กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หกสิบ เปลี่ยนแนวทาง

    ตอนที่หกสิบ เปลี่ยนแนวทาง

    หลังจากพวกเราพูดจาไร้สาระกันสักพัก

    พวกเราก็สามารถตกลงกันในเรื่องที่สำคัญที่สุดได้

    “ตกลงว่าแอนดรูว์ใช้ฉายาว่าบลักเก้นไฮเมอร์แฮงก์เป็นสครูสแมชเชอร์ และผมคือเดอะ โพรเทคเตอร์นะ”

    “โอเค ตกลงกันลงตัวได้เสียที”

    พวกเราเอาข้อศอกและมือประสานกัน

    คุณโธมัสยังกุมขมับอยู่และกล่าวว่า

    “ชั้นว่าพวกเธอไม่ได้เข้าใจอะไรกันเสียเท่าไรนะ”

    แต่เขาก็แทบจะหมดแรงแล้วเช่นกันในการอธิบายให้พวกนี้ฟัง

    “ทำไมล่ะครับ แอนนาคือเดอะสเลเยอร์หากพวกผมไม่มีฉายาก็ไม่เข้าพวกกับแอนนาน่ะสิครับ?”

    แอนดรูว์ถามอย่างสงสัย

    “พวกเธอ..”

    คุณโธมัสอ้าปากและหุบลงอีกครั้งแบบปลาขาดน้ำจนส่ายศีรษะและปล่อยไปกับความเข้าใจผิดที่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มอธิบายจากตรงไหนดี

    “เอาล่ะ เราจะเริ่มจากเอาแขนกลติดให้กับบลักเก้นไฮเมอร์ก่อนและเราจะติดสว่านให้กับสครูสแมชเชอร์”

    ผมกล่าวกับแอนดรูว์และแฮงก์

    “และพวกเราจะเอาแส้เป็นอาวุธให้กับแอนนาด้วย”

    “ใช่ใช่ เธอสามารถใส่ชุดเมดเซ็กซี่ด้วยนะ”

    แฮงก์กล่าวอย่างกระตือรือร้นและโดนแอนนาตอกกลับ

    “ชั้นบอกแล้วไงว่าไม่เอาชุดเมด”

    แอนนาคือสาววัยรุ่นอเมริกัน

    “แต่แส้นี่ดีนะ แอนนาเธอสามารถโจมตีศัตรูที่มาจากระยะไกลได้และเป็นอาวุธที่สามารถซ่อนได้ง่ายหากเจอกับการตรวจค้นอาวุธอย่างในผับที่มีการตรวจโลหะหรืออุปกรณ์อย่างหลาวและหน้าไม้ต่างๆ”

    แอนนาจ้องหน้าเลโอนาร์ดที่กล่าวอย่างจริงจังและหันหน้าไปอย่างไม่พอใจ

    ที่เขาสามารถพูดเรื่องไร้สาระได้อย่างเหมือนจริงจังมากขนาดนี้

    “และการมีตัวตนปลอมน่ะอย่างน้อยน่าจะช่วยปกป้องตัวจริงของพวกเราได้ หากมีศัตรูเขาจะควานหาสครูสแมชเชอร์ บลักเก้นไฮเมอร์หรือเดอะโพรเทคเตอร์ไม่ใช่ พวกเราสามคน “

    ผมนึกถึงกรณีที่มีการส่งตำรวจตามมาจับแอนนาเพื่อให้เธอพ้นไปจกาการขัดขวางแผนการของพวกปีศาจ

    แอนนามีประวัติอาชญากรรมอย่างการเผาโรงเรียนก็เพราะอย่างนี้ทางเทคนิคเผาโรงเรียนที่เป็นแหล่งรวมแวมไพร์ถือว่าถูกต้องแล้ว

    แต่เพราะเธออยู่ในที่เกิดเหตุในหน้าตาและตัวตนจริงๆทำให้ต้องรับผิดชอบต่อการเผาโรงยิมและความเสียหายที่เกิดขึ้น

    ดังนั้นการมีตัวตนคอสตูมก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่เราจะปกป้องตัวเราได้แบบเดียวกับสไปเดอร์แมน

    และท่าทางแอนนาก็ยิ่งโมโหใหญ่ที่เลโอนาร์ดพูดเรื่องไร้สาระได้ราวกับมีเหตุผลมาก

    “เอ่อ ชั้นว่าพวกเราก็ทำได้ดีอยู่แล้วนะ”

    คุณโธมัสกล่าวเพื่อพยายามจะหาเหตุผลให้กับพวกบ้าบอทั้งสามคนนี้

    “ก็เผื่อพวกแวมไพร์หรือศัตรูจะส่งนักฆ่ามาตามฆ่าเราถึงบ้านน่ะครับคุณโธมัสคงไม่อยากใส่หมวกไหมพรมปิดบังหน้าไว้จนเหมือนโจรปล้นธนาคารมากกว่าวอทเชอร์ของสเลเยอร์ใช่ไหมครับ?”

    เลโอนาร์ดกล่าว

    คุณโธมัสยกมือขึ้นจะอธิบายแต่ก็ต้องลดมือลง

    รู้สึกว่าความบ้าบอเมื่ออธิบายจากปากเลโอนาร์ดมันดูมีเหตุผลแปลกๆอย่างไรชอบกลแต่ก็รู้สึกเหมือนมีสิ่งผิดปรกติอะไรสักอย่าง

    ทั้งสามคนเลยลากเนื้อเรื่องไปเข้าสู่แนวซูเปอร์ฮีโร่คอมมิคแทนที่แฟนตาซีนครหลวงUrban Fantasy ด้วยประการฉะนี้เอง