เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 113 ลายมือเธอช่างงดงาม (1)

            หวังกังฉกนิยายไปจากมืออย่างรวดเร็ว ทำเอาฉินหยวนเฟิงต้องรีบกำชับ “เฮ้ย! รีบๆ อ่านหน่อยเพื่อน ตอนแรกฉันว่าจะให้คนอื่นยืม แต่นายดันมาคว้าตัดหน้าไปอย่างดื้อๆ แบบนี้”

            หวังกังตบปากรับคำอย่างดิบดี “สบายใจได้เพื่อนรัก! ฉันรับรองว่าจะรีบอ่านทำเวลาให้จบแล้วเอามาคืนด่วนจี๋... ว่าแต่ นอกจากชุดนี้แล้ว ที่บ้านนายยังมีทีเด็ดเรื่องอื่นอีกไหม?”

            ฉินหยวนเฟิงพยักหน้า “มีอีกสองชุด ‘ตำนานอักษรกระบี่’ กับ ‘กระบี่เลือดเขียว’ แต่นายอย่าเพิ่งมาทำตาเป็นมันจ้องจะเอาเลยนะ ฉันเองยังไม่ได้เริ่มอ่านสักหน้า รอฉันอ่านจบก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

            หวังกังยิ้มกริ่ม “ก็ได้ งั้นฉันจะรอ... ว่าแต่ปิดเทอมนี้นายจะเข้าอำเภอไปขายของอีกไหม? ถ้าไป ฉันขอไปด้วยคน”

            ปิดเทอมฤดูร้อนที่แล้ว ฉินหยวนเฟิงเข้าเมืองไปตระเวนขายไอศกรีมกับน้ำอัดลมอยู่เดือนกว่าๆ กอบโกยรายได้ไปไม่น้อย พอหวังกังรู้ข่าวเข้าก็เกิดอาการตาร้อนผ่าวๆ

            ปกติแล้ว ฉินหยวนเฟิงมักจะหัวการค้า เอาสมุด ปากกาลูกลื่น ปากกาหมึกซึม และของจุกจิกอื่นๆ ที่ซื้อจากในตัวอำเภอมาปล่อยขายต่อที่โรงเรียนเพื่อหาค่าขนมเข้ากระเป๋า

            หวังกังรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีหัวการค้าเท่าฉินหยวนเฟิง เลยคิดสูตรง่ายๆ ว่า “งั้นฉันขอเกาะนายไปด้วยแล้วกัน นายกินเนื้อ ฉันขอกินน้ำแกงก็พอ”

            พอรู้ว่าเพื่อนซี้อยากร่วมวงด้วย ฉินหยวนเฟิงก็ไม่ปฏิเสธ “อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปพอดี กะว่าจะไปรับประทัดกับดอกไม้ไฟมาขายแถวหมู่บ้านเรา ถ้านายสนใจก็มาลุยด้วยกัน”

            “ไม่มีปัญหา!” หวังกังตบอกดังปุๆ รับประกันความมั่นใจ “ถึงตอนนั้นเราไปด้วยกัน หยวนเฟิง... เราร่วมมือกัน นายวางแผน ส่วนฉันลงแรง งานแบกหามหนักๆ ฉันจัดการเอง มีฉันอยู่ด้วย เด็กเกเรแถวนี้หน้าไหนก็ไม่กล้ามายุ่งกับนาย ใครกล้ามาหาเรื่อง ฉันจะซัดให้ฟันร่วงหมดปากเลยคอยดู!”

            แม้หวังกังจะอายุแค่สิบเอ็ดขวบกว่าๆ แต่ท่าทางที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยบวกกับนิสัยใจคอที่มีน้ำใจ ก็ทำให้เขามีแววเป็น ‘ลูกพี่ใหญ่’ ได้สบายๆ

            ฉินหยวนเฟิงรู้สึกว่าหวังกังเป็นเพื่อนตายที่ไว้ใจได้คนหนึ่ง เลยคิดอยากจะแนะนำให้รู้จักกับทิงเสวี่ยและหลินฉางจื้อ แล้วชวนไปเล่นด้วยกัน

            พอคิดได้ดังนั้น ฉินหยวนเฟิงจึงเอ่ยชวน “นายอยากไปเล่นกับเพื่อนสนิทของฉัน หลินทิงเสวี่ยกับหลินฉางจื้อไหม? พวกเขาน่าสนุกมากเลยนะ”

            หวังกังตอบรับทันที “ไปสิ! แน่นอนอยู่แล้ว... แต่ขอฉันแวะกลับบ้านเอาหนังสือไปเก็บก่อนนะ แป๊บเดียว เดี๋ยวตามไป”

            ......

            ไม่นานนัก หวังกังก็กลับมาสมทบ ทั้งคู่จึงมุ่งหน้าไปหมู่บ้านต้าเหอเพื่อหาทิงเสวี่ย

            พอไปถึง ก็เห็นทิงเสวี่ยกำลังสาละวนอยู่กับการตากผ้ากองโต เสื้อผ้าหน้าหนาวทั้งหนาทั้งหนัก พอซักแล้วยิ่งอมน้ำจนหนักอึ้งแถมยุคนั้นไม่มีเครื่องปั่นหมาด ต้องใช้แรงมือบิดน้ำออกอย่างเดียว

            ทิงเสวี่ยตัวเล็กแรงน้อยนิด ถ้าบิดน้ำออกจากผ้าได้ไม่หมาดพอ เธอก็แทบจะยกมันขึ้นตากบนราวไม่ไหว

            การปรากฏตัวของฉินหยวนเฟิงกับหวังกังจึงเปรียบเสมือนสวรรค์โปรด เด็กผู้ชายสองคนย่อมแรงเยอะกว่า โดยเฉพาะหวังกัง เรื่องงานใช้แรงแค่นี้สำหรับเขามันง่ายเหมือนปอกกล้วย

            “รอแป๊บนะ เดี๋ยวฉันไปเรียกเจ้าหลานชายมาเล่นด้วย” แม้จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับหวังกัง แต่ทิงเสวี่ยก็พอจะดูออกว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ สังเกตจากการที่เขากุลีกุจอเข้ามาช่วยตากผ้าทันทีที่มาถึง คนมีน้ำใจแบบนี้น่าคบหา

            ฉินหยวนเฟิงกับหวังกังนั่งรออยู่ที่บ้านทิงเสวี่ย ไม่นานเธอก็พาหลินฉางจื้อเดินตามมา

            “ฉินหยวนเฟิง! เอานิยายมาให้ฉันรึเปล่า?” ประโยคแรกที่หลินฉางจื้อทักทาย ไม่ใช่คำสวัสดี แต่เป็นการทวงถามหานิยายกำลังภายในที่เขารอคอย

            ฉินหยวนเฟิงทำหน้าเจื่อน ยิ้มแห้งๆ “ขอโทษทีนะเพื่อน... ตอนแรกฉันตั้งใจจะเอามาให้จริงๆ แต่ว่า...” เขาพูดพลางบุ้ยใบ้ไปทางหวังกังซึ่งยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ

            แม้หวังกังจะอายุน้อยกว่าหลินฉางจื้อสองปี แต่ส่วนสูงกลับไล่เลี่ยกัน ถ้าไม่รู้วันเดือนปีเกิดมาก่อนคงคิดว่าเป็นรุ่นเดียวกัน

            พอหลินฉางจื้อรู้ความจริงว่าหนังสือที่เขารอคอยถูกหวังกัง “ฉก” ไปต่อหน้าต่อตา ก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขามองหวังกังตาเขม็ง แล้วพูดเสียงห้วน “รีบอ่านให้จบนะ! ถ้ารอนานกว่านี้ฉันจะบุกไปทวงถึงบ้านแน่!”

            หวังกังรีบยกมือรับรอง “วางใจได้เพื่อน! ฉันจะรีบอ่านให้จบแล้วเอาไปส่งให้ถึงมือแน่ๆ”

            ......

            จากนั้นทิงเสวี่ยก็ชวนทั้งสามคนเข้าบ้าน แล้วกุลีกุจอหยิบขนมที่เก็บสะสมไว้ออกมาต้อนรับ

            ในบรรดาเด็กทั้งสามคน หวังกังเป็นคนที่ชอบของหวานมากที่สุด แต่ปกติไม่ค่อยมีโอกาสได้ลิ้มรส เพราะฐานะทางบ้านไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

            หวังกังมีพี่ชายหนึ่งคน น้องสาวอีกหนึ่งคน เขาเป็นลูกคนกลาง เลยมักจะถูกมองข้าม ไม่ค่อยได้รับความรักความใส่ใจเท่าที่ควร

            ครอบครัวเขามีลูกเกินเกณฑ์ที่กำหนด ภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกสามคนนั้นหนักหนาสาหัส แค่มีหมั่นโถวแป้งขาวกินอิ่มท้องก็ดีถมไปแล้ว จะไปหวังขนมหวานอะไรได้อีก

            พอเห็นลูกอมหลากสี แผ่นซานจา ขนมปังกรอบรสนม และลูกเกดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ตาของหวังกังก็ลุกวาวเป็นประกาย

            “หลินทิงเสวี่ย บ้านเธอรวยจัง มีของอร่อยเต็มเลย!” หวังกังหยิบลูกอมนมมาเม็ดหนึ่ง รีบแกะห่อส่งเข้าปาก รสหวานหอมละมุนของนมทำเอาเขาเคลิบเคลิ้มจนตัวลอย

            ทิงเสวี่ยมองออกทันทีว่าหวังกังชอบของหวาน เธอยิ้มพลางเลื่อนถาดขนมเข้าไปใกล้เขา “กินเยอะๆ สิ ฉันก็เพิ่งจะมารู้สึกว่าตัวเองรวยก็ตอนเห็นนายกินเนี่ยแหละ”

            หวังกังได้แต่มองตาละห้อยด้วยความซึ้งใจ

            หลังจัดการขนมจนเกลี้ยง เด็กทั้งสี่ก็ชวนกันออกไปกระโดดเชือกที่ลานหน้าบ้าน เนื่องจากที่บ้านไม่มีเชือกกระโดดสำเร็จรูป ทิงเสวี่ยเลยหัวไวเอาเชือกมัดฟืนมาใช้แก้ขัดไปก่อน

            พอกระโดดจนเหนื่อยหอบแฮก พวกเขาก็มานั่งพักเหนื่อยบนแท่นหินในลานบ้าน

            ระหว่างพัก ฉินหยวนเฟิงก็เริ่มเล่าแผนการที่จะชวนหวังกังไปรับของในเมืองมาขายให้ทิงเสวี่ยกับหลินฉางจื้อฟัง

            “ฉันว่าจะไปรับประทัดกับดอกไม้ไฟมาขาย หวังกังจะไปด้วย พวกเธอสองคนสนใจไหม?”

            ทิงเสวี่ยตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิดนาน “เอาด้วย! แต่พวกนายขายประทัดแล้ว ฉันขอขายอย่างอื่นดีกว่า... ฉันว่าจะขายภาพเจ้าพ่อเตาไฟ ทุกปีพอถึงวันที่ 23 หรือ 30 เดือน 12 ทุกบ้านก็ต้องซื้อไปติดข้างเตาอยู่แล้ว ปีละครั้ง ถ้าซื้อที่ตลาดนัดก็ปาเข้าไปใบละสองเหมา แต่ถ้ารับมาขายน่าจะตกใบละเหมาเดียว หรืออาจถูกกว่านั้น”

            เธอมองฉินหยวนเฟิงด้วยสายตามุ่งมั่น “ฉันจะขายอันนี้แหละ ฉินหยวนเฟิง... ฉันรู้นะว่านายมีเส้น นายต้องช่วยฉันหาแหล่งที่ถูกที่สุดนะ”

            ฉินหยวนเฟิงพยักหน้ารับคำอย่างกระตือรือร้น

            พอเห็นทั้งคู่คุยกันเรื่องทำมาค้าขายอย่างออกรส หลินฉางจื้อก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากลองบ้าง “อาเล็ก! จะรวยคนเดียวได้ไง อย่าลืมหลานชายคนนี้สิ ผมขอไปด้วยคน!”

            ทิงเสวี่ยยิ้ม “ได้สิ งั้นเราสองคนลงขันหุ้นกัน ไปรับภาพปีใหม่เจ้าพ่อเตาไฟมา แล้วเดินสายขายตามบ้านด้วยกัน”

            “ฉันว่านอกจากภาพเจ้าพ่อเตาไฟ พวกเธอน่าจะหาพวกภาพมงคลติดผนังหรือปฏิทินแขวนมาขายด้วยนะ น่าจะขายดี” ฉินหยวนเฟิงเสนอไอเดียเสริม

            ทิงเสวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย “อืม ความคิดเข้าท่า”

            เด็กทั้งสี่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่พักใหญ่ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปกินข้าวเที่ยง

            ......

            สามวันต่อมา ทั้งสี่คนรวบรวมเงินทุนก้อนน้อยๆ ของตัวเอง แล้วจับกลุ่มนั่งรถประจำทางมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอ

            ฉินหยวนเฟิงมีลู่ทางรับของอยู่แล้ว เพราะมีเครือญาติอาศัยอยู่ในอำเภอหลายคน แม้ความสัมพันธ์กับพ่อแท้ๆ จะซับซ้อนและห่างเหิน แต่เขากลับเข้ากับญาติคนอื่นในตระกูลฉินได้เป็นอย่างดี

            ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งของเขาทำงานที่ห้างสรรพสินค้าในเมือง แถมยังกินตำแหน่งถึงหัวหน้าแผนก ฉินหยวนเฟิงเลยพาทุกคนตรงดิ่งไปหาเขา

            การมีคนในคอยช่วยย่อมทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นราวกับพลิกฝ่ามือ ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ช่วยให้ทิงเสวี่ยและเพื่อนๆ รับของมาได้ในราคาทุนที่ถูกที่สุด

            หลังกินข้าวเที่ยงง่ายๆ ในตัวอำเภอ เด็กทั้งสี่ก็ช่วยกันขนของขึ้นรถประจำทางกลับหมู่บ้านอย่างทุลักทุเลแต่เต็มไปด้วยความหวัง

            พอถึงบ้าน ทิงเสวี่ยก็วางแผนงานทันที “เจ้าหลานชาย นายเอาภาพปีใหม่ส่วนหนึ่งไปลองขายให้ญาติๆ เราดูก่อนนะ พรุ่งนี้พอฉันกินข้าวเช้าเสร็จ จัดของเรียบร้อย แล้วเราค่อยออกไปลุยขายที่อื่นกัน”

            หลินฉางจื้อรับคำอย่างแข็งขัน

            ภาพปีใหม่เจ้าพ่อเตาไฟรับมาจากอำเภอต้นทุนแค่ใบละห้าเฟิน แต่ที่ตลาดนัดขายกันโขกราคาถึงใบละสองเหมา ทิงเสวี่ยคำนวณแล้วว่าต้องขายตัดราคาถึงจะดึงดูดลูกค้าได้ เลยเคาะราคาขายไว้ที่ใบละหนึ่งเหมาห้าเฟิน

            หลินฉางจื้อประเดิมด้วยการเอาภาพส่วนหนึ่งไปเสนอขายให้ญาติสนิท ทั้งปู่ย่า ลุง และอา ทันที

            เมื่อเทียบกับราคาตลาดนัดที่ขายสองเหมา ของพวกเขาขายแค่หนึ่งเหมาห้า แถมคุณภาพกระดาษและสีสันก็สวยงามไม่ต่างกัน ทุกคนเลยยินดีควักกระเป๋าซื้อของที่ถูกกว่าด้วยความเต็มใจ

            วันต่อมา ทิงเสวี่ยกับหลินฉางจื้อก็หอบหิ้วภาพปีใหม่ ปฏิทิน และภาพมงคลติดผนัง ออกเดินสายเคาะประตูขายตามบ้านในหมู่บ้านต้าเหอ

            สินค้าเหล่านี้ล้วนราคาถูกกว่าซื้อจากตลาดนัด แม้ส่วนต่างจะแค่ไม่กี่เฟิน แต่สำหรับชาวบ้านร้านตลาดที่หาเงินด้วยความยากลำบากแล้ว เงินทุกเฟินย่อมมีค่าเสมอ

            เพียงแค่สองวัน ของที่ทิงเสวี่ยกับหลินฉางจื้อรับมาก็ขายออกจนเกือบหมดเกลี้ยง

            ตอนแรกพวกผู้ใหญ่ต่างคิดว่าเด็กๆ คงแค่นึกสนุกเล่นขายของกันขำๆ แต่พอเห็นพวกเขาแบกของกลับมาขายจริงๆ แถมขายดิบขายดีจนเกลี้ยงสต็อก พอเห็นกำไรที่เป็นกอบเป็นกำ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมในความกล้าคิดกล้าทำของเด็กกลุ่มนี้

            และอาจเป็นเพราะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ... ตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยม หลินฉางจื้อก็ดูจะตั้งใจเรียนมากขึ้นผิดหูผิดตา จนผลการเรียนเทอมนี้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498