บทที่ 66
การลงมือของวิญญาณทมิฬ
ยามราตรีในเมืองหลวงต้าเฉิน
เมืองหลวงของต้าเฉินในยามราตรีสว่างไสว ถึงอย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็เป็นนครหลักของราชวงศ์ต้าเฉิน
แน่นอนว่าความเจริญรุ่งเรืองของมันย่อมไม่ธรรมดา แม้แต่ในยามราตรีทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยแสงไฟ
เหล่าผู้คนเองก็เดินอยู่บนถนนมากมาย ความเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้มันเองไม่ใช่จะสามารถพบเจอได้ในทุกๆเมือง
ราชวงศ์ต้าเฉินผึ้งผงาดขึ้นมาได้เพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
มันเองทำให้ราชวงศ์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้ว่าภายในเมืองหลวงจะมีผู้คนมากมาย
แต่ว่าภายในเมืองต่างๆที่อยู่บริเวณไกลออกจากเมืองหลวงเล็กน้อย ความเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้เองก็ไม่สามารถหาพบได้
เรียกได้ว่ามีเพียงแค่เมืองหลวงเท่านั้น ที่ในยามราตรีจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยผู้คนแบบนี้
ในวันข้างหน้าถ้าเกิดว่าราชวงศ์ต้าเฉินขยายตัวไปมากกว่านี้อีก
ในเมืองต่างๆของราชวงศ์ก็อาจจะมีแสงไฟสว่างไสวและเต็มไปด้วยผู้คน
เพียงแต่ว่าในตอนนี้ราชวงศ์ใต้เฉินเพิ่งกลืนกินหนึ่งราชวงศ์มาได้ แน่นอนว่าทุกอย่างนั้นยังอยู่ในช่วงการปรับตัว
แม้ว่าจะได้อาณาเขตและผู้คนของราชวงศ์ที่เพิ่งเอาชนะได้มา แต่ว่าทุกอย่างยังอยู่ในช่วงการที่ประสานสองราชวงศ์เข้าหา
แน่นอนว่าเหล่าผู้คนของราชวงศ์อื่น เขายังไม่สนิทใจกับคนภายในราชวงศ์ต้าเฉิน
แล้วมันเองก็ทำให้คนภายในราชวงศ์ต้าเฉินเอ็งก็แบ่งชนชั้นกับราชวงศ์อื่น
เพราะว่าพวกเขานั้นมองว่าราชวงศ์ที่พ่ายแพ้ไม่ควรจะมีฐานะเช่นพวกเขา
นั่นจึงเกิดการแบ่งชนชั้นขึ้นมาในคนทั้งสองราชวงศ์ มันเองก็ทำให้การพัฒนาและการควบรวมของราชวงศ์นั้นดำเนินไปได้อย่างเชื่องช้า
ปัญหาเรื่องนี้ราชสำนักย่อมรู้ดีอยู่แล้วเพียงแต่ว่าพวกเขายังไม่สามารถแก้ไขได้
ตอนนี้ในราตรีที่สว่างไสวภายในเมืองหลวง
สายน้ำที่ไหลผ่านภายในเมืองหลวงแห่งนี้ มีเงาสีดำที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้สายน้ำอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวของมันนั้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงเท่านั้นการเคลื่อนไหวของมันยังไม่มีผู้ใดสามารถสัมผัสได้
แม้แต่ตัวตนที่เป็นผู้ฝึกปราณที่อยู่ในขอบเขตหกเองก็เช่นกัน
ค่ายกลที่ปิดทักเมืองหลวงแห่งนี้ก็ไม่ได้ทำงาน
เดิมทีแล้วถ้าเกิดว่าค่ายกลพิทักษ์เมือง สัมผัสได้ถึงพลังปราณวิญญาณที่ชั่วร้าย มันเองก็คงจะส่งสัญญาณเตือนให้กับคนที่ควบคุมค่ายกล
เพียงแต่ว่าในครั้งนี้ค่ายกลรักษาการเมืองไม่ทำงาน
มันบ่งบอกให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายนั้นน่าจะมีฝีมือที่ยอดเยี่ยมในการลักลอบเข้ามาภายในเมืองหลวง
หลังจากที่เงาดำนั้นเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้น้ำอยู่สักพัก มันเองก็ปรากฏกายอยู่ข้างเส้นทางสายหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆวังหลวง
ภายในเมืองหลวงแห่งต้าเฉินนี้มันมีอาณาเขตเป็นเมืองชั้นนอกและเมืองชั้นใน
แน่นอนว่าวังหลวงนั้นตั้งอยู่ภายในอาณาเขตเมืองชั้นใน
แถมวังหลวงยังคงตั้งอยู่บริเวณใจกลางตัวเมือง มันเป็นศูนย์กลางของเมืองหลวงแห่งต้าเฉิน แล้วก็เป็นศูนย์กลางของโชคชะตาของราชวงศ์เช่นเดียวกัน
กำแพงวังสูงใหญ่ล้อมรอบบริเวณ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีพวกทหารที่ลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา
เงาสีดำที่ปรากฏขึ้นมาบริเวณใกล้วังหลวง
เงาสีดำนั้นค่อยๆชัดเจนขึ้นมันปรากฏกายเป็นร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้นึง
คนพวกนี้คล้ายคลึงกับมนุษย์ปกติทั่วไปเพียงแค่มีดวงตาที่สีดำสนิท ส่วนที่เป็นตาขาวของมนุษย์อีกฝ่ายกลับเป็นสีดำส่วนที่เป็นตาดำของมนุษย์อีกฝ่ายกลับมีสีขาว
รูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายคล้ายคลึงกับมนุษย์แต่ว่าสวมใส่อาภรณ์สีดำ แล้วก็มีดวงตาที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป
ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของอีกฝ่ายยังมีออร่าสีดำปลดปล่อยออกมา
ถ้าเกิดว่าเจียงเฟิงมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ เขาจะรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือวิญญาณทมิฬ
แถมเป็นวิญญาณทมิฬ ที่อยู่ในระดับขอบเขตที่สูงกว่าขอบเขตห้าด้วย
ยิ่งวิญญาณทมิฬนั้นมีขอบเขตที่สูงมากเท่าไหร่ สภาพร่างกายของมันเองจะคล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติมันเป็นเรื่องที่พวกวิญญาณทมิฬ จะมีร่างกายคล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆเมื่อขอบเขตสูง
นั่นเป็นเพราะว่าพวกมันนั้นอยากจะได้รับการยอมรับจากฟ้าดิน
อย่างที่รู้กันดีว่าวิญญาณทมิฬเป็นตัวตนที่ไม่ได้รับการยอมรับจากฟ้าดิน
แน่นอนว่ามันเป็นตัวตนที่ผิดจากฟ้าดินสร้างขึ้น อันที่จริงแล้วเจียงเฟิงเคยถามว่าวิญญาณทมิฬเกิดมาได้อย่างไรแต่ท่านอาจารย์ของเขาเองก็ไม่ได้บอก
อาจจะเป็นเพราะว่าพวกมันนั้นไม่ได้รับการยอมรับจากฟ้าดินเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผิดแปลก
นั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกมันนั้นเมื่อขอบเขตสูงขึ้นร่างกายจะคล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้น
เพราะว่าพวกมันนั้นต้องการเข้ากับฟ้าดินให้ได้ เพื่อที่จะลบกฎเกณฑ์บางอย่างที่พวกมันนั้นถูกฟ้าดินจำกัดเอาไว้
เมื่อวิญญาณทมิฬตัวนี้ปรากฏกายออกมา ดวงตาของมันมองตรงไปที่บริเวณกำแพงวังหลวง
กำแพงวังหลวงมีขนาดสูงใหญ่สูงใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ไม่เพียงเท่านั้นกำแพงวังยังหรูหราสง่างามมากกว่ากำแพงเมืองชั้นนอกเสียอีก
ร่างของวิญญาณทมิฬตนนี้ค่อยๆเดินอย่างเชื่องช้าอยู่บนถนน เป้าหมายของมันย่อมเป็นวังหลวงที่อยู่ด้านหน้า
ในตอนแรกร่างกายของมันที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆอยู่ๆก็เริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ทั่วทั้งร่างกายของมันเริ่มมีปราณวิญญาณสีดำลอยออกมา
และหลังจากนั้นวิญญาณทมิฬตนนั้นเมื่ออยู่ห่างจากวังหลวงไม่มากนัก ร่างกายของมันก็พุ่งกระโจนเข้าไป
การเคลื่อนไหวจากเชื่องช้าเปลี่ยนกลายเป็นการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ในพริบตาเดียวเท่านั้นมันพุ่งทะยานกลายเป็นกลุ่มควันสีดำมุ่งตรงขึ้นไปบนกำแพงวัง
ตรงจุดนั้นมีทหารที่เฝ้ารักษาการอยู่สองคน
ทั้งสองเป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตสาม
หลังจากที่มันพบเห็นว่ามีเงาสีดำอยู่ๆก็มาปรากฏกายอยู่ด้านหน้า
ผู้ฝึกยุทธขอบเขตสามทั้งสองตื่นตัวอย่างรวดเร็วตั้งท่าเตรียมโจมตี
แต่ทันทีที่พวกมันนั้นกำลังจะขยับโจมตี แน่นอนว่าในตอนนี้ร่างกายของทั้งสองก็ถูกพลังบางอย่างจู่โจมจนขาดเป็นสองท่อน
การลงมืออย่างเงียบสงัดพร้อมกับความเหี้ยมโหด
แม้ว่าร่างกายของมนุษย์สองคน ที่อยู่ด้านหน้าจะโดนตัดจนขาดเป็นสองท่อน
แต่ใบหน้าของวิญญาณทมิฬตัวนี้ก็ยังคงเย็นชาไร้ความรู้สึก
ร่างกายของมันกระโจนไปด้านหน้าอีกครั้งในตอนนี้ผู้คนภายในวังหลวงเริ่มสังเกตเห็น
โดยเฉพาะพวกผู้คุ้มกันที่เป็นพวกทหารที่รักษาการ
ทหารองครักษ์มากมายส่งเสียงสัญญาณเตือน เพียงแค่พริบตาเดียวมีเสียงระฆังเตือนดังขึ้นทั่วทั้งวัง แล้วมันเองก็ดังขึ้นออกไปนอกวังทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
ในตอนนี้มีคนจู่โจมวังหลวง
แน่นอนว่าสัญญาณเตือนนี้เมื่อดังขึ้นองครักษ์ทุกคนพุ่งทะยานออกมาเพื่อจับกุมคนผู้นั้น
ไม่เพียงเท่านั้นยอดฝีมือหลายคนที่ซ่อนตัวอยู่ภายในวังเองก็เข้าจู่โจมเช่นเดียวกัน
เงาสีดำพยายามเคลื่อนที่ไปบริเวณตำหนักหลักที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางของวังหลวง
ในขณะที่เงาสีดำนั้นเคลื่อนที่มียอดฝีมืออยู่สองคน ที่เป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตห้าพุ่งกระโจนเข้ามา
แน่นอนว่าทั้งสองนั้นต้องการที่จะขัดขวาง เพียงแต่ว่าเมื่อทั้งสองกำลังจะลงมือก็โดนเงาสีดำที่กลายร่างเป็นมนุษย์วัยกลางคนผู้นั้นจู่โจม
อีกฝ่ายใช้เพียงแค่ฝ่ามือสองฝ่ามือตวัดออกไปก็ฟันล่างผู้ฝึกปราณขอบเขตห้าทั้งสองจนขาดออกได้ในครั้งเดียว
และในค่ำคืนนี้ วังหลวงของต้าเฉินที่ไม่มีผู้ใดกล้าบุกรุกมาเป็นเวลานาน กลับมีคนปริศนาบุกรุกเข้ามาภายในวังหลวงแล้ว