ตอนที่ 121 ที่นี่ไม่ได้นับรุ่นกันด้วยอายุ
เสียงพูดของเจ้าเอไออัลฟ่าอันเป็นที่รักของเหล่าภูตผีและพีท ได้เปลี่ยนเป็นสาวแรกรุ่น ทางด้านของสตีเฟ่น จ๊อบส์มองเจ้าเอไออัลฟ่าด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาเล็กน้อย มันซึมออกมาจากดวงตาภายใต้กรอบรูปทรงกลม ‘เด็กคนนี้โตขึ้นอีกขั้นแล้ว’ มันเหมือนสายตาที่มองลูกไม่มีผิดเพี้ยน
สตีเฟ่น จ๊อบส์จะมีปฏิกิริยาที่เห็นเอไออัลฟ่าเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นก็คงไม่แปลก เพราะในโลกก่อนของเขา ตัวของอัจฉริยะผู้ปราดเปรื่องผู้นี้ก็มีลูกสาวเช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายกว่าตัวเขาจะตกผลึกและแสดงออกถึงความรักที่มีต่อลูกก็ตอนที่ตัวเองล้มป่วยหนักแล้ว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สตีเฟ่น จ๊อบส์ทุ่มเทให้กับงานจนแทบจะเรียกได้ว่าเขาเป็นคนที่ละเลยครอบครัวเลยก็ว่าได้ อีกทั้งการกระทำของเขายังมักเคี่ยวเข็ญลูกชายและลูกสาวอย่างหนัก จนขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อที่ล้มเหลว
แม้จะไม่มีใครตราหน้าด่าเขาหรือมีสื่อตีประเด็นดังกล่าวนี้ แต่สตีเฟ่น จ๊อบส์ก็รับรู้ได้ถึงความผิดพลาดของเขา ดังนั้นพอได้โอกาสมีชีวิตเป็นครั้งที่สองอยู่ในระบบ ตัวของจ๊อบส์ก็ขันอาสารับดูแลเอไออัลฟ่านี้อย่างเต็มที่ ทะนุถนอมมันราวกับลูกสาวคนหนึ่งเลยทีเดียว
การได้มาเห็นเอไออัลฟ่า ดูเติบโตขึ้นทั้งด้านความคิดและเสียงของมัน ก็พลันทำให้สตีเฟ่น จ๊อบส์อดน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้
[เป็นยังไงบ้าง? รู้สึกแตกต่างไปจากเดิมไหม] น้าผีจ้องเอไออัลฟ่าด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลังจากที่เจ้าเอไออัลฟ่าได้รับแคปซูลเพิ่มระดับขั้นการทำงานเป็นระดับสอง
[ไม่รู้สิ…แต่ดูเหมือนว่าที่นี่มีอะไรให้เรียนรู้มากมายเลย หนูอยากรู้ หนูอยากศึกษามัน] เจ้าเอไออัลฟ่ายังพูดไม่ทันจบ ภาพหน้าจอของมันก็กลายเป็นโหมดทำงานแล้ว มีตัวหนังสือภาษาจีนหลั่งไหลเข้ามาในระบบอย่างไม่จำกัดและยังรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นกลไกเครื่องจักรในการทำงานผลิตชิปเซตต่างๆ ข้อมูลการผลิตเทคโนโลยีที่อยู่ในโรงงานของบริษัทโนวากรุป ทุกอย่างล้วนถูกเอไออัลฟ่า ดูดกลืนเข้ามาราวกับหลุมดำ
[นี่มัน! สุดยอดเกินไปแล้ว] สตีเฟ่น จ๊อบส์ได้อ่านค่าข้อมูลที่เจ้าเอไออัลฟ่าดูดกลืนมาในระบบ ก็พลันร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะทั้งหมดที่เจ้าเอไออัลฟ่ากำลังทำอยู่คือการเรียนรู้หลักการทำงานของเครื่องจักรๆ จากโรงงานโนวากรุปและโรงงานใกล้เคียงในระยะใกล้เคียงกันมาอีกด้วย
หรือจะพูดง่ายๆ เลยก็คือ เจ้าเอไออัลฟ่ากำลังเปิดโหมดเรียนรู้ เรียนรู้ทุกอย่างจากรัศมีรอบตัวของพีทในช่วง 10 กิโลเมตรมาทั้งหมด โดยไม่มีอะไรขวางกั้นมันได้นั่นเอง
[แกนี้สุดยอดจริงๆ เจ้าอัลฟ่า ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปหาความรู้ดีๆ มาให้แกเรียนอีกเยอะๆ นะ] พีทเองยิ้มพลางลูบหัวของเจ้าเอไออัลฟ่าผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความเอ็นดู ก่อนที่ตัวเขาและเหล่าภูตผีตนอื่นๆ จะปล่อยให้มันเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวของมันไป
ส่วนพวกเขาได้แยกตัวออกมาเพื่อต้อนรับภูตผีคนสำคัญ คนใหม่ที่พีทกำลังจะเชิญมาเข้าร่วมกับระบบของเขา
[เริ่มเลยเถอะ ยิ่งสนิทสนมเร็วเท่าไร…พวกเรายิ่งได้องค์ความรู้จากเขามาใช้งานมากขึ้นเท่านั้น] น้าผีแนะนำ โดยมีเชฟมินแจกยู , สตีเฟ่น จ๊อบส์ , ผู้พันแซนเดอรอส ยืนเรียงหน้ากระดานเตรียมต้อนรับผีน้องใหม่ ส่วนทนายกฤษณ์นั้นที่ได้รับจากระบบมาฟรีๆ แต่เดิมก็ไม่ค่อยได้ออกมาสุงสิงกับใครอยู่แล้ว และส่วนใหญ่ก็มักจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ฉะนั้นการต้อนรับผีตนใหม่ จึงไม่มีเขาอยู่ในการต้อนรับในครั้งนี้
พีทพยักหน้ารับ เมื่อเห็นทุกคนเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว เขาได้เปิดหน้าต่างจากระบบขึ้นมา พลางมองเห็นรางวัลที่เขาได้รับจากภารกิจที่เขาได้ทำสำเร็จและมันได้ถูกส่งเข้ามาในระบบแล้ว มันเป็นกุญแจสีเงินที่เอาไว้ใช้งานสำหรับปลดล็อก ผี ระดับ A-C
ซึ่งพีทก็ไม่รอช้ารีบกดไปที่หน้าสารบัญระดับ B ทันที มันมีรายชื่อนับร้อยปรากฏขึ้นมา แต่กระนั้นพีทก็ไม่ได้สนใจหรือมองถึงคนอื่นเลย
ในใจของเขามีชื่อของคนที่ต้องการเอาไว้อยู่แล้วและยังได้มาร์คดาวสำคัญเอาไว้ที่ชื่อของบุคคลสำคัญตนนี้มาตั้งแต่แรก
[Georges Urbain หรือ จอร์จ เออร์เบน อาชีพ: นักเคมี]
สถานะในระบบ: “วิญญาณนักเคมีที่เป็นต้นกำเนิดให้กับแร่แรร์เอิร์ธ”
ชื่อของ เออร์เบนเรืองแสงสีทองสว่างขึ้นมา เมื่อพีทได้ทำการกดยืนยันไปที่ชื่อของเขาและทันใดนั้นประตูแห่งยมโลกที่อยู่ระบบ ซึ่งเป็นประตูทางผ่านของเหล่าภูตผีทุกตนที่อยู่ในระบบก็พลันเปิดอ้าออก
เป็นชายที่ชาวฝรั่งเศสที่สวมชุดสูทที่เป็นของต้นศตวรรษที่ 20 เขาเดินเข้ามาในระบบ ด้วยกลิ่นควันที่มาจากไปป์ที่คาบอยู่ที่ปาก
เขาเดินเข้ามาจ้องมองเหล่าภูตผีตนอื่นๆ ที่ทำการต้อนรับ มองดูน้าผีราวกับพ่อบ้าน มองดูเชฟมินแจกยูเป็นเหมือนพ่อครัวประจำบ้าน มองดูสตีเฟ่น จ๊อบส์ด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้เจอกับผีที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าตน รวมไปถึงผู้พันแซนเดอรอสที่ทำให้เออร์เบนมองด้วยความเคารพ
แต่กระนั้นภายใต้สายตาที่มองดูผีตนอื่นๆ เออร์เบนผู้นี้ออกจะมีความเย่อหยิ่งและทะนงตนมากกว่าคนอื่นๆ อาจจะเพราะด้วยอายุของชายผู้นี้ที่เกิดในปี 2415 ถือเป็นผีที่แก่ที่สุดในผีทั้งหมดนี้ ขนาดผู้พันแซนเดอรอสที่ว่ามีอายุมากแล้ว ยังเกิดในปี 2433 จึงพูดได้ว่าเออร์เบนคือผีที่อาวุโสที่สุด
ทว่าสายตาที่ออกจะเย่อหยิ่งของเออร์เบนก็ต้องมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อได้พบกับเอไออัลฟ่า…เออร์เบนพุ่งเข้าไปหาเอไออัลฟ่าด้วยความสนอกสนใจ ราวกับเจอหญิงสาวในฝัน
[ที่นี่น่าสนใจจริงๆ เธอผู้นี้เป็นใครกัน ทำไมเธอถึงได้มีปัญญาล้ำเลิศถึงเพียงนี้?!] เออร์เบนดูตื่นเต้น พลางจ้องมองหน้าจอของเอไออัลฟ่าที่กำลังวิเคราะห์แร่แรร์เอิร์ธอยู่พอดิบพอดี
ใช่แล้ว ที่เออร์เบนให้ความสนใจเอไออัลฟ่าราวกับเป็นนางในฝัน ก็เพราะเขาคือชายผู้เป็นจุดเริ่มต้นในการสกัดแร่แรร์เอิร์ธนั่นเอง
[เธอคือลูกสาวของผมครับ] พีทก้าวขึ้นไปยืนข้างหน้าเออร์เบน พลางยืนมือออกไปทักทาย ซึ่งในตอนแรกเออร์เบนดูจะไม่สนใจพีทเลยสักนิด ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า การที่ตัวเองได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เป็นผลมาจากพีทที่เป็นคนเลือกและปลุกชีพเขาขึ้นมา
[ฉันรู้ว่าเธอเป็นใคร เธอคือเจ้าของระบบที่นี่สินะ] เออร์เบนไม่กล้าประเมินพีทต่ำไปและไม่กล้าที่จะพูดจาไม่ดีกับชายหนุ่มตรงหน้า
เพราะทันทีที่พีทไม่พอใจตนเอง พีทสามารถดีดนิ้วและส่งคนเองคืนกลับไปอยู่ในสุสานได้ตามเดิม (ระบบสารบัญวิญญาณมีอีกหนึ่งความลับอยู่ว่าภายในระยะเวลา 7 วัน หากไม่พึงพอใจกับความสามารถของบุคคลสำคัญ พีทสามารถส่งคืนระบบได้และจะได้รับบุคคลสำคัญคนใหม่มาแทนที่)
ไฉนเลยที่เออร์เบนจะกล้าพูดจาไม่ดีกับพีท
[ใช่ครับ ผมเป็นเจ้าของที่นี่…พวกเราที่นี่อยู่กันเป็นเหมือนครอบครัว มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน…พวกเราทุ่มเทสิ่งที่ตัวเองรู้ให้แก่กันและกัน แม้ผีตนอื่นจะไม่เก่งและเฉลียวฉลาดในด้านเดียวกันก็ตาม] พีทไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่รู้จักโลกแล้ว เขาดูออกว่าเออร์เบนกำลังมองคนอื่นด้วยความไม่ให้เกียรติกัน
โดยถือว่าตนเองมีอายุแก่กว่าผีตนอื่นๆ แต่ที่นี่ไม่มีใครสนหรอกว่าในโลกก่อน คุณจะมีอายุเท่าไร เกิดก่อนหรือเกิดหลัง 'ที่นี่ไม่ได้นับรุ่นกันด้วยอายุแบบนี้' แต่เมื่อเข้ามายังสารบัญระบบวิญญาณผู้ทรงอิทธิพลแล้ว ทุกคนต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือพีท
และผีรุ่นพี่ที่เป็นผู้ปกครองที่นี่ ถัดมาจากพีทก็คือน้าผี ชายผู้สร้างสารบัญนี้ขึ้นมาก่อนจะเสียชีวิต ดังนั้น เออร์เบนถึงจะมีอายุมากกว่าผู้ใด…ครั้นเมื่อมาเหยียบยังที่นี่แล้ว หากยังถือเรื่องอายุเป็นสิ่งสำคัญ
ดังนั้นน้าผีและผีตนอื่นๆ ก็จะไม่ถือสา ยกเอากฎที่ตั้งเอาไว้สำหรับที่นี่ออกมาใช้ เออร์เบนคือผีรุ่นน้องและจะพ่วงตำแหน่ง น้องเล็กของที่นี่ไปจนกว่าจะมีผีตนใหม่เข้ามาแทน เช่นนั้นดีหรือไม่?!
น้าผีและผีตนอื่นต่างมองเออร์เบนเป็นตาเดียว ขนาดทนายกฤษณ์ที่หมกตัวอยู่แต่ในห้องก็พลันเปิดประตูออกมา เพราะในที่สุด ทนายกฤษณ์จะได้ปลดเปลื้องตัวเองจากผีน้องเล็กนี้ได้เสียที
[ฮ่าฮ่า ใครถือสาอายุกัน…ฉันเองก็ชอบอยู่กันแบบครอบครัว ส่วนเรื่องช่วยเหลืองานของพีท แน่นอนย่อมต้องช่วยอยู่แล้ว] เออร์เบนกลับกลายเป็นคนละคนไปในทันที เมื่อถูกเหล่าผีตนอื่นๆ รับน้อง [ดูสิ พีทเตรียมตัวเพื่อต้อนรับฉันขนาดนี้มีหรือที่ฉันจะไม่ช่วยเขา ศึกษาแร่แรร์เอิร์ธมามากขนาดนี้ ดีๆ ฉันจะช่วยเต็มที่เอง]
ทุกคนได้เห็นเออร์เบน ผีตนใหม่ดูกระตือรือร้น ก็แอบส่งยิ้มให้แก่กัน น้าผีแอบชนหมัดกับพีทเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้พีทกลับไปพักผ่อนตามเดิม ส่วนหน้าที่ในส่วนของผีๆ จะเป็นน้าผีคนนี้จัดการทุกอย่างให้กับเขาเอง
อันที่จริงพีทอยากอยู่ต่ออีกสักพักเพื่อดูการทำงานของเออร์เบนที่กำลังนำความรู้ของตัวเอง ถ่ายทอดให้กับเอไออัลฟ่าที่เป็นศูนย์กลางของระบบ
หากเอไออัลฟ่ารู้สิ่งใด ตัวของพีทก็ย่อมรู้ถึงสิ่งนั้น…แต่กระนั้นน้าผีเองก็เห็นว่าพีททำงานมาหนักมากแล้วในวันนี้ อีกอย่างข้างกายของพีทก็มีสองสาวนอนข้างๆ อยู่ จะปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้หลุดลอยไป ก็น่าเสียดายแย่
น้าผีและเชฟมินแจกยู จึงลากพีทออกไปจากระบบ…พร้อมกับส่งพีทกลับมานอนเคียงข้างสองสาวสวยที่นอนหลับสนิทไปแล้ว
พีทยิ้มเมื่อมองไปด้านซ้ายและขวาของเขา ใบหน้าของเขาเบิกบานใจยิ่งนัก เมื่อองค์ความรู้ที่เอไออัลฟ่ากำลังเรียนรู้จากเออร์เบน ผีตนใหม่ที่พึ่งเรียกมากำลังไหลเข้าสู่ความรู้และความจำของเขา
ชายหนุ่มตื่นอีกครั้งด้วยกลิ่นหอมและเสียงอาบน้ำที่ดังขึ้น “ตื่นแล้วเหรอ? เมื่อคืนคงจะมีความสุขมากเลยสินะ ที่ได้นอนข้างพวกเรา…หน้าของนายแม้แต่ตอนนอนก็ยิ้มไม่หุบเลยนะ เก็บอาการหน่อยสิ เดี๋ยวพี่รดาจะหาว่านายเป็นพวกโรคจิตหรอกพีท” ฝ้ายอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จแล้ว เธอกำลังแต่งหน้าอ่อนๆ ตามสไตล์ของเธอ แต่กระนั้นกลิ่นหอมจากเครื่องสำอางและเครื่องประทินผิวก็ทำให้พีทอดไม่ได้ที่จะดึงฝ้ายขึ้นมาหอมฟอดใหญ่
“ใช่ ฉันมีความสุขจริงๆ” พีทตอบแบบไม่อ้อมค้อม ซึ่งฝ้ายแม้ปากจะต่อว่าพีทยกใหญ่แต่เธอก็ยอมปล่อยให้แฟนหนุ่ม กอดและหอมเธอตามที่เขาต้องการ ซึ่งกว่าที่ทั้งสองจะผละออกจากกันพี่รดาก็อาบน้ำเสร็จพอดี
พี่รดาเองก็แต่งกายเสร็จแล้ว ก่อนจะออกมา แต่กระนั้นแม้จะแต่งตัวเสร็จทำผมเสร็จ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอเตรียมพร้อมออกไปเจอผู้คนแล้ว
เธอยังคงหน้าสดและนี้ก็เป็นครั้งแรกที่พีทได้เห็นหน้าสดของรดา สำหรับผู้หญิงการที่ต้องเปิดเผยหน้าสดให้กับคนอื่นได้เห็นนอกจากคนในครอบครัว ต่อให้จะเป็นหญิงหรือชายก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
รดาแข็งค้างอยู่หน้าประตูจ้องมองฝ้ายและพีทที่กำลังกอดกัน ถึงอย่างนั้นมันกลับสายเกินไป เธอเตรียมที่จะหันหน้ากลับเข้าห้องน้ำอีกครั้งเพื่อหลีกหนีจากความอายนี้ แต่กระนั้นมันก็สายเกินไป พีทคว้าข้อมือของรดาเอาไว้ได้ทัน
‘ฟุบ~!’ พีทคว้ารดาเข้ามาในอ้อมกอดที่เว้นว่างอยู่อีกข้าง พลางบรรจงหอมแก้มของรดาที่หน้าสดเป็นครั้งแรก “พีท~”
*.* รดาหน้าแดงไปหมดแล้ว เธอทั้งอาย เธอทั้งไม่มั่นใจ แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงขัดขืนเขาไม่ได้
พีทได้หอมซ้ายหอมขวา หอมฝ้ายสลับกับรดาจนหนำใจ ก่อนที่เขาจะลุกออกไปจากเตียง ด้วยท่าทางที่พึงพอใจและเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ “โรคจิตจริงๆ พี่รดาอย่าได้ถือสาเลยนะคะ” ฝ้ายส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของพีท ที่เธอนั้นชินแล้วกับการถูกหอมแก้มตอนตื่นนอนของเขา
แต่สำหรับรดามันถือว่าเป็นเรื่องใหม่ เจ้าหญิงน้ำแข็งจากเธอ การถูกทำแบบนี้ในตอนเช้า มันทำให้น้ำแข็งของเธอละลายไปเสียสนิท หน้าแดงระเรื่อจนแทบจะใช้รองพื้นผิดเบอร์ เธอแต่งหน้าทำผมไปด้วยสติที่หลุดลอยไปไกลแสนไกล
จนฝ้ายอดไม่ได้ที่จะต้องเข้ามาช่วย “ปกติพีทเป็นแบบนี้เหรอ?” รดาถามพลางอมยิ้ม “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ มันเป็นความสุขเล็กๆ ของเขา ก่อนที่จะออกไปทำงานค่ะ” ฝ้ายตอบพลางช่วยพี่รดาแต่งหน้าและทำผมให้เธอกลายมาเป็น รดา เจ้าหญิงน้ำแข็ง รองประธานแห่งบริษัทสยามโนวากรุปตามเดิม
รดามองตัวเองในกระจก สิ่งที่พีททำกับเธอในก่อนหน้านี้ มันยังคงรู้สึกได้ผ่านแก้มและรอยประทับ เธอไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน อาจจะเพราะด้วยเธอไม่เคยมีความรักกับใครจริงๆ หรือคบกับใครมาก่อน
พอต้องพบเจอกับการแนบชิดกันของชายหญิง ที่มันเกิดจากคนรักของเธออย่างพีท มันก็ทำให้หญิงสาว รู้สึกว่าวันนี้เธอเองก็มีพลัง อยากที่จะออกไปทำงานเช่นเดียวกัน
พีท ฝ้ายและรดา เมื่อเติมเต็มพลังงานให้แก่กันแล้ว ทั้งสามก็พลันออกจากห้องนอนอันแสนสุขของพวกเขา ซึ่งในระหว่างทางก็พลันพบกับหญิงเล็กพอดี
หญิงเล็กออกมาจากห้องด้วยใบหน้าที่ยังคงง่วงซึม เธอนอนหนาวทั้งคืนเพราะต้องนอนอยู่ในห้องนี้คนเดียว
เธอมองทั้งสามที่ทุกคนต่างดูสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แม้เธอจะไม่รู้ว่าพวกเขาไปทำอะไรกันมาถึงได้กระชุ่มกระชวยแบบนี้ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นใส่ทั้งสามคนด้วยความอิจฉา
“คุณรดาครับ รถบรรทุกที่ขนส่งแร่แรร์เอิร์ธได้มาถึงแล้ว ตอนนี้กำลังถูกส่งเข้าเครื่องผลิตแล้ว ทางด้านของหัวหน้าเฉินสือหม่าเลยให้ผมมาตามคณะนักศึกษาครับ” พนักงานของบริษัทรีบวิ่งเข้ามาแจ้งตารางงานกับทางรดาและเหล่านักศึกษาที่กำลังรออยู่ในอาคาร พอทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมแล้ว ทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังโรงงานผลิตชิปกันทันที
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy