ตอนที่ 193
ดนัยกับอาจารย์โคบายาชิวิ่งตามอาจารย์จากคณะคหกรรมเข้าไปในตึกและอาจารย์จากคณะคหกรรมก็พาทั้งสองคนไปจนถึงห้อง ครัวตะวันตก ซึ่งใช้เป็นสถานที่เรียนของเด็กคณะคหกรรม
ภายในห้องครัวตะวันตกนั้นมีเด็กนักศึกษามากมายยืนเบียดเสียดกันอยู่พวกผู้หญิงต่างหน้าซีดเผือกเพราะเห็นเพื่อนบาดเจ็บนิ้วขาดส่วนพวกผู้ชายก็ได้แต่ยืนมุงให้กำลังใจเพื่อน
“หลบหน่อยๆอาจารย์ตามคนมาช่วยแล้ว !!” อาจารย์คณะคหกรรมรีบบอกให้นักศึกษาของตนหลบไป
ฟุบ !! เหล่านักศึกษาจากคณะคหกรรมต่างแหวกทางให้อาจารย์และพวกดนัย
นี่มันทำไมเลือดออกเยอะขนาดนี้ล่ะครับ !! ดนัยเบิกตากว้างมาเมื่อเหล่านักศึกษาพาหลีกเผยให้เห็นร่างของนักศึกษาที่บาดเจ็บ
ซึ่งภาพที่ดนัยเห็นคือภาพของกองเลือดขนาดใหญ่และนักศึกษาที่นอนหน้าซีดอยู่บนพื้นที่มือมีผ้าที่ดูเหมือนจะเป็นผ้ากันเปื้อนถูกพันมือเอาไว้
“อาจารย์คะทำไมเลือดถึงออกเยอะขนาดนี้ไม่ใช่ว่านิ้วขาดเพราะโดนเครื่องสไลด์เนื้อตัดเอาหรอกเหรอเพราะถ้าโดนเครื่องสไลด์ตัดอย่างมากนิ้วก็น่าจะขาดไปแค่ 1 – 2 เซนติเมตรแผลแค่นั้นเลือดมันไม่น่าจะออกเยอะขนาดนี้” อาจารย์โคบายาชิก็คิดว่าเลือดที่พื้นมันมากเกินไป
“โดนเครื่องสไลด์ตัดจริงๆครับเครื่องนั้นไง” อาจารย์พูดพลางชี้ไปที่มุมห้องซึ่งมีเครื่องตัดเนื้อขนาดใหญ่ตั้งไว้อยู่
“เครื่องนั้นมัน !!” อาจารย์โคบายาชิมองตามไปก็อุทานออกมาเพราะตอนแรกเธอเข้าใจว่าเครื่องสไลด์เนื้อที่ว่าจะเป็นเครื่องเล็กๆที่สไลด์เนื้อสำหรับทำชาบูอะไรแบบนั้น
แต่มันไม่ใช่เลยเพราะเครื่องสไลด์เนื้อที่อาจารย์จากคณะคหกรรมชี้ให้ดูมันคือเครื่องขนาดใหญ่ที่ไว้ใช้สำหรับในโรงงานที่ใช้แล่วัวทั้งตัวออกเป็นชิ้นๆนั่นเอง
และเมื่อเป็นเครื่องสไลด์ขนาดใหญ่แบบนี้จึงไม่แปลกใจเลยที่บาดจะใหญ่จนทำให้เลือดออกมากองใหญ่แบบนี้นี่นับว่าโชคดีด้วยซ้ำที่เครื่องนั่นมันไม่ทำให้ข้อมือนักศึกษาขาด
“อ๊ะ...ดูเหมือนพวกคุณจะเข้าใจผิดว่าเป็นเครื่องสไลด์ที่ใช้สำหรับสไลด์เนื้อให้บางสินะ” อาจารย์จากคณะคหกรรมดูเหมือนจะเข้าใจปฏิกิริยาของดนัยและอาจารย์โคบายาชิ
“เรื่องเครื่องนั่นเอาไว้ก่อนแล้วกันครับนิ้วของเด็กนักศึกษาที่บาดเจ็บยังอยู่มั้ยครับ” ดนัยถาม
“อยู่ครับผมให้เด็กเก็บใส่กล่องน้ำแข็งเอาไว้แล้ว” อาจารย์จากคณะคหกรรมพูดพลางชี้ไปที่กล่องน้ำแข็ง
อ่า...กล่องน้ำแข็งให้ตายสิความเย็นนั่นจะไปทำลายเซลล์ในเนื้อเยื่อจนต่อไม่ได้ ดนัยได้ยินว่าเก็บเนื้อไว้ในกล่องน้ำแข็งก็แสดงสีหน้าเครียดทันที
“อาจารย์โคบายาชิคุณช่ว...”
“ฉันจะไปดูนิ้วที่ถูกตัดออกมาเองค่ะคุณช่วยจัดการดูแผลแล้วห้ามเลือดให้ทีอาจารย์ดนัย” อาจารย์โคบายาชิไม่รอให้ดนัยพูดจบเธอเดินตรงไปที่กล่องน้ำแข็งแล้วเปิดออกเอานิ้วออกมาจัดการให้ถูกต้องทันที
ทางดนัยที่เห็นอาจารย์โคบายาชิไปจัดการเรื่องนิ้วที่ถูกตัดแล้วก็ไม่รอช้าเดินไปหานักศึกษาคนที่นอนอยู่บนพื้นพร้อมกับแกะผ้ากันเปื้อนที่ใช้พันมือออก
ฉูด !! ทันทีที่ดนัยแกะผ้ากันเปื้อนออกเลือดก็พุ่งออกมาจากแผลทันที
“บ้าเอ้ย...พวกคุณนี่ไม่มีความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเลยใช่มั้ยเนี่ย” ดนัยตวาดออกมาเพราะสภาพของมือนั้นมีเชือกรัดเอาไว้ด้วย
“เอ๊ะ...ผมปฐมพยาบาลไม่ถูกต้องงั้นเหรอครับไม่ใช่ว่าการจะหยุดเลือดต้องสร้างแรงกดเหนือบาดแผลเหรอครับ” อาจารย์จากคณะคหกรรมหน้าซีดเพราะตนเป็นคนบอกให้เหล่านักศึกษาปฐมพยาบาลนักศึกษาที่บาดเจ็บระหว่างที่ตนวิ่งออกไปตามหาคนช่วย
“เฮ้อ...นั่นมันในกรณีที่บาดแผลเล็กครับก่อนอื่นขอผ้าสะอาดหน่อยสิครับ” ดนัยไม่ได้อธิบายทันทีเขาขอผ้าสะอาดเพื่อจัดการห้ามเลือดก่อน
“นะ...นี่ค่ะ” นักศึกษาหญิงจากคณะคหกรรมที่ได้ยินว่าดนัยขอผ้าสะอาดเธอก็ไปหยิบผ้ามาให้ดนัย
“ถะ...ถ้าอย่างนั้นวิธีการห้ามเลือดที่ถูกต้องมันทำยังไงครับ” อาจารย์จากคณะคหกรรมพยายามถามขณะที่ดนัยกำลังห้ามเลือดอยู่
“ไม่ยากเลยครับก่อนอื่นก็ทำความสะอาดบาดแผลแล้วก็กดลงไปบริเวณเหนือบาดแผลประมาณ 3 – 5 วินาทีจากนั้นก็ปล่อย” ดนัยอธิบายพร้อมทำให้ดู
ฉูด !! เลือดพุ่งออกมาอีกรอบหลังจากดนัยกดแล้วก็ปล่อยมือทางด้านอาจารย์จากคณะคหกรรมและเหล่านักศึกษาต่างงงเพราะไม่เห็นเลือดมันหยุดตรงไหน
“การกดเมื่อครู่ก็เพื่อสร้างแรงดันในกระแสเลือดและทันทีที่ปล่อยแรงดันก็จะลดลงจังหวะนั้นก็แค่ยกแผลขึ้นให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจก็แค่นั้นเองครับแบบนี้ไม่ถึงนาทีเลือดก็หยุดไหลแล้ว” ดนัยพูดพร้อมกับทำให้ดูและก็เป็นอย่างที่บอกไม่ถึงนาทีเลือดก็หยุดไหล
“อ๊ะเลือดหยุดไหลแล้ว” อาจารย์จากคณะคหกรรมอุทาน
“ใช่ครับแค่นี้เลือดมันก็หยุดไหลแล้วแต่แบบเมื่อครู่น่ะเป็นเพราะเชือกที่รัดข้อมือเอาไว้ทำให้มีแรงกดถูกส่งไปตลอดทำให้แรงดันในกระแสเลือดสูงและทำให้เลือดถูกสูบฉีดออกมาตลอดเพราะแบบนั้นเลือดถึงไม่หยุดไหลไงครับ” ดนัยอธิบาย
“แบบนี้นี่เอง” อาจารย์คณะคหกรรมพยักหน้าเข้าใจ
“อาจารย์โคบายาชิครับนิ้วเป็นไงบ้าง” ดนัยหันไปถามอาจารย์โคบายาชิ
“เรียบร้อยแล้วดีที่ใส่กล่องน้ำแข็งไปไม่นานเซลล์เลยยังไม่ถูกทำลาย” อาจารย์โคบายาชิที่นำนิ้วออกมาจากกล่องน้ำแข็งและจัดการให้ถูกต้องแล้วตอบดนัย
“ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแต่ส่งไปโรงพยาบาลเพื่อจัดการต่อนิ้วมือสินะ” ดนัยพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะโทรไปถามอาจารย์ฮาราดะว่าเรื่องรถโรงพยาบาลเป็นยังไงบ้าง” อาจารย์โคบายาชิยกมือถือขึ้นมาโทรไปหาอาจารย์ฮาราดะ
เพียงครู่เดียวอาจารย์ฮาราดะที่อยู่ปลายสายก็รับสายแต่พอาจารย์โคบายาชิเริ่มคุยกับอาจารย์ฮาราดะคิ้วเธอก็เริ่มขมวดก่อนจะอุทานออกมา
“ว่าไงนะคะรถโรงพยาบาลมาไม่ได้งั้นเหรอคะ !!” อาจารย์โคบายาชิอุทาน
“หมายความว่ายังไงครับอาจารย์โคบายาชิ” ดนัยที่ได้ยินรีบถามทันที
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะเดี๋ยวฉันจะลองติดต่อไปที่โรงพยาบาลกลางดูว่าเกิดอะไรขึ้นถึงส่งรถโรงพยาบาลมาไม่ได้...แค่นี้ก่อนนะคะอาจารย์ฮาราดะ” อาจารย์โคบายาชิรีบวางสายจากอาจารย์ฮาราดะแล้วก็ติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่
รอไม่กี่นาทีอาจารย์โคบายาชิก็ได้คำตอบเธอวางสายและก็หันมาคุยกับดนัย
“เกิดอุบัติเหตุใหญ่รถชนกันบนทางด่วนมีคนบาดเจ็บกว่าครึ่งร้อยรถโรงพยาบาลทั้งทั้งเขตจึงถูกส่งไปที่นั่นหมดเลย” อาจารย์โคบายาชิตอบ
“อะไรกันถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าจะไม่มีรถโรงพยาบาลมารับนักศึกษาผมไปผ่าตัดต่อนิ้วน่ะสิครับ” อาจารย์จากคณะคหกรรมหน้าซีด
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมพาไปส่งโรงพยาบาลเป็นไงครับอาจารย์ผมเอารถมาด้วย” นักศึกษาที่ดูเหมือนจะเป็นลูกคนรวยเพราะเขานั้นขับรถยนต์มาโรงเรียนพูดเสนอ
“ไม่มีประโยชน์หรอกเกิดอุบัติเหตุใหญ่ขนาดนั้นต่อให้เราพาไปโรงพยาบาลเองก็ไม่น่าจะมีห้องผ่าตัดเหลือว่างผ่าตัดต่อนิ้วเด็กคนนี้” ดนัยส่ายหน้า
“ละ...ลองเช็คดูก่อนได้มั้ยครับอาจารย์” อาจารย์จากคณะคหกรรมพูดขอร้องให้ดนัยลองเช็คดูก่อน
“ได้ครับเดี๋ยวผมจะลองเช็คดูก่อนแต่อย่าคาดหวังเลยเพราะปกติเวลามีอุบัติเหตุใหญ่ห้องผ่าตัดทุกโรงพยาบาลจะเต็มทั้งหมดเป็นเวลาหลายชั่วโมงเลยล่ะ” ดนัยรู้ดีว่าเวลามีอุบัติเหตุห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลจะยุ่งมากไหนจะต้องจัดคิวเข้าผ่าตัดก่อนหลังตามอาการสาหัสอีกดังนั้นบางทีห้องผ่าตัดห้องเดียวก็มีผู้บาดเจ็บรอผ่าตัดอยู่ 3 – 4 รายเลยก็มี
ดนัยหยิบมือถือออกมาจัดการโทรติดต่อไปที่โรงพยาบาลทาเคนากะ
“ฉันจะลองโทรไปถามที่โรงพยาบาลกลางนะ” อาจารย์โคบายาชิเห็นดนัยติดต่อหาห้องผ่าตัดเธอก็ติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่บ้าง
โรงพยาบาลทาเคนากะสวัสดีค่ะไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรคะ พยาบาลปลายสายประจำแผนกประชาสัมพันธ์รับสาย
“ผมหมอดนัยครับช่วยติดต่อไปถามแผนกฉุกเฉินหน่อยครับว่าพอจะมีห้องผ่าตัดว่างมั้ยมีเคสอวัยวะขาดจำเป็นต้องใช้ห้องน่ะครับ” ดนัยพูด
อ๊ะหมอดนัยเหรอคะได้ค่ะเดี๋ยวจะรีบติดต่อไปถามให้นะคะถือสายรอสักครู่ ปลายสายพูดจากนั้นก็ติดต่อไปถามห้องฉุกเฉินไม่ถึงนาทีก็สลับสายกลับมาคุยกับดนัย
“เป็นไงบ้างครับ” ดนัยถาม
ตอนนี้ห้องผ่าตัดที่แผนกฉุกเฉินเต็มทุกห้องเลยค่ะพอดีมีอุบัติเหตุใหญ่ทำให้มีผู้บาดเจ็บอาการหนักถูกส่งมาเป็นจำนวนมากกว่าห้องจะว่างคิดว่าอย่างต่ำก็อีก 7 – 8 ชั่วโมงค่ะ ปลายสายพูด
“7 – 8 ชั่วโมงงั้นเหรอนานเกินไปเส้นตายกรณีอวัยวะขาดออกจากร่างกายมีแค่ 6 – 8 ชั่วโมงถ้าอย่างนั้นแล้วของแผนกศัลยกรรมล่ะครับพอจะมีว่างมั้ย” ดนัยถามถึงห้องผ่าตัดของแผนกศัลยกรรม
ของแผนกศัลยกรรมเหรอคะสักครู่นะคะ ปลายสายรีบติดต่อไปถามแผนกศัลยกรรมไม่นานก็ได้คำตอบ
“งั้นเหรอครับเข้าใจแล้ว” ดนัยพยักหน้าเข้าใจหลังจากได้คำตอบ
“เป็นไงบ้างครับอาจารย์” อาจารย์คณะคหกรรมถามหลังจากดนัยคุยเสร็จ
“ไม่มีว่างเลยครับที่แผนกฉุกเฉินห้องผ่าตัดเต็มไปอีกอย่างน้อย 7 ชั่วโมงส่วนที่แผนกศัลยกรรมยิ่งแล้วใหญ่เพราะที่นั่นมีแต่การผ่าตัดใหญ่ที่ขั้นต่ำก็ใช้เวลาผ่าตัดเกิน 5 ชั่วโมงทั้งนั้นแถมวันนี้เป็นการผ่าตัดสมองกับหัวใจทำให้ห้องผ่าตัดที่แผนกศัลยกรรมใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงในการผ่าตัด” ดนัยส่ายหน้าก่อนจะตอบ
“ถ้าอย่างนั้นทางนั้นล่ะครับ” อาจารย์คณะคหกรรมหันไปหาอาจารย์โคบายาชิที่คุยเสร็จพอดีซึ่งเธอเองก็ส่ายหน้าเช่นกัน
“อะไรกันแบบนี้ลูกศิษย์ผมจะเป็นยังไงเนี่ย...” อาจารย์คณะคหกรรมเริ่มแสดงสีหน้าสิ้นหวังซึ่งเหล่านักศึกษาเองก็เริ่มมีสีหน้าแย่ไปด้วย
“เฮ้อ...ช่วยไม่ได้อาจารย์โคบายาชิครับที่คณะเราห้องผ่าตัดที่ใช้เรียนมันใช้ได้จริงหรือเปล่าครับ” ดนัยถามอาจารย์โคบายาชิ
“ก็ต้องใช้ได้จริงสิคะเพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นของมือสองที่ทางโรงพยาบาลบริจาคมาให้เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนว่าแต่ถามทำ....นะ...นะ...นี่อาจารย์ดนัยอย่าบอกนะคะว่า !!” อาจารย์โคบายาชิมองหน้าดนัยด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ครับ...ดูเหมือนเราจะไม่มีทางเลือกต้องพานักศึกษาคนนี้ไปผ่าตัดที่คณะเราแล้วล่ะครับ” ดนัยยิ้มแห้งๆทำเอาอาจารย์โคบายาชิที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับร้องอุทานออกมาเสียงดัง
“เอ๋ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
จบ...