จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 50 พลังวิญญาณที่พัฒนาขึ้น

    ตอนที่ 50

    พลังวิญญาณที่พัฒนาขึ้น 

    หลิงเฉินหลังจากที่เขาสามารถดูดซับพลังวิญญาณจากมุกวิญญาณจนสำเร็จก็ออกมาด้านนอกของห้อง เด็กน้อยลู่หมิงและลู่หนิงกับครอบครัวเยี่ยเมื่อเห็นหลิงเฉินออกมาได้อย่างปลอดภัยพวกเขาก็ให้ดีใจนัก 

    ในขณะที่หลิงเฉินกำลังมุ่งมั่นดูดซับพลังวิญญาณอยู่นั้นเองปฏิเสธมิได้ว่าพวกเขาไม่เป็นห่วง

    หลังจากการใช้มุกวิญญาณในการขัดเกลาพลังวิญญาณตลอดสามวันต่อกันมันทำให้หลิงเฉินสามารถพัฒนาพลังวิญญาณก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก 

    ตอนนี้ระดับของพลังวิญญาณของหลิงเฉินมันก้าวกระโดดไปถึงระดับบรรลุชะตา ขั้นที่ 1 เรียบร้อยแล้ว 

    การที่หลิงเฉินก้าวขึ้นไปสู่ระดับบรรลุชะตาขั้นที่ 1 ทำให้พลังวิญญาณของเขานั้นสามารถวาดอักขระระดับสีม่วงและสีแดงบางชนิดได้ แต่การที่พลังวิญญาณภายในร่างกายของเขาพัฒนาไปได้รวดเร็วเช่นนี้มันก็มีข้อเสียอยู่ นั่นคือร่างกายของหลิงเฉินพัฒนาตามพลังวิญญาณที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ทันเขาจึงมีอาการเหนื่อยล้ากว่าปกติเมื่อใช้พลังวิญญาณ

    หลิงเฉินที่นั่งอยู่ภายในห้องโถงขนาดใหญ่เขากำลังจิบชายอยู่อย่างใจเย็น พลางกับคิดหาวิธีทำให้ร่างกายของเขาสามารถทนรับกับพลังวิญญาณภายในร่างกายได้ 

    ถึงอย่างไรหลิงเฉินก็อยู่ในร่างของเด็กหนุ่มที่อายุเพียง 16 ปีร่างกายของเขานั้นไม่ได้แข็งแกร่งขนาดเท่ากับชายฉกรรจ์ไว้ประมาณ 20 ปี มันเลยทนรับพลังวิญญาณไม่ไหว

    ถ้าผู้ใดรู้เรื่องนี้เข้ามันคงเป็นข่าวสะท้านไปทั้ง 5 แคว้น 4 สุมทร ที่มีเด็กหนุ่มวัยเพียง 16 สามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในพลังวิญญาณระดับบรรลุชะตาขั้นที่ 1 ได้ แม้แต่ไท่จื่อของแคว้นหมิงที่กล่าวได้ว่าเป็นอัจฉริยะ ในวัย 19 ปีเขายังมีระดับพลังวิญญาณอยู่เพียงแค่หยั่งรู้เท่านั้น 

    ตอนนี้หลิงเฉินกำลังคิดไม่ตกการที่จะให้ร่างกายปรับเข้ากับพลังวิญญาณได้ก็มีแต่เพียงว่าเขาต้องรอให้ร่างกายเจริญเติบโตไปตามกาลเวลาเท่านั้น ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ไม่ทำอะไรหลิงเฉินจะได้รับผลเสียคือการที่เขาไม่สามารถใช้ทักษะหรืออักขระต่อสู้เป็นเวลานานได้

    “ เดี๋ยวสิมันมีอยู่นี่ไอ้สิ่งที่จะทำให้สมดุลของร่างกายปรับเข้ากับพลังวิญญาณได้น่ะ ” หลิงเฉินเอ่ยออกมาขณะที่เขาเพิ่งจะนึกออก 

    “ ยาเม็ดจื่อซู่ ” 

    ยาเม็ดจื่อซู่เป็นยาเม็ดที่จะใช้ในการเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายและปรับสมดุลพลังวิญญาณ ในยุคนั้นหลิงเฉินไม่จำเป็นต้องใช้มันเขาเลยไม่ค่อยให้ความสนใจมันสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอจะจำมันได้อย่างลางๆอยู่ภายในความทรงจำ 

    “ นายน้อยหลิงเจ้าคะหวังเซียนมาขอพบเจ้าค่ะ ” ท่านป้าเยี่ยได้เดินเข้ามาบอกกับหลิงเฉินที่นั่งอยู่ภายในห้องโถง

    “ ขอรับเชิญเข้ามาได้เลยขอรับ ”

    หวังเซียนถูกเชิญเข้ามาด้านในเขาเข้ามาทักทายหลิงเฉินก่อนจะเริ่มตั้งวงสนทนากันทันที

    “ เมื่อ 3 วันก่อนข้ามาที่นี่แล้วเห็นท่านป้าเยี่ยบอกว่านายน้อยหลินเก็บตัวฝึกตนอีก 3 วันถึงจะออกมาข้าเลยมาหา ”

    หลิงเฉินสัมผัสได้ทันทีว่าภายในคำพูดของหวังเซียนดูมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬได้ขมวดคิ้วสงสัย

    “ ท่านมีเรื่องอะไรจะปรึกษาข้าหรือเปล่า ”

    “ เรียนนายน้อยหลิงโดยตรงเมื่อได้ยินข่าวของสงครามที่ชายแดนทั้งสองแคว้นแล้วข้าก็หนักใจยิ่งหนักเลยอยากจะมาขอถามความคิดเห็นของนายน้อยหลิงสักหน่อย ”

    “ สงครามงั้นรึ สงครามที่ใดกัน ” หลิงเฉินถามด้วยความสงสัย 

    “ ก็สงครามที่ชายแดนระหว่างแคว้นเราและแคว้นหลิวอย่างไรขอรับ ตอนนี้มันเริ่มดุเดือดขึ้นมาได้หลายเดือนแล้ว ตอนนี้ข้ามีสายข่าวอยู่ภายในกองทัพเขาบอกมาว่าในวันพรุ่งนี้จะเป็นศึกตัดสิน ถ้ากองทัพของฝ่ายเราพ่ายแพ้ละก็ เมืองชิงลู่ของเราที่อยู่ใกล้กับชายแดนพอสมควรอาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย ข้าเรืออยากจะมาขอความคิดเห็นจากท่านสักหน่อย ”

    เมื่อได้ฟังความหลิงเฉินก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มพลางคิดตามไปด้วย เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตอนนี้ชายแดนกำลังมีสงครามอยู่ 

    ผ่านไปครู่หนึ่งหลิงเฉินหันไปตอบหวังเซียนที่กำลังเฝ้ารอคำตอบ “ ท่านวางใจเถอะอย่างไรเสียเมืองชิงลู่ก็ล้อมรอบไปด้วยป่าแถมยังมีสัตว์อสูรวิญญาณอาศัยอยู่มากนักพวกมันคงไม่กล้าย่างกายเข้ามาหรอก ”

    “ แต่ข้าก็ยังไม่คลายความกังวล ”

    “ เอาเช่นนี้เป็นไรท่านหวังเซียนท่านกับท่านป้าก็ย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์ของข้าก่อนคฤหาสน์แห่งนี้ข้ากางเขตแดนเอาไว้ไม่มีผู้ใดย่างกายเข้ามาได้ เมื่อสงครามจบลงพวกท่านค่อยกลับเข้าไปอยู่ภายในเมือง ” หลิงเฉินช่วยออกความคิดเห็น 

    หวังเซียนทำท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งอย่างไรเสียบ้านของนายน้อยหลิงก็น่าจะปลอดภัยกว่าอยู่ภายในเมือง ที่ผ่านมาเขาได้รู้ถึงความสามารถของนายน้อยหลิงผู้นี้แล้วว่าเก่งกาจขนาดไหน คฤหาสน์หลังนี้ถูกกลางเขตแดนเอาไว้และยังมีปลามังกร 7 สีที่เป็นสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีดำคอยดูแลอย่างไรก็ดีกว่าอยู่ภายในเมือง 

    “ เอาเช่นนั้นก็ได้ขอรับ ข้าน้อยขอขอบคุณนายน้อยหลิงมาก ” หวังเซียนกล่าวออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาคารวะตามมารยาท

    “ ไม่เป็นอันใดขอรับ พวกเราเป็นสหายกันต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ” หลิงเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม 

    “ จริงสิขอรับท่านหวังเซียนข้าอยากจะถามท่านเกี่ยวกับเรื่องยาเม็ดจื่อซู่สักหน่อย ” หลิงเฉินถามออกมาเขาอยากจะได้ยาพวกนี้เลยอยากจะให้หวังเซียนผู้นี้หาให้สักหน่อย 

    “ ยาเม็ดจื่อซู่หรือขอรับ ”

    จบตอน