5
เสี่ยวตงตงใบหน้าซีดเผือดคิดไม่ถึงเลยว่า การกลั่นลมหายใจยมทูตเพียงอึกเดียวให้มีรูปลักษณ์ปรากฏขึ้นมาได้นี้จะต้องใช้พลังิญญามหาศาลเหลือเกินเกรงว่าพลังของเขาในตอนนี้คงไม่อาจส่งมอบและทำพันธสัญญาแลกเปลี่ยนกับหนิงจิ้งได้คงต้องหาสถานที่ที่มีพลังิญญาหนาแน่นเพื่อฟื้นฟูพลังสักระยะหนึ่งเสียแล้ว
ลมหายใจยมทูตลอยนิ่งอยู่ตรงหน้ามันช่างล่อตาล่อใจหนิงจิ้งเป็เสียเหลือเกิน
ในสายตาของนางผลึกลมหายใจยมทูตนี้เปรียบได้กับยาวิเศษที่จะเปลี่ยนชีวิตของนางไปตลอดกาลดังนั้นนางจึงตื่นเต้นเป็อย่างมากรีบยื่นมือออกไปหมายคว้ามันมา
หากแต่เสี่ยวตงตงซึ่งสูญเสียพลังไปมากจนอ่อนแรงรีบปรามเสียงเฉียบ
“อย่าขอรับ! ผลึกนี้บริสุทธิ์เป็อย่างมากท่านไม่อาจแตะต้องมันได้ในตอนนี้”
หนิงจิ้งรีบหดมือกลับแทบไม่ทันความจริงตอนที่ยื่นมือเข้าไปใกล้ผลึกนั้นนางก็ััถึงกระแสพลังเย็นเยียบที่เสียดแทงเข้าสู่ปลายนิ้วได้อย่างชัดเจนแล้ว
“เหตุใดถึงเป็เช่นนี้เล่า?หากข้าไม่อาจแตะต้องมันได้ เช่นนั้นข้าจะรับพรของข้าได้อย่างไร? เสี่ยวตงตงเ้าคงไม่ได้เล่นตลกกับข้ากระมัง?”
เสี่ยวตงตงรู้สึกเหนื่อยใจอย่างประหลาดการที่เขาเลือกหญิงสาวผู้นี้ให้ช่วยทำภารกิจคงไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดหรอกกระมัง?
“ท่านยังไม่ได้ทำการแลกเปลี่ยนและชำระล้างจิติญญาตอนนี้จึงยังแตะต้องมันไม่ได้ชั่วคราวนี่ก็เหมือนกับตอนที่ข้าสอนให้ท่านปรับคลื่นความถี่ของเราให้ตรงกันเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังิญญาในการสื่อสารนั่นอย่างไร ตอนนี้ข้าเสียพลังิญญาไปมากหากจะให้การแลกเปลี่ยนและชำระจิติญญาเป็ไปอย่างราบรื่น ข้าก็ต้องไปหาที่สงบๆฟื้นฟูพลังก่อน”
หนิงจิ้งอ้าปากค้างมองเสี่ยวตงตงหายวับไปกับตาอย่างอึ้งงัน แล้วผลึกลมหายใจยมทูตของนายง่ะทิ้งเอาไว้ที่นี่โดยที่ฉันทำได้แค่มองแบบนี้ มันจะทำร้ายจิตใจฉันเกินไปไหมมมม?
เสี่ยวตงตง นายกลับมาเก็บมันไปก๊อนนนนน...
เนื่องจากหลายวันมานี้เ้านายชายหญิงภายในจวนต่างพากันล้มป่วยจึงไม่มีใครคอยจัดการดูแลเื่ราวในจวนเดิมทีหน้าที่นี้ควรให้ท่านพ่อบ้านฟู่ฉางจัดการต่อไปเช่นที่เคยเป็มาแต่ใครจะรู้ว่าลั่วเหมยเซียงกลับฉวยโอกาสนี้แอบอ้างคำพูดของหรั่นอี้ และยกการที่นางได้รับความโปรดปรานในคืนแต่งงานของเขากับหนิงจิ้งขึ้นมาอ้าง
ฟู่ฉางที่พอจะรู้เบื้องลึกเื้ัอยู่บ้างไม่กล้าขัดใจนางจำต้องมอบเื่ภายในจวนให้นางจัดการไปก่อนชั่วคราวรอเวลาให้หรั่นอี้อาการดีขึ้นแล้วค่อยมาจัดการเื่เหล่านี้อีกที
ลั่วเหมยเซียงได้ใจที่สามารถข่มฟู่ฉางได้ความจริงแล้วการชิงขอจัดการเื่ภายในจวนนี้นางเพียงหวังซื้อตัวบ่าวรับใช้ในเรือนไท่ผิงของหรั่นอี้และเรือนผิงเหยาของหนิงจิ้งอย่างลับๆเท่านั้น ไม่ได้้าที่จะชิงอำนาจจัดการนี้อย่างจริงๆ จังๆเพราะเื่สำคัญที่สุดสำหรับนางนั้น ย่อมเป็การบำรุงครรภ์ให้ดีต่างหาก
ทารกในครรภ์ของนางคนนี้คือไพ่ตายที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมองข้ามไปได้ ต่อให้คนๆนั้นจะเป็ฟูเหรินของจวนเช่นหนิงจิ้งเองก็ตาม!
ผลลัพธ์ของการซื้อตัวบ่าวรับใช้ปรากฏให้เห็นอย่างรวดเร็วเมื่อวันนี้สาวใช้จากเรือนผิงเหยามีข่าวมารายงาน
“หลายวันมานี้บ่าวเห็นฟูเหรินมักจะเหม่อลอยและพูดจาพึมพำอยู่คนเดียวแทบจะตลอดเวลาเลยเ้าค่ะดูคล้ายนางกำลังเฝ้ารอใครอย่างไรอย่างนั้นตกกลางคืนดึกดื่นแม้ว่าจะดับไฟในห้องไปแล้วแต่บ่าวอยู่หน้าห้องก็ยังได้ยินนางพูดคุยโต้เถียงอยู่คนเดียวอยู่เลยเ้าค่ะอี๋เหนียงเ้าคะ บ่าวว่าฟูเหรินคงป่วยไข้จนเสียสติไปแล้วเ้าค่ะ”
ลั่วเหมยเซียงได้ยินคำพูดของสาวใช้นางนั้นแล้วก็เกิดประกายวาบผ่านดวงตาอย่างสะใจแต่ภายนอกที่แสดงออกนั้นกลับมีท่าทีเป็กังวลอย่างสมจริง
“เ้าบอกว่าฟูเหรินมักพูดจาอยู่คนเดียวเป็ตุเป็ตะ กระทั่งดึกดื่นก็ยังไม่ยอมหลับนอนเช่นนั้นหรือ?เื่ใหญ่เช่นนี้ไยเ้าไม่มารายงานข้าแต่เนิ่นๆ เล่าข้าจะได้เชิญท่านหมอมาดูอาการของนาง หากนางเป็อะไรขึ้นมาท่านพี่จะไม่เอาความกับข้าหรือไร?”
สาวใช้นางนั้นก้มหน้าลงด้วยความหวั่นเกรงแน่นอนว่าหากปล่อยให้ฟูเหรินอาการย่ำแย่หรือเป็อะไรไปจริงๆ ลั่วอี๋เหนียงเพียงปัดเื่นี้ลงบนศีรษะของนางก็สามารถปัดความรับผิดชอบออกไปได้แล้วอีกทั้งดูจากเื่ที่นายท่านโปรดปรานลั่วอี๋เหนียงถึงเพียงนั้นตัวนางย่อมต้องกลายเป็ผู้รับเคราะห์แทนอย่างแน่นอน
“อี๋เหนียง บ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะครั้งหน้าบ่าวจะต้องรีบรายงานท่านอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
ลั่วเหมยเซียงยิ้มบางกล่าวอย่างอ่อนโยน
“เอาเถอะครั้งนี้ให้ถือว่าเป็บทเรียนก็แล้วกันวันหน้าเ้าก็อย่าได้ทำพลาดอีกเป็ครั้งที่สองล่ะ มิเช่นนั้นต่อให้เป็ข้าก็คงไม่อาจช่วยเ้าจากโทสะของท่านพี่ได้ ตอนนี้เ้าก็กลับไปคอยสังเกตอาการฟูเหรินต่อเถิด”
สาวใช้นางนั้นรีบถอยออกไปอย่างรวดเร็วครั้นเดินพ้นเรือนผิงอันมาแล้ว นางก็อดริษยาความโปรดปรานที่นายท่านมีต่อลั่วอี๋เหนียงผู้นี้ไม่ได้
คิดถึงว่ากระทั่งฟูเหรินนอนป่วยไม่ได้สติอยู่ในเรือนแต่นายท่านก็ยังอุตส่าห์มาค้างที่เรือนผิงอันนี้ถึงสามคืนติดๆ กันถ้าหากนางได้เป็บ่าวรับใช้ในเรือนนี้คงมีหน้ามีตาไปอีกนานเสียดายฟูเหรินที่หน้าตางดงามของนางที่ไร้ความสามารถรั้งใจสามีจนพลอยทำให้นางต้องรู้สึกอับอายไปด้วยเช่นนี้
นับั้แ่หรั่นอี้หมดสติไปในห้องของหนิงจิ้งวันนั้นเขาก็มีไข้ขึ้นสูงตลอดเวลา หากแต่เขาเป็คนร่างกายแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไรพักรักษาตัวเพียงไม่กี่วันก็กลับมาหายดีดังเดิมเพียงแต่หมอหลวงตู้ยังกำชับให้เขาดื่มยาต่อไปจนครบตามจำนวนเทียบยาเท่านั้น
หลายวันมานี้พอร่างกายเริ่มดีขึ้นมาหน่อยเขาก็เริ่มตรวจสอบเื่ราวที่เกิดขึ้นภายในจวนทันทีและวันนี้เขาก็ได้รับรายงานน่าสนใจจากเฉียนมามาผู้ที่เขาตั้งใจส่งไปรับใช้หนิงจิ้งโดยเฉพาะเสียที
“นายท่านท่านหมอหวงแจ้งผลการตรวจชุดเครื่องนอนและชุดเ้าสาวของฟูเหรินมาแล้วเ้าค่ะชุดเ้าสาวนั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าชุดเครื่องนอนเ่าั้...ตรวจพบตัวยาที่มีฤทธิ์กดประสาทและทำให้เกิดอาการประสาทหลอน จนกระทั่งสติฟั่นเฟือน ท่านหมอหวงยังบอกด้วยว่าตัวยาชนิดนี้หากใช้ในปริมาณน้อยๆ ก็จะส่งผลให้นอนหลับสบาย แต่หากใช้ในปริมาณมากเช่นนั้นก็อันตรายแล้วเ้าค่ะ”
หรั่นอี้มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีแม้เื่นี้ก็ไม่ต่างจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้สักเท่าไรแต่หากจะผิดคาดก็คงเป็เื่ที่เขาคิดไม่ถึงว่าฝ่ายนั้นจะลงมือรุนแรงถึงเพียงนี้
หรั่นอี้หลุบตาลงแล้วเอ่ยถามเฉียนมามาถึงภรรยาเอกของตนอย่างห่วงใย
“หลายวันมานี้ฟูเหรินเป็อย่างไรบ้างแล้ว?”
เฉียนมามาเหลือบมองเ้านายคราหนึ่งแล้วจึงตอบอย่างไม่ใคร่ยินดีนัก
“ยังดีอยู่เ้าค่ะเพียงแต่บ่อยครั้งฟูเหรินมักจะเหม่อลอยและชอบอยู่คนเดียว”
หรั่นอี้ถอนหายใจอย่างหนักอกเกี่ยวกับฟูเหรินของตนคนนี้ เขาไม่รู้จะจัดการอย่างไรจึงจะดีกับทั้งเขาและนางจริงๆหากไม่เพราะเขาได้ให้คำสัตย์ไปแล้วว่าจะไม่แพร่งพรายเื่ของลั่วเหมยเซียงออกไปเขาคงแล่นออกไปสารภาพเื่ทั้งหมดกับนางไปแล้ว
แค่เพียงครั้งก่อนที่เขาเปิดเผยเื่ราวต่อท่านราชครูผู้เป็พ่อตาออกไปท่านผู้นั้นก็ส่งคำเตือนมาถึงเขาอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัวเป็ผลให้เขาต้องค้างคืนในเรือนผิงอันต่ออีกสองคืนติดกันอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้กระทั่งคำสั่งห้ามสตรีผู้นั้นเหยียบเรือนผิงเหยาของหนิงจิ้งก็ยังมีอันต้องยกเลิกไปเพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความสงสัยต่อผู้ที่เฝ้าจับตาอยู่ในจวน
“ท่านน้า เื่ของฟูเหรินข้าต้องรบกวนท่านแล้วขอรับ”
เฉียนมามาเคยเป็บ่าวรับใช้ข้างกายมารดาของหรั่นอี้มาก่อนดังนั้นนางจึงได้รับความไว้วางใจจากหรั่นอี้เป็อย่างมากเมื่อนางได้ยินคำเรียกขานที่สนิทสนมเช่นนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเงียบงัน
“คุณชายท่านควรไปพบฟูเหรินสักครั้งนะเ้าคะ อย่างน้อยก็เป็การแสดงน้ำใจว่าท่านไม่ได้ละเลยนางอีกอย่าง บ่าวเกรงว่าลั่วอี๋เหนียงผู้นั้นจะหาเื่ระรานฟูเหรินเอาได้หากท่านไม่แสดงท่าทีอะไรเสียบ้างเลย”
หรั่นอี้นิ่งเงียบไปชั่วครู่แล้วจึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“พรุ่งนี้ข้าจะรับมื้อเช้าที่เรือนของนางท่านน้าช่วยแจ้งนางด้วยก็แล้วกัน”
หนิงจิ้งรอเสี่ยวตงตงอยู่สี่วันเต็มๆเขาจึงได้โผล่หน้ามาด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่าใบหน้าเด็กหนุ่มสดใสเบิกบานเสียจนนางหงุดหงิดใจ
หลายวันมานี้ผลึกลมหายใจยมทูตที่อีกฝ่ายทิ้งไว้คอยติดตามนางเป็เงาตามตัวเสียจนนางระแวงไปหมดเกรงว่าพลังหยินของมันจะรุกล้ำและบั่นทอนพลังชีวิตของทุกคนที่อยู่ในเรือน
“พี่สาวท่านกับมันดูจะเข้ากันได้ดีนะเลยขอรับเช่นนี้เห็นทีข้าจะลดทอนความยุ่งยากในการทำพันธสัญญาแลกเปลี่ยนไปได้ไม่น้อยทีเดียว”
หนิงจิ้งยิ้มเฝื่อนถ้อยคำบริภาษมาจ่อรออยู่ที่ปลายลิ้นแล้วแต่กลับไปอาจเอ่ยออกมาได้เพราะร่างนี้ไม่เคยพูดจาหยาบคายมาก่อนซึ่งเื่นี้นางรู้สึกชื่นชมการอบรมของจวนราชครูจริงๆที่สามารถปั้นหญิงสาวนุ่มนิ่มจนน่ารำคาญเช่นนี้ออกมาได้
“ในที่สุดเ้าก็มาได้เสียทีข้ารอเ้าจนหวาดกลัวไปหมดแล้วรู้หรือไม่?”
เสี่ยวตงตงมองหนิงจิ้งอย่างไม่เข้าใจนางมีอะไรต้องกลัวกัน เขาอุตส่าห์ทิ้งผลึกลมหายใจเอาไว้เป็ตัวประกันเพราะเกรงว่านางจะเข้าใจผิดว่าเขามีใจไม่ซื่อไม่รักษาสัญญาแต่นางกลับหวาดกลัวผลึกเล็กๆ นี่อย่างนั้นหรือ?
เฮ้อ! มนุษย์นี่ช่างเข้าใจยากจริงๆ
“พี่สาว ท่านอยู่กับมันมาหลายวันมันน่ารักและเชื่อฟังมากเลยใช่หรือไม่ขอรับ?”
หนิงจิ้งเห็นท่าทางไร้เดียงสาของเสี่ยวตงตงแล้วก็รู้สึกรับไม่ได้จริงๆนางคิดว่าพวกยมทูตจะต้องมีปัญหาทางจิตอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นจะมองเ้าผลึกเย็นเยือกนี้ว่าน่ารักได้อย่างไรกัน
“เสี่ยวตงตงข้าว่าเราอย่ามัวเสียเวลาอีกต่อไปเลย เ้ารีบจัดการเื่พรให้ข้าเสียโดยเร็วเถิดเสร็จแล้วข้าจะได้ช่วยเ้าทำภารกิจอย่างไรเล่า”
เสี่ยวตงตงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยนี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วแต่ภารกิจของเขายังไม่คืบแม้แต่น้อยเวลาสามปีนี้ใช่ว่าจะนานเนิ่นเสียเท่าใดช้าไปหนึ่งวันก็เท่ากับว่าเขาเสียเวลาเปล่าไปหนึ่งวันเช่นกัน
“พี่สาวคืนนี้ข้าจะชำระจิติญญาให้ท่านก่อนเป็ลำดับแรก หากมีเวลาเหลือมากพอก็จะทำพันธสัญญาในคราวเดียวเสียเลยดังนั้นขอให้ท่านเตรียมตัวด้วยนะขอรับ”
หนิงจิ้งยิ้มรับอย่างยินดีตอนเย็นนางจึงสั่งความกับเฉียนมามาแต่เนิ่นๆว่านางไม่รับอาหารเย็นและ้าอยู่คนเดียวดังนั้นในค่ำคืนนี้นอกจากสาวใช้หน้าห้องสองนางแล้วก็ไม่มีผู้อื่นอีก ช่างเหมาะแก่การทำเื่สำคัญจริงๆ
เมื่อเห็นว่าหนิงจิ้งจัดการเื่ราวได้อย่างรอบคอบรัดกุมแล้วเสี่ยวตงตงก็เริ่มต้นใช้ค่ายกลดึงิญญาของหนิงจิ้งออกมาจากร่างแล้วจึงเปิดพื้นที่มิติเล็กๆ ของตนให้นางเข้าไปแช่ในบ่อน้ำจิติญญาเพื่อทำการชำระจิติญญาให้บริสุทธิ์เสียก่อน
“พี่สาวบ่อน้ำจิติญญานี้เป็รากเหง้าพลังของเหล่ายมทูตเวลาที่พลังจิติญญาของยมทูตถูกใช้จนพร่องไปก็ต้องอาศัยบ่อน้ำจิติญญานี้เพื่อฟื้นคืนพลัง แต่สำหรับพวกเรายมทูตนั้น ไม่จำเป็ต้องลงไปแช่ตัวเหมือนอย่างท่านเพียงอาศัยการดูดซับพลังในพื้นที่แห่งนี้ก็เพียงพอที่จะฟื้นคืนพลังได้แล้วดังนั้นนี่เป็โอกาสที่หาได้ยากมาก ท่านจะต้องทนผ่านพ้นไปให้ได้นะขอรับ”
หนิงจิ้งซึ่งกำลังแช่ตัวอยู่ในบ่อพยักหน้าอย่างเข้าใจเมื่อแรกเริ่มแช่ตัวนั้นนางยังสามารถยิ้มได้อย่างสบายใจ แต่พอเวลาผ่านไปนางก็แทบกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป
ทั่วร่างรู้สึกราวกับถูกเข็มทิ่มแทงเสียจนพรุนแม้แต่ความรู้สึกที่ถูกดึงิญญาไปอีกมิติหนึ่งเมื่อครั้งก่อนก็ยังไม่อาจเทียบกับความทรมานในครั้งนี้ได้โชคดีที่ความเ็ปนั้นกินเวลาไม่นานไม่เช่นนั้นนางเองก็ไม่รู้ว่าจะทนต่อไปได้หรือไม่
เมื่อเสี่ยวตงตงเห็นว่าการชำระจิติญญาของหนิงจิ้งสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วก็ให้นึกแปลกใจอยู่ครามครันเพราะนี่แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วจิตใจของนางสะอาดบริสุทธิ์เป็อย่างมากซึ่งมนุษย์ที่เป็เช่นนางนี้มีอยู่น้อยจนแทบจะใช้นิ้วมือนับได้ถ้วนเลยทีเดียว
ิญญาของหนิงจิ้งในยามนี้กระจ่างใสราวกระจกบานหนึ่งนางรู้สึกได้ถึงความเบาสบายคล้ายจะสามารถล่องลอยไปได้ทุกแห่งหนอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนและความรู้สึกเช่นนี้ช่างวิเศษเหลือเกิน
น่าเสียดายที่เสี่ยวตงตงไม่ได้ปล่อยให้หนิงจิ้งดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้นนานนักเขาบังคับผลึกลมหายใจยมทูตให้หยุดอยู่เหนือศีรษะนางและเริ่มต้นการทำพันธสัญญาแลกเปลี่ยนทันที
เศษเสี้ยวจิติญญาของหนิงจิ้งถูกแบ่งออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะหลอมรวมเข้ากับผลึกใสที่ลอยอยู่้า
กระบวนการหลอมรวมของทั้งสองสิ่งนี้ใช้เวลานานราวหนึ่งชั่วยามเมื่อหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้วผลึกที่เดิมทีใสกระจ่างเปล่งประกายก็แปรเปลี่ยนเป็สีขาวนวลดุจไข่มุกเม็ดเล็กๆ ก่อนจะจมหายไปกลางกระหม่อมของหนิงจิ้งนั่นเอง
“พี่สาว ยินดีกับท่านด้วยการทำพันธสัญญาแลกเปลี่ยนกับยมทูตเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ”