คำพูดของสวี่ตงนั้นเฉินซิ่วเฟิงก็เข้าใจเช่นกัน ทว่าความรู้สึกของเฉินซิ่วเฟิงไม่เหมือนกันสวี่ตงให้เครดิตการ ‘ค้นพบ’ แก่โหมวซือฉิงอย่างโจ่งแจ้ง เขาก็ยิ่งไม่พอใจ หากมี‘ของ’ ที่โหมวซือฉิงหาเจออีก เขาต้องเสียหน้าครั้งใหญ่แน่!
วุ่นวายหัวหมุนกันมากว่าค่อนคืนแม้แต่เฉินซิ่วเฟิงเองก็ยังคิดว่าต้อง ‘กลับไปมือเปล่า’ แน่นอน ต่อให้จับคนได้แต่ไม่มีหลักฐานก็เท่ากับจับไม่ได้!
ทว่าตอนนี้โหมวซือฉิงกลับค้นพบเฮโรอีนหลายสิบกิโลกรัมสำหรับทีมปราบปรามยาเสพติดของพวกเขาแล้วนี่มันคือการเสียหน้าชัดๆแม้ภารกิจเสร็จสมบูรณ์และสามารถส่งมอบงานกับผู้กำกับหูได้ แต่กลับต้องมา 'เสียหน้า' ต่อหน้าคนของทีมสืบสวนอาชญากรรม!
หากมีเพียงหลักฐานหลายสิบกิโลกรัมก็ยังดีอย่างน้อยก็ไม่สะดุดตาใครเป็นพิเศษแต่หากยึดของได้มากกว่านี้ต้องส่งผลกระทบกับคดีมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น เฉินซิ่วเฟิงยังไม่อยากเจออะไรมากกว่านี้!
โหมวซือฉิงเป็นลูกน้องมือฉมังของอู๋หงเซิ่งคู่แข่งของเขาหน่วยปราบปรามยาเสพติดคอยสกัดขาหน่วยสืบสวนอาชญากรรมมาตลอดหน่วยปราบปรามยาเสพติดภายใต้การนำของเฉินซิ่วเฟิงนั้นเรียกได้ว่ากดหัวหน่วยสืบสวนอาชญากรรมจนเชิดหน้าชูตาไม่ขึ้นอยู่หลายปีไม่นานมานี้ เขายังได้ข่าวแน่ชัดจากเบื้องบนแล้วว่าเขากำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้กำกับ!
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้หากวันนี้ทำผลงานชิ้นใหญ่ได้ก็ยิ่งดีกับตัวเขาแต่เพราะหลักฐานที่เจอไม่ได้มาจากคำสั่งของเขาแต่เป็นโหมวซือฉิงจากหน่วยสืบสวนอาชญากรรมหาเจอ ‘ด้วยตัวเอง’อีกทั้งการที่เธอมาที่นี่ก็ ‘ได้รับอนุญาต’ จากผู้กำกับหูด้วยคิดจะเจรจากับเธอคงเป็นไปไม่ได้!
เฉินซิ่วเฟิงครุ่นคิดด้วยสีหน้าถมึงทึงพลางมองตามลูกน้องหลายคนที่แยกย้ายกันตามเรือเร็วของจางจินเสวียไปโหมวซือฉิงกับเพื่อนของเธอกำลังหยิบเบ็ดจุ่มลงน้ำอีกครั้ง
ตอนนี้อยู่ภายใต้ ‘การจับตามอง’ จากทุกคนสวี่ตงจึงไม่ลงมือด้วยตัวเอง หลังจากมาถึง ‘ตำแหน่ง’แล้วก็แอบส่งสัญญาณให้โหมวซือฉิงลงมือ
ถึงแม้โหมวซือฉิงไม่รู้ว่าใต้น้ำมีอะไรแต่พอสวี่ตงส่งสัญญาณให้ เธอก็หยิบเบ็ดหย่อนลงน้ำมั่วๆแกว่งไปมาไม่กี่ทีก็เกี่ยวทุ่นใต้น้ำได้ ลากมันขึ้นมาแล้วก็เห็นว่าเป็นห่อพัสดุแบบเดียวกับที่สวี่ตงเจอก่อนหน้านี้
โหมวซือฉิงหอบสองสามทีก่อนจะโบกมือเรียกเพื่อนจากหน่วยสืบสวนอาชญากรรมที่เข้าร่วมภารกิจในคืนนี้มาช่วยอย่างอารมณ์ดีเพื่อนเหล่านั้นย่อมเข้าใจสถานการณ์จึงหัวเราะคิกคักพลางขับเรือเร็วเข้ามาใกล้จากนั้นก็ออกแรงดึงเชือก
เวลานี้โหมวซือฉิงแค่ยืนมองไม่ลงมือเองแล้วไม่นานเพื่อนในหน่วยสองสามคนก็ช่วยกันดึงของขึ้นจากน้ำสำเร็จลักษณะเหมือนห่อพัสดุที่พบก่อนหน้านี้ จากนั้นก็เปิดห่อบนเรือด้วยตัวเองข้างในย่อมเป็นของสิ่งเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้ามาตรวจสอบทันทีก่อนจะพยักหน้าบอกเป็นนัยว่าเหมือนกับก่อนหน้านี้ไม่มีผิด!
สวี่ตงเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาจึงรีบกระซิบบอกโหมวซือฉิง“ยังมีอีกเจ็ดที่!”
โหมวซือฉิงได้ยินว่ายังมีอีก ‘เจ็ดที่’ก็ยิ้มหน้าบาน หากไม่มีเพื่อนร่วมหน่วยเยอะขนาดนี้ เธอคง ‘จุ๊บ’ แก้มสวี่ตงสักที!
เจ้าหนุ่มนี่ช่วยหน่วยสืบสวนอาชญากรรมของพวกเธอไว้จริงๆหากมีทั้งหมดเก้าแห่งและของแต่ละแห่งน้ำหนักพอๆกันก็เท่ากับรวมกันทั้งหมดเกือบห้าร้อยกิโลกรัมปริมาณขนาดนี้กับภารกิจปราบปรามยาเสพติดระดับชาติเรียกได้ว่า ‘สะเทือนฟ้าดิน’!
เฉินซิ่วเฟิงปิดเรื่องนี้ไม่ไหวแน่ตอนนี้ในที่เกิดเหตุมีตำรวจจากหน่วยอื่นหลายคน ถึงเขาอยากปิดก็ปิดไม่มิดและหากมียาเสพติดจำนวน ‘มหาศาล’ อย่างที่สวี่ตงพูดจริงๆภารกิจในคืนนี้จะต้องสะเทือนไปทั้งประเทศอย่างแน่นอน ‘ผลงาน’ขนาดนี้เธอยังไม่รู้ว่าจะ ‘แบ่ง’ กันอย่างไรเลย!
สวี่ตงใช้โอกาสนี้แอบชี้บอกตำแหน่งอีกเจ็ดแห่งให้โหมวซือฉิงแต่ละตำแหน่งไม่ได้ห่างกันมาก ล้วนอยู่ในรัศมีสิบกว่าเมตร
โหมวซือฉิงจดไว้ในใจก่อนจะหันไปยิ้มให้เฉินซิ่วเฟิงที่กำลังครุ่นคิดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “หัวหน้าเฉินฉันยังเจออีกหลายจุด คุณส่งคนไปช่วยฉันหน่อยนะคะ!”
“ยังมีอีก?” เฉินซิ่วเฟิงทั้งตกใจทั้งประหลาดใจอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นกับโหมวซือฉิงนี่มันเหมือนท่าทีของคนที่เจอเบาะแสโดยบังเอิญเหรอ เห็นๆกันอยู่ว่าเหมือนได้เบาะแสจาก ‘แหล่งข่าวลับ’ แล้วถึงมา ‘ตบหน้า’เขาถึงที่มากกว่า!
แม้ในใจจะทั้งโมโหทั้งร้อนรุ่มแต่เฉินซิ่วเฟิงก็ยังสั่งให้ลูกน้องไปช่วยโหมวซือฉิงอย่างจนปัญญา
ผลสุดท้ายโหมวซือฉิงก็ ‘ตก’ขึ้นมาได้อีกเจ็ดห่อใหญ่ รวมทั้งหมดเก้าห่อหนักรวมกันสี่ร้อยกว่ากิโลกรัมซึ่งเป็นปริมาณที่ทำเอาเฉินซิ่วเฟิง ‘ตะลึงตาค้าง’ไปแล้ว!
ถึงเขาจะปราบปรามยาเสพติดมาหลายปี แต่นับรวมเฮโรอีนที่เขายึดได้ทั้งหมดกว่าสิบปียังไม่มากเท่าที่เจอครั้งนี้เลย!
ทว่ากลับต้องหัวกรุ่นที่คนเจอไม่ใช่เขาไม่ใช่แม้กระทั่งลูกน้องของเขาสักคน!
บนผิวน้ำอันมืดมิดห่างจากเรือประมงหลายร้อยเมตรอย่างไรเฉินซิ่วเฟิงก็คิดไม่ถึงว่านักค้ายาพวกนี้จะแอบซ่อนยาด้วยการลอยเอาไว้กลางแม่น้ำก่อนจะกลับเข้าฝั่ง
วิธีป้องกันแบบนี้ ‘ได้ผลมาก’ จริงๆทำเอาพวกเขาคว้าน้ำเหลวในภารกิจคืนนี้กันเป็นแถวหากไม่ใช่เพราะโหมวซือฉิงรีบมาหาจนเจอก่อนเขามั่นใจว่าคืนนี้พวกเขาก็คงหาห่อยาเสพติดทั้งเก้าห่อไม่เจอ!
ความรู้สึกแบบนี้น่าอึดอัดมากเฉินซิ่วเฟิงตั้งตารอ ‘กำไร’ จากผลงานชิ้นใหญ่ครั้งนี้มากทว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า ‘คนนอก’ อย่างโหมวซือฉิงจะได้เฉิดฉายขึ้นมาแทนเธอเพียงคนเดียวรับเครดิตในภารกิจครั้งนี้ไปหมด แบบนี้จะให้เขามีความสุขได้อย่างไร
อีกอย่าง ‘กำไร’ ครั้งนี้ยังทำให้ทุกคนตกตะลึงผลงานตลอดสิบกว่าปีของเขายังเทียบไม่ได้กับ ‘ความสำเร็จ’ ในครั้งนี้เลย!
ไม่ต้องพูดถึงโหมวซือฉิงที่กำลังปลาบปลื้มใจในที่เกิดเหตุยังมีหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมอยู่ด้วยอีกคน โดยปกติแล้วในการปฏิบัติหน้าที่เขาจะให้เกียรติเฉินซิ่วเฟิงมากอย่างเช่น ‘ความร่วมมือ’ ในภารกิจแบบนี้ แต่ความจริงแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีเพราะอำนาจสั่งการทั้งหมดขึ้นอยู่กับหน่วยปราบปรามยาเสพติดซึ่งเฉินซิ่วเฟิงเป็นผู้นำต่อให้ได้ผลงานใหญ่แค่ไหนก็ต้องกลายเป็นของเฉินซิ่วเฟิงทั้งหมด แน่นอนว่าเฉินซิ่วเฟิงเองก็มีความสามารถจริงๆจึงพูดอะไรไม่ได้
กระนั้น ภารกิจในคืนนี้คงจะล้มเหลวอย่างไม่ต้องสงสัยแต่คาดไม่ถึงว่าโหมวซือฉิงจะมาทำการค้นพบครั้งใหญ่เข้า แล้วเขาจะไม่ดีใจได้อย่างไร
เวลานี้ไม่ว่าเฉินซิ่วเฟิงจะมีสีหน้าดูไม่ได้แค่ไหนเขาก็จะหยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายรายงานสถานการณ์กับหูชิงซาน! นี่ถือว่าเป็นการ‘ล่วงเกินอำนาจ’ แต่เฉินซิ่วเฟิงย่อมทำอะไรไม่ได้ เขาไม่ได้ยึดอำนาจสั่งการ ก็แค่รายงานผลกับหูชิงซานเท่านั้นซึ่งไม่ถือว่าเป็น‘ปัญหา’!
หูชิงซานต้องจับตามองภารกิจในคืนนี้อย่างแน่นอนตอนที่โหมวซือฉิงติดต่อหาเขา เขากระวนกระวายใจมากภารกิจครั้งใหญ่ยังจับอะไรเป็นรูปเป็นร่างไม่ได้จึงยากจะอธิบายต่อผู้นำของเมืองและยากยิ่งกว่าที่จะอธิบายให้เบื้องบนของระบบสันติบาลฟัง ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ภารกิจคงล้มเหลวแน่แล้วจึงทำได้เพียงเร่งไขคดี
ทว่าหูชิงซานกลับคิดไม่ถึงว่าโหมวซือฉิงที่ดูเหมือนร้องจะไปที่เกิดเหตุอย่าง‘ซุกซน’ กลับหาหลักฐานเจอเข้าจริงๆ อีกทั้งยังมีปริมาณมหาศาลเช่นนี้ ทำเอาเขา‘เวียนหัว’ ไปหมด!
ยัยหนูโหมวซือฉิงที่เขารับหน้าที่ ‘ดูแล’แทนตระกูลโหมวมาตลอด เด็กผู้หญิงที่เขามองว่าเป็น ‘แจกันดอกไม้’ มาตลอดเหตุใดถึงได้เครดิตมหาศาลเช่นนี้แทนเขาไปได้เล่า
โหมวกวนจิ่งผู้เป็นพ่อของโหมวซือฉิงแอบขอให้เขาช่วยมานานแล้วเพื่อไม่ให้โหมวซือฉิงตกอยู่ในอันตรายมากเกินไปและค่อยๆทำให้เธอหายไปจากระบบสันติบาล อย่างไรเสีย ตระกูลโหมวก็ต้องมี ‘ผู้สืบทอด’เขามีลูกสาวเพียงสองคน โหมวซือฉิงคงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดซืออี๋น้องคนเล็กยังเด็ก ต่อให้มีความสามารถก็ไม่สามารถดูแลโหมวกรุ๊ปซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่มากได้ด้วยอายุเท่านี้หากตระกูลโหมวต้องการสืบทอดมรดก โหมวซือฉิงยังต้องผ่านการฝึกอบรมอีกหลายด้าน
แต่ประเด็นสำคัญคือโหมวซือฉิงในตอนนี้ไม่มีใจฝักใฝ่ทางนั้นเลยโหมวกวนจิ่งก็จนปัญญา!
หูชิงซานผู้ได้รับความไว้วางใจย่อม ‘ดูแล’โหมวซือฉิงอย่างดี ทว่าระยะนี้โหมวซือฉิงสร้างผลงานอีกแล้วครั้งก่อนเธอหาวัตถุโบราณที่บ้านในชนบทของหวงฟาเจอ ปิดคดีได้แถมยังได้หน้าตอนนั้นยังคิดว่าเธอโชคดี!
ทว่าดูจากสถานการณ์ตอนนี้หูชิงซานยังรู้สึกว่าคิด ‘ผิด’ ไป โชคของคนคนหนึ่งต่อให้ดีขนาดไหน แต่จะ‘โชคดีครั้งใหญ่’ ซ้ำเป็นครั้งที่สองได้หรือ
ภารกิจในค่ำคืนนี้การค้นพบของโหมวซือฉิงเรียกได้ว่าโชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเป็นร้อยเท่า!
หูชิงซานถามรองหัวหน้าหน่วยคนนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง“หลักฐานที่เจอในที่เกิดเหตุผ่านการตรวจสอบหรือยัง”
“ยืนยันแล้วครับ ทั้งหมดเกินสี่ร้อยกิโล!”
“ดีๆๆ !” หูชิงซานพูดว่า ‘ดี’ ติดกันถึงสามครั้งก่อนจะพูดเสียงดังอย่างเบิกบาน “พวกนายรวมทีมกันกลับมาเถอะฉันจะรีบรายงานผู้นำเมืองให้มอบรางวัลให้พวกนาย!”
รองหัวหน้าหน่วยคนนั้นชำเลืองมองเฉินซิ่วเฟิงก่อนจะจงใจเอ่ยเสียงดัง“ผู้กำกับหูครับ ผลงานคืนนี้ไม่ใช่ของพวกเรา ทั้งหมดเป็นผลงานของซือฉิงคนเดียวพวกเราแค่คอยช่วยนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นครับ คืนนี้ถ้าไม่ได้โหมวซือฉิงมาคง คิกๆ …”
เฉินซิ่วเฟิงได้ยินเข้าแม้รู้ว่าเป็นความจริงแต่ก็ยังอดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาไม่มีความรู้สึกยินดีและยังรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการกระทำของโหมวซือฉิงในคืนนี้เป็นการ‘ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า’ มิเช่นนั้น เธอจะค้นหาได้ ‘แม่นยำ’ ขนาดนั้นได้อย่างไร
ไม่แน่ว่าอาจมีอู๋หงเซิ่งคอยสั่งการอยู่เบื้องหลังจุดประสงค์ย่อมเป็นการทำให้เขา ‘เสีย’ หน้าครั้งใหญ่อยู่แล้ว!
ชั่วพริบตาเดียวความทระนงตนอันสูงส่งของเฉินซิ่วเฟิงพลันถูกโจมตีหากเบื้องหลังการกระทำของโหมวซือฉิงในคืนนี้มีอู๋หงเซิ่งคอยบงการอยู่จริง เรื่อง‘เลื่อนตำแหน่ง’ ที่กำลังจะมาถึงคงสั่นคลอนเสียแล้ว!
เฉินซิ่วเฟิงไม่ใช่ตัวเลือกเดียวสำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการสาขาย่อยแต่ในปัจจุบันเขามีความมั่นใจมากที่สุด มากความสามารถที่สุดหากอู๋หงเซิ่งได้ผลงานคืนนี้ไปคะแนนย่อมเทไปทางนั้นไม่น้อยเรียกได้ว่าการตรากตรำทำงานหนักตลอดสิบกว่าปีของเขายังเทียบไม่ได้กับปฏิบัติการในคืนนี้!
โหมวซือฉิงเห็นว่า ‘ภารกิจ’เสร็จสมบูรณ์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง หันมาสั่งจางจินเสวียอย่างอารมณ์ดี “พี่จางรบกวนไปส่งพวกเราที่ฝั่งด้วย คืนนี้ต้องขอบคุณคุณจริงๆ วันหน้าฉันจะเลี้ยงข้าวนะ!”
“เกรงใจไปแล้วๆ !”จางจินเสวียพูดพลางบังคับเรือหันกลับไปส่งโหมวซือฉิงและสวี่ตงที่ฝั่งตอนนี้เขาไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากเฉินซิ่วเฟิงแล้ว!