หลังจากที่เอ้อหนานบอกถึงที่หมายใหม่ที่พวกเขาจะต้องไปกันซึ่งเป็นสถานที่สำหรับรักษาหลินเอ๋อ เอ้อหนานยังบอกถึงระยะทางในการเดินทางซึ่งไกลพอตัวอีกทั้งตลอดเส้นทางยังเต็มไปด้วยอันตรายที่รออยู่ และเพราะหลินเอ๋อยังไม่สามารถต่อสู้ได้เพราะด้วยอาการของนาง เอ้อหนานจึงได้ตัดสินใจบางอย่าง
“หลินเอ๋อ”
“เอ้อหนาน ท่านมีอะไรเหรอ”เข้ามาหาหลินเอ๋อหลังตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
“เราต้องเดินทางไปยังอุทยานเฉิงซิงก้วยซึ่งมันไกลและตลอดเส้นทางมันอันตราย เจ้าจำได้ใช่ไหม”หลินเอ๋อพยักหน้าตอบ”ข้าจึงคิดว่าข้าจะทำบางอย่างแต่ต้องให้เจ้าอนุญาตเสียก่อน”
“อะไรเหรอ?”
“ข้าจะสอนวรยุทธให้เทียนเปา”แทบลุกขึ้นปฏิเสธไม่ทันเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะสอนเทียนเปาให้เป็นวรยุทธ
“ไม่ได้นะ นางยังเด็กนักข้าไม่ยอมเด็ดขาด”
“ข้ารู้ว่านางยังเด็ก แต่หากเราออกเดินทางไปยังอุทยานแล้วเจออันตรายขึ้นมา เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำเช่นไรตัวเจ้าเองก็ยังไม่สามารถต่อสู้ได้ ถ้าหวังจะพึ่งข้าอย่างเดียวก็ใช่ว่าข้าจะช่วยได้ตลอดถึงข้าจะเยี่ยมยุทธแต่ก็ไม่ได้แปลว่าข้าจะไร้ซึ่งจุดอ่อนนะ”
อีกฝ่ายกล่าวอธิบายให้กับนางฟัง มันเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นเพราะจริงอย่างที่เอ้อหนานบอก ถึงแม้อย่างนั้นหลินเอ๋อก็ยังเป็นกังวลว่าบุตรสาวคนโตของนางจะได้รับอันตราย
“เอาเป็นว่าเจ้ายังไม่ต้องตอบข้าตอนนี้ ไว้เจ้าพร้อมแล้วค่อยตอบแล้วกัน”พูดจบก็เดินออกไปทิ้งให้หลินเอ๋อคิดคำตอบอยู่แต่เพียงคนเดียว
ในช่วงเย็นของวันหลินเอ๋อยังคงรักษาตัวอยู่แต่ในที่พักไม่ได้ออกไปไหน โดยมีเทียนเปาคอยเข้าออกอยู่ตลอดและสิ่งที่เอ้อหนานมาคุยกับนางก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว นางจึงเรียกเทียนเปามา
“ท่านแม่ มีอะไรงั้นเหรอ”เทียนเปาเอ่ยถามขึ้น
“คือว่า เทียนเปาเจ้าอยากเรียนวรยุทธไหม”ไม่มากความถามถึงประเด็นหลักทันที
“อยากเรียนสิ ข้าเองก็อยากเป็นวรยุทธเหมือนท่านแม่เพื่อในอนาคตจะได้ปกป้องท่านแม่ปกป้องหลินเฟยด้วย”พูดพร้อมยิ้มแก้มปริมองผู้เป็นแม่”ท่านแม่ถามข้าทำไมเหรอ”
“ก็.... เอ้อหนานมาคุยกับแม่ว่าจะสอนวุรยุทธให้กับเจ้า”
“จริงเหรอ!”ร้องถามด้วยความตกใจและดีใจตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ใช่ แต่แม่ยังไม่ได้ตอบอะไรเขากลับไป แม่กลัวว่าหากให้เจ้าเรียนแล้วเจ้าจะเป็นอันตราย”
“ท่านแม่”ได้ยินเหตุผลของคนเป็นแม่นางก็พอจะเข้าใจ เทียนเปาจึงเข้าสวมกอดหลินเอ๋อพร้อมเอาหน้าซุกอกอุ่นๆของนาง
“หากท่านแม่ตัดสินใจเช่นไรลูกก็พร้อมจะทำตาม เทียนเปาจะไม่ดื้อกับท่านแม่”โอบกอดบุตรสาวพร้อมก้มลงหอมศีรษะของนางเบาๆ
เพราะใช้เวลาคิดแล้วคิดอีกอยู่นานพอควรจนข้ามวัน หลินเอ๋อจึงได้ตัดสินใจที่จะให้เอ้อหนานสอนวรยุทธแก่เทียนเปาได้หากแต่มีข้อแม้ว่า หากเห็นว่าจะเกิดอันตรายแก่นางให้หยุดทันทีแต่ไม่ใช่เลิก แค่เพียงหาวิธีที่จะทำให้นางไม่เป็นอันตรายและเอ้อหนานก็รับปากตามที่นางขอ เมื่อามถึงวิชาที่จะสอนให้กับเทียนเปา
“ข้าจะสอนเพียงสองวิชาเท่านั้น เจ้าวางใจได้”
“วิชาอะไร”หลินเอ๋อถามกลับด้วยความอยากรู้
“วิชาแรกฝ่ามือน้ำแข็ง ส่วนวิชาที่สองขลุ่ยบุปผา”บอกถึงชื่อของวิชาทั้งสองพร้อมมองไปยังเด็กสาวที่นั่งฟังอยู่ด้วย”วิชาฝ่ามือน้ำแข็ง เป็นการโจมตีศัตรูได้ทั้งระยะใกล้และไกลโดยใช้ปราณเยือกเย็นเป็นหลัก มีเจ็ดกระบวนท่าซึ่งข้าคิดว่าวิชานี้จะทำให้นางสามารถรับมือและตอบโต้ได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน”
“แล้วอีกวิชาล่ะ”เทียนเปาเป็นฝ่ายถามบ้าง
“ขลุ่ยบุปผา อันนี้ข้าคงต้องวานให้แม่นางมู่จินสอนเจ้าให้ใช้ขลุ่ยให้เป็นในระดับหนึ่งก่อน แล้วข้าจะเขียนบทเพลงให้เจ้าฝึกเล่น โดยประมาณมันเป็นวิชาที่อาศัยเสียงดนตรีในการโจมตีอีกทั้งยังช่วยรักษาได้หากใช้เป็น วิชานี้ได้เปรียบวิชาแขนงอื่นๆตรงที่สามารถใช้บทเพลงต่างๆมาเป็นการโจมตีได้อีกทั้งยังสามารถแต่งบทเพลงขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ต่อสู้ได้ อยู่ที่ว่าบทเพลงเหล่านั้นมีจุดประสงค์อะไรเท่านั้นเอง”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้ายินดีสอนเทียนเปานะ”มู่จินที่บังเอิญเดินมาได้ยินเข้าจึงได้กล่าวขึ้น
“พี่มู่จิน!”เทียนเปาร้องเรียกพร้อมลุกขึ้นและรีบวิ่งเขาไปหาทันที”พี่จะสอนข้าจริงๆนะ”
“แน่นอน แต่เจ้าต้องตั้งใจเรียนนะ”เทียนเปารีบพยักหน้าตอบกลับอย่างดีใจทันที
“หากเป็นเช่นนั้น เริ่มจากให้เทียนเปาฝึกขลุ่ยก่อน ส่วนปราณเยือกเย็นข้าจะเป็นผู้ฝึกในช่วงค่ำให้”เมื่อตกลงแบ่งเวลาเสร็จสิ้นก็เริ่มซึ่งการฝึกทันที
มู่จินยอมรับและอนุญาตให้เทียนเปาเรียกตนว่าพี่ได้เพราะเห็นว่านางยังไม่มีพี่สาว อีกทั้งอยากจะสร้างความสนิทกับนางด้วยเพราะรู้สึกถูกชะตากับเทียนเปาขึ้นมา และเพราะตอนนี้นางได้ยินว่าเอ้อหนานจะสอนวิชาให้แต่เทียนเปาขาดหลักพื้นฐานในการดนตรีจึงอยากที่จะช่วยเหลือ
เมื่อได้รับหน้าที่และยอมรับมู่จินพาเทียนเปามายังจวนของตนเองและนำเอาขลุ่ยไม้มองสองอัน อันหนึ่งให้กับเทียนเปาไว้ใช้ฝึกส่วนอีกอันนางนำมาเพื่อเป็นตัวอย่างในการสอน
“เอาล่ะ อย่างแรกเลยเจ้าต้องไล่เสียงจากต่ำไปหาสูงเสียก่อน”พูดจบก็เริ่มเป่าไล่เสียงให้กับเทียนเปาได้เรียนรู้ ก่อนจะให้นางได้ลองและนางก็ทำมันออกมาได้ดี
“แบบนี้ใช่ไหม”เทียนเปาถามหลังไล่เสียงเสร็จ มู่จินพยักหน้าตอบกลับพร้อมยิ้มให้
“ทีนี้ เจ้าต้องทำเช่นนี้จนกว่าจะจำได้ว่าช่องไหนคือเสียงอะไร และที่ต้องรู้อีกอย่างคือหากใช้ลมเบาเสียงจะต่ำแต่หากใช้ลมแรงเสียงจะแหลม”พูดจบก็ทำให้ดูอีกตัวอย่าง เทียนเปาฟังอย่างตั้งใจ”เอาล่ะ ฝึกเป่าไล่เสียงจนกว่าเจ้าจะจำช่องเสียงได้”
เทียนเปาเริ่มฝึกเป่าไล่เสียงตามช่องบนตัวขลุ่ยไปเรื่อยๆโดยมีมู่จินคอยดูและฟังอยู่ข้างๆตลอด จนเวลาเริ่มล่วงเลยนางเริ่มจำและจับเสียงของแต่ละช่องได้เป็นอย่างดี
“ทำได้ดีมากเทียนเปา”เด็กสาวยิ้มอย่างดีใจหลังฝึกไล่เสียงอยู่นานจนเริ่มจำได้”ต่อไป เจ้าจะต้องจำสัญลักษณ์ของแต่ละเสียงให้ได้ เดี๋ยวข้าจะเขียนตัวหนังสือให้ทีละตัวและจะทำเสียงให้เพื่อเจ้าจะได้จดจำ”
“ตกลง”ว่าแล้วก็หยิบเอากระดาษมาเขียนตัวหนังสือทีละตัวและเป่าเสียงนั้น เทียนเปาพยายามจดจำอย่างตั้งใจว่าตัวไหนคือเสียงไหน
“ทีนี้ข้าจะชี้ที่ตัวหนังสือแล้วเจ้าเป่าตาม จำได้ใช่ไหมว่าตัวไหนคือเสียงอะไร”เทียนเปาพยักหน้ารัวๆทันที มู่จินจึงได้เริ่มชี้ไปที่ตัวหนังสือและเทียนเปาก็เริ่มเป่าตาม
ฝึกเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนนางเริ่มจำได้แต่เพราะเวลาที่ล่วงเลยมามากจนเข้าถึงช่วงพลบค่ำ เทียนไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวกินข้าวกินปลาเสร็จ เอ้อหนานก็มายังที่พักของนางและแม่เพื่อเริ่มสอนปราณเยือกเย็นให้ตามเวลาของเขา
“อยากแรกที่เจ้าจะต้องรู้ ปราณเยือกเย็นเป็นจุดชีพจรภายในที่ไม่นิยมใช้กันเพราะหากเมื่อเปิดใช้ จะไม่ต่างอะไรกับการที่เจ้าอยู่ในสถานที่หนาวเย็น ฉะนั้นเจ้าต้องฝึกปรับตัวให้รับกับความหนาวเหน็บให้ได้เสียก่อน”
“ข้าต้องทำเช่นไร?”
“นั่งลง ทำสมาธิทำจิตให้ว่าง”เทียนเปาทำตามคำบอกของเอ้อหนาน ก่อนที่เขาจะมานั่งอยู่ตรงหน้าของนางและยกมือข้างหนึ่งขึ้นค้างไว้ตรงหน้าของนาง”ข้าจะใช้ฝ่ามือหิมะจำกัดพื้นที่รอบกายเจ้า มันจะเย็นแต่ไม่มากให้เจ้าได้เริ่มปรับตัว และเจ้าจะต้องทนกับมันให้ได้”
เมื่อพูดจบก็เริ่มปล่อยไอเย็นห้อมล้อมกายของเทียนเปาทันที สิ่งแรกที่นางรับรู้ได้คือความเย็นที่จู่ๆก็มาปรากฏ ขนแขนของนางจู่ๆก็ลุกขึ้นทันทีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางพยายามตั้งสมาธิเพื่อรองรับมันจนเมื่อเอ้อหนานเห็นว่านางเริ่มปรับตัวได้ จึงได้เริ่มเพิ่มความเย็นขึ้นอีกระดับและปล่อยให้นางได้ปรับตัวอีกหน
ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆในแต่ละขั้นจนเวลาเริ่มเข้าสู่เที่ยงคืน เทียนเปาเริ่มมีอาการตัวสั่นเพราะความหนาวเอ้อหนานจึงได้หยุดและให้นางไปพักผ่อน เขาประเมินว่าเทียนเปาในวันพรุ่งอาจจะพร้อมสำหรับการฝึกที่หนักกว่าหนนี้และกลับมายังที่พักเพื่อเตรียมการฝึกในวันพรุ่งสำหรับเด็กสาว