เหวยเหนียงรอซูหลินอยู่หน้าประตูบ้านเพราะนางรับปากกับซูเยี่ยนแล้วว่านางจะไม่เดินเข้าไปเหยียบในบ้านของเขาอีก
เหวยเหนียงรออยู่นานและเห็นว่าประตูบ้านกำลังจะเปิดนางก็เลยจะเดินเข้าไปหา แต่กลับกลายเป็ซูเยี่ยนไม่ใช่ซูหลินนางก็เลยรีบหันหลังให้
ซูเยี่ยนดีใจที่ได้เห็นหน้าของเหวยเหนียงแต่ในเวลานี้เขายังทำอะไรไม่ได้ เขาทำได้เพียงแค่เดินจากไปเพื่อเข้าไปในวังหลวงเพราะเขาจำเป็ต้องไปรายงานตัวกับหัวหน้าองครักษ์ในตอนเช้าจากนั้นก็เข้าเฝ้าฝ่าา และตอนบ่ายค่อยไปประจำการทำหน้าที่อารักขาอยู่ที่ตำหนักของฮองเฮา
ซูหลินที่เดินตามพี่ชายมาทีหลังนางเห็นเหวยเหนียงยืนหันหลังให้ ก็เลยเรียก “พี่เหวยเหนียงเ้าคะข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะ”
“รีบไปกันเถอะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ว่าแต่พี่เหวยเหนียงจะไม่กล่าวลาพี่ซูเยี่ยนสักคำหรือเ้าคะ”ซูหลินสงสัย
“มันมีประโยชน์อะไรงั้นหรือในเมื่อเขาตัดเยื่อใยไปแล้ว กล่าวลาไปก็เท่านั้น” เหวยเหนียงรู้สึกปลง
“พี่เหวยเหนียงกำลังน้อยใจอยู่อย่างนั้นหรือเ้าคะอย่าโกรธพี่ชายเลย เขาจดจำพี่เหวยเหนียงไม่ได้เท่านั้นเอง” ซูหลินกล่าว
“เป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกันข้าจะได้กลับมาเป็โสดไงล่ะ” เหวยเหนียงพยายามมองในแง่ดี
“พี่เหวยเหนียงจะกลับไปคบท่านหยางสืออย่างนั้นหรือเ้าคะ”ซูหลินกล่าว
“ข้ายืนยันคำเดิมข้ากับท่านหยางสือไม่ได้เป็อะไรกัน ข้าก็แค่นับถือเขาเท่านั้นเอง” เหวยเหนียงยืนยันเสียงแข็ง
“ท่านหยางสือจะยอมช่วยข้าหรือเปล่านะเ้าคะ”ซูหลินกังวล
“บางทีเ้าอาจจำเป็ต้องใช้วิธีตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกน่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าจำเป็ต้องลดศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างนั้นหรือเ้าคะ”ซูหลินสงสัย
“เ้ากล้ากล่าวเท็จต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าาเ้าเองก็รู้ดีนี่ว่าหากความแตกพวกเ้าจะต้องได้รับโทษทัณฑ์ถึงขั้นโดนปะาเก้าชั่วโคตรมันคือความจำเป็ที่ต้องลดศักดิ์ศรีไม่ใช่หรือ” เหวยเหนียงคิดในใจว่า“มันคือพรหมลิขิตสินะ แม้จะเป็ความรักต่างวัยก็ตาม”
“ทำไมเส้นทางมันซับซ้อนนักล่ะเ้าคะ”ซูหลินบ่นระหว่างที่เดินตามเหวยเหนียง
“ไม่งั้นมันจะเรียกว่าฐานลับอย่างนั้นหรือ” เหวยเหนียงกล่าว
“ถึงที่หมายซะทีเ้าค่ะ” ซูหลินดีใจเมื่อเห็นประตูบ้านของท่านหยางสือเสียที
“พวกเราเข้าไปกันเถอะ” เหวยเหนียงชวน
พอสองสาวเดินเข้าไปถึงห้องทำงานของท่านหยางสือพวกนางก็เห็นท่านหยางสือทำหน้าวิตกกังวลอะไรบางอย่าง
“ท่านกังวลเื่อะไรอยู่หรือเปล่าเ้าคะ”เหวยเหนียงทัก
“ข้าคงรวบรวมผู้มีฝีมือไม่สำเร็จบัดนี้ฮองเฮาทรงใช้วิธีส่งคนแอบติดตามข้า หากข้าไปปรากฏตัวอยู่ที่ไหนและติดต่อใครคนๆ นั้นจะถูกจับและลงอาญาทันทีตอนนี้ข้าไม่กล้าติดต่อใครเพราะเกรงว่าจะทำให้พวกเขาเดือดร้อนเพราะข้า” ท่านหยางสือกล่าว
“น่าเสียดายนะเ้าคะ! องค์ชายหกทรงน่าจะร่วมมือกับท่านพระองค์ทรงไม่น่าเสด็จท่องเที่ยวไปทั่วหล้าเลย” เหวยเหนียงกล่าว
“ช่างเถิด! ว่าแต่เ้าพาน้องสามีมาทำอะไรที่นี่ ที่นี่เป็ฐานลับเ้าไม่ควรพาบุคคลภายนอกเข้ามานะ” ท่านหยางสือไม่พอใจเมื่อเห็นคนนอก
“ตอนนี้ข้าหย่าขาดจากซูเยี่ยนแล้วข้าไม่ใช่พี่สะใภ้ของซูหลิน แต่ถึงกระนั้นซูหลินก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรนะเ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“เอ่ออย่าต่อว่าพี่เหวยเหนียงเลยเ้าค่ะ ข้าเป็คนขอร้องนางเอง” ซูหลินรีบพูด
“เ้ามีอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ”หยางสือสงสัย
ซูหลินมองหน้าเหวยเหนียงดังนั้นเหวยเหนียงจึงช่วยกล่าวแทน “เื่มีอยู่ว่าฝ่าาทรงทราบแล้วว่าซูเยี่ยนหายจากอาการความจำเสื่อมแล้วดังนั้นจึงมีรับสั่งให้ครอบครัวซูเยี่ยนเข้าเฝ้าเป็การด่วนพระองค์ทรงมีพระประสงค์้ากำจัดซูเยี่ยนแต่ทรงทำไม่ได้เพราะมีพยานบุคคลยืนยันได้ว่าท่านซูเยี่ยนโดนลักพาตัวในระหว่างเกิดศึกาจริงๆเขาไม่ได้หนีทัพดังที่ถูกกล่าวหา พระองค์ทรงกำลังคิดหาวิธีกำจัดอยู่แต่บังเอิญว่าพอทอดพระเนตรเห็นซูหลิน พระองค์ก็ทรงถูกพระทัยในความงามของซูหลินดังนั้นพระองค์จึงทรงถือโอกาสบังคับให้ซูหลินเป็พระสนมเพื่อแลกกับชีวิตครอบครัวของนางซูหลินรู้ดีว่าต่อให้นางเป็พระสนม ครอบครัวของนางก็จะต้องถูกกำจัดภายหลังอยู่ดีดังนั้นนางจึงแอบอ้างว่ามีคนรักอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็คือท่านไงล่ะ” เหวยเหนียงเล่า
“อะไรนะ! ข้าอย่างนั้นหรือข้าแก่ป่านนี้แล้วนะ ฝ่าาจะทรงเชื่อนางได้อย่างไร” ท่านหยางสือกล่าว
“ความรักไม่จำกัดอายุนี่เ้าคะอีกอย่างในตอนนั้นข้านึกใครไม่ออกเลยจริงๆ ก็เลยแอบอ้างท่านเ้าค่ะ” ซูหลินกล่าวอย่างรู้สึกผิด
“ข้าอาจตายได้ทุกเมื่อข้าไม่มีเวลามาแสดงเป็คนรักของใครหรอก” ท่านหยางสือปฏิเสธ
“ท่านจะปล่อยให้ครอบครัวของซูเยี่ยนเกิดภัยหรือเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ในเมื่อนางแอบอ้างชื่อข้าไปแล้วนี่ตอนนี้ฝ่าาคงเลิกสนพระทัยในตัวนางไปแล้วล่ะ” ท่านหยางสือกล่าว
“ท่านไม่เคยได้ยินข่าวหรือเ้าคะเมื่อฝ่าาทรงถูกพระทัยหญิงคนไหน พระองค์ทรงต้องนางให้จงได้ไม่ว่าหญิงผู้นั้นจะมีเ้าของหรือไม่ก็ตาม” เหวยเหนียงกล่าวเพราะทราบมาว่าฝ่าาทรงมีพระสนมหลายพระองค์แล้ว
“ไหนว่าฝ่าาทรงรักฮองเฮามากไงล่ะ”ท่านหยางสือแปลกใจ
“น่าจะกลับกันมากกว่าเ้าค่ะฮองเฮาทรงรักฝ่าามาก ไม่ว่าฝ่าาทรงกระทำสิ่งใดฮองเฮาก็ทรงให้การสนับสนุนทุกเื่ทรงยอมแม้กระทั่งให้ฝ่าานั้นมีพระสนมไม่ว่าจะกี่พระองค์ก็ตาม” เหวยเหนียงเริ่มรู้สึกสงสารศิษย์พี่
“ทำไมฮองเฮาถึงทรงมีน้ำพระทัยกว้างขวางเช่นนี้นะ”ท่านหยางสือสงสัย
“ได้โปรดช่วยซูหลินด้วยเถิดเ้าค่ะ”เหวยเหนียงขอร้อง
“ข้าให้เ้าแวะเวียนมาพักอยู่ที่นี่ได้แต่เ้าห้ามเข้าใกล้ข้าอย่างเด็ดขาด ตกลงมั้ย” ท่านหยางสือ้าปกป้องชื่อเสียงของหญิงสาว
“ตกลงเ้าค่ะ ขอบคุณท่านหยางสือ”ซูหลินกล่าวด้วยความดีใจ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”เหวยเหนียงกำลังจะเดินจากไป
“เอ่อ ช้าก่อนแม่นางเหวยเหนียงเ้าจงไปตามแผนที่นี้เพื่อไปพบคนๆ นึงจะได้หรือไม่” ท่านหยางสือยื่นแผนที่ให้
“เขาเป็ใครงั้นหรือเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ไปถึงเ้าจะรู้เอง” ท่านหยางสือไม่ยอมบอก
“ก็ได้เ้าค่ะ งั้นข้าขอตัว”เหวยเหนียงยอมไปพบบุคคลปริศนาแต่โดยดี
ั้แ่นั้นมาซูหลินก็เดินทางไปฐานลับของท่านหยางสือทุกวันแต่ก่อนไปนางจะลวงสายลับไปเส้นทางอื่นก่อนแล้วค่อยแอบปลอมตัวเป็ชายมุ่งหน้าไปที่ฐานลับของท่านหยางสือ
ณ ฐานลับของท่านหยางสือ
“ข้าจะซักผ้าให้นะเ้าคะ”ซูหลินขันอาสา
“ข้าทำเองได้” หยางสือไม่ยอม
“พวกท่านทำงานเพื่อบ้านเมืองไปเถิดงานบ้านทุกอย่างข้าจะจัดการเอง” ซูหลินกล่าวและทำทันทีโดยไม่ยอมฟังคำปฏิเสธของผู้ใด
“ไม่ต้อง….” ท่านหยางสือกล่าวไม่จบ
“น่านะท่านหยางสือปล่อยให้ซูหลินทำไปเถิด พวกเรามาประชุมกันต่อดีกว่า” ถังไห่ช่วยพูดให้
ท่านหยางสือ ถังหู่ ถังไห่และชายฉกรรจ์ที่มีลักษณะภายนอกเหมือนโจรป่านามว่าหุ่ยเหวินก็เลยประชุมกันถึงเื่ที่จะรวบรวมผู้มีฝีมือได้ยังไงในเมื่อทางการกำลังออกตามล่าผู้ที่เป็ปรปักษ์ต่อฝ่าาอยู่
ซูหลินก็เลยทำั้แ่ซักผ้า ทำความสะอาดที่พักจนไปถึงเข้าครัวทำอาหารให้
ในระหว่างที่ซูหลินยกสำรับอาหารมาให้ พวกหนุ่มๆก็แซว
“ซูหลินเหมาะที่จะเป็ฮูหยินของท่านจริงๆนะท่านหยางสือ” ท่านหุ่ยเหวินแซว
“เหมาะตรงไหนนางเป็ลูกของข้าได้เลยนะ นางยังเด็กเกินไป อีกอย่างข้ามีภารกิจสำคัญที่จะต้องทำข้าไม่มีเวลาแสดงละครหลอกลวงใครหรอก” ท่านหยางสือกล่าว
“ท่านไม่จำเป็ต้องแสดงละครเ้าค่ะแค่ยอมให้ข้ามาที่นี่ก็พอ” ซูหลินกล่าว
“ตามใจเ้าเถิดแล้วอย่าเข้าใกล้ข้าล่ะ ยังไงชายหญิงก็ไม่ควรใกล้ชิดกัน” ท่านหยางสือกล่าว
“เ้าค่ะ” ซูหลินรับปาก
หลังจากชายหนุ่มทั้งสามกลับบ้านซูหลินเห็นท่านหยางสือนั่งอ่านตำราไปก็ทุบไหล่ตัวเองไปด้วยนางก็เลยรีบไปช่วยนวดไหล่ให้
“เ้าจะทำอะไรข้าบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเข้าใกล้ข้า” ท่านหยางสือใ
“ท่านนั่งประชุมเมื่อยซะขนาดนี้ให้ข้าช่วยนวดให้ท่านเถิดนะเ้าคะ” ซูหลินอาสา
“แต่มันไม่เหมาะสม” ท่านหยางสือกล่าว
“ในเมื่อท่านคิดกับข้าเป็แค่ลูกแค่หลานไม่ได้คิดกับข้าในเชิงชู้สาว ท่านจะกลัวอะไรเ้าคะ” ซูหลินแย้ง
“ตามใจก็แล้วกันห้ามแล้วไม่ฟังเลยนะ” ท่านหยางสือหมดคำจะพูด
ซูหลินยืนนวดไหล่ให้ฝ่ายชายจนกระทั่งเขารู้สึกสบายตัว
“ตรงนี้หน่อยสิ นั่นแหละ ดีมาก”ท่านหยางสือชี้ตำแหน่งที่ปวด
“ข้านวดดีใช่มั้ยเ้าคะ” ซูหลินรู้สึกดีใจเมื่อเห็นฝ่ายชายพอใจในการนวดของนาง
“นวดดีมากแต่ตอนนี้เ้ากลับไปเถอะ เดี๋ยวแม่ของเ้าจะเป็ห่วง” ท่านหยางสือไม่อยากให้หญิงสาวกลับค่ำมืด
“เ้าค่ะ ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่นะเ้าคะ” ซูหลินกล่าว
ซูหลินไปฐานลับของท่านหยางสือทุกวันเพื่อไปทำงานบ้านและช่วยทำอาหารให้จนกลายเป็กิจวัตรประจำวันของนางไปแล้วและทุกคนในฐานลับก็ให้การยอมรับในตัวนาง แม้กระทั่งท่านหยางสือเองก็เริ่มหวั่นไหวจากชายที่เอาแต่คร่ำเคร่งในตำราไม่สนใจหญิงผู้ใดแต่ใจของเขาต้องมาสึกกร่อนเพราะสาวน้อยวัยไร้เดียงสาอย่างซูหลิน
******************************
ณ บ้านของซูเยี่ยน
ท่านแม่รู้สึกทนไม่ไหวก็เลยต่อว่าลูกสาว
“แม่ไม่เห็นด้วยที่ลูกจะต้องไปฐานลับทุกวันแบบนี้นะ”ท่านแม่ต่อว่า
“ให้พ้น่นี้ไปก่อนนะเ้าคะไว้ฝ่าาทรงเลิกสนพระทัยลูกเมื่อไหร่ ลูกจะเลิกไปที่ฐานลับนั่นทันทีเ้าค่ะ”ซูหลินกล่าว
“มันจำเป็ต้องเอาชื่อเสียงของเราไปทิ้งด้วยงั้นหรือ”ท่านแม่กังวลแทนลูกสาว
“ลูกบริสุทธิ์ใจซะอย่างลูกกับท่านหยางสือไม่ได้มีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวกันเลยสักนิดเขาเห็นข้าเป็เหมือนลูกหลานคนนึง ในขณะที่ข้าก็นับถือเขาเหมือนผู้าุโก็เท่านั้นเองเ้าค่ะ”ซูหลินอธิบาย
“ตามใจก็แล้วกันยังไงก็ต้องระวังตัวด้วย จงอย่าลืมว่าเ้าเป็ผู้หญิงรู้มั้ย” ท่านแม่กล่าว
“เ้าค่ะ ท่านแม่” ซูหลินรีบเดินออกจากบ้านไปทันที
ท่านแม่มองดูลูกสาวเดินทางไปฐานลับของท่านหยางสือด้วยความวิตกกังวลนางส่ายหน้าและคิดในใจว่า “หวังว่าจะไม่เป็ไปตามที่ข้าคิดไว้นะและหวังว่าท่านหยางสือจะไม่ล่วงเกินลูกสาวของข้า”
******************************
ณ ห้องทำงานของท่านหยางสือ
“น้ำชาเ้าค่ะ” ซูหลินยกน้ำชาให้ท่านหยางสือ
“ข้าไม่หิวเ้ายกถ้วยน้ำชาไปให้ถังไห่เถิด” ท่านหยางสือปฏิเสธรับไมตรี
“ก็ได้เ้าค่ะ” ซูหลินแอบผิดหวัง แต่นางก็ยอมยกถ้วยน้ำชาไปให้ท่านถังไห่แต่โดยดี
สักพักซูหลินก็เดินกลับมาฝนหมึกให้กับท่านหยางสือ
“เ้าไปฝนหมึกอยู่ตรงนั้นเถิด”ท่านหยางสือ้าให้ซูหลินยืนฝนหมึกอยู่ห่างๆ
“แล้วมันจะทันใจท่านหรือเ้าคะ”ซูหลินสงสัย
“มา!ข้าฝนหมึกเองดีกว่าเ้าไปฝนหมึกให้ถังไห่เถิด” ท่านหยางสือกล่าว
ซูหลินก็เลยเดินคอตกไปหาถังไห่ที่นั่งเขียนจดหมายลับให้ท่านแม่ทัพฉีสง
ถังไห่กระซิบว่า “เ้าอย่าคิดมากเลยท่านหยางสือกำลังตัดใจจากเ้าต่างหาก”
“ท่านพูดอะไรน่ะเ้าคะท่านหยางสือไม่ได้คิดกับข้าแบบนั้นเสียหน่อย” ซูหลินไม่เชื่อ
“เ้าคอยดูต่อไปก็แล้วกัน”ถังไห่คิดว่าเขามองไม่ผิด
******************************
ในห้องทำงานซูหลินนั่งเช็ดโต๊ะไปก็มองท่านหยางสืออ่านตำราพิชัยาไป สักพักอยู่ดีๆนางก็เหลือบไปเห็นถังหู่กำลังยิงลูกดอกใส่ท่านหยางสือ
“ระวังเ้าค่ะท่านหยางสือ!”ซูหลินรีบวิ่งเอาตัวไปบังท่านหยางสือด้วยความลืมตัว
ท่านหยางสือเองก็มีวรยุทธ์เขารีบดึงหญิงสาวเข้ามากอดและพากันหลบลูกดอกได้ทันควันบัดนี้ลูกดอกแค่เฉี่ยวแขนเสื้อของท่านหยางสือไปปักที่ผนังห้องเท่านั้นทำให้แขนเสื้อของท่านหยางสือขาด
“เ้าทำบ้าอะไรน่ะ! ถังหู่ เ้าหมายจะฆ่าข้าอย่างนั้นหรือ” ท่านหยางสือกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าขอโทษขอรับ! ข้ากำลังฝึกยิงลูกดอกสำหรับส่งสารลับอยู่ท่านหุ่ยเหวินสอนข้าจนข้ายิงลูกดอกตรงเป้าทุกครั้งแล้วข้าก็เลยกะว่าจะลองยิงไปทางเสาที่อยู่ใกล้ท่าน แต่นึกไม่ถึงว่าซูหลินจะเข้ามาขวางทางลูกดอกของข้าข้าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายท่านจริงๆ นะ ข้าสาบานได้” ถังหู่พยายามแก้ตัว
“ช่างเถอะ! เ้าจงไปฝึกยิงกับเป้าใหม่ทั้งหมดเถิดอย่างเพิ่งยิงใกล้ผู้คนในตอนนี้เลยนะ หากพลาดขึ้นมา อาจถึงแก่ชีวิตได้” ท่านหยางสือกล่าวทั้งๆ ที่ยังกอดซูหลินไม่ปล่อย
“งั้นข้าจะรีบไปฝึกเดี๋ยวนี้ขอรับ”ถังหู่รีบวิ่งออกไปทันที
“เ้าไม่เป็อะไรนะซูหลินาเ็ตรงไหนหรือเปล่า” ท่านหยางสือกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เอ่อ ข้าไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะท่านปล่อยข้าเถิดนะ ถังไห่กำลังจ้องพวกเราอยู่” ซูหลินมองไปก็เห็นถังไห่กำลังแอบยิ้มให้คนทั้งคู่
ท่านหยางสือตั้งสติได้จึงรีบปล่อยหญิงสาวทันที “ขออภัยด้วยข้ามัวแต่ห่วงชีวิตของเ้า ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินเ้าเลยนะ”
“ข้าเข้าใจเ้าค่ะ” ซูหลินกล่าว
“ขอบใจมากที่ช่วยชีวิตข้า”ท่านหยางสือต้องกลับมาทำตัวเคร่งขรึมเช่นเดิม
“เอ่อ แขนเสื้อของท่านขาดข้าเย็บให้นะเ้าคะ” ซูหลินเหลือบไปเห็นเข้าพอดี
“ไม่เป็ไรข้าค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก็ได้” ท่านหยางสือกล่าว
“ขาดนิดเดียวเองข้าเย็บให้ตอนนี้ก็ได้เ้าค่ะ พี่เหวยเหนียงสอนข้าเย็บปักถักร้อยจนชำนาญแล้วรับรองว่าข้าจะไม่แทงเข็มถูกแขนท่านอย่างแน่นอน” ซูหลินอวด
หยางสือจึงยอมให้ซูหลินเย็บแขนเสื้อให้ทั้งๆที่เขายังคงสวมใส่ชุดนั้นอยู่ ทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งตอนนี้หยางสือมองหญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นเย็บผ้า ใจของเขาเต้นแรงมากตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา พอเงยขึ้นมามองถังไห่ก็เห็นว่าถังไห่มองมาที่เขาอย่างรู้ทัน
พอซูหลินเย็บเสร็จหยางสือก็รีบออกห่างจากซูหลินทันที
“ท่านรังเกียจข้ามากเลยอย่างนั้นหรือเ้าคะ”ซูหลินสงสัย
“ข้าไม่ได้รังเกียจเ้าแต่ข้า้าปกป้องชื่อเสียงของเ้าต่างหาก” ท่านหยางสืออธิบาย
“เอาเถอะเ้าค่ะนี่มันก็เย็นมากแล้ว ข้าขอตัวกลับบ้านก่อน” ซูหลินเห็นว่าสมควรแก่เวลาที่นางต้องรีบกลับบ้านเสียที
ซูหลินยังคงไปที่ฐานลับของท่านหยางสือจนกระทั่งครบกำหนด 20วัน แล้วอยู่ดีๆ ซูหลินก็เลิกไปเสียดื้อๆตอนนี้นางหันกลับไปช่วยท่านแม่ขายผ้าที่ร้านแทน
******************************
ณ ซุ้มดูดวงของเหวยเหนียง
“อ้าว! ท่านหยางสือมาหาข้าที่ซุ้มมีอะไรหรือเปล่าเ้าคะ” เหวยเหนียงสงสัย
“ข้าเอ่อ ข้าอยากเจอซูหลิน”ท่านหยางสือกล่าว
“ท่านก็ไปที่ร้านขายผ้าสิเ้าคะนางน่าจะช่วยท่านซูหลางขายผ้าเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าวถึงร้านของอดีตแม่สามี
“ข้าไปมาแล้ว แต่นางหลบหน้าข้าน่ะสิ”ท่านหยางสือกล่าวอย่างจนปัญญา
“อ้าว! ทำไมล่ะท่าน”เหวยเหนียงสงสัย
“ข้า เอ่อ ข้า เผลอข่มเหงนางตอนนี้นางตกเป็ของข้าแล้ว นางก็เลยเลิกไปที่ฐานลับ และเอาแต่หลบหน้าข้าข้าควรทำอย่างไรดี” ท่านหยางสือยอมรับสารภาพ
“ว่าไงนะ! นี่ท่านกล้าขืนใจหญิงสาวคราวลูกเลยอย่างนั้นหรือข้าผิดหวังในตัวท่านจริงๆ ท่านหยางสือ” เหวยเหนียงกล่าวอย่างผิดหวัง
“อย่ากล่าวโทษท่านหยางสือเลยท่านหมอดูมันเป็ความผิดของข้าเองข้าไปซื้อยาปลุกกำหนัดหมายจะวางยาใส่ฮูหยินของข้าที่กำลังงอนข้าอยู่ข้าอุตรินำไปวางในชั้นยาบำรุงของท่านหยางสือเอง ในตอนนั้นซูหลินได้ขันอาสาไปต้มยาบำรุงให้ท่านหยางสือดื่มนางหยิบขวดยาผิดไปพอท่านหยางสือดื่มยาที่หยิบผิดเข้าไปก็เลยควบคุมอารมณ์ความใคร่ไว้ไม่อยู่เลยกระทำย่ำยีหญิงสาวตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได” ท่านหุ่ยเหวินเล่า
“แล้วพวกท่านไปอยู่ที่ไหนเหตุใดถึงไม่ยอมช่วยซูหลินล่ะเ้าคะ” เหวยเหนียงสงสัย
“ถังหู่ฝึกวรยุทธ์กับข้าจนได้รับาเ็ถึงขั้นขาหักข้าเห็นว่าเขาเจ็บมาก ก็เลยแบกเขาไปหาหมอ พอหมอดามขาให้เขาแล้วข้าก็เลยแบกเขาไปที่บ้าน ข้าจ้างเด็กให้ไปส่งข่าวบอกท่านถังไห่ให้มาดูอาการพี่ชายดังนั้นในตอนนั้นจึงไม่มีใครอยู่ที่ฐานลับเลยนอกจากท่านหยางสือกับซูหลิน” หุ่ยเหวินอธิบาย
“บรรยากาศเป็ใจด้วยสินะพวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง จึงไม่มีใครมาช่วยห้ามนี่เอง” เหวยเหนียงเข้าใจสถานการณ์
“ตอนข้ากลับไปที่ฐานลับข้าก็เห็นท่านหยางสือนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงแต่เพียงผู้เดียวส่วนซูหลินนั้นคงรีบกลับบ้านตอนท่านหยางสือหลับไม่ได้สติน่ะสิ” หุ่ยเหวินเล่าต่อ
“ข้ามีความผิดมหันต์ที่กล้าทำร้ายจิตใจซูหลินข้าควรทำอย่างไรดี” ท่านหยางสือกล่าวอย่างวิตก
“ข้าขอถามท่านตรงๆ ได้มั้ยเ้าคะท่านรู้สึกยังไงกับซูหลินกันแน่ ท่านรักนางจริงๆ หรือแค่คิดอยากรับผิดชอบนางเท่านั้น”เหวยเหนียงสงสัย
“เอ่อ คือ ข้าแค่อยากรับผิด….”ท่านหยางสือกล่าวไม่จบ
“จงจำไว้ว่าคำพูดเป็นายของเราเมื่อคนเราพูดออกไปแล้ว ไม่อาจเอากลับคืนได้นะเ้าคะ” เหวยเหนียงย้ำเตือน
“ก็ได้ ข้ารักนาง ข้ารักนางมากพอใจแล้วหรือยัง” ท่านหยางสือยอมรับสารภาพว่าเขาแอบรักสาววัยใสคราวลูก
“ข้าก็กะแล้วเชียวว่าท่านไม่มีทางหักห้ามใจไม่ให้รักหญิงสาวน่ารักๆอย่างซูหลินได้หรอก” หุ่ยเหวินกล่าว
“ท่านพร้อมจะเผชิญกับคำด่าว่าและการโดนท่านซูเยี่ยนทำร้ายหรือไม่”เหวยเหนียงทำนายได้
“ข้าจะแต่งงานกับซูหลินให้เร็วที่สุดไม่ว่าข้าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม” ท่านหยางสือพร้อมที่จะเผชิญหน้า
“ดีมาก! ดังนั้นท่านจงไปยอมรับสารภาพกับซูเยี่ยนเถิดแล้วสถานการณ์จะบังคับให้นางยอมเผชิญหน้ากับท่านเองเพราะถึงท่านจะพยายามออกตามหานางไปทุกที่ยังไงนางก็ต้องหาทางหลบเลี่ยงหลีกหนีจากท่านไปได้อยู่ดีเ้าค่ะ” เหวยเหนียงทำนายได้ว่าท่านหยางสือมีดวงเมียหนีต้องให้บุคคลที่สามช่วยสานความสัมพันธ์เท่านั้น เขาถึงจะสมหวังในความรักครั้งนี้
“ข้าอยากแต่งงานกับนางก็จริงแต่นางคงอับอายที่ต้องมีสามีแก่ๆ อย่างข้า” ท่านหยางสือไม่มั่นใจในตัวเอง
“ท่านแค่เป็ชายวัยกลางคนที่ห่างหายจากการใช้ชีวิตคู่เท่านั้นเองเ้าค่ะความรักนั้นไม่จำกัดอายุหรอกนะท่าน” เหวยเหนียงกล่าว
“นางคงเกลียดข้ามากนางคงไม่ยอมรับในตัวข้าหรอก” ท่านหยางสือกังวล
“หากนางเกลียดท่านจริงนางคงไม่ดูแลเอาใจใส่ท่านตลอด 20 วันหรอกเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“หมายความว่ายังไง นางรักข้าอย่างนั้นหรือ”ท่านหยางสือสงสัย
“จะรักหรือเปล่าท่านต้องหาคำตอบเองเ้าคะ ข้านั้นตอบท่านไม่ได้ทุกอย่างหรอกนะ” เหวยเหนียงไม่ยอมบอก
“ข้าจะไปหาซูเยี่ยนที่วังเดี๋ยวนี้”ท่านหยางสือรู้สึกร้อนใจ
“ท่านบุกไปที่ตำหนักฮองเฮาเลยหรือเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“เปล่า ข้าก็แค่ไปพบเขาที่สำนักองครักษ์ที่วังหลวงในตอนเช้าเพราะยังไงเขาต้องไปรายงานตัวที่นั่นก่อนที่จะไปทำงานอารักขาที่ตำหนักของฮองเฮา”ท่านหยางสือกล่าวแผน
“ระวังตัวด้วยเ้าค่ะยังไงตอนนี้ท่านยังคงเป็เป้าสายตาของศัตรูอยู่” เหวยเหนียงกล่าว
“หวังว่าซูหลินคง เอ่อ ไม่คิดสั้นหรอกนะ”ท่านหยางสือรู้สึกเป็ห่วงซูหลินอย่างมาก
“นางเคยเป็ยาจกมาก่อนนางย่อมต้องรู้ว่าชีวิตนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน นางไม่คิดสั้นหรอกเ้าค่ะ”เหวยเหนียงรู้ดีว่าซูหลินนั้นเข้มแข็งมากแค่ไหน
“ขอบคุณมาก แม่นางเหวยเหนียงงั้นข้าขอตัว” ท่านหยางสือกล่าว
เหวยเหนียงมองดูท่านหยางสือเดินไปกับท่านหุ่ยเหวินก็ส่ายหน้าให้และพึมพำว่า “ข้าขอโทษด้วย ข้าทำนายได้ว่าท่านต้องโดนว่าที่พี่ภรรยาซ้อมเสียก่อนพอท่านได้รับาเ็สาหัส ซูหลินถึงจะยอมไปดูแลท่าน อดทนหน่อยนะท่านหยางสือนี่เป็ทางเดียวที่ซูหลินจะยอมพบหน้าท่าน”