เพล้ง!
เสียงของถ้วยชาตกลงกระทบกับพื้นจนแตกกระจายไปทั่วทิศ ทำเอาเหล่าบรรดาสาวใช้ที่เดินผ่านไปผ่านมาพลันตกใจสะดุ้งจนผงะหนี
“ไปตามตัวหยางซูหนิงมา!” เสียงแหบกร้าวของบิดาอย่างหยางป๋อ กล่าวตะโกนขึ้นจนสนั่นดังลั่นจวน ใบหน้าแสดงความโกรธเกรี้ยว ข้างกายของเขามีหยางเล่อที่กำลังยืนยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยอยู่
สาวใช้เมื่อได้ยินคำสั่งของผู้เป็นนายที่กำลังเกรี้ยวกราด ขาสองข้างรีบสับลงตรงไปยังเรือนของซูหนิง ร่างที่เหนื่อยหอบวิ่งมาหยุดลงตรงหน้าของสองแม่ลูก ปากกล่าวถึงคำสั่งของหยางป๋อ
“คุณหนู นายท่านเรียกตัวท่านเจ้าค่ะ!”
ซูหนิงเมื่อได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับ ท่าทีไม่ได้แสดงถึงความทุกข์ร้อนแต่อย่างใด หยางฮูหยินก็นำมือบางอบอุ่นกุมลงบีบกระชับบนมือเรียวบางของบุตรสาวก่อนจะเดินตรงไปยังเรือน
“ท่านแม่ ข้าขอตัวไปยังที่ที่หนึ่งก่อน...”
เมื่อเวลาผ่านไป ซูหนิงพลันมาถึงยังเรือนที่หยางป๋ออยู่ ทันทีที่ซูหนิงก้าวเท้าเข้ามา บรรยากาศโดยรอบอึมครึมและชวนให้รู้สึกอึดอัด ดวงตาที่โกรธเกรี้ยวของหยางป๋อผู้เป็นบิดาก็พลันจ้องมองมาที่ซูหนิง ปากเริ่มกล่าวตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน “เจ้ากล้าดีอย่างไรทำเรื่องโหดเหี้ยมเช่นนี้ในจวนของข้า!” คำพูดของหยางป๋อทำให้ความทรงจำในอดีตของคุณหนูหยางแล่นผ่านเข้ามาในหัว ภาพที่บิดาทุบตีมารดาอย่างโหดร้าย เขากล้าพูดคำนี้ออกมาอย่างไม่ละอายได้อย่างไร?
ซูหนิงพลางสูดหายใจเข้าไปลึกๆ ตาเหลือบไปเห็นใบหน้าที่ยิ้มเยาะออกมาอย่างมีเล่ห์นัยของหยางเล่อ
นางต้องเสริมแต่งเรื่องเข้าไปอีกแน่!
ซูหนิงเริ่มถอนหายใจออกมา ด้วยใบหน้าที่เบื่อหน่าย
“ข้าโหดเหี้ยม? ที่ข้าทำก็ถือว่าสมควรแล้ว...”
“หึ! สมควรหรือ เจ้าฆ่าสาวใช้ข้างกายของพี่สาว นี่เรียกสมควรหรือ!” หยางป๋อกล่าวขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงที่ดุดัน มือพลางทุบโต๊ะระบายอารมณ์ หยางฮูหยินเมื่อได้ยินก็อารมณ์เดือดปะทุ นางพลันเถียงโต้กลับผู้เป็นสามี
“ลูกข้ามิได้ฆ่านางเสียหน่อย! ท่านอย่ามากล่าวหานางให้มาก!”
ทุกคำพูดของทุกคนในตอนนี้แทบจะปะปนไปด้วยแรงแห่งโทสะ
คำพูดปกป้องบุตรสาวของหยางฮูหยินทำให้เส้นเลือดข้างขมับของหยางป๋อเริ่มกระตุกขึ้น
หยางป๋อไม่รู้ว่าตนจะเถียงต่อดีหรือไม่? ทันทีที่คิดทบทวนไปชั่วครู่ หยางป๋อก็กลืนน้ำลายลงเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ย “เจ้าหาว่าข้าใส่ร้ายนางหรือ หากไม่เชื่อเจ้าก็ลองถามหยางเล่อดูเสียเถอะ!” หยางฮูหยินพลางเหลือบสายตาไปหาหยางเล่อด้วยท่าทีที่โกรธเคือง
“เจ้าพูด! สาวใช้เจ้าตายได้อย่างไร?” ทันทีที่หยางเล่อได้ยินคำกล่าวของหยางฮูหยิน นางก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้าในทันทีมือยกขึ้นปกปาก ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ใบหน้าแสดงออกให้ดูน่าสงสาร พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอื้น
“หลังจากที่น้องรองลงมือตัดมือทั้งสองข้างของอาอี้ นางก็ตกใจจนสิ้นลมในทันทีเลยเจ้าค่ะ ลูกเองก็หวังจะวิ่งพานางไปหาท่านหมอแต่ก็สายไป...” ท่าทีที่แสดงให้ดูน่าสงสารของหยางเล่อชวนหวนให้ซูหนิงนึกถึงโม่หว่านหรงยิ่งนัก
พวกนางช่างเหมือนกันไม่มีผิด...
“ข้าไม่ได้ฆ่านางเสียหน่อย ตอนข้าลงมือตัดมือทั้งสองข้างของนาง นางยังมีชีวิตอยู่เสียด้วยซ้ำ ถ้าหากนางจะตายจริงๆอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลานานหนึ่งก้านธูป ระหว่างนี้ท่านมาสามารถพานางไปหาท่านหมอได้ทัน แต่ที่นางตายเป็นเพราะว่าท่านพี่นั่งดูนางค่อยๆตายแล้วค่อยมาโยนความผิดให้ข้าหรือไม่กันแน่” คำพูดของซูหนิงทำเอาหยางเล่อเผลอหลุดอาการร้อนรนออกมาเล็กน้อย นางรีบเก็บอาการก่อนจะโต้กลับซูหนิงอย่างทันควัน
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางไม่ได้ตายในทันที!” คำพูดของหยางเล่อพูดขึ้นด้วยท่าทีที่ร้อนรน
ซูหนิงในชาติที่แล้วนางเก่งทางด้านพิษและยังได้มีโอกาสเรียนวิชาแพทย์จากท่านหมอฝีมือดีที่คนคนนั้นหามาให้ ทำให้นางมีความชำนาญทางด้านการแพทย์มากพอสมควร ซูหนิงพลันกระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างมีเล่ห์นัย
“ถ้าเช่นนั้นไม่ลองปลุกคนตายให้ขึ้นมาให้คำตอบเองเสียล่ะ...”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของซูหนิงทำเอาหยางเล่อถึงกับเหงื่อตก
นางพูดบ้าอะไร?
หยางป๋อและหยางฮูหยินทันทีที่ได้ยินก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วครู่ หยางป๋อที่ไม่เชื่อว่าซูหนิงจะสามารถปลุกคนตายให้กลับมามีชีวิตได้ก็เริ่มพูดท้าทายขึ้นด้วยใบหน้าเยาะเย้ย
“ดี! เด็กๆไปยกศพของสาวใช้นั่นมา!” หยางป๋อกล่าวตะโกนขึ้น
ทันทีที่ศพถูกยกเข้ามาในห้องโถง ซูหนิงเริ่มหยิบของบางอย่างออกมาจากข้างในเสื้อ มันคือเข็มที่หมอใช้รักษากันนี่เอง ดีที่นางตรงไปยังห้องยาของตระกูลหยางก่อน มิเช่นนั้นคงไม่มีโอกาสได้หยิบเข็มยาและทำพิษประจำกายขึ้นมาใหม่ได้ทันใช้งานแน่ๆ ซูหนิงพลางย่อตัวลง นางใช้มือบางเปิดพาที่คลุมศพออก มืออีกข้างพลางหยิบเข็มแล้วฝังลงไปที่ศีรษะและทรวงอก
เฮือกกก!
ทุกคนในห้องต่างพากันตกตะลึงแม้กระทั่งบ่าวสาวใช้ที่ยกศพมาก็อึ้งจนตาค้าง อาอี้ฟื้นจากความตาย หยางป๋อผู้เป็นบิดาตกใจจนพูดไม่ออก
มันเกิดอะไรขึ้น?
“เป็นไปได้ยังไง? เจ้าทำได้ยังไง?” หยางป๋อกล่าวขึ้นด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นปนสงสัย หยางฮูหยินเองก็ยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ บุตรสาวของข้าเก่งจริงๆ
ซูหนิงไม่ได้ตอบคำถามใดๆของบิดา นางเพียงแต่มองไปยังอาอี้ ปากบางกระซิบข้างหู “ข้าช่วยให้เจ้าฟื้นมาได้เพียงแค่หนึ่งก้านธูป ที่ข้าช่วยเจ้าเพราะไม่อยากให้คนร้ายที่ฆ่าเจ้ามันลอยนวล เจ้าเองก็ไม่อยากใช่หรือไม่!” คำพูดที่เข้าถึงจิตใจของซูหนิง ทำเอาจิตใจเต็มไปด้วยความแค้นเพราะถูกคนที่อุตส่าห์รักและภักดีฆ่าของอาอี้ลุกโชนขึ้น นางพลางส่งสายตาอาฆาตไปที่หยางเล่อจนนางเกิดผวา
ซูหนิงที่เข้าใจดีถึงความเจ็บปวดที่ถูกคนที่รักและภักดีหักหลัง จึงรู้วิธีที่จะปลุกความแค้นของผู้ถูกกระทำให้ลุกโชนขึ้นได้ตามปรารถนา
นางพลางลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์
“ตอนนี้เจ้าก็บอกได้แล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนสังหารเจ้า..”
อาอี้พลางมองมาด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตแค้น นางพลางยกแขนที่ไร้มือชี้ไปยังหยางเล่อพร้อมกับตะโกนขึ้นจนสุดเสียง
“เป็นนาง! เป็นนางที่ปล่อยให้ข้าตาย เป็นนางที่จะใช้การตายของข้าใส่ร้ายคุณหนูรอง และก็เป็นนางที่ใส่ร้ายอาจูว่าเป็นคนผลักคุณหนูรองตกน้ำแล้วสั่งให้ข้าตัดมือทั้งสองข้างของนาง ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่ผลักคุณหนูรองตกน้ำเป็นข้าที่ได้รับคำสั่งมาจากนางทั้งนั้น!”
สิ้นเสียงของอาอี้ หยางเล่อก็พลันตกใจจนทำตัวไม่ถูกนางแสดงท่าทีที่ร้อนรนออกมาจนบิดาสังเกตเห็น “จริงหรือหยางเล่อ” หยางป๋อผู้เป็นบิดาถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ผิดหวัง
“ไม่จริง! ไม่จริงนะท่านพ่อ! ท่านจะเชื่อสาวใช้ฐานะต่ำต้อยนั่นมากกว่าข้าหรือ!” ท่าทีที่ร้อนรนจนควบคุมสติอารมณ์ไม่อยู่ของหยางเล่อทำให้ซูหนิงพลันกระตุกยิ้มมุมปากออกมาอย่างสะใจ หยางป๋อที่ผิดหวังในตัวบุตรสาวแต่ด้วยความรักลูกอย่างลำเอียงจึงเอ่ยขึ้น
“ในเมื่อรู้แล้วว่าไม่ใช่ฝีมือของเจ้า เรื่องนี้ก็จบเพียงแค่นี้! และก็ห้ามใครเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก! หากใครกล้าเอ่ยถึงข้าจะสั่งตัดลิ้นมันให้หมด!” สิ้นประโยคหยางป๋อก็เดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีขึงขัง
ซูหนิงเมื่อได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์เล็กน้อย ถึงแม้นางจะรู้ว่าบิดาผู้นี้รักลูกอย่างลำเอียงแต่ก็ไม่คิดว่าจะลำเอียงได้ถึงขนาดนี้ หยางฮูหยินเองก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกัน ไม่เพียงแต่จะไม่ลงโทษนางแถมยังปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปอย่างง่ายดาย
“กลับกันเถิดท่านแม่”
ทันทีที่สองแม่ลูกกลับไป ในห้องก็เหลือเพียงหยางเล่อกับอาอี้ ด้วยความที่ถูกอาอี้ทำแผนแตกและเสียหน้าก็โกรธจนตัวสั่นจากรีบหยิบปิ่นปักผมบนหัวออก แล้วกระหน่ำแทงเข้าที่หัวใจของนางอย่างจัง
“เจ้าทำให้แผนของข้าพังลงไม่เป็นท่า เจ้าต้องชดใช้!”
สาวใช้ที่แต่เดิมก็มีบาดแผลสาหัสมากพออยู่แล้วเมื่อถูกแทงซ้ำจนเกิดบาดแผลใหม่ก็สิ้นลมลงในทันที
หยางเล่อพลันเงยหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดของอาอี้พร้อมกับคิดแค้นในใจ
‘หยางซูหนิงข้าจะทำให้เจ้าไม่ตายดี’
สาเหตุที่หยางเล่อโกรธเกลียดซูหนิงมากขนาดนี้ก็เป็นเพราะนางเป็นลูกของสตรีในหอนางโลม ทำให้ชีวิตนี้ของนางจึงถูกหยางฮูหยินที่เป็นภรรยาเอกและบ่าวสาวใช้แม้กระทั่งคุณหนูตระกูลอื่นมองมาด้วยสายตาที่รังเกียจและไม่ชอบใจในตัวนาง และไม่ว่าอะไรที่ดีๆหยางซูหนิงมักจะได้มันไปเสมอด้วยเหตุนี้ทำให้นางรู้สึกไม่ชอบใจในความห่างชั้นของฐานะและเกลียดหยางซูหนิงมาตั้งแต่ยังเยาว์