยรบ เกลนและพี่ชายมักจะได้ยินเื่เล่าการต่อสู้ระหว่างพ่อกับ 'อิสโซกีโอ' เสมอ โดยเฉพาะก่อนนอนพ่อมักจะเล่าให้เขากับพี่ชายฟัง ส่วนใหญ่ก็เล่ารูปพรรณของพวกมัน บางทีก็เล่าว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน พ่อบอกว่ามันแข็งแรงเทียบเท่ากับผู้ชายโตเต็มวัย 3 คนรวมกัน การจะสู้กับมันด้วยพละกำลังอย่างเดียวเป็ไปได้ยากมาก พี่ชายของเกลนมักจะถามว่าถ้าแบบนั้นจะเอาชนะมันได้ยังไง พ่อก็บอก ทางเดียวที่จะชนะมันคือความเร็วและสมอง 'อิสโซกีโอ' นั้นขาดความเร็วและสมอง มนุษย์จะต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างช่องว่างให้โจมตีพวกมันได้ง่ายๆ บ้างก็ล่อมันด้านหน้าแล้วให้เพื่อนลอบเข้าไปโจมตีด้านหลัง บ้างก็ทำหลุมกับดักแล้วพอมันตกลงไปก็รุมยิงหน้าไม้ใส่ บ้างก็ใส่ยาพิษลงไปในศพของเพื่อนที่ตายเวลาที่พวกมันกินศพพวกมันก็จะตาย ตรงกันข้ามกับเกลน พี่ชายของเกลนนั้นตื่นเต้นมากเวลาที่พ่อเล่าเื่พวกนี้ พี่ชายเกลนมักจะถามว่าแล้วพ่อมักจะฆ่าพวกมันด้วยวิธีไหน พ่อเขาก็บอกใช้ทั้งหมดสามวิธีที่เล่ามา แต่ที่น่าใที่สุดก็คือเขาบอกว่าส่วนใหญ่พ่อเอาชนะพวกมันด้วยกำลังเพียวๆ
เกลนไม่รู้ว่าพ่อเขาแค่พูดโม้ให้เขากับพี่นับถือรึเปล่า แต่บางทีผู้ใหญ่บ้านก็มักจะเรียกพ่อเขาไปเอาไก่งวงกับข้าวกลับมาทุกครั้งที่รบเสร็จ ตรงกันข้ามกับพี่ชายเกลนที่ชื่นชมพ่อที่เก่งกล้า เกลนนั้นไม่ชอบเลย เกลนไม่ชอบที่พ่อเขาออกไปเสี่ยงอันตรายกับสัตว์ประหลาดแบบนั้นเพื่อไก่งวงและข้าวงี่เง่าพวกนั้น
เกลนมักจะบอกพ่อเสมอว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนที่ไม่เรียนรู้ ถึงวันนี้พวกมันจะยังอ่อนแอ แต่พลังที่ผิดมนุษย์มนาของมันแสดงให้เห็นว่าพวกมันยังมีศักยภาพน่ากลัวที่ซ่อนเร้นให้พัฒนาอีกมาก วันนี้มันอาจจะช้าแต่ถ้าสักวันพวกมันเรียนรู้ที่จะวิ่งล่ะ? วันนี้มันอาจจะติดกับดักมนุษย์แต่ถ้ามนุษย์ใช้กับดักเดิมๆกับพวกมันบ่อยๆทำไมพวกมันจะไม่จดจำล่ะ? ถ้าหากว่าพวกมันทั้งวิ่งได้และเรียนรู้มนุษย์ได้ล่ะ? เกลนมักจะถามพ่อว่าถ้าเป็แบบนั้นพ่อจะทำยังไง
พ่อของเกลนมักจะเงียบเมื่อเกลนถามแบบนั้น ส่วนพี่ชายเกลนก็มักจะไม่พอใจและแอบไปดุเกลนหลังบ้านไม่ให้พ่อเห็น แต่เกลนไม่สนใจเพราะเกลนถามทั้งหมดนั้นเพราะเป็ห่วงพ่อ เกลนกังวลว่าสักวันหนึ่งพวกใต้พิภพอาจจะเรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์และวันหนึ่งพวกมันจะฉลาดกว่า เมื่อวันนั้นมาถึงเกลนกลัวว่าพ่อเขาจะไม่กลับมาบ้านอีกเลย
เกลนกังวลแบบนั้น
และวันหนึ่ง...ความกังวลนั้นมันก็เป็จริง เมื่อ 3 ปีหลังจากนั้น พ่อของเกลนไม่กลับบ้าน เกลนและพี่ชายรออยู่หน้าบ้านท่ามกลางหิมะที่ตกปรอยๆ พวกเขาสองคนรอพ่อกลับมาอยู่แบบนั้น รอแบบนั้น แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนพ่อก็ไม่กลับมา หลังจากยืนรอ 6 ชั่วโมงั้แ่บ่ายจนตะวันตกเย็น มีเพียงแค่ชายชราผู้ใหญ่บ้านที่นำห่อเืกลับมา ในมืออีกข้างของผู้ใหญ่บ้านถือไก่งวงและข้าวมาให้พวกเขาสองคน ในตอนนั้นหัวใจของพวกเขาสองคนตกลงไปอยู่ภายใต้ความสิ้นหวังที่ลึกที่สุดเท่าที่มีมา หัวใจของสองพี่น้องแตกสลายเมื่อเปิดห่อเืนั้นออก ในห่อนั้นคือพ่อของเขา แต่มันมีแค่หัว
เกลนและพี่ชายร้องไห้อย่างหนักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันราวกับน้ำตาั้แ่เกิดมาไหลออกมาหมดในวันนั้นวันเดียว เกลนและพี่ชายสังเกตุว่าในเย็นนั้นไม่ได้มีแค่บ้านเขาหลังเดียวที่พบกับความสูญเสียแต่ที่บ้านอื่นๆก็ต่างพบความสูญเสียเช่นกัน นี่เป็ครั้งแรกที่มีการตายมากมายขนาดนี้เกิดขึ้นมา
ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าพวกใต้พิภพมันเริ่มเรียนรู้ มันเรียนรู้วิธีวิ่งของมนุษย์และทำตาม มันเรียนรู้แบบแผนการโจมตีของมนุษย์และหลีกเลี่ยง อันที่จริงพวกใต้พิภพเรียนรู้ทุกอย่างจากมนุษย์ ทั้งการสื่อสาร หรือแม้แต่การแสดงความรู้สึก พ่อของเกลนต่อสู้อย่างกล้าหาญกับพวก 'อิสโซกีโอ'ในเวอร์ชั่นอัพเกรดได้อย่างสูสี แต่ว่าเขาก็อยู่ได้จนกระทั้งใต้พิภพสายพันธุ์ใหม่ปรากฏตัวออกมา เ้าตัวนั้นมีขนาดเท่ากับมนุษย์ มีพละกำลังเท่ากับมนุษย์ แต่มันแตกต่างจาก 'อิสโซกีโอ' เมื่อมันมีพลังวิเศษที่สามารถสังหารมนุษย์ได้ง่ายๆเพียงแค่คิด พ่อของเกลนตายเพราะสู้กับพวกมัน อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่นำทัพได้รู้ว่าเ้าตัวนั้นเป็ลูกที่เกิดจากพวก 'อิสโซกีโอ' ผสมพันธุ์กัน นั่นเป็สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจนกระทั้งพวกใต้พิภพเรียนรู้พฤติกรรมมนุษย์ พวกมันเรียนรู้วิธีผสมพันธุ์ ลูกหลานของพวกมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เหตุผลการตายของพ่อเกลนอธิบายได้ด้วยคำเดียว 'เรียนรู้'
ตอนที่พี่ชายเกลนได้ยินคำนี้ เกลนมองเห็นสีหน้าที่เ็ปและสีหน้าที่รู้สึกผิดของอีกฝ่าย เกลนรู้ว่าพี่ชายในตอนนั้นคิดอะไร แต่เกลนไม่พูดอะไรเพราะคิดว่าอีกฝ่ายอยากจะอยู่คนเดียว เกลนคิดว่าพี่ชายจะรับมือกับความรู้สึกตัวเองได้
แต่เกลนคิดผิด
เมื่อวันรุ่งขึ้นเกลนตื่นนอนขึ้นมาไม่เห็นพี่บนฟูกข้างๆ แต่เขาไปเห็นพี่ชายแขวนคอตายอยู่หลังบ้าน ด้านข้างมีกระดาษกับปากกาวางทิ้งไว้อยู่ แต่ภายในนั้นมันไม่มีอะไร มันทำให้เกลนได้แต่คิดว่าพี่ชายเกลนรู้สึกเสียใจต่อเกลนเกินไปจนไม่มีหน้าจะสั่งเสียอะไร
หัวใจของเกลนในตอนนั้นดำดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความโศกเศร้า ต่อมามันก็แผดเผาด้วยไฟแห่งความเกลีดชัง เมื่อวานเสียพ่อ วันต่อมาเสียพี่ ทุกอย่างมันเป็เพราะพวกใต้พิภพที่พรากทั้งคู่ไป เกลนเกลียดชังพวกใต้พิภพสุดขั้วหัวใจั้แ่ตอนนั้นเป็ต้นมา โดยเฉพาะ 'สเกได' ั้แ่นั้น จากที่เคยเป็เด็กเกลียดการต่อสู้ เขาอาสาเข้ากองทัพเมื่ออายุ12 พวกใต้พิภพตอนนั้นแข็งแกร่งขึ้นจนน่ากลัวพอดีทำให้อาณาจักรไม่สนว่าใครจะอายุเท่าไหร่ ั้แ่นั้นเกลนก็สู้กับพวกใต้พิภพมาตลอด เขาสู้กับพวกมันมาหลายปีจนกระทั้งกษัตริย์และพวกขุนนางหยุดคิดเื่นั้นแล้ว เกลนเองก็รู้ว่าพวกนั้นทำสัญญาอะไรกับพวกใต้พิภพ นั่นทำให้เกลนรู้สึกผิดหวังในตัวราชวงศ์และพวกขุนนางอย่างมาก ั้แ่ที่รู้เื่สัญญาเมื่อ 3 ปีก่อน เกลนก็หมดศรัทธาในอาณาจักรและรู้แล้วว่าตัวเองไม่มีทางแก้แค้นให้พ่อกับพี่ชายตัวเองได้เขาเกลียดพวกเชื้อพระวงศ์และพวกขุนนางเพราะแบบนั้น
เกลนลืมตาตื่นขึ้นมา ฝันร้ายที่ทำให้นึกถึงวันที่รู้ว่ากษัตริย์วาซิลาสยอมแพ้ทำให้ย้ำเตือนว่าเป้าหมายตัวเองจะไม่มีวันเป็จริง แต่ก็จนกระทั้งได้ยินเสียงอาโนอิทอสเรียกทหารระดมพลไปฝึกซ้อมจึงย้ำเตือนอีกเช่นกันว่าเขายังมีผู้นำอีกคนที่ยังไม่คิดยอมแพ้ ทำให้เกลนโล่งใจ
ั้แ่ที่ได้ยินคำมั่นเมื่อวานของอาโนอิทอสต่อหน้ากษัตริย์ที่บอกว่าต่อให้จะเป็ศัตรูกับพ่อตัวเองก็จะปกป้องประชาชนตนเองให้ได้มันก็ทำให้หัวใจแห่งความหวังที่ตายไปนานแล้วของเกลนลุกกลับมามีไฟอีกครั้ง ตอนแรกที่อาโนอิทอสบุกมาที่แคมป์เขาแล้วพล่ามนู้นนี่จนกระทั้งไปฆ่าพวก 'อิสโซฟีโอ' กับ 'คาฟาลิ' ที่อาฟีโนจริงๆเขาก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอได้ยินว่าอาโนอิทอสยอมตัดกับพ่อตัวเองเพื่อประชาชนได้ก็ทำให้หัวใจของเกลนเชื่อเต็มร้อยว่าอาโนอิทอสเอาจริง มันทำให้เกลนมีความสุข
"พักอาวุธ!"
"เรียบอาวุธ!"
"หน้าเดิน!"
เกลนแต่งตัวแล้วเดินออกไปนอกเต้นท์ ก็เห็นอาโนอิทอสขโมยทหารของเขาออกไปฝึกปืนกลอีกเช่นเคย ทหารพวกนั้นเป็ทหาร 30 นายที่ไปรบกับอาโนอิทอสเมื่อวันนั้น ั้แ่ที่รบจบในวันนั้นทหารพวกนั้นก็ติดอาโนอิทอสแจเหมือนพ่อที่จริงทหารฝึกหัดพวกนั้นแทบจะนับถืออาโนอิทอสเป็พระเ้าของตัวเองไปแล้วั้แ่ที่อาโนอิทอสบอกว่าจะยอมมอบเศษเหล็กสีดำพวกนั้นให้ เกลนดีใจที่อาโนอิทอสมีใจสู้กับพวกใต้พิภพ แต่ใจหนึ่งเขาก็รู้สึกตะขิดตะขวงอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นลูกน้องตัวเองเคารพนับถือคนอื่นมากกว่าเขา ที่สำคัญลิโก มือขวาของเขายังไปกับทหารฝึกหัดพวกนั้นด้วย
เวลาที่เกลนระดมทหารของตัวเองฝึกดาบและหอกเกลนก็มักจะบ่นไปด้วยเสมอที่อาโนอิทอสมักจะให้ทหารฝึกหัดของเขาไปซ้อมยิงปืนไร้สาระพวกนั้น
"คนเราจะพึ่งพาของเช่นนั้นอย่างเดียวได้อย่างไร? เมื่อเจออันตรายใกล้ตัวจะปกป้องตนเองเช่นไร เห้อ? เ้าชาย ท่านอาจจะจริงใจกับเราจริง แต่ท่านนั้นยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการต่อสู้เลย" เกลนมักจะพร่ำบ่นแบบนั้นระหว่างฝึกลูกน้อง
ส่วนลูกน้องเขาก็มักจะบอกด้วยข้อโต้แย้ง "ท่านหัวหน้า แต่ว่าอาวุธของฝ่าานั้นทรงพลังจริงๆนะขอรับ ข้าไปเห็นมากับตา เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว เสียงโป้งดังขึ้นการโจมตีก็ถึงตัวเป้าหมายแล้ว"
ลูกน้องที่เป็เพื่อนมันอีกคนก็จะช่วยเสริมด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น "ใช่แล้วขอรับ! การโจมตีนั้นหลบก็ไม่ได้ มองก็ไม่เห็นไม่เหมือนลูกธนูที่ยังชูโล่ขึ้นกันทัน แต่เ้าอาวุธเหล็กนั่นเมื่อยิงไปแล้วไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ไม่มีทางหลบเลี่ยงได้นอกจากตาย เว้นเสียแต่อีกฝ่ายจะยิงไม่โดนเอง มันสุดยอดมากเลยนะขอรับหัวหน้า ท่านน่าจะลองดูบ้าง!"
เกลนก็มักจะตอบกลับอย่างเ็า "หึ! ข้ารู้ว่าอาวุธของฝ่าาน่ากลัวแค่ไหน แต่ข้ากำลังบอกว่าจะพึ่งพาของภายนอกเช่นนั้นอย่างเดียวมันใช้ไม่ได้ เกิดถึงคราวที่ไม่มีมันแล้วพวกเ้าจะสู้กับพวกใต้พิภพอย่างไร? ฝึกปืนนั้นฝึกได้แต่ก็ไม่ควรจะฝึกจนติดมัน การฝึกวิชาต่อสู้และกล้ามเนื้อต่างหากคือพื้นฐานสำคัญของนักรบ อย่าลืมสิว่าเ้า 'สเกได' มันฆ่าไม่ตายและทางเดียวที่จะชนะมีแต่ต้องเข้าประชิดตัวและเผาด้วยไฟ อาวุธพวกนั้นมันทำอะไรเ้าพวก 'สเกได' ไม่ได้หรอก"
เกลนก็มักจะตอบกลับมาแบบนี้ นั่นทำให้ลูกน้องส่วนใหญ่มักจะแอบไปบ่นกันถึงความล้าสมัยของเกลน ขณะที่บางคนแอบไปเข้าคลาสยิงปืนกับอาโนอิทอส
เกลนนั้นต่อต้านการฝึกสมัยใหม่ของอาโนอิทอสและคิดว่าการพัฒนาศักยภาพร่างกายตัวเองสำคัญกว่า
ส่วนอาโนอิทอสก็แน่นอนว่าวิทยาการใหม่สำคัญกว่า
เหล่าทหารชั้นผู้น้อยตาดำๆก็ได้แต่หลบมุมด้วยความปวดหัวผู้ใหญ่ทะเลาะกัน ไม่รู้จะเลือกข้างใคร อันหนึ่งเป็อาวุธทันสมัยที่ไม่เคยพบเคยเห็น อันหนึ่งก็เป็อาจารย์ที่ฝึกมาั้แ่ที่เข้ากองทัพ เปรียบเสมือนพ่อ เหล่าทหารต่างได้แต่ขอให้เ้าชายกับเกลนสงบศึกกันไวๆ
วันหนึ่ง คำขอของเหล่าทหารตาดำๆก็เป็จริงเมื่ออาโนอิทอสมาที่เต้นท์เกลนแล้วยื่นสารท้าประลองจำลองรบระหว่างทหาร 30 นายของอาโนอิทอสกับทหารทั้งหมดของเกลน คนที่แพ้จะต้องปฏิบัติตามคลอสฝึกของคนชนะ