ตอนที่ 10 :ก้าวเข้าสู่อาณาจักร
พวกเราได้เดินทางกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไปยังอาณาจักรคาธิเวีย ขณะเดินทางพวกเราได้นั่งพักกัน และเริ่มพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง
“นี่เวทย์เลียนแบบ ของนายมันทำงานยังไงกันแน่” จินพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ลูเธอร์
“นั่นสิคะ หนูก็สงสัยเหมือนกัน” ลีอากับลูเธอร์ด้วยความสงสัย
“งั้นหรอ..ได้สิพี่จะอธิบายให้ฟังเอง” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ทุกๆ คน
ลูเธอร์เล่าและอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นตอนเด็กในขณะที่เคยฝึกเวทย์กับชายคนหนึ่งในถ้ำ
.
.
“นี่ลูเธอร์ เวทย์ของนายน่ะมันแข็งแกร่งมากเลยนะ” ชายคนนั้นคนที่เคยสอนเวทย์ให้กับลูเธอร์บอกกับลูเธอร์
“เอ๋? เวทย์ชั้นมันใช้ยากจะตายและต้องดูเวทย์คนอื่นถึงจะเลียนแบบได้ มันจะไปแข็งแกร่งได้ยังไง” ลูเธอร์ถามกลับด้วยใบหน้าสงสัย
“แล้วแม่ของนายล่ะ ใช้เวทย์อะไร” ชายคนนั้นกล่าวถามกับลูเธอร์
“เวทย์อ่านความทรงจำ..ทำไมหรอ” ลูเธอร์ถามกลับด้วยใบหน้าที่สงสัย
“งั้นเอามือนายมานี่สิ หลับตาด้วยนะ” ชายคนนั้นพูดขึ้นพร้อมกับเอามือของลูเธอร์ไปจับ
“เป็นไงเห็นอะไรไหม” ชายคนนั้นกล่าวถามขณะจับมือกับลูเธอร์ที่กำลังหลับตาอยู่
“ชั้นเห็น..มันขาวไปหมด..ค่อยๆ มีเงาปรากฏขึ้นมา..เงานั่นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น อ๊ะ! ชั้นเห็นแล้ว ชั้นเห็นนายแล้ว นายกำลังใช้เวทย์เก็บดาบให้หายเข้าไปในฝ่ามือ ดาบนั่นมันเปล่งแสงสีเงินออกมา อ๊ะ! ดาบนั่นหายไปแล้ว หมดแล้วล่ะ..นี่นายต้องการอะไรกันแน่” ลูเธอร์อธิบายภาพในหัวที่เห็นและกล่าวถามกับชายคนนั้นพร้อมลืมตาขึ้น
“งั้นนายลองเก็บดาบนี่ดูสิ” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับยื่นดาบที่เปล่งแสงสีเงินออกมา
“เอ๋? แต่เวทย์ชั้นมันเรียกเก็บอาวุธเข้าฝ่ามือไม่ได้ แถมชั้นไม่เคยมองเห็นนายเก็บอาวุธในโลกความเป็นจริงเลยสักครั้งเดียว” ลูเธอร์ตอบกลับด้วยใบหน้าตกใจ
“เอาเถอะน่า ลองทำดู” ชายคนนั้นบอกกับลูเธอร์ด้วยสายตาจริงจัง
“ก็ได้ ชั้นจะลองทำดู” ลูเธอร์พูดขึ้นขณะถือดาบเล่มนั้นในมือ พร้อมกับนึกวิธีการที่เขาเคยเห็นชายคนนั้นเก็บดาบของเขาให้หายไปในฝ่ามือ
“อ๊ะ! ดาบมันหายไปแล้ว นี่นายเก็บมันไปหรอ” ลูเธอร์ถามกับชายคนนั้นด้วยความตกใจ
“ฮ่าๆ นายนี่ตลกจัง นายเป็นคนเก็บดาบเล่มนั้นไว้เองนะ” ชายคนนั้นพูดขึ้น
“จริงเหรอ?” ลูเธอร์ถามกลับด้วยความสงสัย
“งั้นนายลองเรียกดาบ ออกมาแบบนี้สิ” ชายคนนั้นพูดขึ้นพร้อมกับในมือที่ร่ายเวทย์ ให้ดาบออกมา
“อย่างนี้หรอ?” ลูเธอร์กล่าวถามพร้อมกับร่ายเวทย์ที่เห็นจากชายคนนั้น
“เอ๋? ดาบออกมาจริงๆ ด้วย แสดงว่าเราดูดดาบนั่นกลับเข้าไปจริงๆ หรอ” ลูเธอร์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เวทย์เลียนแบบของนายน่ะ มันเลียนแบบจากความทรงจำที่เห็นได้ และจากที่นายมองเห็นจริงๆ แถมเวทย์อ่านความทรงจำของแม่นายน่ะ นายก็ได้เลียนแบบมันมานานแล้ว” ชายคนนั้นอธิบายเรื่องเวทย์เลียนแบบให้กับลูเธอร์ฟัง
.
.
“หลังจากนั้นพี่ก็ฝึกการใช้เวทย์เลียนแบบ ให้ชำนาญกับเขายังไงล่ะ” ลูเธอร์พูดอธิบายเรื่องราวต่างๆ
“เอ๋? แล้วทำไมพี่ไม่เรียกดาบนั่นออกมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่โบสถ์นั่นเมื่อ 3 ปีก่อนล่ะ พวกเราจะได้ไม่ต้องจากกัน” ลีอาถามกับลูเธอร์ด้วยความสงสัย
“ในห้องนั้นน่ะ..มันมีผนังชนิดพิเศษ ที่คอยต่อต้านเวทย์ทุกชนิด พี่พยายามเรียกดาบออกมาตั้งหลายครั้ง แต่มันก็ไม่ยอมออกมาเลยซักครั้งเดียว พี่ขอโทษจริงๆ นะลีอา” ลูเธอร์ตอบกลับลีอา
“งั้นที่พี่เลียนแบบเวทย์หนามล่ะ ทำไมมันถึงเปล่งแสงสีเงินออกมา ไม่เหมือนกับหนามของเอสปิน่าเลยล่ะ” ลีอาถามกับลูเธอร์ด้วยใบหน้าที่สงสัย
“พี่แค่ใส่พลังเวทย์ของดาบลงไปในหนามก็แค่นั้นเอง” ลูเธอร์ตอบกลับลีอา พร้อมกับเรียกดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีกครั้ง
“เอ๋! เวทย์เลียนแบบของนายนี่ มันมีเงื่อนไขเยอะจังเลยนะ” จินพูดพร้อมกับมองไปที่ลูเธอร์
“ฮ่าๆนั่นสินะ” ลูเธอร์ตอบกลับจินพร้อมกับเก็บดาบเข้าไปในฝ่ามือ
“เอาล่ะพวกเราเดินกันต่อเถอะ” โคพูดขึ้นพร้อมกับเดินนำไปข้างหน้าของเส้นทาง
“อื้อ..เราไปกันต่อเถอะค่ะพี่” ลีอาพูดพร้อมกับมองไปที่ลูเธอร์
พวกเราทั้ง 5 คนจึงได้เดินทางกันต่อ และแล้วการเดินทางอันแสนสั้นของเราก็จบ
.
.
“นี่ทุกคนเราจะถึงแล้วนะ อาณาจักรคาธิเวีย” โคพูดขึ้นพร้อมชี้ไปยังอาณาจักรข้างหน้า
“นี่น่ะหรออาณาจักรคาธิเวีย ใหญ่จังเลย” ลีอาพูดพร้อมกับมองไปที่อาณาจักรข้างหน้า
อาณาจักรคาธิเวีย เป็นอาณาจักรที่มีโบสถ์และศาสนาเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศ พร้อมทั้งมีพระมหากษัตริย์ที่สืบเชื้อสายจากตระกูลเดียว จากรุ่นสู่รุ่น เป็นคนคอยบริหารประเทศต่ออีกที
อาณาจักรมีลักษณะที่แปลกประหลาด ที่ใจกลางของอาณาจักรมีลักษณะเป็นวงกลม เป็นเนินอยู่สูงจากผืนดิน และกำแพงรายล้อมใจกลางเอาไว้ กำแพงเหล่านั้นมีสีขาวไร้มลทิล สูงกว่า 30 เมตร และมีบันไดสีขาวที่ทอดตัวยาวจากพื้นถึงใจกลางของอาณาจักรทั้ง 4 อันประกบไว้กับกำแพงแต่ละทิศ ซึ่งเป็นเพียงวิธีเดียวที่จะขึ้นไปหากษัตริย์และโบสถ์ได้
ใจกลางของอาณาจักรมีโบสถ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ รอบข้างของโบสถ์นั่นเต็มไปด้วย บ้านเรือนของขุนนางและราชวังของพระมหากษัตริย์
รอบนอกของอาณาจักร เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป ด้านตะวันตกของอาณาจักรเป็นแหล่งค้าขายปลา ด้านตะวันออกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของทหาร ด้านเหนือเป็นที่ฝึกซ้อมของทหาร และด้านใต้เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป
.
.
“นี่พวกนายหยุดอยู่ตรงนั้นนะ!” เสียงทหารเฝ้าทางหน้าอาณาจักรตะโกนออกมาให้เราหยุด
“นี่พวกนายเป็นใครกัน? มาจากที่ไหน? แล้วมาทำอะไรกัน?” ทหารเฝ้ายามถามกับพวกเราด้วยความสงสัย
“พวกเรามาจากหมู่บ้านข้างๆ ตอนนี้หมู่บ้านนั่นล่มสลายไปแล้ว เรามาเพื่อแจ้งข่าวให้ฝ่าบาท” โคพูดตอบกลับด้วยสายตามุ่งมั่น
“พวกนายเข้าพบฝ่าบาทไม่ได้ ฝ่าบาทท่านสั่งไว้ว่าห้ามมิให้ผู้ใดเข้าพบทั้งนั้น” ทหารเฝ้ายามสั่งห้ามไม่ให้พวกเราเข้าพบฝ่าบาท
“งั้นพอจะมีทางไหนไหม ที่เราจะได้เข้าพบฝ่าบาท” ลูเธอร์ถามกับทหารเฝ้ายาม
“ไม่มีหรอก พวกนายกลับไปซะ!” ทหารคนนั้นตะโกนไล่เราให้ออกไปด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“เอ๋? ไม่มีทางไหนเลยหรอคะ..คุณทหาร” ลีอาพูดยั่วยวนทหารคนนั้น
“มะ..ไม่มีหรอก” ทหารคนนั้นตอบกลับด้วยความเขินอาย
“นะ..นะคะ คุณทหาร” ลีอาพูดยั่วยวนทหารคนนั้นอีกครั้ง
“กะ..ก็ได้! เห็นแก่ว่าเธอเป็น สุภาพสตรี มันคงไม่ดีหรอกที่จะปล่อยให้สุภาพสตรีผิดหวัง” ทหารเฝ้ายามคนนั้นตอบกลับด้วยความเขินอาย
“เหอะ! ..เจ้านี่มันช่างกะล่อนจริง” จินพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา
“นายก็เหมือนกันน่ะแหละ ไอ้กะล่อน” รุยพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่จิน
“นี่นายว่าชั้นหรอ” จินถามกลับ
“ก็มันคือความจริงนี่นา” รุยบอกกับจินด้วยใบหน้าเย็นชา
“นี่ๆ ทั้ง 2 คนอย่าทะเลาะกันสิ” โคพูดขึ้นด้วยพร้อมกับมองไปที่จิน
“แต่รุยมันว่าชั้นก่อนนะ” จินพูดกับโคพร้อมชี้ไปที่รุย
“ข้าเปล่า..ข้าไม่เคยว่านายเลย” รุยพูดขึ้นพร้อมหันหน้าหนี
อีกด้านหนึ่ง ลูเธอร์และลีอากำลังฟังวิธีที่จะเข้าพบฝ่าบาทได้ จากทหารยามคนนั้น
“การที่จะเข้าพบฝ่าบาทตอนนี้ได้ มีเพียงต้องลงแข่งการต่อสู้กับทหารที่เก่งที่สุดและขึ้นเป็นแชมเปี้ยนคนใหม่ ณลานประลองทางทิศเหนือของอาณาจักร ที่นั่นไม่ได้เปลี่ยนแชมป์มาเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว พวกนายอย่าคิดว่าจะชนะหมอนั่นง่ายๆหล่ะ” ทหารเฝ้ายามคนนั้นพูดอธิบายให้ลูเธอร์และลีอาฟัง
“ค่ะเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ” ลีอาพูดขึ้นพร้อมจับมือของทหารและมองไปที่หน้าของเขา
“ฮ่าๆ ไม่เป็นหรอก ถ้าเพื่อเธอล่ะก็ ชั้นทำได้ทุกอย่างฮ่าๆ” ทหารคนนั้นตอบกลับด้วยท่าทีเขินอาย
“เอาล่ะพวกนาย เข้าไปในอาณาจักรกัน” ลูเธอร์หันมาพูดกับชายทั้ง 3 คนที่กำลังทะเลาะกันอยู่
“โอ้! จะตามไปเดี๋ยวนี้แหละ!”โคตะโกนออกมาพร้อมกับลากจินและรุยให้เดินไปด้วยกัน
“เอ้า! ทั้ง 2 คนไปกันได้แล้ว” โคพูดกับพร้อมกับลากทั้ง 2 คนไปด้วย
“นี่เจ้ากำลังลากพวกข้าไปอยู่นะ” รุยพูดด้วยนำ้เสียงเย็นชา
“ชั้นกับรุยยังเคลียร์กันไม่จบเลยนะ!” จินตะโกนออกมา
“ถ้านายยังไม่เลิกงอแง วันนี้ชั้นจะทำอาหารให้นายกินอีกนะ” โคพูดพร้อมกับหันไปมองจิน
“ม่ายยย!” จินตะโกนออกมาอย่างโหยหวน
.
.
ข้างในของเมืองนั่นเต็มไปด้วยประชากรมากมาย และที่พักของประชาชนส่วนใหญ่ มีสภาพค่อนข้างเก่าและแออัดเสียงโหยหวนร้องขอความช่วยเหลือ ดังออกมาจากทุกๆที่ ที่พวกเราเดินผ่าน
“พี่คะ..หนูกลัวจังเลย” ลีอาพูดด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับจับมือของลูเธอร์
“ที่นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นนะ” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ
“อีก 4 เดือนมันจะกลับมา” เด็กหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นขณะวิ่งผ่านลูเธอร์ไป
“เอ๋? ..เธอพูดอะไรกัน” ลูเธอร์หันกลับไปพูดกับเด็กสาว แต่กลับไม่เจอเด็กสาวคนนั้น
“เอ๋? พี่ว่าอะไรนะคะ” ลีอาถามกับลูเธอร์ด้วยความสงสัย
“เห็นเด็กผู้หญิงตะกี้ไหม..ที่วิ่งผ่านเราไปน่ะ?” ลูเธอร์ถามกับลีอาด้วยใบหน้าตกใจ
“ไม่เห็นนี่คะ” ลีอาตอบกลับด้วยใบหน้าสงสัย
“สงสัยพี่จะตาฝาดไปเอง” ลูเธอร์พูดพร้อมกับเดินไปยังท่าเรือที่อยู่ด้านตะวันตกของอาณาจักร
ที่ท่าเรือนั่น เราได้เจอกับเรือที่ถูกปล่อยให้ลอยลำอยู่มากมาย ที่นั่นไร้ซึ่งผู้คนเป็นเหมือนท่าเรือร้าง
“อาณาจักรแห่งนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ” จินพูดขึ้นด้วยความสังสัย
“นี่เราลองไปถามผู้หญิงคนนั้นไหม?” จินพูดถามกับทุกคนพร้อมทั้งชี้นิ้วไปที่หญิงสาวตรงหน้า
“อื้อ..ลองดูสิ” ลูเธอร์ตอบกลับพร้อมเดินไปหาหญิงสาว
“คุณผู้หญิงครับ พวกเราขอถามอะไรนิดนึงได้ไหม” จินถามกับหญิงสาวข้างหน้า
“ปีศาจ..” หญิงสาวพูดออกมาด้วยความแผ่วเบา
“เอ๋? ว่าไงนะครับ ผมฟังไม่ค่อยออก” จินถามกับหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง
“ปีศาจ..ปีศาจมันกำลังมา อ๊ากก!!” หญิงสาวตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวัง พร้อมทั้งหนีเข้าไปในบ้าน
“เอ๋? นี่ชั้นถามอะไรผิดไปหรือเปล่า” จินถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไอ้กะล่อนทำผู้หญิงร้องไห้ ด้วยล่ะ” รุยพูดขึ้นด้วยใบหน้าเย็นชาที่มองมาทางจิน
“นี่นายยังไม่หยุดใช่ไหม” จินพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่รุย
“อาหารตอนเย็นจะเป็นยังไงกันน้าา” โคพูดขึ้นพร้อมกับเอามือไปแตะที่ไหล่ของจิน
“ผมขอโทษแล้วครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วยเถอะ” จินพูดกับโคด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“ผู้คนต่างหวาดกลัวขนาดนี้ แต่กษัตริย์กลับไม่ทำอะไรเลย แย่จริงๆ” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมมองไปที่ราชวัง ที่ตั้ง ณใจกลางของอาณาจักร
“พี่คะดูนั่นสิ” ลีอาพูดด้วยความตกใจ พร้อมกับชี้นิ้วไปที่โคลอสเซียมขนาดยักษ์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า
“ไอ้สิ่งปลูกสร้างขนาดยักษ์นี่นั่นมันอะไรกัน” โคเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปที่โคลอสเซียมยักษ์นั่น
“นั่นคงเป็นลานประลองน่ะ เอาล่ะพวกเราไปกันเถอะ!” ลูเธอร์พูดขึ้น พร้อมกับเดินไปยังโคลอสเซียมข้างหน้า
.
.
โคลอสเซียมขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ของอาณาจักร เป็นสถานที่ฝึกซ้อมของทหารในอาณาจักร และเป็นสถานที่ที่เหล่าขุนนางจะมาแวะเวียน ดูการต่อสู้ของทุกๆ คนที่นี่
ตรงกลางของโคลอสเซียม คือลานประลองขนาดยักษ์ รอบๆ ข้างของลานประลองคือ คูนำ้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสัตว์ดุร้ายที่พร้อมจะคร่าชีวิตของผู้คนที่ตกลงไป และลานประลองตรงกลางถูกล้อมรอบไปด้วยอัฒจันทร์ที่มีที่นั่งมากมาย
“อ๊ะ! นั่นเขากำลังทำอะไรกันคะ” ลีอาพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ลานประลอง
“พวกเขากำลังต่อสู้กันยังไงล่ะ” ลูเธอร์พูดกลับ
“ไม่นะ..คนๆ นั้นกำลังจะตาย ทำไมเขาถึงไม่หยุดการประลองกัน” ลีอาพูดขึ้นด้วยความโศกเศร้า
“เอาล่ะแชมเปี้ยน 173 สมัยของเรากำลังเผด็จศึกคู่ต่อสู้ด้วยท่าไม้ตายของเขา กำปั้นยักษ์ “เสียงพิธีกรพูดดังขึ้นจากในสนาม พร้อมกับเสียงเฮของคนดู
“เอาเลย! จัดการมันเลย!” เสียงของคนดูร้องเชียร์ดังไปทั่วทั้งลานประลอง
“พี่คะเราจะทำยังไงกันดี จะช่วยเขายังไง” ลีอาพูดกับลูเธอร์ด้วยสีหน้ากังวล
“เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ลูเธอร์พูดตอบกลับลีอา
“หยุดได้แล้ว!ชายคนนั้นน่ะแพ้แล้ว ปล่อยเขาไป!” ลูเธอร์ตะโกนออกมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ชม
“นี่นายเป็นใครกัน ถ้าอยากหยุดการประลองนี้ ก็ลงมาสู้แทนไอ้หมอนี่สิ!” เสียงตะโกนกลับดังออกมาจากแชมเปี้ยน ที่กำลังต่อสู้อยู่ในสนามประลอง
“ได้ชั้นจะลงไปสู้แทนเขาเอง” ลูเธอร์ตอบกลับพร้อมค่อยๆ เดินลงมาตามบันได ที่อยู่ข้างของสนามประลอง
“ไม่นะคะพี่! อย่าไปเลย” ลีอาพูดขอร้องกับลูเธอร์ด้วยสายตาที่เป็นห่วง
“ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวพี่ก็กลับมาแล้ว” ลูเธอร์หันกลับมาตอบก่อนจะเดินลงไปต่อ
“ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอกน่า หมอนั่นเก่งจะตายไป” โคพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ลูเธอร์
“ค่ะ หนูก็เชื่อแบบนั้น” ลีอาพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ลานประลอง
“โห่! อะไรวะ ไอ้กระจอกอย่ามาขัดอารมณ์พวกเรานะเว้ย! ออกไปไอ้ไร้ประโยชน์” เสียงโห่ร้องขับไล่ลูเธอร์ดังออกมาจากผู้ชม
“ฮ่าๆ มีไอ้ตัวกะเปี๊ยกมาเพิ่มอีกแล้วว่ะฮ่าๆ” แชมเปี้ยนที่อยู่ตรงหน้าได้พูดท้าทายกับลูเธอร์ ที่กำลังเดินเข้ามาในลานประลอง
“เอาล่ะทุกคนขอเสียงเชียร์หน่อย” พิธีกรพูดขึ้นพร้อมกับเสียงเชียร์ของแชมเปี้ยน และเสียงโห่ไล่ลูเธอร์ ผสมกันไป
“เอาล่ะครับท่านผู้ชม ในที่สุดเราก็ได้ผู้ท้าชิงคนใหม่ของวันนี้ เมื่อทั้ง 2 คนพร้อมแล้ว..1..2..3..เริ่มสู้ได้!” พิธีกรพูดขึ้นพร้อมกับเสียงเฮของผู้ชม
เมื่อสิ้นเสียงของพิธีกร เสียงระฆังด็ได้ดังขึ้นเป็นสัญญาณของการเริ่มต่อสู้ และทั้ง 2 คนได้เริ่มเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด