ตอนที่สี่สิบเอ็ด ความน่ากลัวของสำนักม่อ
“วิชาประดิษฐ์ของสำนักม่อน่ากลัวจริงๆถึงกับสามารถคุกคามฉู่อ๋องเมื่อครั้งกระนั้นให้ถอยทัพได้แต่นายน้อยท่านคิดว่าจะสามารถควบคุมคนที่มีความสามารถเช่นนี้ให้ยอมทำตามท่านได้หรือ?สำนักม่อขึ้นชื่อว่าเพื่อช่วยมวลชน ไม่เกี่ยงกับการต่อต้านอำนาจของราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่กุมอำนาจในมือของเราไว้ให้มั่นจักกลับกลายเป็นเอาๆไฟมาเผาตนเองได้”
กาเวี่ยงกล่าวเตือนตั๋งฮวงอย่างผู้รู้ดีหลังจากหมดข้อกังขาว่าสิ่งประดิษฐ์นั้นทนทานใช้ได้จริง
ตั๋งฮวงพยักหน้าไม่คิดจะแก้ตัวแต่บอกไปตามความจริงบางส่วน
“ข้าใช้วิธีเลียนแบบการก่อสร้างสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้แบ่งแยกขั้นตอนการประดิษฐ์ต่างๆแยกส่วนและเอามาประกอบรวมกัน ไม่ให้มีการถือครองกระบวนการผลิตแต่เพียงที่เดียวต่อให้อยากจะทำลายรากฐานกระบวนการ ก็ทำได้แค่บางที่เท่านั้นหากเรายังถือครองความเข้าใจกระบวนการทั้งหมดที่มือของเราก้ยังสามารถสร้างโครงสร้างขึ้นมาใหม่ได้แม้จะโดนเผาทำลายไปทั้งหมดก็ตาม”
ตั๋งฮวงกล่าวตามกระบวนการสายพานการผลิต
ที่แต่ละที่จะผลิตสิ่งของที่ตนเองถนัดและขนส่งข้ามมหาสมุทรแบบในสังคมปัจจุบัน
แน่นอนแดนจงหยวนเราชาญฉลาดกว่านั้นในการที่ผลิตได้ทั้งหมดในเขตแดนของเราแล้ว
แต่ในสิ่งที่เขาทำตอนนี้ก็เท่ากับว่าผลิตในเขตแดนของเราพอดีถือว่าเหมาะสมกันพอดี
กาเซี่ยงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
“นับว่าเป็นวิธีที่สามรถดำเนินการได้ขอเพียงนายน้อยกุมความได้เปรียบและความรู้ทั้งหมดไว้ที่ตนเอง นายน้อยก็จะสามารถครอบครองใต้หล้าได้แล้ว”
ตั๋งฮวงยิ้มแล้วกล่าวว่า
“เรื่องนั้นข้าคงต้องอาศัยความช่วยเลหือจากท่านกาแล้วข้ายังอ่อนประสบการณ์ต้องการคนที่สามารถควบคุมกิจการภายในคิดอ่านวางแผนการรอบคอบอย่างท่านกามาเป็นที่ปรึกษาของข้าข้าจะเคารพท่านกาดั่งผู้อาวุโสและครูบาอาจารย์ขอท่านมาช่วยงานข้าเถอะ”
ตั๋งฮวงทำท่านอบน้อมประสานมือคารวะกาเซี่ยง
แม้กาเว่ยงจะเป็นคนที่เย่อหยิ่งแต่ก็ยังเป็นบัณฑิตที่ติดนิสัยชอบการเยินยอรังเกียจคนที่ยกตนข่มตนเอง
เมื่อเจอลิยูขัดขวางตนเองและเหล่าแม่ทัพนายกองที่นอกจากเตียวเจแล้วไม่ชอบหน้าตนเอง
ทำให้อดใจชื้นขึ้นมิได้
“หากนายน้อยมิสินายท่านยินยอมฟังคำของข้า ข้าจักทำให้นายท่านครอบครองใต้หล้าแห่งนี้ได้มาอยู่ในมือของท่าน”
กาเว่ยงคุกเข่าลงแต่ตั๋งฮวงประคองเขาขึ้นมา
“ระหว่างเราท่านหากอยู่ด้วยกันไม่ต้องคุกเข่าหรอกขอเพียงท่านกาช่วยงานข้า ข้าจักเคารพท่านกาดั่งครูบาอาจารย์ต่อให้พวกเราเถียงกันหรือเห็นไม่ตรงกัน ข้าจะอธิบายเหตุผลจนเข้าใจกระจ่างแน่นอน”
ตั๋งฮวงยิ้มก่อนที่จะตบบ่ากาเซี่ยง
“เพราะข้าเชื่อว่าทั้งข้าและท่านกาเป็นคนที่ชอบโต้เถียงและมองเห็นคนอื่นที่มองไม่เห็นแบบแผนของเต๋าเป็นที่ขัดตาเมหือนกัน”
กาเว่ยงยิ้มเล็กน้อย
“ขอบคุณนายท่าน”
ได้ทำการยอมรับตั๋ง(ฮวงเรียกว่านายท่านไม่ได้เรียกว่านายน้อยอีกต่อไป
“มีสิ่งประดิษฐ์อีกมากมายที่ข้าต้องขอความเห็นจากท่านแต่ทว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่เร่งด่วนกว่า”
ตั๋งฮวงยกสมุดบันทึกที่จดสถานการณ์ต่างๆเอาไว้เกี่ยวกับสงครามยุคสำคัญในยุคสามก๊ก
“ข้าต้องการหลีกเลี่ยงการทำตนดั่งจ้าวคว่อที่ถกพิชัยสงครามบนแผ่นกระดาษจึงต้องถามถึงสถานการณ์การรบที่ข้าคิดสมมติขึ้นกับท่านกาเสียหน่อย”
กาเซี่ยงเห็นกระดาษสมุดที่หนาเช่นนั้นถึงกับตกใจ
แต่นี่คือเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นสำหรับคนยุคปัจจุบันที่อ่านหนังสือนับแสนอักษรเป็นเรื่องปรกติ
นายพลหมาบ้า แมททิสแห่งเม่ยกั๋วนั้นบอกว่าตอนที่เขาไปรบในดินแดนเปอร์เซียที่แคว้นอุรุค(อิริค) อดีตดินแดนของราชันย์กิลกาเมธนั้น
เขาไปรวบรวมเอกสารเที่ยวเกี่ยวกับการรบในบริเวณนั้นมาตั้งแต่ยุคราชันย์อเล็กซานเดอร์จนถึงปัจจุบัน
ตั๋งฮวงเพียงแค่เลียนแบบนายพลหมาบ้าเท่านั้นในการรวบรวมข้อมูลการรบในยุคนี้และสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อกาเซี่ยง