หลังจากที่กู้หนิงกับกู้อันกลับจากเรือนของกู้ฮูหยิน กู้อันกลับไปสำรวจเรือนพักของตัวเอง และเมื่อเห็นว่าเรือนพักของตัวเองอยู่ตั้งอยู่ตรงกลาง โดยด้านขวามือจะเป็เรือนพักของกู้เยวี่ยน และด้านซ้ายมือจะเป็เรือนพักของกู้หนิง กู้อันก็รู้สึกพอใจเป็อย่างมากที่เรือนพักของเขาอยู่ตรงกลางระหว่างเรือนพักของพี่ๆ ทั้งสอง
เมื่อสำรวจเรือนพักของตัวเองเสร็จ กู้อันก็เดินไปเรือนพักของกู้หนิง และเห็นว่ากู้หนิงกำลังสั่งให้สาวใช้จัดห้องนอนของตัวเองเสียใหม่ “พี่หญิง ท่านทำอะไรอยู่หรือขอรับ”
“ข้ากำลังให้สาวใช้จัดห้องนอนให้ข้าใหม่อยู่น่ะสิ” กู้หนิงชี้มือไปที่เตียงนอนและผ้าม่านอย่างรังเกียจ “เ้าดู สีชมพูหวานขนาดนี้ข้าจะนอนหลับลงไปได้ยังไง”
กู้อันหัวเราะอย่างพอใจ “แล้วผ้าม่านสีชมพูนี่มันไม่ดีตรงไหน มันเหมาะกับสตรีแสนอ่อนหวานอย่างท่านที่สุดเลยนะขอรับ”
“เหมาะกับผีน่ะสิ เอาอย่างนี้ไหม ถ้าเ้าชอบ ข้าจะให้คนขนผ้าม่านกับผ้าปูเตียงพวกนี้ไปให้เ้าใช้”
“พี่หญิงอย่าทำร้ายข้าอย่างนั้นสิ ข้าเป็บุรุษจะไปใช้ผ้าสีชมพูหวานพวกนี้ได้อย่างไรกัน”
“ที่เรือนพักของเ้าเรียบร้อยดีไหม” กู้หนิงถามน้องชาย
กู้อันถอนหายใจ “ข้าก็เอาผ้าม่านกับผ้าปูที่นอนจากมิติออกมาใช้เหมือนกัน ท่านแม่คิดว่ากำลังจะจัดงานแต่งให้ข้ารับภรรยาเข้าบ้านหรืออย่างไร ผ้าพวกนั้นมีแต่ลวดลายสีแดงเต็มไปหมด”
กู้หนิงหัวเราะ “คนยุคนี้ชอบงานปักและเน้นอวดลวดลาย จะเหมือนยุคที่เราจากมาได้อย่างไร อีกอย่างเราสองคนก็ชอบอะไรที่มันเรียบๆ อยู่แล้ว พวกเราก็เลยไม่ชินกับรสนิยมของคนยุคนี้”
“ของในมิติเรามีมากมาย เดี๋ยวเราค่อยทยอยขนมันออกมาใช้ ว่าแต่พี่หญิง ข้าคิดว่าสถานการณ์การเงินของจวนไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะขอรับ” กู้อันหันมาพูดพี่สาวด้วยท่าทางจริงจัง “เราต้องช่วยกันหาเงินเข้าจวนหรือเปล่า”
“ข้าก็ว่าจะปรึกษาเ้าเื่นี้อยู่เหมือนกัน แต่ข้าอยากพบกับท่านพ่อเสียก่อน เพราะไม่รู้ว่าที่จวนตกอยู่ในสภาพนี้เป็เพราะท่านพ่อมีความจำเป็บางอย่างถึงบริหารเงินไม่ดี หรือเพราะท่านพ่อเอาเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย”
กู้อันถอนหายใจอย่างปลงๆ “ใครจะคิดว่าจวนโหวที่มีหน้ามีตา แต่ภายในจะกลวงโบ๋ขนาดนี้”
“เอาน่า ในเมื่อเรามีมิติวิเศษอยู่กับตัวแล้วจะเราไปกลุ้มใจทำไม ตอนนี้เราแค่รอดูท่านพ่อเท่านั้นว่าเขาเป็คนยังไง หากเขาเป็คนดี เราก็ช่วยกันฟื้นฟูจวนโหวให้กลับมามั่งคั่งเหมือนเดิม”
“มันก็จริง” กู้อันเห็นด้วยกับความคิดของพี่สาว “เช่นนั้นข้าขอกลับไปนอนสักหน่อย แล้วเดี๋ยวเราไปเจอกันที่ห้องทานอาหารเลยนะขอรับ”
“ฮูหยิน! เด็กๆ เล่า เด็กๆ อยู่ที่ไหน” ท่านโหวกู้วิ่งั้แ่หน้าประตูจวนตรงมาถึงเรือนพักของตนเองกับฮูหยินอย่างไม่รักษากิริยาเหมือนอย่างที่เคยทำ
“คารวะท่านพ่อขอรับ” กู้เยวี่ยนคำนับบิดา
“ทำไมเป็เ้าเล่า เ้าส่งพ่อบ้านไปหลอกให้ข้ากลับมาที่จวนรึ” ท่านโหวกู้มองหน้าลูกชายแล้วขมวดคิ้ว
“ข้าไม่ได้หลอกท่านนะขอรับ น้องๆ กลับมาที่จวนแล้วจริงๆ”
“ยังจะกล้ามาหลอกข้าอีก ั้แ่ข้ากลับมาข้ายังไม่เห็นใครเลยสักคน เห็นแต่หน้าเหม็นๆ ของเ้าเท่านั้น” ท่านโหวกู้ยิ้มเย็นใส่ลูกชาย “อืม...ข้าก็ไม่ได้ทดสอบฝีมือเ้ามานานแล้ว เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าเ้าก็ตามข้าไปที่ค่ายด้วยเลยก็แล้วกัน”
“ไม่ได้นะขอรับท่านพ่อ พรุ่งนี้ยังไม่ใช่วันหยุด ข้าต้องไปเรียนที่สำนักศึกษาอยู่นะขอรับ”
“ไม่ต้องไปเรียนมันแล้ว ปีนี้เ้าก็อายุสิบห้าปีแล้ว ตอนที่ข้าอายุเท่าเ้า ข้าก็จับดาบออกไปรบพร้อมกับท่านปู่ของเ้าแล้ว”
“บ้านเมืองเราอยู่อย่างสงบสุขมาหลายปี ท่านจะให้ข้าไปออกรบกับผู้ใดหรือขอรับ”
“มีอะไรหรือเ้าคะท่านพี่ เสียงดังเข้าไปถึงข้างใน หรือว่าเยวี่ยนเอ๋อทำอะไรให้ท่านโมโหอีกแล้ว” กู้ฮูหยินเดินยิ้มมาหาสามี “เจอหน้าลูกทีไรก็เอาแต่ชวนเขาทะเลาะ ท่านไม่เบื่อบ้างหรือเ้าคะ”
“ก็ใครใช้ให้เ้าลูกชายคนนี้มันชอบกวนประสาทนัก เ้าไม่รู้หรือว่าวันนี้เขาถึงกับกล้าส่งพ่อบ้านไปเรียกตัวข้ามาจากค่าย ทั้งยังหลอกว่า...ใครนะ...กู้หนิงกับกู้อันเดินทางมาจากเมืองชิ่ง ข้าก็นึกอยู่ว่าข้าไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้ ที่แท้เ้าลูกชายตัวดีก็กุเื่ขึ้นมาหลอกข้า”
“ข้าไปหลอกท่านเมื่อไหร่ขอรับ น้องสาวกับน้องชายเดินทางมาจากเมืองชิ่งแล้วจริงๆ” กู้เยวี่ยนยืดอกพูดอย่างภูมิใจอีกครั้ง “เจอกันครั้งแรกน้องสาวกับน้องชายต่างก็ชมว่าพี่ใหญ่อย่างข้าเป็คนเก่ง”
“เก่งอะไร เก่งที่ไปต่อยตีกับไอ้หนุ่มสกุลโจวคนนั้นน่ะรึ อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเ้าไปมีเื่ชกต่อยกันที่ไหนมา”
“ท่านพ่ออย่าพูดถึงไอ้บ้านั่นเลยขอรับ หากไม่ใช่เพราะมัวแต่ไปต่อยกับเขา มีหรือที่ข้าจะเดินขากะเผลกให้น้องๆ ได้เห็นจนพวกเขาคิดว่าข้าเป็คนพิการไปแล้ว” กู้เยวี่ยนชกกำปั้นเข้ากับฝ่ามือ “คอยดูเถอะ ต่อยกันคราวหน้า ข้าจะซัดเขาให้หมอบเลย”
“ยังจะไปมีเื่กันอีก หากอยากทดสอบฝีมือก็ชวนกันขึ้นประลองบนเวทีประลองโน่น วิชาหมัดมวยเป็อย่างไร ดาบ กระบี่ ทวน กริช สิ่งเหล่านี้ที่ข้าเคยสอนทำไมไม่แสดงออกมาให้คนอื่นเห็น แต่ไหนแต่ไรไอ้พวกสกุลโจวก็สู้ตระกูลกู้ของเราไม่เคยได้ เ้าก็ดีนักที่เอาแต่กำปั้นไปทดสอบฝีมือ ข้าล่ะอายแทนบรรพบุรุษของตระกูลเราจริงๆ” ท่านโหวกู้เริ่มบ่นลูกชาย
“โธ่...ท่านพ่อ กับโจวสือหยวน ข้าไม่จำเป็ต้องแสดงฝีมือขนาดนั้น แค่กำปั้นเดียวข้าก็จัดการเขาได้อยู่หมัดแล้วขอรับ” กู้เยวี่ยนเปลี่ยนเื่ “ท่านพ่อ! ท่านเตรียมของขวัญพบหน้าให้น้องๆ แล้วหรือ”
“ยังจะมาโกหกข้าต่ออีก ไป! ตามข้าไปที่ลานฝึกเดี๋ยวนี้” ท่านโหวกู้เดินเข้าไปฉุดลูกชาย
“คารวะท่านพ่อเ้าค่ะ” กู้หนิงเดินยิ้มเข้ามา ก่อนหน้านี้นางตั้งใจว่าจะนอนพักสักหน่อย แต่พ่อบ้านกู้ไปรายงานว่าบิดาเดินทางกลับจากค่ายทหารแล้ว นางจึงชวนน้องชายมาคารวะเขา
“คารวะท่านพ่อขอรับ” กู้อันทักทายเสร็จก็ถามอย่างสนใจ “เมื่อกี้ท่านบอกว่าจะพาพี่ใหญ่ไปที่ลานฝึก ลานฝึกอยู่ที่ใดหรือขอรับ ข้าไปด้วยได้หรือไม่”
ท่านโหวกู้มองเด็กฝาแฝดที่เดินเข้ามา “พวก...พวกเ้าคือ...”
“พวกเขาคือน้องสาวกับน้องชายของข้า” กู้เยวี่ยนรีบตอบ
ท่านโหวกู้ไม่สนใจจะทะเลาะกับลูกชายคนโต เขารีบเดินไปหาเด็กฝาแฝดแล้วกอดเด็กทั้งสองไว้แน่น และไอ้เ้าน้ำตามันก็กลั้นไม่อยู่ ไหนๆ ก็ร้องไห้ออกมาแล้ว ท่านโหวกู้ก็ปล่อยโฮเสียงดังอย่างไม่อายใคร “ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าซือซือให้กำเนิดพวกเ้า ข้าขอโทษที่ไม่ได้ตามหาพวกเ้าให้เจอ อยู่ข้างนอกเป็อย่างไร ใช้ชีวิตกันสุขสบายดีหรือไม่”
“พวกเราสบายดีเ้าค่ะ” กู้หนิงตอบ
“ท่าน...ท่านพ่อปล่อยข้ากับพี่หญิงก่อนเถิดขอรับ ข้าหายใจไม่ออกแล้ว” กู้อันบอก
ท่านโหวกู้จึงได้คลายมือออก เขามองหน้าเด็กฝาแฝดอย่างเต็มตา “พวกเ้าได้รับส่วนดีของซือซือมาทั้งหมด ช่างดีจริงๆ แล้วเวลานี้ท่านแม่ของพวกเ้าเล่า นางอยู่ที่ใด”
กู้หนิงเล่าเื่ของมารดาให้บิดาฟังอีกรอบ
คราวนี้ท่านโหวกู้ร้องไห้หนักกว่าเดิม “นางก็เป็เสียอย่างนี้ ชอบเก็บอะไรไปคิดเองคนเดียว ข้ากับฮูหยินไม่เคยโทษว่านางทำผิดเลยสักครั้ง แล้วเหตุใด...เหตุใดนางต้องหนีไปแล้วทำให้ตัวเองต้องทนลำบากถึงเพียงนั้น”
ภาพที่บุรุษร่างสูงใหญ่นั่งร้องไห้อยู่อย่างไม่รักษาภาพลักษณ์ ช่างเป็ภาพที่เรียกว่าไม่น่ามองเป็อย่างยิ่ง แต่กู้ฮูหยินและบุตรทั้งสามต่างก็เข้าใจดี อีกทั้งยังรู้ว่าท่านโหวกู้ไม่ใช่ชายเ้าชู้มากรัก การที่ได้แต่งภรรยาเข้าจวนทีเดียวถึงสองคนก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยคิดมาก่อน แต่เมื่อได้แต่งภรรยาเข้ามาแล้ว เขาก็มอบความรักและความเอาใจใส่ให้กับภรรยาทั้งสองเป็อย่างดี ท่านโหวกู้ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งภรรยา เมื่อมารู้ว่าหลินหลี่ซือจากไปทั้งที่ในใจของนางยังรู้สึกผิด ท่านโหวกู้ก็อดที่จะโทษว่าเป็ความผิดของตัวเองไม่ได้ “เป็ข้าที่ผิดต่อนาง”
“ท่านพ่อเ้าคะ ก่อนที่ท่านแม่จะจากไป ท่านแม่หวังว่าท่านพ่อกับแม่ใหญ่จะให้อภัยนาง หากท่านพ่อยังเอาแต่ร้องไห้และโทษตัวเองอยู่อย่างนี้ ข้าคิดว่าิญญาของท่านแม่ที่อยู่บน์จะต้องเสียใจมากแน่ๆ เลยเ้าค่ะ” กู้หนิงปลอบบิดา
กู้อันแอบยกนิ้วโป้งให้พี่สาว ช่างเป็คำปลอบใจที่ดีจริงๆ ‘พี่หญิง สมแล้วที่ท่านอ่านนิยายและดูซีรีส์มาเยอะ’
กู้หนิงกระซิบตอบน้องชาย ‘เ้าก็นั่งดูซีรีส์พร้อมกันกับข้า เช่นนั้นก็หัดเอามันมาใช้ให้เป็ประโยชน์บ้าง’
สองพี่น้องยืนนิ่งเพื่อรอให้อารมณ์ของบิดาเ้าน้ำตาสงบลง
“พ่อทำเื่น่าอายต่อหน้าพวกเ้าแล้ว” ท่านโหวกู้เลิกร้องไห้ “เดี๋ยวพ่อจะให้คนไปหาฤกษ์ดี เราจะได้เอาอัฐิของนางไปฝังไว้ในสุสานของตระกูลกู้”
“ท่านพ่อขอรับ อีกตั้งหนึ่งชั่วยามกว่าจะได้เวลาอาหารเย็น เมื่อกี้ข้าได้ยินว่าที่จวนของเรามีลานฝึก ท่านพ่อพาข้าไปดูได้หรือไม่ขอรับ” ไม่ใช่ว่ากู้อันไม่รู้กาลเทศะ แต่เขาไม่อยากให้บรรยากาศของบ้านเต็มไปด้วยความเศร้า อย่างไรท่านแม่ของเขาก็จากไปแล้ว คนที่อยู่ก็ไม่ควรต้องจมอยู่กับความเศร้า
“พวกเ้าอยากฝึกวรยุทธ์อย่างนั้นหรือ” ท่านโหวกู้ถูกคำพูดของลูกชายดึงความสนใจได้สำเร็จ อย่างไรตระกูลแม่ทัพย่อม้าให้ทายาทฝึกฝนวรยุทธ์จนเก่งกาจ “หากเ้าอยากเรียน พ่อจะสอนให้เ้าเอง”
กู้อันยิ้ม “ข้ากับพี่หญิงฝึกวรยุทธ์มาั้แ่อายุได้ห้าขวบแล้วขอรับ”
“หืม...พวกเ้าฝึกวรยุทธ์มาั้แ่ห้าขวบ” ท่านโหวกู้ยิ้มกว้าง “เช่นนั้นก็แสดงฝีมือให้พ่อดูสักหน่อยก็แล้วกัน”
กู้เยวี่ยนที่เคยเกียจคร้านกับการฝึกก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที ไม่ใช่ว่าวรยุทธ์เขาอ่อนด้อย เพียงแต่เขายังไม่เจอคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือเท่าเทียมกัน ส่วนโจวสือหยวนอะไรนั่น เขาไม่มีทางแสดงวรยุทธ์ที่แท้จริงต่อหน้าไอ้คนไม่ได้เื่พรรค์นั้นหรอก
ทั้งครอบครัวเดินมาถึงลานฝึก กู้หนิงกับกู้อันมองเห็นเสาต่างระดับตั้งเรียงรายอยู่เกือบสามสิบต้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสาพวกนี้คือที่สำหรับฝึกวิชาตัวเบา ส่วนอุปกรณ์ไม้ต่างๆ ที่วางอยู่ก็คงจะเป็อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อเทียบกันแล้ว อุปกรณ์ฟิตเนสที่อยู่ในมิติของพวกเขาย่อมดีกว่านี้มาก เอาไว้วันหลังพวกเขาคงต้องสร้างห้องฟิตเนสขึ้นมาสักห้องแล้ว