สิ่งมหศัจรรย์นั้นมีจริงด้วยหรอ

    ตอนที่ 2 ความฝัน

    คืนอันโหดร้ายได้ผ่านไปเช้ารุ่งขึ้นได้เริ่มต้นวันใหม่แต่ชีวิตที่เลวร้ายจะดีขึ้นได้รึเปล่านะ ไบร์ทได้ตื่นนอนขึ้นทั้งที่เมื่อคืนยังไม่ได้อาบน้ำหรือแม้แต่กินข้าว เขารู้สึกหิวโหยถึงอาหาร แต่ก็ยังรู้สึกผิดแม้แต่จะไม่กล้าเดินออกจากห้องนี้หรือผ่านประตูบานนี้ออกไปข้างนอก เขารู้สึกละอายใจต่อผู้เป็นพ่อที่เรื่องราวเล่านั้นได้เกิดขึ้น เขายังคงรู้สึกผิดต่อเรื่องราวเมื่อคืน หรือที่ผ่านๆมา สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ความสดใสของเด็กคนหนึ่งค่อยๆจางหายไป กลายเป็นสายตาที่เย็นชาที่ไม่อาจจะคิดว่านี้คือสายตาของเด็กน้อยคนหนึ่ง แต่ไบร์ทก็ยังต้องทำเหมือนเรื่องราวปกติถึงแม้แค่เห็นเพียงหน้าตาของผู้เป็นพ่อน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดอันเปี่ยมล้น ไบร์ทได้เดินทางโดยรถประทางเพื่อเดินทางไปโรงเรียนของเขา ใช้ชีวิตในโรงเรียนค่อนข้างปกติในทุกๆวันไม่ได้หวื่อหวาตื่นเต้นกับการศึกษาเรื่องใหม่ๆเขาเพียงแค่ขอให้วันนั้นจบลง จบลงโดยเร็วที่สุด ชีวิตของเขานั้นมีเท่านี้จริงๆ เวลาเรียนในช่วงเช้าได้จบลง ขณะพักกลางวันไบร์ทได้นั่งรับประทานอาหารเพียงตามลำพังอย่างปกติ และได้มองถึงคนอื่นๆที่นั่งกันเป็นกลุ่ม ไบร์ทไม่ได้มีความอิจฉา หรือถามตัวเองว่าทำไมเขานั้นไม่มีเพื่อน ความคิดที่อยู่ในใจของไบร์ทนั้นก็คือ ผู้คนนั้นก็ไม่ได้ต่างจากสัตว์บางกลุ่มที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน หรือผลประโยชน์ส่วนรวม จริงหรอ!! เวลาในยามบ่ายได้เริ่มต้นขึ้นและจบลงถึงในช่วงยามเย็นไบร์ทนั้นยังไม่ได้กล้าพอที่จะไปพบหน้าพ่อที่บ้าน เขาเลยขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนที่นั้นเป็นสถานที่แรกที่เขาได้มีเพื่อนครั้งแรก เขาจึงสบายใจทุกครั้งที่มาอยู่ตรงนี้สำหรับเขาแล้วตรงนี้เหมือนเป็นสถานที่ให้โชคแก่เขาถึงตัวไบร์ทนั้นจะเป็นคนที่กลัวความสูงแต่เขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้มองลงมายังข้างล่าง เขารู้สึกถึงความอิสระ เห็นสถานที่กว้างไร้กรอบ แต่เสียดายนักที่เขาทำได้แค่มองมัน ไม่สามารถไปได้ทุกที่ที่ใจนึกอยากไป ในช่วงที่ประตูโรงเรียนจะได้ปิดลงไบร์ทที่ลุกขึ้นและเดินหันกลับหลังเขาคิดในใจ ความเป็นจริงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครที่จะหนีมันพ้นกันทั้งนั้นสุดท้ายเราก็ยังต้องไปพบกับความเป็นจริงที่เราได้ทำมันไว้อยู่ดี ขณะที่ไบร์ทได้เปิดประตูเพื่อจะกลับไปยังบ้านของเขา แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะตรงหน้าของเขานั้นได้เห็นหญิงสาวที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา ที่ปกติเธอจะมีรอยยิ้มที่สดใสแต่ทำไมวันนี้กลับมีน้ำตา ใครเป็นคนทำเธอกันน่ะ หรืออะไรทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ ไบร์ทได้กล่าวถามเจอาร์ว่า เธอโอเครึเปล่า ทำไมเธอนั้นถึงร้องไห้ ใครทำอะไรเธอ เจอาร์นั้นได้พุ่งโอบกอดไบร์ทในทันที และเธอก็พูดกับไบร์ทว่าเขานั้นมีปัญหากับครอบครัว ไบร์ทคิดในใจคนที่สมบูรณ์แบบ แบบเธอจะมีปัญหากับครอบครัวงั้นหรอ ไบร์ทได้ถามกล่าวเจอาร์ว่าอะไรหรอที่ทำให้เธอกับครอบครัวต้องทะเลาะกัน เจอาร์ได้ตอบกลับไบร์ทว่ามันเป็นเรื่อที่เจอาร์นั้นต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ไบร์ทก็ได้ตอบไปในทันที นั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ เจอาร์ก็ได้ตอบกลับก็อาจจะดีสำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับเขานัั้นไม่ใช่ เจอาร์ได้บอกกับไบร์ทว่าคนเรานั้นมีความคิดที่ต่างกันและความฝันก็เช่นกัน เจอาร์ได้ถามกับไบร์ทต่อและความฝันของนายล่ะคืออะไรหรอ นายจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปวันๆหรอ ไม่คิดจะพยายามทำมันให้ดีขึ้นกว่าเดิมหรอ ไบร์ทได้ฟังและก็หัวเราะออกมาและตอบกลับเจอาร์ว่าความฝันขอเขานั้นน่ะหรอ ไบร์ทได้มองและย้อนกลับไปในอดีตแม่ของเขาก็เคยถามกับเขาในคำถามแบบนี้เช่นเดียวกันในตอนที่เขานั้นมีอายุเพียง 15 ปี ในตอนที่แม่นั้นยังมีชีวิตอยู่ ในตอนนั้นคำตอบที่ไบร์ทได้ให้กับแม่ของเขานั้นคือคำว่า นั้นสิผมอยากจะทำอะไรกันน่ะ พอไบร์ทนึกออกก็ได้เอ่ยบอกกับแม่ของเขาว่าเขานั้นอยากจะมีชีวิตที่อิสระ ไม่ต้องเครียดที่จะตื่นมาทำงาน ไม่ต้องกังวลถึงเช้าวันใหม่ที่ต้องนึกถึงแต่งาน เขาถามกับแม่ของเขาว่าชีวิตในวัยเด็กทำไมมันถึงมีความสุขจังครับ ชีวิตคนเราที่โตขึ้นต้องเครียดอะไรกันมากมายแบบนี้หรอครับ แม่ตอบกลับไบร์ไปเพียงว่ายิ่งเราโตขึ้นหน้าที่ของเรานั้นก็จะชัดเจนขึ้นและมีภาระตามมาเอง ไบร์ทได้คิดในใจเขานั้นคิดมาโดยตลอดว่าชีวิตของเรานั้นเกิดมาจะได้มีความสุข อยากจะทำอะไรก็ได้ทำ เที่ยวที่ไหนก็ได้ทุกที่อย่างที่ใจเรานึก แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลยโลกเราไม่ได้เป็นอย่างนั้น มีคนบางกลุ่มที่พวกเขานั้นอยากจะทำอะไรก็ได้ทำทุกอย่างแบบที่พูดไปแบบนั้นจริงๆ และมีบางกลุ่มที่ทำได้บ้างในบางครั้ง หรือกลุ่มที่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้นึกถึงมันเลย พอความนึกคิดเรื่องราวในอดีตได้จบลงไบร์ทได้พูดกลับเจอาร์ว่าความฝันของเขาน่ะหรอ คงเป็นสิ่งที่ผู้คนหวาดกลัวมัน เป็นสิ่งที่ผู้คนหลีกหนีมันมาโดยตลอด แต่สำหรับเขาแล้วนั้นกลับโหยหามันมาโดยตลอดโหยหาในทุกๆวัน เจอาร์ได้ถามกลับไบร์ทสิ่งนั้นคืออะไรหรอเขานั้นไม่เข้าใจสิ่งที่ไบร์ทได้บอกมา ไบร์ทได้ตอบกลับเจอาร์นั้นสิเขาพูดอะไรไปน่ะ เธอช่วยลืมๆมันไปเถอะ เอาเป็นว่าถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้น เธอจะรู้เองว่าฉันนั้นมีความกล้ามากขึ้น ไบร์ทกล่าวจบและได้บอกกับเจอาร์ว่าเรากลับบ้านกันเถอะนี้ก็เย็นมากแล้วไปเจอโลกความเป็นจริงกันเถอะ