บทที่ 3 สาวใช้ขี้อาย
ต่างจากฮูหยินที่ยังคงสงสัย ฉู่ฮ่าวหยวนกลับแย้มยิ้มด้วยความยินดี พลางเอ่ยว่า "ฝีมือเ้าหนูนี่ดูเหมือนจะสูงขึ้นจริง ๆ ตอนที่ข้าตีเ้าเมื่อครู่ เ้ายังบิดตัวหลบ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่พ้น แถมยังสลบไปเสียนาน พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่บ่นหิวสักคำ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ ถ้าเ้าสามารถทำให้เสวี่ยเอ๋อร์ ผู้มีวรยุทธ์อ่อนด้อยที่สุด ยอมรับในฝีมือของเ้าได้ ข้าจะยอมให้เ้าประลองกับหลี่ฮุยก่อนที่ข้าจะไป"
"พรุ่งนี้ให้ซวงเอ๋อร์กับพวกนางที่เหลือมาที่นี่เถิด ข้าอาจจะทำให้ซวงเอ๋อร์ยอมรับในตัวข้าได้" ฉู่เฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ
แต่ในใจกลับคิดถึงเสวี่ยเอ๋อร์ ผู้มีรูปร่างอิ่มเอมที่สุด นานแล้วที่ไม่ได้ฝึกฝนกับนางอย่างใกล้ชิด พรุ่งนี้ต้องพิชิตนางให้ได้!
"ฮ่า ๆ ดี… เ้ามีจิติญญา! เดิมทีเ้าเห็นเสวี่ยเอ๋อร์เป็ต้องหลบหน้า คราวนี้กล้าประมือด้วยแล้วรึ ถ้าเช่นนั้น หากเ้าเอาชนะนางได้จริง ๆ ข้าจะย้ายพวกนางทั้งสาม จากเรือนฮูหยินไปอยู่เรือนเ้าเอง" ฉู่ฮ่าวหยวนหัวเราะลั่น
แต่กลับทำให้สาวใช้หน้าหวานข้างกายเขา เบ้ปากอย่างขัดใจ
ถ้าพวกนางมาอยู่ที่นี่ด้วย คุณชายคงไม่เหลียวแลนางเป็แน่ หรือว่า... นางควรจะชิงลงมือก่อนดี คืนนี้… จะลองยั่วยวนคุณชาย... ไม่ได้ ๆ คิดอะไรอยู่กัน น่าอายเสียจริง! ดูเหมือนวรยุทธ์ของคุณชายจะสู้เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้เลยนี่นา!
ฝ่ายฉู่เฟิงก็ยังคงครุ่นคิดถึงเื่ของเสวี่ยเอ๋อร์ผู้มีรูปร่างอิ่มเอม ซวงเอ๋อร์ผู้มีอุปนิสัยเยือกเย็น และเยว่เอ๋อร์ผู้เลอโฉม หากสามารถพวกนางได้ทั้งหมด วันคืนของเขาคงจะมีความสุขจนลอยได้!
"เ้าเลิกมีความคิดสกปรกในหัวเสีย แล้วตั้งใจฝึกฝนไปกับพวกนางทั้งหลาย เมื่อใดที่พวกนางเห็นว่าเ้ามีฝีมือพอ แม่จึงจะประกาศให้คนภายนอกรู้ว่าเ้าฟื้นแล้ว"
ฮูหยินเห็นแววตาละโมบของบุตรชาย จึงใช้ปลายนิ้วเรียวงามดุจบัวหิมะ จิ้มไปที่หน้าผากของเขาพลางเอ่ยว่า
"บุรุษเช่นเ้า ควรเ้าชู้บ้าง... อึก… ขออภัย ข้าหมายถึง ควรรู้จักยึดมั่นในรักเดียวใจเดียว รู้จักยับยั้งชั่งใจ นั่นจึงจะถูก"
ฉู่ฮ่าวหยวนพูดได้เพียงครึ่งทาง ก็ถูกแววตาดุร้ายของฮูหยินตำหนิ จนต้องรีบเปลี่ยนคำพูด
ทำให้ฉู่เฟิงยิ้มออกมา ท่านพ่อของเขาผู้เป็ถึงเทพาผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับกลัวภรรยาเช่นนี้!
"เฟิงเอ๋อร์ แม่ไม่สนใจหรอกว่าเ้าจะเ้าชู้สำมะเลเทเมาอย่างไรอยู่ข้างนอก แต่เมื่อกลับมาถึงจวน เ้าต้องเป็บุรุษที่รู้จักกาลเทศะและเคารพผู้าุโ"
ใบหน้างามสง่าของฮูหยินฉายแววจริงจัง
"ข้าทราบแล้วขอรับ ท่านแม่"
เขาตอบรับเสียงเบา
แท้จริงแล้ว เ้าของร่างเดิมที่ร่ำสุราเคล้านารีมาตลอด แต่กลับไม่เคยแตะต้องแม้แต่สาวใช้ในจวน ก็เพราะที่จวนมีฮูหยินคอยควบคุมนี่เอง
“เช่นนั้นตกลงตามนี้ หากเ้าสามารถทำให้เสวี่ยเอ๋อร์ยอมรับได้ ท่านพ่อจะยินยอมให้เ้าเข้าร่วมการประลอง เมื่อถึงเวลานั้น เ้าก็ไม่ต้องออมมือ จัดการกับเขาให้หนัก อย่าให้เขาตายก็พอ แค่นี้ตระกูลหลี่ก็ไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้!” ฉู่ฮ่าวหยวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม พลางลุกขึ้นเตรียมตัวออกไป
“เฟิงเอ๋อร์ เ้าอย่าได้ประมาทเชียว หลี่ฮุยมิใช่คู่ต่อสู้ที่อ่อนแอ หากเ้าคิดจะเอาชนะเขา เ้าต้องฝึกฝนอย่างหนัก ตอนนี้ร่างกายของเ้าเป็อย่างไรบ้าง สลบไปตั้งสามวันสามคืน” ฮูหยินเอ่ยด้วยความห่วงใย
พลางใช้มืออันอ่อนนุ่มโอบกอดเขาไว้ สยายผมของเขาออกเพื่อสำรวจด้านหลังศีรษะ “แปลกนัก ก่อนหน้านี้ข้าเห็นว่ามีก้อนใหญ่อยู่ตรงนี้ แต่ตอนนี้กลับไม่มีร่องรอยใด ๆ”
เขารู้สึกถึงัันุ่มนวลจากอกอุ่น จึงขยับศีรษะออกเล็กน้อย ทว่ายิ่งขยับ ยิ่งรับรู้ถึงัันุ่มนวลชัดเจนยิ่งขึ้น
โชคดีที่ฮูหยินตรวจดูสักพักก็ปล่อยศีรษะเขาออก แล้วหันไปเอ่ยกับสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มว่า “หลิงเอ๋อร์ คุณชายสลบไปตั้งสามวัน คงจะหิวแล้ว เ้าไปที่ครัวเล็ก ต้มซุปไก่กับเนื้อแกะต้มสุกมาให้เขาทานเสียหน่อย”
หลังจากหลิงเอ๋อร์รับคำ ฉู่ฮ่าวหยวนกับภรรยาก็พาเหล่าสาวใช้ออกไป
ท้องของเขาร้องครวญครางอีกครั้ง เมื่อหลิงเอ๋อร์ยกสำรับมาให้เขา
น้ำแกงไก่สีขาวขุ่น พร้อมกับเนื้อแกะต้มสุกจานใหญ่ ส่งกลิ่นหอมน่ารับประทาน
ฉู่เฟิงไม่รีรอ หยิบช้อนขึ้นมาซดน้ำแกงไก่เข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย
ทว่า เพียงแค่รสััแรก รสชาติประหลาดขมปร่าแล่นเข้ามา จนเขาเกือบจะพ่นน้ำซุปออกมา
ปึง!
ฉู่เฟิงวางช้อนลงอย่างแรง พูดด้วยความโมโห "หลิงเอ๋อร์ นี่เ้าเป็คนตุ๋นน้ำแกงไก่รึ? มาลองชิมดูสิ นี่มันกลืนยากเหลือเกิน!"
หลิงเอ๋อร์ผู้รูปโฉมงดงามใจนเกือบทรุดตัวลงคุกเข่า ฉู่เฟิงประคองเอวบางของนางไว้ทัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ฝีมือทำครัวของเ้าแย่นัก ควรจะปล่อยให้แม่ครัวเป็คนทำ เสียดายหม้อน้ำแกงไก่หม้อนี่จริง ๆ"
ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของหลิงเอ๋อร์ค่อย ๆ จางหายไป นางเดินมาที่โต๊ะ หยิบช้อนขึ้นมา ตักน้ำแกงไก่เข้าไปชิมเบา ๆ จากนั้นก็พูดด้วยความน้อยใจ "คุณชาย น้ำแกงไก่นี้อร่อยมากเ้าค่ะ ทำไมถึงว่าดื่มยากเล่า?"
"มันออกขมปร่า เ้าชิมไม่รู้รสหรือ?"
ฉู่เฟิงเริ่มมีโทสะ
สาวใช้ผู้นี้ แม้จะดูหวาดกลัวตน แต่ปากช่างแข็งนัก!
"น้ำแกงไก่ที่ใดไร้รสขมปร่าเล่า? เว้นแต่จะไม่ใส่เกลือ" คำพูดของหลิงเอ๋อร์ทำให้ฉู่เฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง เอ่ยปากถามโดยพลัน "เกลือมีรสเค็ม จะมีรสขมปร่าได้อย่างไร?"
หลิงเอ๋อร์มิได้เอื้อนเอ่ย นางเพียงยกจานใบเล็กจากถาดอาหาร ภายในมีเกล็ดเล็ก ๆ หลากสี "มันคือสิ่งใดหรือ?" ฉู่เฟิงเอ่ยถาม
"เกลือ ใช้จิ้มเนื้อขาวเ้าค่ะ" หลิงเอ๋อร์ตอบเสียงแ่
ฉู่เฟิงมองเกล็ดเล็ก ๆ หลากสีปะปนนั้น นิ้วเรียวหยิบมันขึ้นมาเล็กน้อย ใช้นิ้วแตะแล้วใส่ปาก รสขมปร่าของเกลือแผ่ซ่านไปทั่วปาก เขารีบคายเกลือที่ยังไม่ทันละลายออกมา จึงตระหนักว่า กระบวนการผลิตเกลือของแคว้นต้าเหลียงยังคงอยู่ในขั้นตอนดั้งเดิม! ไม่อาจผลิตเกลือบริสุทธิ์ได้
"ที่จวนเรา กินเกลือรสขมเช่นนี้เรื่อยมาหรือ" ฉู่เฟิงอดถามไม่ได้
"นี่นับเป็เกลือที่ดีที่สุดในท้องตลาดแล้ว คุณชายก็กินมาโดยตลอด" หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบาด้วยความน้อยใจ
ดวงตากลมโตจ้องมองฉู่เฟิง พลางคิดในใจ ‘คุณชาย ท่านจงใจแกล้งข้าหรือไม่’
ฉู่เฟิงมิได้เอ่ยสิ่งใด ท้องของเขาร้องครวญครางอีกครั้ง มือหนายกช้อนขึ้นซดน้ำแกงไก่ต่อ
หลิงเอ๋อร์ยืนอยู่ข้าง ๆ มองช้อนในมือเขา ใบหน้างามขึ้นสีระเรื่อ ราวกับว่านางได้จูบกับคุณชายผ่านช้อน ดูสิ คุณชายมิได้จงใจหาเื่นาง หากแต่มีใจให้นางต่างหาก!
คิดถึงตรงนี้ นางอดใจไม่ไหว เลยขยับกายเข้าใกล้ฉู่เฟิง เบียดกายอันอ่อนนุ่มเข้าหา ประหนึ่งแอบอิงคลอเคลียฉู่เฟิงอยู่กลาย ๆ เพื่อแสดงความเสน่หา…
ทว่าฉู่เฟิงนั้นหิวมาก จึงไม่ได้ใส่ใจสิ่งใด รีบซดน้ำแกงไก่ แม้จะฝืนใจเพียงใด ก็ยังหยิบเนื้อแกะขึ้นมา แตะเกลือหลากสีนิดหน่อย ทนกล้ำกลืนรสขมฝาด เคี้ยวลงคออย่างยากลำบาก ในใจก็คิดมั่นว่าต้องรีบทำเกลือบริสุทธิ์ออกมาให้ได้โดยเร็ว
ฉู่เฟิงฝืนกินจนอิ่มไปครึ่งหนึ่ง ก็กินไม่ลงอีก เขาเหลือบมองใบหน้าแดงระเรื่อของหลิงเอ๋อร์ คิดจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหวานเอ่ยว่า "คุณชาย ฮูหยินสั่งไว้ว่า เมื่อทานข้าวเสร็จแล้ว ให้ท่านพักผ่อนเสียแต่หัวค่ำ เพราะคุณชายเพิ่งฟื้น อาจยังอ่อนเพลีย อีกอย่างวันพรุ่งท่านยังมีเื่ต้องทำอีกมาก"
ฉู่เฟิงมองหลิงเอ๋อร์ทำท่าเขินอาย ก็พลันยิ้มออกมา เอื้อมมือโอบเอวบาง เอ่ยเสียงเบา "เช่นนั้น คืนนี้เ้าต้องปรนนิบัติข้าให้ดี ๆ รู้หรือไม่ หึ ๆ"
หลิงเอ๋อร์ซุกตัวในอ้อมอกของฉู่เฟิงอย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยเกือบจะแนบชิดใบหน้าของฉู่เฟิง ถึงกับมีเส้นผมปรกหน้าผาก จนทำให้ฉู่เฟิงรู้สึกคันยุบยิบ
ทำเอาฉู่เฟิงตื่นเต้นขึ้นมา ทว่าหลิงเอ๋อร์กลับเอ่ยว่า "คุณชาย ฮูหยินออกไปแล้วก็กำชับหลิงเอ๋อร์ว่า ห้ามให้คุณชายเหนื่อยเป็อันขาด เพราะฉะนั้น คืนนี้หลิงเอ๋อร์ไม่อาจปรนนิบัติคุณชายได้ มิเช่นนั้น ฮูหยินต้องตีหลิงเอ๋อร์ตายเป็แน่เ้าค่ะ"
"พูดเหลวไหล ร่างกายของข้าแข็งแรงดี ได้ออกกำลังเสียหน่อยคงไม่เป็ไรหรอก ไม่เชื่อเ้าลองจับดูสิ" ฉู่เฟิงจับมือเล็ก ๆ ของหลิงเอ๋อร์ คิดจะดึงเข้าไปในเสื้อผ้าของตน