หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 35

    “ผมขอตัวก่อนนะ เพื่อนๆรอนานแล้ว” หลงเฟยรีบตัดบทแล้วลุกขึ้นเดินออกไปทันที ตั้งแต่มานั่งที่สนามเด็กเล่นนี้ ฟ้ายังไม่ได้พูดเข้าประเด็นอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่อยากจะฟังเรื่องอะไรทั้งนั้น เพราะการกระทำที่ผ่านมาของหญิงสาวมันได้พิสูจน์อะไรหลายๆอย่างมามากเกินพอแล้ว“แต่...” ฟ้าพูดออกมาได้คำเดียวเท่านั้นเธอก็เงียบไป ในใจของเธอรู้สึกผิดต่อหลงเฟยอย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับชายหนุ่มมันก็มากเกินกว่าจะให้อภัยได้ ตอนนี้หญิงสาวจึงได้แต่นั่งเศร้าเพียงลำพัง ที่รถกระบะของป๊อก หลงเฟยกำลังหยิบห่อของขวัญทั้งสองชิ้นที่จะมอบให้คุณครูออกมา“ไอ้เฟยตะกี้มึงไปคุยอะไรกับฟ้าวะ” ป๊อกถาม“ไม่ได้คุย ทางนั้นไม่พูดอะไรได้แต่นั่งเงียบเฉยๆ” หลงเฟยตอบแบบขอไปที“แล้วมึงไม่พูดกับเขาก่อนวะ โถ่ แล้วแบบนี้จะได้สาวมั้ยนี่” ป๊อกเหนื่อยใจกับเพื่อนจริงๆ“กูยังทำใจไม่ได้ว่ะ ยิ่งมาเจอหน้ากันตรงๆ อารมณ์มันยิ่งแย่ ถึงเขาจะดูเหมือนสำนึกผิดก็เถอะ เข้าไปข้างในดีกว่าเดี๋ยวครูจะกลับซะก่อน” หลงเฟยรีบตอบเพื่อนแล้วตัดบทสนทนาทันที หลงเฟยเดินเข้ามาในร้านก็เห็นครูจรูญหน้าตามึนๆ นั่งพักอยู่ตรงโซฟาหน้าบาร์ของร้านพอดี ซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่จะได้คุยกันในที่เงียบๆแบบนี้“ครูจรูญ สวัสดีครับ สบายดีมั้ยครับ” หลงเฟย และป๊อกยกมือไหว้คุณครูตรงหน้า“โอ้ ครูสบายดี พวกเธอก็ดูดีนะ เจ้าเฟย เจ้าป๊อก” ชายวัยกร้านโลก ผมดำสั้นเริ่มมีสีขาวแซมแล้ว เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีแดง กับเน็คไทต์ลายจุดขาวแดง เขาทักทายลูกศิษย์ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม หน้าแดงๆตาเยิ้มๆ และน้ำเสียงที่เหมือนกับเมาแอลกอฮอล์เล็กน้อย“นี่ผมมีของมาฝากครูด้วยนะครับ เน็คไทต์ลายจุดที่ครูชอบใส่” หลงเฟยมอบของขวัญชิ้นแรกให้กับครูของเขา ชายวัยชราตอนต้นลองแกะห่อออกมาดู“โอ้โห เน็คไทต์ลายแมวซะด้วย แอ๊บแบ๊วเชียวนะเฟย ถ้าใส่มาสอนนี่นักเรียนคงแซวแน่ๆเลย ขอบใจมากนะ ฮ่ะๆ ว่าแต่เธอหายไปเลยหลายปีไปอยู่ไหนมาล่ะ เห็นแต่เจ้าป๊อกคนเดียว” ครูจรูญดูเหมือนว่าจะถูกใจของขวัญชิ้นนี้มากทีเดียว“อยู่เชียงใหม่นี่แหละครับ ทำงานด้านตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นั่งอยู่หน้าคอมฯทั้งวัน”“อ้าว อยู่ที่นี่ก็ต้องแวะมาหากันบ่อยๆสิ แวะไปที่บ้านครูก็ได้ นี่เล่นหายเงียบไปเลยนะ เจ้าตัวดี” ครูจรูญจับจ้องมาที่หลงเฟย ด้วยดวงตาสีแดงจากเส้นเลือดที่ขยายตัว“ใช่ครับครู ไอ้เฟยมันหาตัวยากจริงๆ อิอิ” ป๊อกพูดเสริมขึ้นมา“ฮ่าๆ ผมจะมาหาครูบ่อยๆละกันครับ ไอ้ป๊อกมึงก็หาตัวยากยิ่งกว่ากูอีกอยู่แต่ในป่าในดอยโน่น ครูครับผมบังเอิญไปเจอเข้าพอดี หลังจากซื้อเน็คไทต์มาแล้ว แต่ผมคิดว่าครูต้องชอบมากแน่ๆเลยเอามาฝากอีกอย่างนึงครับ” หลงเฟยตอบกลับทั้งสองคน แล้วก็หยิบห่อภาพวาดขึ้นมาให้ครูจรูญ ชายชรารับมาถือไว้เขาก็รู้ทันทีว่าข้างในห่อนี้คืออะไร จึงรีบแกะห่อออกมาทันที“ภาพสีน้ำมันเหรอนี่ ทีแปรงที่สร้างเท็กซ์เจอร์นี่นี่มีพลัง เฉียบคมมากๆ ส่วนที่ใช้เกรียงปาดนี่ก็ให้ความรู้สึกของตัวอาคารบ้านเรือนได้ดีทีเดียว เอ๊ะ แล้วตรงนี้...” ครูจรูญพิจารณาชื่นชมภาพวาด ‘ความทรงจำแห่งเวนนิส’ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งโดยส่วนตัวชายชราก็ชอบงานสีน้ำมันอยู่แล้ว แต่เขาก็สะดุดกับภาพบางอย่าง เขาสะบัดหน้า กระพริบตารัวๆให้หายมึน “เป็นไงบ้างครับครู ดูแล้วให้อารมณ์เหมือนกับเมืองในภาพมันมีชีวิตขึ้นมาจริงๆเลยนะครับ” หลงเฟยถามกลับ“อ่า...ใช่ๆ มันมีชีวิตชีวามาก ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ไปอยู่ที่นั่นด้วยตัวเองเลยจริง หรือว่าครูจะเมาแล้วก็ไม่รู้สิ ฮ่าๆๆๆ” ครูจรูญหัวเราะกลบเกลื่อนความเมาของตัวเองหลงเฟย ป๊อก และครูทั้งสามคนคุยกันอีกสักพัก ภรรยาของครูจรูญก็มารับเขากลับบ้าน สองหนุ่มเลยคิดว่าจะกลับบ้านเลยเช่นกัน จึงแยกย้ายไปกล่าวอำลาเพื่อนๆในงาน ขณะที่หลงเฟยกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำเขาก็พบกับเดชอาคมยืนอยู่เหมือนรอใครสักคน“ไอ้เดช มึงมายืนดักรอหนุ่มๆหน้าห้องน้ำเหรอวะ” หลงเฟยถามเพื่อนไปแบบกวนๆ“กูมารอมึงนั่นแหละ รีบเข้าห้องน้ำซะ แล้วตามไปคุยกับกูที่สนามเด็กเล่น” เดชอาคมบอกกับหลงเฟยเสียงเครียด แล้วก็เดินจากไป“เอ้า! ไอ้นี่เมาแล้วจะท้าต่อยเหรอ งงจริง ทำไมต้องเป็นสนามเด็กเล่นอีกแล้วเนี่ย” หลงเฟยสงสัยเล็กน้อย เขารีบเข้าห้องน้ำแล้วตามไปที่สนามเด็กเล่น เวลา 22.35 น. สนามเด็กเล่นภายในร้านเดิม“มีอะไรก็ว่ามา” หลงเฟยเกล่าวสียงเครียด เขายืนอยู่ด้านหลังของเดช ซึ่งชายเสื้อลายดอกนั้นหันหลังให้กับเขาอยู่“กูไม่ได้มาท้ามึงต่อย ไม่ต้องเครียดอย่างนั้นก็ได้” เดชหันหลังกลับมาบอกกับหลงเฟย“เอ้า! เห็นท่าทางมึงเป็นแบบนั้น กูก็นึกว่าจะมีเรื่องซะแล้ว ถ้างั้นมีอะไรล่ะ” หลงเฟยถามกลับ“แหวนทองที่มึงใส่อยู่นั่น กูว่ามึงขายทิ้งไป แล้วซื้อใหม่ดีกว่า” เดชกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ซึ่งนั่นทำให้หลงเฟยฉุกคิดถึงพลังของแหวนมรดกนี้ และพลอยนึกถึงเหตุการณ์เรื่องของเดชอาคมในอดีตตั้งแต่สมัยเรียน เขามีชื่อเสียงเรื่องขู่กรรโชกเอาของมีค่าของคนอื่น แต่สุดท้ายทุกคนก็รู้ว่าเดชเอาของพวกนั้นไปทิ้งน้ำเน่าในคลองแม่ข่า ไม่ได้เอาไปขายแต่อย่างใด “ไอ้เดชมึงอธิบายมาให้ชัดๆเถอะ ว่ามึงต้องการอะไร นี่เกี่ยวข้องกับเรื่องสมัยเรียนของมึงใช่มั้ย” หลงเฟยกล่าวออกมาให้เดชอธิบาย ซึ่งเดชก็อ้ำอึ้งนิดหน่อยแล้วก็ตัดใจพูดออกมา“เรื่องนี้พูดไปมึงอาจไม่เชื่อ แต่ชื่อของกู เดชอาคม พ่อกูไม่ได้ตั้งขึ้นมาทำเท่ คนบ้านกูเป็นหมอผีมาหลายรุ่น พวกเรามีสัมผัสพิเศษที่รับรู้ได้ถึงพลังเหนือธรรมชาติ แหวนนั่นมีพลังงานบางอย่างอยู่ มันอาจ...” เดชยังไม่ทันจะพูดต่อ หลงเฟยก็ขัดขึ้นมา“เรื่องพลังนั้นกูรู้อยู่แล้ว แต่กูขอถามอย่างนึง ทุกวันนี้มึงทำงานอะไร” หลงเฟยโพล่งถามเปลี่ยนประเด็นทันที“เอ่อ...กูเป็นช่างซ่อมรถ” เดชตอบกลับมาแบบงงๆ“ทำไมมึงไม่ไปเป็นหมอผีเหมือนพ่อ” หลงเฟยถามกลับอีกครั้ง“ความสามารถกูไม่ถึง ตอนเด็กๆกูไม่ตั้งใจฝึกเท่าไร” เดชตอบเสียงอ่อย“ถ้างั้นไอ่เดช มึงแยกไม่ออกใช่มั้ยว่าของที่ลงอาคมเนี่ยอันไหนสายขาว อันไหนสายดำ” หลงเฟยถามไปตรงจุดพอดี“เอ่อ...ใช่แล้วล่ะ” เดชหน้าเสียก้มหน้าหมดความมั่นใจ“วันหลังอย่าไปเที่ยวบอกให้ชาวบ้านเขาทิ้งของดีป้องกันตัวไปอีกล่ะ ถ้าไม่มั่นใจว่ามันเป็นสายมืด ส่วนแหวนนี่เป็นมรดกชิ้นเดียวของปู่ กูไม่มีทางขายทิ้งเด็ดขาด มันเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตกูดีขึ้น มันทำให้กูได้ช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน มันทำให้ได้พบมิตรภาพดีๆที่หาไม่ได้ในโลกใบนี้ กูกลับบ้านละ โชคดี”หลงเฟยเดินจากไปทิ้งให้เดชอาคมจมอยู่กับความรู้สึกผิด ทั้งที่ตัวเองมีความรู้ แต่รู้ไม่จริง แถมยังดื้อดึงใช้วิธีผิดๆ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในอดีตก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา “แล้วหลงเฟยมันสัมผัสพลังได้ยังไง หรือว่ามันจะเป็น...” เดชอาคมบ่นกับตัว และสงสัยในตัวของหลงเฟย

    คล้ายกับเรื่องหลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ ที่คุณอ่าน