ในตอนนี้ชายชราหวาดกลัวมากเขาไม่คิดว่าในโลกนี้จะมีคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่และเหนือสิ่งอื่นใดไม่ใช่ว่ากฎของโลกนี้ไม่อนุญาตให้ตัวตนระดับเทพอาศัยอยู่ไม่ใช่เหรอแต่กิ้งก่าตรงหน้าอย่างน้อยก็ระดับเทพอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นไปไม่ได้พวกเจ้าหาทางหลีกเลี่ยงกฎของโลกได้อย่างไร” ชายชราถ่มเลือดออกมาจากปากและหวาดกลัว
ไม่ว่าจะกิ้งก่าและเสี่ยวเสี่ยวก็แปลกประหลาดกันทั้งนั้นเสี่ยวเสี่ยวภายนอกเหมือนจะอยู่ระดับจักรพรรดิแต่การโจมตีเมื่อครู่กับทำให้เขาที่เป็นถึงจักรพรรดิเซียนขั้นสูงสุดหรือครึ่งก้าวระดับเทพฟันร่วงหมดปากได้นี่มันแปลกเกินไปแล้ว
“เจ้าจะถามมากทำไมนายน้อยทำไงต่อ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“บอกข้ามาตามตรงเสี่ยวเฮ่ยพลังจิตของเจ้าอยู่ระดับใหน” ฉางเฟิงกล่าว
“พลังจิตของข้าถ้าให้เทียบก็คงระดับเทพมั้ง”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ดีถ้างั้นเจ้าตราประทับทาสใส่ดวงจิตของมันซะและทำให้มันกลายเป็นทาสของเจ้า” ฉางเฟิงกล่าว
“อย่านะเจ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้ วังสวรรค์จะต้องรู้ตัวแน่” ชายชรากรีดร้อง
“วังสวรรค์วังสวรรค์อยู่นั่นแหละข้าบอกแล้วไงว่าโลกอสูรของพวกข้าไม่หวาดกลัววังสวรรค์ของเจ้าหรอก”เสี่ยวเฮ่ยใช้นามของโลกอสูรแอบอ้างเพื่อข่มขู่อีกฝ่ายทันที
เมื่อได้ยินคำยืนยันแล้วชายชราก็เชื่ออย่างสุดใจว่าพวกฉางเฟิงมาจากเผ่าอสูรและอำนาจของเผ่าอสูรเองก็เทียบเท่ากับวังสวรรค์หรือเหนือกว่าด้วยซ้ำเพราะงั้นทำให้จิตใจของชายชรากลายเป็นสิ้นหวัง
เมื่อเห็นว่าชายชราสิ้นหวังแล้วเสี่ยวเฮ่ยก็ปลดปล่อยพลังจิตออกมาเข้าควบคุมดวงจิตของชายชราพร้อมกับตราประทับทาสเข้าไปโชคดีที่ชายชราไม่ได้ถูกตราประทับทาสไปก่อนแล้วไม่งั้นคงทำให้อีกฝ่ายรู้ตัว
“ชายชรายินดีรับใช้นายท่าน”เมื่อถูกประทับทาสแววตาหวาดกลัวและสิ้นหวังก็หายไปกลายเป็นคนสงบทันที
“ดีบอกข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่วังสวรรค์ให้เจ้าทำมาตลอดหลายปีมานี้ และเรื่องของรุ่นเยาว์ที่จะถูกส่งมาด้วยข้าต้องการกำหนดการที่แม่นยำ” ฉางเฟิงกล่าว
“เรียนนายท่านหน้าที่ของข้านั้นมีเพียงเฝ้าดูสิ่งผิดปกติของโลกนี้และคอยควบคุมคนของโลกนี้เท่านั้น”ชายชรากล่าว
“สิ่งผิดปกติหมายถึงอะไรและควบคุมเพื่ออะไร”ฉางเฟิงกล่าว
“สิ่งผิดปกติเกี่ยวกับจิตวิญญาณของโลกทางวังสวรรค์ต้องการจะแย่งชิงจิตวิญญาณของโลกเพื่อนำไปกลั่นเพื่อเพิ่มพลังให้กับตนเองส่วนควบคุม คอยควบคุมอัจฉริยะของโลกใบนี้ไม่ให้เติบโตและคอยแช่งชิงมรดกที่ซุกซ่อนอยู่อีกด้วย”ชายชรากล่าว
“แล้วมีตระกูลหรือนิกายใหนบ้างที่ตอนนี้สวามิภักดิ์กับวังสวรรค์ไปแล้ว”
“ตระกูลเซียนเกือบทั้งหมดยกเว้นตระกูลฉางตระกูลซวนหยวน ตระกูลฟง นิกายธารวารี นอกนั้นได้ยอมจำนนจนหมดแล้ว”
“ไม่คิดว่าจะตกต่ำไปถึงขั้นนี้แล้ว”ซีรั่วหยานที่ฟังอยู่ส่ายหัว
“แล้วตอนนี้พวกเจ้าได้มีข้อมูลของจิตวิญญาณโลกแค่ใหนแล้ว”
“ไม่มีเลยตลอดหลายปีข้าได้สั่งให้ตระกูลใหญ่ออกตามหามาตลอดแต่กลับไม่พบเลยครั้งนี้ทางวังสวรรค์จึงได้ส่งสายเลือดภูติวิญญาณมาด้วยเพื่อที่จะให้สายเลือดที่เคยเป็นผู้นำโลกล่อให้จิตวิญญาณโลกปรากฎตัวออกมา”ชายชรากล่าว
“แบบนี้นี่เองดี มากจากนี้ไปถ้าวังสวรรค์มีคำสั่งอะไรหรือเจ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับจิตวิญญาณโลกให้รีบติดต่อข้าทันที”ฉางเฟิงกล่าว
“น้อมรับคำสั่ง”ชายชรากลายเป็นนอบน้อม
“ส่วนหญิงสาวเหล่านี้ที่พวกเจ้าบีบบังคับมาข้าขอไปละนะแล้วเรียกพวกนางมารวมตัวกันให้หมดด้วย” ฉางเฟิงกล่าว
“แต่....ข้าเข้าใจแล้ว”เห็นได้ชัดว่าชายชราติดจะต่อต้านแต่ก็ถูกผลของตราประทับทาสทำให้ต้องเชื่อฟังเท่านั้น
ไม่นานชายชราก็เรียกให้หญิงสาวทั้งหมดมารวมตัวกันที่ชั้นที่10 เมื่อได้รับคำสั่งพวกนางก็ได้แต่มารวมตัวกันแต่ละคนมีใบหน้าที่สิ้นหวังไปแล้วเห็นได้ชัดว่าพวกนางตอนนี้ไม่ได้สูงศักดิ์เหมือนแต่ก่อนและถูกทำให้แปดเปื้อนไปแล้ว
“ต่อจากนี้พวกเจ้าจะต้องติดตามนายท่านคนนี้ไปจำไว้ห้ามเสียมารยาทต่อนายท่านเด็ดขาด” ชายชรากล่าว
“เจ้าค่ะ”หญิงสาวก้มหัวพร้อมเพียงกัน
“พวกเจ้าเข้าไปอยู่ข้างในก่อนจำไว้อย่าได้แตะต้องสิ่งที่อยู่ข้างในไม่จำเป็น เมื่อเข้าไปข้างในแล้วจะมีหญิงสาวคนหนึ่งชี้แนะว่าพวกเจ้าต้องทำยังไงเอง”ฉางเฟิงกวาดตามองไปยังเหล่าหญิงสาวนับพันตรงหน้าด้วยสีหน้าเห็นใจ
หญิงสาวเหล่านี้เคยมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมแต่ต้องมาถูกทำลายเพราะตาแก่นี่มันทำให้ฉางเฟิงไม่ชอบใจและอยากจะสังหารชายชรามากจริงๆถ้าไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายยังมีประโยชน์ฉางเฟิงไม่อยากจะเก็บคนแบบนี้ไว้เลย
หลังจากนั้นหญิงสาวทั้งหมดก็ถูกส่งตัวเข้าไปในภาพสวรรค์นิรันดร์เมื่อเข้าไปแล้วซีรั่วหยานจะเป็นคนชี้แนะพวกนางต่อเอง และการอื่นจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างกับจิตใจที่แตกสลายไปแล้วของพวกนางก่อน
หลังจากนั้นพวกฉางเฟิงก็จากไปตอนนี้ฉางเฟิงรู้แล้วว่าอีก 2 ปี 3 เดือนรุ่นเยาว์ของวังสวรรค์จะถูกส่งตัวมาและในหมู่รุ่นเยาว์เหล่านั้นมีสายเลือดภูติวิญญาณอยู่ด้วย ดูเหมือนว่าวังสวรรค์จะประสบผลสำเร็จในการครอบครองสายเลือดภูติวิญญาณไปแล้ว
“ทำยังไงต่อดีนายน้อย”เสียวเฮ่ยกล่าว
“ก่อนจะกลับจงโจวข้าควรจะไปทำสิ่งที่ท่านแม่มอบหมายเอาไว้ให้ก่อน”ฉางเฟิงกล่าว
“นั่นสินะใหนๆก็มาแล้วไม่สู้ทำให้มันจบๆไปเลย”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
พวกฉางเฟิงกลับไปที่สมาคมนักปรุงยาโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกฉางเฟิงออกไปตอนใหนและกลับมาตอนใหนและยิ่งสำคัญไม่มีใครรู้เลยว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับทูตจากวังสวรรค์
เมื่อฉางเฟิงกลับมาก็ได้แจ้งให้กับสามปรมาจารย์ทราบว่าตนต้องการจะไปยังตระกูลฉางที่ฉางเฟิงแจ้งเพื่อให้สามปรมาจารย์รู้และได้แอบปกป้องตนอย่างลับๆเพราะถ้านิกายหรือตระกูลใหญ่ตระกูลใหนคิดจะจับตัวนักปรุงยาที่ยอดเยี่ยมแบบฉางเฟิงทางสมาคมจะได้รับการสูญเสียครั้งใหญ่แน่
“เจ้าจะไปตระกูลฉางงั้นเหรอข้าไปด้วย”เจี้ยนอี้กล่าว
“เจ้าจะตามข้าไปจริงๆงั้นเหรอไม่เห็นหรือว่าแม่นางซวนหยวนเองก็ได้กลับไปแล้ว” ฉางเฟิงกล่าว
หลังจากจบการประลองในหอสมบัติซวนหยวนเสวี่ยก็กลับนิกายของนางไปแล้วเพราะนางไม่เหมือนกับเจี้ยนอี้ที่ตอนนี้ไม่มีที่ไปแล้ว
“ข้าไม่มีที่ไปแล้วถ้าข้ากลับตระกูลละก็เจ้าก็น่าจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้า” เจี้ยนอี้กล่าว
ฉางเฟิงนึกถึงเหล่าหญิงสาวที่ถูกชายชราทำให้แปดเปื้อนก็ใจอ่อนและยินยอมให้นางตามมา
ฉางเฟิงเจี้ยนอี้ เสี่ยวเฮ่ยและเสี่ยวเสี่ยวจึงเดินทางไปที่ตระกูลเจี้ยนอย่างเปิดเผยและครั้งนี้ฉางเฟิงไม่ได้ปลอมตัวอีกแล้วเพราะฉางเฟิงได้รับสถานะที่ช่วยให้ปกป้องตัวเองได้แล้ว