ชายหนุ่มร่างสูงหันมายิ้มนิด เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมบนสามเม็ด พับแขนขึ้นถึงศอก สวมกางเกงขายาวเข้ารูป กับรองเท้าแตะพื้นนุ่มสีกรม ไม่มีสีใดโดดเด่นกว่ากันเลย แต่เขากลับยังสามารถสง่างามในลุคแสนสบายเช่นนี้น่ะหรือ
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงอีกครั้ง เป็เช่นนี้เสมอเมื่ออยู่ในพื้นที่สายตาของเขา สูญเสียการเป็ตัวของตัวเอง อีกทั้งขวยเขินเล็กๆ
“โทษทีนะครับ ผมคิดว่าทุกคนกลับไปหมดแล้ว” เขาเช็กจากกล้องวงจรปิด ไม่มีใครอยู่ในพื้นที่บริษัทแล้ว ทุกชั้นดับไฟสนิท จึงอยากออกมารับลม กับเบียร์เย็นๆ สองสามกระป๋องที่พกติดมือมาด้วย ไม่คิดว่าจะเจอกณิกนันท์ที่นี่
“ค่ะ” หญิงสาวค้อมตัวอย่างสุภาพ แล้วลุกขึ้นยืน “บัวขอตัวกลับก่อนนะคะ”
เขาเกือบจะปล่อยเธอไปโดยไม่พยายามเหนี่ยวรั้งแต่ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาในเสี้ยวนาที
“อยู่คุยกับผมเดี๋ยวได้มั้ยครับ”
เขาเป็นาย มีหรือเธอจะกล้าขัด “ค่ะ”
หญิงสาวยึดสายสะพายกระเป๋าด้วยมือสองข้าง รอฟังว่าชายหนุ่มมีเื่อะไรจะพูด แต่มีอาการตกอกใเล็กน้อยเมื่อเขาก้าวเดินมาหยุดตรงม้านั่งแล้วย่อกายลง สับขาไขว่ห้าง วางกระป๋องเบียร์ที่ยังไม่ได้เปิดลงข้างกาย ก่อนเงยหน้ามองหญิงสาวซึ่งยังเกร็งประหม่าอยู่ “นั่งลงก่อนก็ได้นะครับถ้าคุณบัวไม่รีบกลับ”
“ค่ะค่ะ” เธอตอบรับแล้วนั่งลงิ่ๆ ไม่ให้ตัวเองใกล้ชิด ทำตัวเสมอนายจนเกินงาม
“ไม่ต้องเกร็งนะ ตอนนี้นอกเวลางาน ผมอยากให้เราคุยกันแบบเพื่อน”
จะทำอย่างนั้นได้จริงเหรอ แค่นั่งข้างกันเธอยังเสียอาการเริ่มบีบมือบีบไม้กลบเกลื่อนอาการประหม่า
เธอไม่เคยนั่งตามลำพังกับภัทรกรเลย ทว่านับั้แ่เขาเริ่มสนใจบารมิตาชายหนุ่มก็หาโอกาสพูดคุยยิ่งขึ้นเพื่อจะหาโอกาสเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดญาติผู้น้องของเธอ ่นี้เองที่ทำให้เธอมีโอกาสคุยเื่ส่วนตัวกับเขามากขึ้น และเริ่มรู้ว่านิสัยแท้จริงแล้วชายหนุ่มอารมณ์ดี และน่ารัก ช่างเอาใจใส่เพียงไร จนไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกลายเป็พ่อหม้ายหย่าร้างกับภรรยาทั้งเป็ผู้ชายที่เกือบเรียกได้ว่าสมบูรณ์เพอร์เฟค ทั้งฐานะการเงิน การศึกษา รูปร่างหน้าต่าง หรือแม้กระทั่งนิสัยใจคอ
ชายหนุ่มยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจรดริมฝีปาก กลืนรสชาตินุ่มของแอลกอฮอล์มียี่ห้อลงคอหลายอึก กระทั่งเกลี้ยงแล้ววางปุลงข้างตัว
กณิกนันท์เท้ามือสองข้าง ทอดสายตามองท้องฟ้า รอคอยจนกว่าเขาอยากพูดอะไรสักอย่างแต่คงไม่พ้นระบายเื่บารมิตา
มันไม่ใช่ความผิดของเธอ หรือยัยตอง แต่ก็อดสงสารรู้สึกผิดต่อภัทรกรไม่ได้อยู่ดี นานแล้วที่เขาไม่ได้เปิดใจรับหญิงสาวคนไหน ซื่อสัตย์กับภรรยาที่ครอบครัวเลือกให้แม้ชีวิตคู่ปราศจากความสุขแต่ก็ไม่เคยทำร้ายหัวใจ ทำลายความรู้สึกของภรรยาโดยการมีคนอื่นซึ่งสวนทางกับเธอที่ไม่ได้ตอบแทนเขาด้วยการกระทำอันซื่อสัตย์เฉกเช่นเดียวกัน
เขาไม่ได้รักอดีตภรรยาอย่างลึกซึ้งแต่ก็เสียใจมากเช่นเดียวกันเมื่อการแต่งงานจบลงด้วยการหย่าร้าง ความพยายามทั้งหมดทั้งมวลไม่สัมฤทธิผล เขาประสบความสำเร็จเื่การทำธุรกิจ แต่กลับล้มเหลวเื่ความรัก
“วันนี้คุณมาทำงานยังไง”
“บัวนั่งรถไฟฟ้ามาค่ะ” เธอไม่รู้เจตนาแต่ตอบเขาตามความเป็จริง
“งั้น…” เขายื่นเบียร์ให้ “ไม่รู้ว่าปกติคุณดื่มหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ดื่มก็ไม่เป็ไรครับ” เขาไม่ได้คะยั้นคะยอ แค่หาคนอยู่เป็เพื่อน รู้สึกเหงาอย่างประหลาดครั้นจะชวนเพื่อนสนิทมาคุยให้ลืมทุกข์ คนรุ่นราวคราวเดียวที่เคยเป็เพื่อนเที่ยวของเขาก็ต่างมีครอบครัว มีลูก มีภรรยากันเกือบหมดแล้ว อย่างนั้นเองเขาจึงรู้สึกอ้างว้างพิกล น่าเสียดายที่การแต่งงานล้มเหลวไม่อย่างนั้นเขาอาจไม่ได้โดดเดี่ยวทางใจขนาดนี้
หญิงสาวคิดอย่างชั่งใจ ปกติเธอดื่มบ้างเป็บางครั้งคราวกับเพื่อนสนิทสาวๆ แต่ไม่เคยนั่งดื่มสองต่อสองกับผู้ชายอย่างนี้สักที แต่เอาเถอะ ถ้าเขาอยากมีเพื่อนเธอก็จะอยู่
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับเบียร์เย็นเฉียบ หากแต่เขาชักมันกลับ
“งั้นผมเปิดให้”
หญิงสาวคลี่ยิ้มน้อยๆ กับความช่างใส่ใจของเ้านาย
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” เธอรับมา แล้วยกขึ้นจรดริมฝีปากพร้อมกับเขาซึ่งเปิดกระป๋องใหม่
เวลาเคลื่อนผ่านครู่หนึ่งกระทั่งพระอาทิตย์ตกลงลับขอบฟ้า แสงไฟตามตึกราม ถนนหนทางเริ่มเปิดสว่างไสว
สวยดีจัง เธอแทบไม่เคยอยู่ดึกแล้วขึ้นมารับลมเย็นๆ มองภาพความสวยงามอย่างนี้สักครั้ง คิดว่าภาพบรรยากาศอย่างนี้มีแค่ในซีรี่ส์ที่ชอบดูเสียอีก บ้านเมืองเราก็มีภาพความสวยงามโรแมนติกอย่างนี้เหมือนกันหรือ อาจต่างกันหน่อยตรงรถราหนาแน่นกว่าเท่านั้น
“สามีเก่าของตองเขาเป็คนยังไง” เสียงทุ้มเอ่ยถามในที่สุด
หัวใจของกณิกนันท์ปวดแปลบเล็กๆ แต่มันก็ถูกทำให้ชินชาเหมือนเช่นเคยตอนถูกเขาหมางเมินสนใจคนอื่นมากกว่าตัวเอง