บทที่ 44
คนที่สั่งฆ่า
แม่ทัพหนุ่มกวักมือเรียกซูฉีเข้าไปดูบางอย่าง ซูฉีสาวเท้าเดินมุ่งตรงเข้าไปนางสงสัยแม่ทัพหนุ่มผู้นี้อยากจะให้นางดูอะไร
เมื่อเดินไปถึงพบเห็นจดหมายฉบับหนึ่งตั้งอยู่ด้านบนโต๊ะ ซูฉีแสดงใบหน้างุนงง นางตั้งคำถามในใจนี่คือจดหมายอันใดกัน
“ จดหมายนี่คือ? ”
“ จดหมายจ้างวานฆ่าอย่างไรเหล้ามันเป็นจดหมายที่ผู้ที่อยากจะสังหารเจ้าส่งมาถึงพวกมือสังหารพวกนี้ ข้าใช้เวลาอยู่นานเลยนะกว่าที่จะตามหาหลักฐานเจอ ” หวงเจียวลู่ ใช้เวลาอยู่หลายวันในการตามหาหลักฐาน
ถึงแม้ว่าเส้นสายของเขาจะสามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นคนลงมือ เพียงแต่ว่าการสืบหาได้ว่าใครเป็นคนลงมือกับการสืบหาหลักฐานนั้นต่างกัน
แม้ว่าจะรู้ว่าใครเป็นคนลงมือแต่กลับไม่มีหลักฐาน การจ้างวานค่ากับพวกมือสังหาร ส่วนใหญ่แล้วจะมีการจ้างวานที่ลึกลับ
พวกหลักฐานมันก็จะโดนทำลายอย่างหมดจด แต่ว่าด้วยความสามารถของแม่ทัพหนุ่ม เส้นสายที่มีมากมายในมือ จึงสามารถหาของพวกนี้มาได้
“ นี่มันชื่อของตระกูลข้า… ”
ซูฉีเห็นชื่อที่ถูกเขียนเอาไว้ภายในจดหมาย ถึงแม้ว่าตระกูลซูส่วนใหญ่จะโดนลงโทษกับการกระทำผิด
นางโดนเนรเทศมาที่ชายแดนบิดาและมารดาโดนสังหารตายที่เมืองหลวง เพียงแต่ว่าตระกูลนั้นก็ยังไม่ได้ล่มสลาย
เหตุเกิดจากผู้เป็นน้องชายของผู้เป็นบิดา ทรยศตอบท่านพ่อของซูมี่ คิดจะอยากยึดครองตระกูล
สุดท้ายแล้วไปเข้ากับพวกราชสำนัก รุมมาเปิดโปงบิดาของซูมี่สุดท้ายแล้วคนที่โดนประหารก็มีเพียงแค่บิดาและมารดาของนาง
สิทธิ์ผู้นำตระกูลจึงตกกลายเป็นของน้องชายคนรองของตระกูลซู ซึ่งเปรียบเทียบแล้วก็เป็นเหมือนกับท่านอาของนาง
ซูฉีเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตัวของนางเริ่มเรียบเรียงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้
‘ เข้าใจแล้วเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มจากตอนที่เดินทางมาที่เมืองหลวงแห่งนี้ น้องชายของบิดาซูมี่ผู้ทรยศต่อผู้เป็นพี่ชายยึดของอำนาจของตระกูล’
‘ แต่ว่ามันมีกฎของตระกูลที่ผู้คนมากมายไม่สามารถยอมรับได้ และทำให้คนผู้นั้นไม่สามารถขึ้นเป็นผู้นำตะกูรได้ ’
‘ เราพอจะจำได้อยู่เพราะว่า เนื้อเรื่องภายในนิยายบอกว่าตระกูลซู เป็นตระกูลขุนนางเก่าแกกฎระเบียบการสืบทอดตระกูลจึงเคร่งครัด ’
‘ บรรพชนระบุเอาไว้อย่างชัดเจนตระกูลของบุตรชายคนโตจะต้องเป็นผู้สืบทอดตระกูลเท่านั้น ’
‘ ยกเว้นเสียแต่ว่าตระกูลของบุตรชายคนโตจะไม่มีผู้ใดหลงรอดชีวิตอยู่แล้ว บุตรชายคนรองจึงสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำตะกูรแทนได้ ’
‘ บางทีกฎระเบียบในส่วนนั้นเว้นวรรคมันจึงอาจจะทำให้คนพวกนั้นไม่สามารถปกครองตระกูลได้อย่างชอบธรรม เพราะว่าซูมี่ที่เป็นสายเลือดของผู้นำตระกูลคนโตยังมีชีวิตอยู่ ’
นางเริ่มเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ จากความคิดของนางมันน่าจะเป็นเพราะว่ากฎระเบียบการสืบทอดอันเคร่งครัดของตระกูล
เหตุการณ์ลอบสังหารในครั้งนี้มันถึงเกิดขึ้น แม่ทัพหนุ่มจ้องมองคุณหนูซู เค้ามองเห็นว่านางสงบนิ่งดูไม่ตกใจแถมยังขบคิดบางอย่างในใจ
ช่างเป็นภาพที่น่าแปลกประหลาดยิ่งนัก โดยทั่วไปแล้วสำหรับคนที่เพิ่งโดนคนภายในตระกูลลอบสังหารมาเว้นวรรคสิ่งที่มักจะแสดงกันก็คือการตื่นตระหนกตกใจ
แต่คุณหนูผู้นี้ไม่เพียงตื่นตระหนกตกใจ นางยังสงบนิ่งและพยายามคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด
“ ยอดเยี่ยมจริงๆไม่คิดว่าเจ้าจะสงบนิ่งคิดได้แบบนี้ เป็นอย่างไรบ้างการที่ได้รู้ว่าคนภายในตระกูลเป็นคนที่สั่งทักข้ามาลอบสังหารตนรู้สึกอย่างไร? ”
ซูฉีมองหน้าแม่ทัพหนุ่มก่อนที่นางจะถอนหายใจออกมา “ เฮ้อ~ ”
“ ไม่รู้สิเจ้าคะ… ข้าไม่สามารถบอกได้หรอกว่ารู้สึกอย่างไรในยามนี้คงจะรู้สึกอยากเอาชีวิตรอดกระมัง ” ซูฉีไม่สามารถบรรยายได้
เพราะว่าคนพวกนั้นที่สั่งนะข้ามาสังหารตนเอง ไม่ใช่ญาติของตนเองสักหน่อย ถึงแม้ว่านางจะไม่อยู่ภายในร่างกายนี้แต่นางก็ไม่ใช่ซูมี่
คนพวกนั้นเองก็ไม่ใช่ญาติของนางไม่ได้มีความผูกพันอะไรกันเลยแม้แต่น้อยเว้นวรรคคนอื่นๆถ้าโดนคนสนิทลอบสังหารคงจะรู้สึกเจ็บปวดแต่ว่า สำหรับนางแล้วต่างออกไป
“ เจ้านี่แปลกคนจริงๆหาคนแบบเจ้ายากเย็นยิ่งนัก ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
“ แล้วเรื่องสัญญาของเราไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้เจ้าคะ หวังว่าท่านแม่ทัพคงจะไม่ลืมว่าจะปกป้องชีวิตข้า ”
“ แน่นอนนั่นเป็นสัญญาสำหรับพวกข้าแล้ววาจาหนักแน่นยิ่งกว่าทองคำ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางกลับคำอย่างแน่นอน ”
“ แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรเหล้ายามนี้มีหลักฐานอยู่เบื้องหน้า เจ้าอยากจะให้ค่านำเอาหลักฐานพวกนี้ไปส่งที่เมืองหลวง ”
“ แจ้งกับทางการอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหรือว่า… ” ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มฉายความเย็นชา
“ เจ้าอยากจะให้ตัวของข้าสังหารพวกมัน ”
“ สังหารอย่างนั้นหรือเจ้าคะ! ท่านทำได้ด้วยอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ถึงอย่างไรคนพวกนั้นก็ยังมีอำนาจภายในเมืองหลวง ” นางถามออกมายังสงสัย
“ แน่นอนสามารถทำได้สิ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะมีอำนาจแต่ว่าสำหรับข้าแล้วการลอบสังหารผู้ที่มีอำนาจไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็น ”
แม่ทัพหนุ่มเอ๋ยราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ซูฉีนางจึงคิดได้ว่าภายในบทนิยายมันมีคำบรรยายเอาไว้
กองทัพเกาะดำมีกองทัพเงาอยู่ใต้บัญชา กองทัพเหงาใต้บัญชามีความแข็งแกร่งรวดเร็วสามารถลอบสังหาร เป้าหมายได้อย่างง่ายดาย
โดยกองทัพเงาเป็นกลุ่มรับที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการลอบสังหารเป้าหมายโดยเฉพาะ ในนิยายเองก็ถูกระบุเอาไว้ว่ากองทัพเงาเคยออกสังหารคนตามคำสั่งประมาณห้าถึงหกครั้ง
โดยในการลอบสังหารแต่ละครั้งไม่เคยผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว กองทัพเงาเลยเป็นสิ่งที่พวกขุนนางภายในราชสำนักเกรงกลัว
พวกมันเกรงกลัวว่าพวกมันจะกลายเป็นเป้าหมายแล้วโดนลอบสังหารโดยที่ไม่มีสิทธิ์โต้ตอบ
“ ถ้าเกิดว่าสังหารคนพวกนั้นไปแล้วทุกอย่างมันก็คงจบลงในทันที แต่ว่าถ้านำเอาหลักฐานพวกนี้ไปส่งแล้วกลับราชสำนัก ”
“ บางทีคนพวกนั้นอาจจะเจ็บปวดมากกว่าก็ได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ ” นางคิดว่าการมีชีวิตอยู่มันน่าจะเจ็บปวดกว่าความตาย
“ ก็จริงของเจ้าถ้าเกิดว่าคนพวกนั้นได้รับโทษแล้วก็การมีชีวิตอยู่ของพวกมันคงจะทรมานมากกว่าความตายอย่างแน่นอน ”
“ เอาเป็นว่าตัวของข้าจะช่วยเจ้าก่อนแล้วกันเอาของพวกนี้ไปส่งให้กับพวกราชสำนักของเมืองหลวง ”
“ ขอบคุณเจ้าค่ะ!! ” ซูฉีโค้งคาราวะแม่ทัพหนุ่มเบื้องหน้า
“ จริงสิเจ้าคะท่านแม่ทัพ ข้ามีของอยากจะมานำเสนอขายท่านเจ้าค่ะ ” นางเงยหน้าขึ้นมา
“ ของอยากจะขายอย่างนั้นหรอเจ้ามีอะไรอยากจะขายข้าว่ามาสิ? ” หวงเจียวลู่ แสดงรอยยิ้มนั่งลงตรงตำแหน่งที่นั่งของตนยกชาขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็น
แม่ทัพหนุ่มมองตรงไปที่คุณหนูผู้นี้นำมือของนางล้วงเข้าไปภายในเสื้อก่อนที่จะนำวัตถุบางอย่างออกมา
โดยของที่มันถูกนำออกมามันเป็นวัตถุคุ้นตาแม่ทัพหนุ่มขมวดคิ้ว “ นั่นมันอะไร? ก็แก้วธรรมดาไม่ใช่รึ? ”
สิ่งที่มองเห็นมันเป็นแก้วใบหนึ่งที่ถูกนำออกมาจากเสื้อของนางดูไม่แตกต่างอะไรจากแก้วธรรมดาทั่วไป นางต้องการนำเอาของสิ่งนี้มาขายทั้งที่มันมีขายอยู่ภายในพื้นตลาดเนี่ยนะ
“ ใจเย็นก่อนสิเจ้าคะท่านลองให้ค่าแสดงความสามารถของมันให้ดูก่อนท่านจะได้รู้ว่ามันมีความสามารถอย่างไร ”
ซูฉีถกแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นเตรียมพร้อมจะแสดงความสามารถของของที่นางคิดคนขึ้นมาให้กับแม่ทัพหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าได้ดู
แม่ทัพหนุ่มมองอย่างไม่กระพริบตากำลังคาดการณ์ว่าของที่อยู่เบื้องหน้ามีความพิเศษอย่างไร
จบบท