“ว่าแต่แคว้นต้าเฉียงนี่มันยังไงกัน ทำไมมันดูแปลกๆ ชอบกล” จู่ๆ เป่ยจินก็เปลี่ยนเื่คุย
“อย่างไรกัน” คุยทีละเื่เดียวกันไปหมดเลยสินะ
“ก็จากที่ข้าสำรวจมา เหตุใดคนในแคว้นนี้ถึงมิกล้าเอ่ยนามของฮ่องเต้ตรงๆ เลยเล่า บ้างก็มีนิทานในโรงน้ำชา บ้างก็มีการจับกลุ่มจากจอมยุทธ์ขาจร พูดคุยกันในเื่ฮ่องเต้ทรราชย์นะสิ ทั้งๆ คนในแค้วนนี้ก็ออกจะมีอันจะกินไม่น้อย การเมืองการปกครองก็มิแย่เท่าที่ข้าคิด ว่าแต่เ้ารู้หรือไม่จินหลงว่าฮ่องเต้ของแค้วนต้าเฉียงคือใคร แล้วมีนิสัยเช่นไร”
“ข้าเป็สัตว์วิเศษก็จริง แต่ข้ามิใช่เทพชะตา ถึงจะรู้เื่ราวของคนบนโลกใบนี้ทุกคนหรอกนะ หากเ้าอยากรู้สิ่งใดก็ไปหาคำตอบเองสิ อยากรู้ไปเสียทุกเื่จริงเชียวนะ หึหึ” จินหลงตอบออกมา
“มิใช่ว่าเ้ากำลังหาว่าข้าเผือกอยู่ใช้หรือไม่” เป่ยจินถามออกไป
“บ้า ข้าพูดหรือ” จินหลงที่กำลังกลั้นขำอยู่ จึงทำได้เพียงสะบัดพัดในมือให้คลี่ออกมา เพื่อปิดบังใบหน้าของตนเองไว้ มิให้เป่ยจินรับรู้ว่าตนเองกำลังหลอกด่านาง
“เ้าเปล่า” เป่ยจินโต้กลับ
“ใช่มั้ยล่ะ” หึหึ
“แต่สายตาเ้ามันฟ้อง คอยดูเถอะข้าจะฟ้องเ้าคนหน้าตายว่าเ้ารังแกข้า” เป่ยจินทำได้เพียงสะบัดหน้าหนี อย่างแง่งอนใส่อีกฝ่าย
“โถ่ เกิดเป็เ้าจวินเทียนหลงนี่ ต้องคอยดูแลเ้าทุกภพทุกชาติไปเลยสินะ หึหึ”
“ทุกภาพทุกชาติ เ้าหมายความว่าเช่นไรกัน ข้ามิเข้าใจ”
“เปล่าๆ ข้าก็พูดไปเรื่อยนั้นแหละ” จินหลงที่รู้ว่าตนเองเอ่ยสิ่งใดออกไป ก็พลันได้สติกลับมาทันที เื่บางเื่อีกไม่นานนงก็จะรู้เอง เขามิจำเป็ต้องเข้าไปยุ่ง
“ปัง ปัง ปัง” // เสียงเคาะประตูดังขึ้นในระหว่งาที่เป่ยจินและจินหลงกำลังหยอกล้อกัน แน่นอนว่า นางได้สั่งไว้แล้วว่า หากมิมีเื่ใดสำคัญ มิอาจอนุญาตให้ใครเข้ามารบกวน
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูไป๋ฮวาขอเข้าพบเ้าคะ” สาวใช้ของโรงเตี๊ยมเอ่ยออกมา
“อืม เชิญเข้ามา” เป่ยจินหันไปมองหน้าจินหลงเพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดไป๋ฮวาถึงเดินทางมาหาตนตอนนี้
จินหลงที่คร้านจะใส่ใจในความเป็ไปของมนุษย์จึงส่ายหัวเบาๆ แล้วหายตัวเข้าไปในมิติทันที
‘จินหลงงงงงง’ เป่ยจินทำได้เพียงะโภายในใจตามหลังคนที่หนีตนเอง
“จินเออร์ ข้าคิดถึงเ้าเหลือเกิน” ไป๋ฮวาที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาแล้ว จึงค่อยๆ เดินเข้ามาด้านในห้อง พร้อมกับเดินเข้าไปออดอ้อนเป่ยจินทันที
“มิเจอหน้าแค่วันเดียว” นิ้วมือเรียวลูบไล้ไปยังปลายจมูกคนที่อ้อนเบาๆ
“โถ่ เ้าช่างมิสนใจไยดีข้าเสียเลย” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมาพร้อมกับกลับไปนั่งที่เก้าอี้ดีๆ
กลับกันอารมณ์ของคนที่เข้ามาก็เปลี่ยนไป เป่ยจินที่สังเกตได้จึงเอ่ยถามออกไปทันที
“เป็เช่นนั้น ว่าแต่เ้ามีอันใดมาหาข้า”
“เปล่าหรอก ข้ามานั่งเล่นที่นี่” ไป๋ฮวากล่าวออกมา แน่นอนว่าสายตากับคำพูดที่นางเอ่ยออกมานั้นช่างสวนทางกัน
“ทุกข์ใจอันใด บิดามารดาเ้า ใช่หรือไม่”
“อืม เื่พิษในตัวข้านะ เ้าสามารถช่วยได้หรือไม่” ไป๋ฮวารู้ว่าตนเองมิสามารถโกหกผู้ใดได้ แม้กระทั่งสหายใหม่อย่างเป่ยจิน
จึงตัดสินใจเล่าเื่ที่กังวลใจออกมาแน่นอนว่าเป่ยจินก็ยินดีช่วยสหายของตนเองเพียงแต่...
“อยู่ที่ว่าสิ่งแลกเปลี่ยนของเ้าคืออันใดมากกว่า”
“งก”
“ข้าเปล่า”
“เช่นนั้นเ้า้าสิ่งใดบ้างเล่า”
“จากเ้านะหรือ เ้ามีอันใดมอบให้แก่ข้ากันหืม ไหนเ้าลองเอ่ยออกมา ข้ารอฟัง”
“ข้ายินดีจะเป็ม้าเป็วัวให้เ้าตลอดไป”
“ฮ่าๆ เ้าล้อข้าเล่นหรือไร ไป๋ฮวา เ้าเป็สหายของข้า ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เอาเถิดข้าจะคิดย้อนหลังเื่ของตอบแทนละกัน ส่วนเื่การรักษาตัว เ้าจะเริ่มวันไหน”
“ยิ่งเร็วได้ยิ่งดี”
“ทำไมหรือ”
“ท่านพ่อท่านแม่ กำลังหาทางให้ข้าแต่งออกไป”
“อืม แต่มีข้อแม้ว่าเ้าต้องทำพันธะสัญญากับข้า”
“ได้ ข้ายินดี”
“เ้าจะมิถามหรือว่าพันธะสัญญาอันใด”
“ข้าเชื่อใจเ้า”
“เช่นนั้นอีกหนึ่งเดือนให้หลังเราจะทำการรักษาพิษกัน ส่วนสาเหตุนั้นเพราะร่างกายของเ้าจำเป็ต้องได้รับการบำรุงรักษาก่อน เพื่อให้ร่างกายของเ้าแข็งแรงพอที่จะรองรับพลังปราณที่อัดแน่นไว้”
“อืม ขอบใจเ้ามากนะ”
“ว่าแต่เ้าตัดสินใจได้หรือยังว่าจะทำกิจการอันใด”
“นั้นสิ ไป๋ฮวา ข้ามีสิ่งที่้าให้เ้าตอบแทนแล้วละ”
“ห๊ะ อันใดกัน”
“ไม่ยากและไม่ง่าย เพียงแต่เ้าไม่ยินยอมข้าก็มิว่า”
"อันใดกัน"
“ข้า้าให้เ้าเป็หุ้นส่วนข้าในการสร้างกิจการแถบป่าม่านหมอก”
“จะดีหรือ ข้ามิมีหัวคิดใดเลยนะ ที่ผ่านมาท่านพ่อและท่านแม่ต่างก็ก่นด่าข้าไม่เว้นแต่ละวันในเื่ของการค้า ว่าข้าเป็หญิงไร้ความรู้ที่จะทำมาค้าขาย ให้ข้าทำเพียงเป็หญิงสาวที่เตรียมตัวออกเรือนก็เพียงพอแล้ว”
“เ้าว่าอย่างไรละ”
“ข้าอยาก ข้าอยากลอง”
“ก็แค่นั้นเอง ที่เหลือข้าจะช่วยเ้าเองไป๋ฮวา”
หลังจากที่ทั่งคู่ตกลงกันได้แล้ว จึงเกิดทำสัญญาอักขระเืขึ้นมา เป็พันธะสัญญาที่สร้างขึ้นมาเฉพาะไป๋ฮวา
ไป๋ฮวานางมิใช่คนของตนเอง มิใช่ทาส เฉะนั้นนางจึงเขียนขึ้นมาใหม่ เป็การรวมกันของพันธะชีวิตและสัญญาทาส
จุดประสงค์ของพันธะนี้ เมื่อใดที่นางทรยศเป่ยจิน ความทรงจำที่มีทั้งหมดจะหายไป จุดกำเนิดปราณของนางจะแตกสลาย มิสามารถกู้คืนได้อีกชั่วชีวิต กับคนทรยศ แน่นอนว่าเป่ยจินมิเคยปราณี แม้จะเป็คนที่ตนเองรักมาก ก็ตาม
“เพล้งงงงงง” เสียงแจกันกระแทกกับพื้นห้อง
“เ้าพูดว่าอย่างไร ไป๋ฮวา” นายท่านไป๋เอ่ยขึ้นมาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดเป็อย่างยิ่ง
“ลูก้าเปิดกิจการเ้าค่ะ” ไป๋ฮวาที่คิดมาตลอดทางว่าตนเองจะทำเช่นนี้ดีหรือไม่ ตัดสินใจตอบกลับไปอย่างนักแน่น
ภาพครอบครัวที่กำลังนั่งทานของว่างกันอย่างมีความสุขโดยปราศจากนาง รอยยิ้มที่มิว่านานแค่ไหน บิดาของนางก็มิเคยมอบให้นางสักครั้ง
“เ้าเป็สตรีนะไป๋เออร์” ไป๋ฮูหยินที่ยืนเงียบๆ มาตลอดการพูดคุยเอ่ยขึ้นมา
“ท่านแม่เ้าคะ ข้าทำได้จริงๆ นะเ้าคะ” ไป๋ฮวายังคงเอ่ยออกมา
นายท่านไป๋ถึงกับโกรธจนหน้าสั่น ที่บุตรสาวตนเองแสดงออกมาเช่นนี้ มิใช่มิรู้ว่าบุตรสาวตนเองเป็เช่นไร เพียงแต่จะให้สตรีขึ้นมามีอำนาจมากกว่าบุตรชาย เช่นนั้นคนอื่นจะมองว่าเช่นไร
“เพราะเ้าคนพวกนั้นใช่หรือไม่ที่ทำให้เ้าเป็เช่นนี้”
“ท่านพ่อเ้าคะ มิเกี่ยวข้องกับผู้ใดเลยนะเ้าคะ” ไป๋ฮวาเอ่ยค้านออกมาทันทีที่บิดาของตนเอ่ยถึงบุคคลอื่น เช่นสหายของตน
“หากเ้ายังคงเถียงข้าเช่นนี้ ข้าจะสั่งโบยเ้าและกักเ้าไว้แต่ในเรือน จนกว่าจะแต่งงานออกไป”
“ท่านพ่อ / ท่านพี่” ไป๋ฮวาและไป๋ฮูหยินะโออกมาด้วยความใในคำพูดของนายท่ายไป๋พร้อมกันทันที
“ท่านพ่อเ้าคะ เหตุใดกัน ลูกทำอันใดผิด”
“เพี๊ยะ”// เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าดังขึ้นมาทันทีที่ไป๋ฮวาเอ่ยจบ
“ไป๋เออร์” ไป๋ฮูหยินะโออกมา เมื่อเห็ฯว่าบุตรสาวของตนเองโดนผู้เป็สามีของตนตบและลงไปนอนอยู่บนพื้น
ทางด้านของนายท่านไป๋นั้นก็ยืนนิ่งอย่างตกตะลึงไปชั่วขณะ เช่นกันที่ได้กระทำสิ่งนั้นออกไป แต่แล้วอย่างไรเล่านางเป็บุตรสาวของเขา ยิ่งไม่เคารพตนเองเช่นนี้ บทลงโทษก็ถือว่าสาสมแล้วต่างหาก
“ท่านพ่อ…ท่านรักข้าบ้างหรือไม่”
“เ้า เ้ายังกล้าเอ่ยเช่นนี้อีกหรือ เด็ก ๆ นำคุณหนูใหญ่ไปขังไว้ในห้องบรรพชนห้ามให้ข้าวให้น้ำ หนึ่งวันหนึ่งคืน ผู้ใดฝ่าฝืนขายออกไป”
“ท่านพี่นั้นบุตรสาวเรานะเ้าคะ”
“เ้าถามนางดูเถิดว่าจะยอมรับผิดหรือไม่”
“ท่านพ่อท่านแม่ลูกมิผิด”
“เ้า นังลูกสารเลว กล้ามิยอมรับความผิดตนเอง เด็กๆ เอาตัวคุณหนูออกไป”
“อึก อืออ”
“ท่านพี่เหตุใดถึงทำเช่นนี้ ท่านมิรักนางบ้างเลยหรือ”
“นางมิเชื่อฟังข้า เหตุใดเ้าจึงโทษข้าได้”
“นั้นเพราะท่านมิรับฟังนางมิใช่หรือ”
“ไป๋ฮูหยิน หากนางยอมรับผิดข้าจะยอมปล่อยนางออกมา”
“ท่านพี่”