ทันทีที่เทียนคงกล่าวจบเงาของวัตถุต่าง ๆในบริเวณตรงหน้าเทียนคงก็ยืดออกมาบางส่วนแล้วไหลมารวมกันที่จุดหนึ่ง จากนั้นก็ก่อตัวขึ้นมาจากพื้นดินเป็นเงาร่างสีดำแล้วกลายเป็นบุคคลในชุดคลุมสีดำทั้งตัวเห็นเพียงนัยน์ตาสีแดงเลือด พร้อม ๆกับแรงกดดันของพลังที่ปลดปล่อยออกมา
แรงกดดันนี้มากกว่าทุกคนของชนชั้นผู้นำของดาววิหคครามที่เทียนคงเคยเจอมากกว่าแม้กระทั่งเจ้าสำนักเหยาที่มีพลังระดับปรมาจารย์ขั้นเก้าหรืออาจเรียกได้ว่าครึ่งก้าวสู่ตำนานก็ว่าได้ แต่คนตรงหน้านี้ แรงกดดันของพลังสูงกว่ามากนักและเทียนคงก็ไม่สามารถมองเห็นระดับพลังของคนผู้นี้ได้ด้วย จึงบอกได้เลยว่าคนผู้นี้มีระดับพลังไม่น้อยไปกว่า ระดับตำนานอย่างแน่นอน
“...เจ้าหนูนี่จงใจล่อข้ามาที่นี่งั้นรึ ...”บุคคลปริศนาพลันคิดในใจระหว่างปรากฏตัวออกมา จากนั้นจึงเอ่ยตอบเทียนคงว่า “เจ้าหนูเจ้ารู้ว่าข้าติดตามมางั้นหรือ ” ซึ่งบ่งบอกได้ว่าคน ๆนี้เป็นบุรุษ
“เป็นเช่นนั้น”เทียนคงยืนสองมือไขว้หลังกล่าวตอบด้วยสีหน้าเฉยเมย สายตาจ้องมองชายตรงหน้า ไม่มีทีท่าหวาดกลัวหรือวิตกแต่อย่างใด
ตั้งแต่ครั้งที่วิคทอเรียถูกติดตามจากสิ่งที่คิดว่าคือแวมไพร์เทียนคงก็สร้างระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวของเงาเข้าไปให้กับจิ๋วหลิ๋วทุกตัวและนับจากวันที่อัพเดตระบบนี้นี่เป็นครั้งแรกที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของเงาที่เหมือนกับครั้งก่อนได้โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะเป็นตัวเขาเองที่เป็นเป้าหมายและเริ่มรู้ตัวว่าถูกติดตาม ตั้งแต่ตอนที่ออกจากตระกูลหลิวไม่นานโดยยังไม่แน่ใจว่าถูกเฝ้ารอที่นี่อยู่แล้ว หรือบังเอิญว่าคนผู้นี้พบความผิดปกติของเขาแล้วติดตามมาเพราะจุดเริ่มต้นการเคลื่อนไหวของเงา มาจากตระกูลหลิว
“.....”แม้จะเดาได้ตั้งแต่แรกว่าเทียนคงสามารถรู้ถึงการคงอยู่ของเขาได้แต่การที่เทียนคงไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวหรืออาการใด ๆเลยจากแรงกดดันพลังที่ต่างกันมากกว่าสองระดับเต็ม(ชายคนนี้มองเห็นระดับพลังของเทียนคงอยู่ที่เชี่ยวชาญขั้นหนึ่ง) ทำให้เขาประหลาดใจและไม่ต้องการเสี่ยงทำอะไรผลีผล่าม
เพราะนี่นับเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเจอได้บ่อยๆ ที่คุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ จะชอบเดินทางเที่ยวเล่นไปยังดาวขนาดเล็กต่างๆโดยไม่มีความเกรงกลัว เพราะพวกเขามักจะมีอุปกรณ์ป้องกันหรือหลบหนีที่น้อยคนจะมีจึงยากที่จะมีใครทำอันตรายพวกเขาได้ หรือเพียงแค่เปิดเผยตัวตนก็ทำให้ผู้คนกลัวจนหัวหดกันแล้ว
เมื่อตัดสินใจว่าจะไม่วู่วาม เขาจึงเอ่ยถามต่อว่า“ไม่เลว ๆ .... ข้าเห็นเด็กน้อยจากตระกูลใหญ่มาก็ไม่น้อยแต่น้อยคนนักที่กล้าเผชิญหน้ากับข้าโดยไม่เกรงกลัวแบบนี้เมื่อไร้คนหนุนหลังข้าขอถามเจ้าได้หรือไม่ ว่าเหตุใดคนเยี่ยงเจ้าถึงมาอยู่ที่ดาวเล็กจ้อยนี้ได้”
ได้ยินคำถามนี้เทียนคง ก็ได้แต่คิดอีกครั้งว่า “เอาอีกแล้ว คนพวกนี้นี่คิดว่าข้าเป็นใครกันอีกล่ะเนี่ย” ก่อนจะตอบไปตามตรงว่า “ข้าเองก็ไม่รู้”
“เหอะ ... ช่างเถอะไม่อยากบอกก็แล้วแต่เจ้า และข้าก็ไม่ได้มีธุระอะไรกับเจ้าอยู่แล้ว .... ฟุบบบบบ”ระหว่างที่พูด เงาใต้เท้าของคนผู้นี้ก็เริ่มเคลื่อนไหวไปมาราวกับผืนผ้าใบกำลังต้องลมจากนั้นก็สะบัดอย่างรวดเร็วพร้อม ๆกับที่ร่างของเขาก็หายไปด้วยเช่นกัน
“ฟิ้วววว ...เปรี๊ยะ .... หมับบบบบ !!!” ชายชุดดำกลายร่างเป็นเงาพุ่งตรงไปที่อาคารที่คุณหนูเหยาอยู่และสามารถฝ่าม่านพลังไปได้อย่างไรไม่ทราบฝ่ามือขาวซีดกางออกหมายจะคว้าคอคุณหนูเหยาแต่ก่อนที่จะถึงตัวคุณหนูเหยาที่ตื่นตกใจเทียนคงได้ใช้ท่าร่างอัสนีบาตกลายร่างเป็นสายฟ้าสีเงินพุ่งไปคว้าข้อมือของชายชุดดำไว้ได้อย่างแม่นยำ
แรงปะทะของพลังระดับตำนานที่ปล่อยออกมาในขั้นที่หนึ่งจากชายชุดดำกับเทียนคงที่ปลดปล่อยพลังเต็มพิกัดที่ปรมาจารย์ขั้นหนึ่ง(เทียบเท่าตำนานขั้นหนึ่ง)ทำให้ม่านพลังรอบอาคารระเบิดออกและสลายหายไปในอากาศทันที
คุณหนูเหยา โดนแรงกดดันของพลังที่มากกว่าตัวเองสองระดับถึงสองสายเล่นงานทำให้สองขาอ่อนแรงและไม่สามารถพยุงร่างไว้ได้อีกต่อไปจนล้มพับไปกับพื้นแม้กระทั่งหายใจยังติดขัดและทำได้เพียงเหลือบตามองสองคนตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
ด้านชายชุดดำก็เบิกนัยน์ตาสีแดงกว้างจากความประหลาดใจเขาปัดมือเทียนคงที่จับข้อมืออยู่แล้วดีดตัวออกไปด้านนอกอาคารเล็กน้อย แล้วเอ่ยว่า“นี่เจ้า .... ท่าร่างอัสนีบาตงั้นหรือ แล้วพลังนั่น มันอะไรกัน ...”
“หากท่านต้องการตัวศิษย์พี่ข้าต้องผ่านข้าไปก่อน” เทียนคงไม่ทราบว่าชายคนนี้ต้องการตัวคุณหนูเหยาไปทำไมแต่มันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ขัดขวางไว้ก่อนย่อมดีกว่า
และจากการประเมินพลังของชายคนนี้จากคำพูดของชายชุดดำเองเมื่อครู่แสดงว่าชายชุดดำก็ไม่รู้ระดับพลังที่แท้จริงของเทียนคง จึงสรุปได้ว่าชายชุดดำมีพลังไม่น้อยไปกว่าระดับตำนาน แต่ก็ไม่มากไปกว่านั้น เพราะหากมากกว่านั้นชายคนนี้จะต้องเห็นว่าตัวเขามีระดับพลังแท้จริงเท่าไหร่และไม่ควรจะตกใจจากการที่เขาแสดงพลังที่แท้จริงเพราะทักษะดวงจิตเยือกแข็งขั้นห้าสามารถปกปิดพลังได้จากผู้ใช้พลังที่มีพลังมากกว่าหนึ่งระดับเพียงเท่านั้น
“.....” ชายชุดดำไม่ตอบโต้อะไรเพราะกำลังครุ่นคิดอยู่ว่า เทียนคงเป็นใครมาจากไหนจากท่วงท่าที่เทียนคงใช้ออกเมื่อครู่ ต้องเป็น ท่าร่างอัสนีบาต แน่ ๆซึ่งเป็นหนึ่งใน ทักษะระดับเทพเจ้า ที่สร้างมาเพื่อต่อกรเทพโดยเฉพาะและระดับพลังของเทียนคงที่จู่ ๆก็พุ่งพรวดขึ้นมาหนึ่งระดับเต็มจากเชี่ยวชาญขั้นหนึ่งมาเป็นปรมาจารย์ขั้นหนึ่งซึ่งทักษะที่สามารถปิดซ่อนกลิ่นอายพลังระดับนี้ได้ มีแค่สองทักษะเท่านั้น นั่นก็คือทักษะเฉพาะสายเลือดของแวมไพร์อย่างเขา กับอีกทักษะ คือ ดวงจิตเยือกแข็งซึ่งเป็นอีกหนึ่งในทักษะระดับเทพเจ้า อีกเช่นกัน
ทักษะต่อกรเทพ หากใช้ออกได้หนึ่งทักษะก็หมายถึง การเป็นคนของตระกูลข้ารับใช้ ซึ่งเพียงเท่านี้ก็น่าหวั่นเกรงแล้ว แต่หากใช้ออกได้สองทักษะจะไม่เพียงเป็นลูกหลานตระกูลข้ารับใช้เท่านั้น แต่พวกเขาเหล่านี้จะคือทายาทของตระกูลข้ารับใช้ผู้ได้รับอนุญาตให้กำเนิด และมีสายเลือดผสมจากสายเลือดราชาทั้งหกและศักดิ์ฐานะของคนเหล่านี้ ก็จะเหนือกว่าตระกูลข้ารับใช้ไปอีกหลายขุม
เมื่อวิเคราะห์ได้เช่นนี้ความวิตกก็พลันก่อเกิดขึ้นในจิดใจชายชุดดำ แต่อีกสิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่ไปด้วยก็คือ ความปราถนา ด้วยที่เผ่าพันธ์เขาคือแวมไพร์ ซึ่งกำเนิดขึ้นมาจากการทดลองปลุกพลังสายเลือดของมนุษย์สายเลือดปีศาจทำให้แม้จะได้พลังมา แต่ก็ต้องแลกมากับ “บางสิ่ง” ที่มากกว่า
และสิ่งที่สามารถลบล้าง“บางสิ่ง” ที่ว่าได้ ก็คือ สายเลือดสมบูรณ์ของสายเลือดราชาทั้งหกนั่นเองไม่ว่าจะผสมจากเลือดราชาใดก็ได้ทั้งนั้น ซึ่งดูเหมือนง่าย แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะได้มันมาเพราะคนเหล่านี้ จะได้รับการบ่มเพาะทุกสิ่งอย่างให้เติบโตเป็นผู้ที่ไร้เทียมทานแม้ระหว่างการเติบโตพวกเขาจะยังอ่อนแอ แต่รอบกายพวกเขาจะเต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับพระกาฬของเผ่าพันธุ์มนุษย์คอยดูแลคุ้มกันความปลอดภัยตลอดเวลา
แต่แล้วผู้ที่มีสายเลือดสมบูรณ์ที่ว่านี้กลับปรากฏตัวตรงหน้าเขาที่นี่ ในตอนนี้ โดยไร้ซึ่งผู้ติดตามแถมระดับพลังยังต่ำกว่าเขาอีก นี่จึงเป็นโอกาสทอง ที่หากไม่คว้าไว้ตอนนี้ คงไม่มีโอกาสอีกแล้วและคงจะนึกเสียใจภายหลังเป็นแน่หากไม่ลงมือ
ชายชุดดำ เมื่อตัดสินใจได้แล้วเขาก็ไม่รีรอสิ่งใดอีก และไม่ประมาทด้วย เขาปลดปล่อยพลังที่มีทั้งหมดออกมาในระดับตำนานขั้นห้าเพื่อจบการล่าครั้งนี้ให้เร็วที่สุด
เงาใต้เท้าเขาสั่นไหวอีกครั้งจากนั้นก็แยกออกเป็นส่วน ๆ พุ่งเป็นเส้นโค้งในแนวราบหาเทียนคงในเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะถึงตัวเทียนคง เงาที่อยู่ในแนวราบ จู่ๆก็แทงขึ้นมาจากพื้นเป็นเงาหอกแหลมคมหลายสิบเล่มหมายจะโจมตีเทียนคงให้ดับดิ้นในคราเดียว
“เคร้ง ๆๆๆๆ ...... วูบบบบบบ ....เปรี๊ยะ ...” เทียนคงเองก็ไม่ประมาทแม้แต่นิดเดียวเขาสร้างปราณกระบี่เทพนักรบออกมาแล้วฟาดฟันเงาหอกที่พุ่งขึ้นมาจนแตกเป็นชิ้น ๆจากนั้นก็พุ่งปลายปราณกระบี่เข้าที่คอหอยชายชุดดำด้วยความเร็วของท่าร่างอัสนีบาต
“นั่นมัน .... ปราณเทพนักรบ เรอะ...... เป็น .... เป็นไปไม่ได้”ชายชุดดำไม่ได้ตกใจที่เทียนคงสามารถปัดป้องเงาหอกของเขาได้เพราะเขาได้คาดเดาไว้อยู่แล้ว แต่ที่ทำให้เขาตกใจ คือทักษะที่เทียนคงใช้ออกต่างหาก
ก่อนหน้านี้เทียนคงก็ใช้ทักษะต่อกรเทพมาสองทักษะแล้วแม้จะเหนือความคาดหมายที่เจอคนแบบนี้ที่นี่ แต่ก็เข้าใจได้เพราะมันเป็นทักษะประจำตระกูลข้ารับใช้ ภายใต้การปกครองของพันธมิตรแห่งความมืด ที่มีทักษะประจำตระกูลคือท่าร่างอัสนีบาต ดวงจิตเยือกแข็ง และโลกาดับสูญ
แต่ ปราณเทพนักรบ เป็นหนึ่งในสามทักษะต่อกรเทพของตระกูลข้ารับใช้ภายใต้การปกครองของพันธมิตรแห่งแสง การที่เทียนคงใช้มันออกได้ก็คือการเป็นคนของตระกูลข้ารับใช้แห่งแสง และนั่น อาจหมายความว่า เทียนคงเป็นผู้ที่มีสายเลือดผสมระหว่างสายเลือดแห่งความมืดและแสง ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในความเข้าใจของเขา
“ฉัวะ ... ฟุบบบ ...” ด้วยความตกใจทำให้ชายชุดดำไม่อาจตั้งรับได้ทัน ปลายปราณกระบี่เทพนักรบพุ่งเฉียดคอหอยไปเล็กน้อยจากนั้นเขาก็สลายร่างหายเข้าไปในเงาที่พื้นแล้วไปปรากฏขึ้นจากเงาของอาคารที่ห่างออกไป
เทียนคงไม่ได้ตามไปในทันทีและกำลังคิดหาวิธีทำลายการเดินทางผ่านเงานี้อยู่เพราะต่อให้เขาเร็วมากแล้วจากท่าร่างอัสนีบาต แต่มันยังไม่เร็วพอจะสังหารชายชุดดำได้และหากเขารีบร้อนเกินไป จะทำให้ชายชุดดำหนีไปเสียก่อนและคงยากมากที่จะตามไปจัดการได้
การวิเคราะห์ของเทียนคงเกิดขึ้นและได้ข้อสรุปภายในเสี้ยววินาทีทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านสายตาของชายชุดดำนั้นคือเทียนคงกำลังใช้ทักษะบางอย่างผ่านการทำมือเป็นสัญลักษณ์ต่างๆอย่างรวดเร็ว เพื่อร่ายวิชา
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆเมื่อเทียนคงร่ายมือเสร็จ เงาร่างปราณเทพนักรบสิบร่างที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงสีแดง พวยพุ่งออกจากร่างไปโดยรอบและระเบิดออกในอากาศ หลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นกำแพงเพลิงทรงกลมที่ล้อมเทียนคงและชายชุดดำไว้
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีและชายชุดดำก็ได้แต่ยืนนิ่งมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองและปากก็พูดออกมาว่า “พะ ... เพลิงผลาญพิภพ .... เดี๋ยวนะนี่เจ้าคิดว่าข้าจะหนีงั้นเรอะ โอหังยิ่งนัก” ก่อนจะตระหนักได้ว่าเทียนคงทำสิ่งนี้เพื่ออะไร
แม้จะตื่นตกใจแต่ตอนนี้เขารู้สึกโกรธเกรี้ยวมากกว่า เขาระเบิดพลังออกมาแล้วพุ่งกรงเล็บเข้าหาเทียนคง เพราะตอนนี้ไม่มีเงาให้ใช้แล้วจากแสงของกำแพงเพลิงที่ส่องมาทุกทิศทาง ด้วยพลังระดับตำนานขั้นห้าต่อให้เทียนคงเป็นทายาทผู้ถูกเลือกแล้วอย่างไรสุดท้ายก็ต้องตายจากระดับพลังที่ต่างกันมากอยู่ดี
หารู้ไม่ว่า เทียนคงกำลังรอให้ชายชุดดำโจมตีเขาอยู่แล้วเขารอให้ชายชุดดำเข้ามาใกล้ในระยะหวังผล ก่อนจะเอ่ยเบา ๆว่า “ร่างระฆังทองขั้นที่เจ็ด ปราณเทวะคุ้มกาย” ม่านแสงสีทองอร่ามทรงกลม ก่อตัวขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกันกับที่กรงเล็บชายชุดดำมาถึงจุดปะทะ
“ตูมมมมมมมม .... อ๊ากกกกกกกก”กรงเล็บและม่านแสงปะทะกันอย่างแรง และระเบิดออกในทันที ส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วเนินเขาแรงระเบิดทำให้กำแพงเพลิงที่ก่อตัวอยู่ดับไปทันที เทียนคงถอยกรูดไปหลายสิบเมตรส่วนชายชุดดำนั้นกระอักเลือดจากอาการช้ำใน ระหว่างลอยไปกระแทกอาคารหนึ่งไกลออกไปหลายสิบเมตรเช่นกัน
“อั่กกกก .. อ่อกกกก .... บัดซบ ... มะมันเป็นตัวอะไรกันแน่วะ ... มันใช้ทักษะประจำสายเลือดขั้นสูงได้ด้วยเรอะ ....ไม่ได้การแล้ว ...” ชายชุดดำตกลงมาที่ทรุดตัวอยู่ที่พื้น พร้อมกับไอเอาเลือดสีแดงเข้มเกือบจะเป็นสีดำออกมาคำใหญ่ระหว่างนั้นก็พลันตระหนักได้ว่า ได้ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่แล้ว แม้จะไม่ได้ประมาทแต่อย่างใดแต่การประเมินความสามารถของเทียนคงของเขานั้น ผิดไปไกลโขทำให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างที่เป็นอยู่ และหากเขายังคงดื้อดึง มันคงจะเลวร้ายไปมากกว่านี้และเขาจะต้องหนีเดี๋ยวนี้
เมื่อไร้ซึ่งแสงจากกำแพงเพลิงที่ทำลายเงาแล้วชายชุดดำก็เตรียมเผ่นทันที แต่ไหนเลยเทียนคงจะยอมให้เขาทำแบบนั้น ก่อนที่ร่างชายชุดดำจะกลืนเข้าไปกับเงาโดยสมบูรณ์ปราณกระบี่เทพนักรบที่พุ่งตามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ พุ่งเข้าปักไหล่ข้างหนึ่งของชายชุดดำไว้ในวิถีโค้งและดึงร่างชายชุดดำออกมาจากเงาที่พื้นไปติดอยู่กับเสาอาคาร
“อึกกกก ..... บัดซบบบบบบ .... ฟิ้ววววววฉึกกกก ฉึกก ... อ๊ากกกกก” ร่างที่ถูกแขวนไว้โดยปราณกระบี่เทพนักรบยังไม่ทันหยุดนิ่งดี ปราณกระบี่อีกสองเล่ม ก็พุ่งเข้าปักไหล่และอกของเขาในเวลาไล่เรี่ยกันจากนั้นไม่กี่วินาที ประกายสายฟ้าสีเงินก็ลอยมาหยุดตรงหน้าเขาพร้อมกับการปรากฏตัวของเทียนคง
“.... ดะ เดี๋ยวก่อน เดี๋ยววววว ......”ชายชุดดำที่ห้อยต่องแต่งอยู่รีบร้องกล่าวเสียงหลง เพราะเทียนคงไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรแล้วพุ่งปราณกระบี่เทพนักรับในมือตรงเข้าที่คอของเขา
“กึกกกก”ปลายกระบี่หยุดลงโดยแทงลึกเข้าไปราวสองเซนติเมตรเกือบจะเฉือดเส้นเลือดส่วนสำคัญเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
“มีอะไรจะกล่าวก่อนงั้นหรือ ...” เทียนคงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ค่อกกกก ... ไว้ ชะ ... แค่กกกก ชีวิตด้วย... แค่กกกก .....” ชายชุดดำพยายามขอร้องพร้อมกับกระอักเลือดออกมาไม่หยุด
“ขออภัย ข้าจะไม่ไว้ชีวิตท่าน ...” เทียนคงตอบโดยไม่ต้องคิดแล้วเริ่มกดปลายกระบี่ลึกเข้าไป
“..... อ๊ากกกก บัดซบบบบบบ ... ไอเด็กเวรข้าอุตส่ายอมขนาดนี้แล้ว ก็ได้ เป็นไงเป็นกัน”ชายชุดดำคิดอยู่ในใจด้วยความเจ็บแค้น ก่อนที่จะใช้กำลังเฮือกสุดท้าย ดึงเอาแขนข้างหนึ่งออกมาจากการตรึงของปราณกระบี่แล้วพุ่งกรงเล็บไปที่ข้อมือของเทียนคง พร้อมกับตะโกนเสียงดังว่า “มหาเวทดูดดาว....”