"ผ่านไป 4 ชั่วโมงแล้วสินะ ตั้งแต่เราเข้ามาอยู่ในป่าสไลม์" ฉันถามเพื่อนๆ เพื่อให้บรรยากาศอึมครึมลดลง
"น่าจะประมาณนั้น" รุ้งตอบและยิ้มให้กำลังใจกลับมา แต่คราบน้ำตาบนใบหน้ายังไม่แห้งเลย
"รุ้ง อย่าเพิ่งคิดมาก อีกเดี๋ยวคงมีวิธีชุบชีวิตโจได้ ค่อยๆหาวิธีกันนะ" ฉันปลอบเพื่อนสาวที่ฝืนทำตัวเข้มแข็ง
"พักดื่มน้ำกันสักครู่ละกัน" นิกหยิบขวดน้ำจากเป้มาส่งให้ฉันกับรุ้ง แต่กลับส่งน้ำอัดลมให้หมูกรอบแทน
หมูกรอบนี่ชอบของหวานจริงๆ ทั้งน้ำหวาน ขนมนมเนย คนหวานๆก็ต้องชอบของหวานสินะ (หน้าแดง)
การจากไปของโจทำให้ใจหาย แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้ตอนนี้เหมือนอยู่ในฮาเร็มหนุ่มหล่อ ฉันเคยถามรุ้งว่าทำไมถึงชอบโจ คำตอบที่ได้ทำให้ฉันต้องมองรุ้งในสถานะนางฟ้าเลยทีเดียว เธอบอกว่าตอนเด็กๆเธอเคยเสียใจหนักตอนที่แม่ตาย แล้วพบโจที่เป็นเพื่อนวัยเด็กในงานศพแม่ โจปลอบเธอ และสัญญาว่าจะดูแลเธอแทนแม่ของเธอ
ถ้ามองในมุมของรุ้งมันคงโรแมนติก แต่ฉันมองว่าโจมันหน้าหม้อตั้งแต่เด็ก ยิ่งสายตาที่มันมองฉันแต่ละครั้งนี่ไม่ไหวเลย มีรุ้งเป็นคู่หมั้นแต่ยังกล้ามองแรงใส่ผู้หญิงอื่น ไม่เรียกหน้าหม้อก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว
ฉันสารภาพรักกับนิกไปเมื่อ 2 วันก่อนเพราะรู้ว่านิกก็ชอบฉัน เพียงแต่นิกไม่ยอมทำอะไรสักที ฉันจึงลงมือก่อนเอง แต่คำตอบที่ได้รับทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเอามากๆ จะเลือกทั้งเพื่อนและแฟนสินะ.. ข้อดีของคำตอบนั้นก็คือ ตอนนี้ฉันก็ไม่มีข้อผูกมัดจากคำว่าแฟน เพราะเรายังไม่ใช่แฟนกัน
ฉันชอบแก้แค้นนิกด้วยวิธีเด็กๆ โดยการไปจีบหมูกรอบ และมันได้ผลมากทีเดียว ทำให้ฉันพบความลับสำคัญของนิกผู้สมบูรณ์แบบ 'นิกกลัวหมูกรอบ' จะเรียกกลัวหรืออิจฉาก็บอกไม่ถูก รู้แต่มันแอบสะใจนิดๆ ที่ผู้ชายที่หักอกฉันเบาๆมีอาการร้อนรน
นิกคงมองว่าหมูกรอบหล่อและเรียนเก่ง แต่เสน่ห์ดึงดูดที่แท้จริงของหมูกรอบก็คือกลิ่น มันไม่ใช่กลิ่นตัวผู้ชายอะไรแบบนั้นนะ แต่มันเป็นกลิ่นรัญจวนเฉพาะตัวที่ชวนเคลิบเคลิ้ม สาวๆในห้องเราเคยทำโพลสำรวจความนิยมผู้ชายในห้อง เดิมฉันคิดว่านิกคงได้อันดับ1 แต่กลายเป็นหมูกรอบซะงั้น พอถามถึงสาเหตุที่ได้พวกเธอก็บอกให้ไปดมดู ตอนแรกฉันก็ขำว่าสาวๆห้องเราคงวิปริตไปแล้ว แต่พอได้สัมผัสกลิ่นด้วยตัวเองฉันก็เข้าใจในที่สุด (หน้าแดง)
"นั่นคนใช่ไหม เด็กนี่นา" ฉันหันไปมองตามเสียงนิก (ที่ฉันกำลังแอบนินทาในใจอยู่)
เด็กจริงด้วยน่าจะอายุประมาณ 6-7ขวบ เด็กในชุดคอสเพลย์ผู้กล้ารุ่นเก่าๆ นั่งอยู่ข้างร่างผู้หญิงในชุดแฟรี่ เอ๊ะ..ทำไมผู้หญิงคนนั้นผิวถึงเป็นสีม่วงแบบนั้น
"โดนพิษตายแน่เลยตัวม่วงแบบนี้ ทางไปข้างหน้าน่าจะมีมอนสเตอร์ที่ใช้พิษ" หมูกรอบซึ่งนานๆจะออกความเห็นพูดขึ้น
"สงสัยจะเป็นพี่สาวของเด็ก น่าสงสารจัง" ฉันพูดไปตามอารมณ์ และยื่นมือไปสัมผัสต้นแขนหมูกรอบ รับรู้ถึงอาการกระตุกที่ต้นแขนของหมูกรอบเบาๆ และแอบเห็นติ่งหูแดงด้วย อิอิ
"เด็กน้อย มากับพวกพี่ไหมครับ" นิกยิ้มให้เด็กน้อยพร้อมเอื้อมมือจะไปแตะหลังเด็ก แต่เด็กน้อยกลับหลบมือของนิกและดูหวาดกลัว พอเด็กมองไปรอบๆก็สะดุดตาที่หมูกรอบ แล้ววิ่งเข้าไปกอดขาหมูกรอบซะงั้น อิอิ (เอ..ทำไมฉันถึงแอบสะใจนะ)
"ออกเดินทางได้แล้ว เราคงต้องย้อนกลับแล้วเดินไปอีกทางที่ไม่ได้เลือกในตอนแรก เพราะเราไม่มีสกิลหรือยาแก้พิษเลย" นิกพูดแบบอารมณ์เสีย
เด็กน้อยเดินคลอเคลียหมูกรอบเสมือนเจอพ่อที่ไม่พบกันมา10ปี เป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นจนฉันอยากเข้าไปร่วมแชร์ความอบอุ่นตรงนั้นด้วย
ในจังหวะที่เด็กน้อยจับมือหมูกกรอบแล้วเดินจูงมือกันนั้น ฉันก็แอบตีเนียนเดินไปจูงมืออีกข้างของเด็ก
"หนูน้อยน่ารักจังเลย หนูชื่อว่าอะไรจ๊ะ" ฉันยิ้มหวานแบบที่พวกแม่ๆชอบยิ้มให้ลูกน้อยของตนส่งไป
"สไลม์" เด็กน้อยเริงร่า ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ราวเทวดาตัวน้อย
เป็นเด็กที่น่ารักมากจริงๆ ถ้ามีลูก ฉันคงขอให้ได้แบบนี้ ชื่อก็น่ารักสมตัว แต่..เออ ชื่อน่ารักแบบนี้แต่ดันอยู่ในสถานที่แบบนี้ มันไม่ค่อยเหมาะไหม
ฉันปัดความคิดสับสนในหัวออกไป มองไปทางวิวดีๆ ทำไมภาพเด็กหนุ่มขาวอวบในชุดนักบวชสีครีมถึงได้ทำให้ใจฉันสงบและอบอุ่นได้นะ มีเพียงทางเดียวที่จะรู้คำตอบได้ คือต้องใกล้ชิดกว่าตอนนี้สินะ แต่ถ้าคุณเคยถูกปฏิเสธความรักมาก่อน ความมั่นใจคุณก็จะลดลงไปมากทีเดียว ฉันจ้องมองไปที่ภาพตรงหน้าอีกครั้ง ชายตรงหน้าที่มีแววตาที่อบอุ่น ใจดีโดยไม่มีการเสแสร้งกับเด็กน้อยที่บริสุทธิ์ที่เกาะแกะอยู่ข้างๆ มันดูดีจริงๆ ยิ่งพอคุณโตขึ้น ต้องเกลือกกลิ้งกับสิ่งโสมม จอมปลอม หลอกลวง แข่งขัน ใส่หน้ากากเข้าหากัน คุณก็จะยิ่งโหยหาความบริสุทธิ์สินะ
ฉันตัดสินใจแล้ว 'ฉันจะทำมันอีกครั้ง' เมื่อมีโอกาส
