วันเวลาผ่านไป ค่อยๆไร้ข่าวชัยชนะของต้าฉีจากชายแดนเหล่าไพร่ฟ้าในเมืองหลวงเก็บอารมณ์ปลาบปลื้มรื่นเริงก่อนหน้านี้ไว้เพื่อรอคอยชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าจากข่าวที่ส่งผ่านชายแดนมาแต่ละหนกองทัพสองฝ่ายยังคงอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มหดหู่ทหารยามลาดตระเวนก็เพิ่มจำนวนมากกว่าปกติโข
และภายใต้บรรยากาศตึงเครียดเช่นนี้ข่าวหนึ่งจากชายแดนถูกส่งมาทำลายความสงบผิวเผินของเมืองหลวงโดยสิ้นเชิงฮ่องเต้เหยียนตี้รับสั่งให้องค์รัชทายาทนำกำลังพลสามหมื่นนายเดินทางผ่านทางน้ำที่ยากลำบากที่สุดเตรียมพร้อมฝ่าการโจมตีของกองทัพมองโกลแต่พระองค์ที่นำองค์ชายสามและองค์ชายเจ็ดกลับพลาดตกหลุมพรางศัตรูถูกอีกฝ่ายล้อมแยกกัน แม้ยังไม่มีแนวโน้มพ่ายแพ้อย่างชัดเจนทว่าหากถูกล้อมเช่นนี้ต่อไป สุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้นนั้นก็เหนือการคาดเดาจริงๆ
เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์กับบรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มโกลาหลและลับลมคมในความตึงเครียดจากปัญหาที่จวนปะทุแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งเมืองทหารรักษาการณ์ลาดตระเวนถี่ขึ้นเรื่อยๆ เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าใครก็มองเห็นคลื่นคลั่งใต้ผืนน้ำสันตินี้ทั้งนั้น หากชายแดนส่งข่าวร้ายมาอีกแค่หนเดียวเมืองหลวงจะวุ่นวายอย่างแน่นอน
สำหรับจวนไป๋หลังรู้ข่าวว่าสงครามยังคงยุ่งเหยิง ฮ่องเต้และองค์ชายถูกปิดล้อมพลันทำให้นึกถึงสามีและลูกหลานของตนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่นจนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา แสดงให้เห็นว่าสงครามเข้าขั้นวิกฤตประชาชนที่ถูกกักกันไว้ในพื้นที่อย่างพวกเขาเหล่านี้ก็เสี่ยงอันตรายมากเช่นกัน
ฮูหยินเฒ่าไปนั่งไม่ติดอีกต่อไปนางใช้เวลาในโถงพระนานขึ้นทุกวันเพื่อสวดมนต์ขอพรอยู่ในนั้นขณะเดียวกันก็เพื่อเลี่ยงการพบทุกคนในจวน
เมื่อได้ยินสาวใช้มาแจ้งว่าช่วงนี้ไม่ต้องไปเคารพท่านยายไป๋เซียงจู๋ถึงกับถอนหายใจ นางรู้ว่าท่านยายกำลังเป็นห่วงพวกท่านตาและนางรู้มากกว่านั้นว่าครั้งนี้พวกเขาจะไม่เป็นไร ต่อให้ได้รับบาดเจ็บบ้างตนก็ส่งยาไปให้แล้ว ซ้ำยังมีจวินมู่ซีคอยช่วยเหลือ ยิ่งไม่มีอะไรต้องพะวงตรงกันข้าม ท่านน้าสามและท่านพี่จะสร้างความดีความชอบอันใหญ่หลวงแต่นางพูดสิ่งเหล่านี้ได้เสียเมื่อไรทำได้เพียงเฝ้าดูท่านยายถือศีลกินผักอุทิศกุศลด้วยความเป็นห่วงพวกท่านตาทั้งสามคนที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายพันลี้
โชคดีที่หญิงชราผ่านมรสุมชีวิตมามากไป๋เซียงจู๋จึงไม่กังวลว่านางจะก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไม่พ้นอย่างน้อยขณะที่ยังไม่มีข่าวคราวแน่ชัดเกี่ยวกับพวกท่านตาหญิงชรากระวนกระวายก็จริง แต่จะไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นทั้งสิ้นและพวกท่านตาจะปลอดภัยอย่างแน่นอน!
ดังนั้นในช่วงระยะเวลาที่หญิงชราเลี่ยงพบผู้อื่นนี้ไป๋เซียงจู๋เก็บตัวอยู่ในเรือนของตนอย่างสงบ นอกจากวันที่ออกไปรักษาคนนางง่วนกับการคิดค้นยาของตนเอง รวมไปถึงเสาะซื้อสมุนไพรซึ่งวิธีการช่างง่ายแสนง่าย นางแค่ต้องเขียนว่าจะซื้อสมุนไพรรายการใดบ้างจากนั้นมันจะถูกส่งมาให้นางหลังแปรรูปเสร็จเรียบร้อย นางแทบไม่ต้องทำอะไรอย่างมากที่สุดคือฝึกสกัดขนาดยาให้แม่นยำ นับวันยาที่นางผสมเองยิ่งมีมากมายหลายชนิดอีกทั้งนางยังดัดแปลงขวดยาพวกนั้นเป็นพิเศษด้านในขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวหนึ่งขวดถูกแบ่งออกเป็นสามชั้น คั่นตรงกลางไว้บรรจุยาเม็ดหลากสีสันหลากสรรพคุณลงไป จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้นางไม่ได้มีเพียงยาเม็ดเท่านั้นยังจ่ายยาต้มบางประเภทด้วย เมื่อเวลาผ่านไปประสิทธิภาพของยาที่นางศึกษาในช่วงไม่กี่เดือนนี้ทำให้คำร่ำลือเกี่ยวกับนางเริ่มเปลี่ยนไปผู้คนบอกว่ายาของนางสุดยอด แม้ต้องจ่ายเงินก็คุ้มค่าและความรู้ความสามารถทางการแพทย์ของชายหนุ่มก็ยอดเยี่ยมนัก
ด้วยความช่วยเหลือของเถ้าแก่หลี่นางถูกใจร้านยาแห่งหนึ่ง ร้านยานี้มิใช่ของใครที่ไหน เป็นของตระกูลไป๋นั่นเองตระกูลไป๋เป็นเจ้าของร้านค้าทั้งหมดสิบแห่ง ส่วนใหญ่คือร้านชำจำหน่ายอาหารแห้งมีร้านขายยาเพียงร้านเดียว แต่เนื่องจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีของอวี๋ซื่อร้านจึงหลุดมือไปนานแล้ว เพื่อเป็นการชดเชย นางขอซื้อร้านผ่านนายหน้าอย่างลับๆและนี่คือสิ่งที่ไป๋เซียงจู๋ต้องการ ทองคำจำนวนหนึ่งพันตำลึงเก็บไว้กับตนห้าร้อยตำลึงสำหรับเตรียมสมุนไพรตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นอีกห้าร้อยตำลึงสำหรับให้จวินมู่ซี คราวนี้ไม่ได้ขอให้เขาส่งแค่ยาเท่านั้นแต่ยังขอให้เขาช่วยนางไปรับซื้อม้าศึกทางเหนือด้วย
พอแคว้นมองโกลพ่ายสงครามจะสูญเสียอย่างหนักหนาสาหัสแน่นอน เมื่อเข้าสู่สภาวะขาดแคลนอาหารการเชือดม้าประทังชีพสนองความหิวโหยเพียงชั่วคราว ไม่สามารถแก้ไขที่ต้นตอได้เพราะเฟิ่งเจาเกอเผาทำลายเสบียงอาหารของพวกเขาแล้วครั้งนี้จวินมู่ซีจะนำอาหารติดไปไม่น้อย ในขณะที่เสบียงของกองทัพยังไปไม่ถึงไม่เพียงแต่จะช่วยให้ต้าฉีรอดพ้นความอดยาก กินอิ่มนอนหลับได้ในฤดูหนาวอันโหดร้ายยังใช้ของเหล่านี้แลกเปลี่ยนเป็นเหล่าม้าศึกมีราคาได้อีกด้วย
ม้าศึกเหล่านี้คือต้นน้ำสายหลักที่จะสร้างเงินก้อนที่สองของนางฉะนั้นนางจึงไม่กล้ามอบหมายภาระหน้าที่นี้ให้คนอื่นเหลือแค่จวินมู่ซีสหายสนิทพี่ชายแล้ว
บัดนี้แผนการของนางกำลังดำเนินตามความตั้งใจทีละน้อยมีสิ่งเดียวที่ทำให้นางกังวล นั่นก็คือการแต่งงานจะหยั่งเชิงเรื่องนี้กับท่านยายอย่างไรเพื่อดลใจฮูหยินเฒ่าไป๋ให้ฉุกคิดและยินดีที่จะจัดแจงกำหนดวิวาห์ให้นางเร็วยิ่งขึ้น
ทว่านางขบคิดมาตั้งหลายวันแล้วแม้คิดไปคิดมาสักเท่าไร ก็ยังคงไม่เจอวิธีที่ไร้ความเสี่ยงโดยสิ้นเชิงช่วงนี้ไป๋เซียงจู๋จึงเริ่มร้อนรนแล้ว
ถึงขนาดที่เมื่อวานไม่ได้ออกไปพบคนไข้เลยทีเดียวด้านเถ้าแก่หลี่ยังอุตส่าห์ส่งคนมาถามไถ่ เขาบอกว่าคนไข้เยอะขึ้นทุกวันแต่กลับไม่เจอตัวหมอพอรู้ว่าไป๋เซียงจู๋แค่อารมณ์ไม่สู้ดีโดยที่สุขภาพกายยังคงปกติก็สบายใจพร้อมทั้งเสนอให้รับรักษาคนเดือนละครั้งแทนส่วนร้านยาที่นางซื้อไว้ก็กำลังตกแต่งและปรับปรุงใหม่ตามความต้องการของไป๋เซียงจู๋หลังเปิดกิจการ จะต้องชำระเงินซื้อยาพวกนั้นแล้วแม้ผู้คนรู้สึกเสียดายยากับการรักษาแบบไม่คิดเงินแต่คนเขามิใช่พระโพธิสัตว์เดินดิน เงินทองมิได้ถูกพัดพามากับสายลม เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ตราบใดที่ยาของไป๋เซียงจู๋มีประสิทธิภาพดีคนส่วนใหญ่ยังคงเฝ้ารอให้ร้านยากลับมาเปิดทำการอีกครั้งหนึ่ง
ณ เรือนฝูหรง
“คุณหนูแม่เฒ่าจางวานคนมาส่งขนมดอกสนนี้ให้เจ้าค่ะ คุณหนูจะชิมหน่อยไหมเจ้าคะ” ตู้เจวียนเห็นว่าหลายวันมานี้คุณหนูของตนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรนางก็พลอยกังวลไปด้วย
ไป๋เซียงจู๋ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วถามคำถามตู้เจวียนแทน “ท่านแม่กินยาหรือยัง”
พักนี้นางกำลังช่วยไป๋ซื่อดูแลสุขภาพแน่นอนว่ามีส่วนร่วมในเรื่องอาหารการกินเท่านั้นนางไม่กล้าเปิดเผยทักษะการแพทย์ของตนมากเกินไปดังนั้นความสามารถทั้งหมดจึงถูกแสดงออกในฐานะหมอที่นางจำแลงอยู่ หมอเทวดาไป๋
หมอเทวดาไป๋คือฉายาที่ผู้คนตั้งหลังนางในร่างบุรุษเริ่มรับรักษาคนนั่นเองแม้ยังห่างไกลจากคำว่าหมอเทวดาที่แท้จริงโข แต่อีกไม่นานเกินรอแน่ยาของนางเห็นผลชะงัด ประสิทธิภาพดีเลิศปฏิบัติการสร้างกิตติศัพท์ของนางใกล้เสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้ขาดเพียงโอกาสเอื้ออำนวยซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับฮ่องเต้เหยียนตี้
ขอถามหน่อยเถิดต่อให้ความสำเร็จและเกียรติยศของคนคนหนึ่งจะยิ่งใหญ่เพียงใดมีหรือจะเหนือกว่าพระราชดำรัสจากฮ่องเต้!
นางไม่ได้ต้องการแค่การยอมรับจากตระกูลไป๋นางต้องการการยอมรับจากฮ่องเต้เหยียนตี้ด้วย เช่นนี้แล้วร้านยาของนางถึงจะมั่นคงเจริญก้าวหน้าสืบไป ฉะนั้นนางจึงไม่รีบ นางกำลังรอให้ทุกสิ่งเข้าที่เข้าทาง
หรือแม้จะต้องรออย่างกระวนกระวายจริงๆใจของนางกลับกระวนกระวายเพราะธุระวิวาห์ของตนยังไม่มีบทสรุปเสียมากกว่า
สำหรับชาตินี้นางไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนของราชวงศ์คนไหนทั้งสิ้น ท่ามกลางองค์ชายเหล่านี้มีผู้ใดไม่สนใจในราชบัลลังก์บ้าง หากตนถูกพระราชทานให้องค์ชายสักพระองค์ในนี้แทบเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่หวั่นไหวกับตำแหน่งนั่นสักวันตนก็ต้องช่วยวางกลยุทธ์อยู่เบื้องหลังเพื่อช่วยแสวงอำนาจอยู่ดีเมื่อถึงเวลานั้นผลที่ตามมาจะต่างจากชาติก่อนสักเท่าไรกันเชียว?
นางสามารถใช้สติปัญญาของตัวเองปฏิเสธสมรสพระราชทานได้ทว่าหลบพ้นหนึ่งหนสองหน แล้วหนที่สามที่สี่เล่า อีกอย่างเสียนกุ้ยเฟยคงโน้มน้าวฮ่องเต้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งเป็นแน่ด้วยเหตุผลดังกล่าวสิ่งที่นางพะวงที่สุดในตอนนี้คือจะทำอย่างไรให้ได้มีคู่หมั้นหมายที่น่าหมดห่วง