ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 56 ปะทะกองกำลังอาสา

    ตอนที่56 ปะทะกองกำลังอาสา


    “สวัสดีทุกคน พวกคุณคงได้ชื่นชมความงดงามของอัญมณีร้านหรงเหยาไปแล้วและคงอยากที่จะรู้ว่าใครคือผู้บริหารที่แท้จริงของร้าน!”เสียงของฟู่หยางพูดใส่ไมโครโฟนเรียกความสนใจแขกที่มาร่วมงาน


    “ใช่ ใครกันที่กล้าหาญในการแสดงโชว์อันน่ามหัศจรรย์เช่นนี้!”


    “ใช่ใครที่กล้ามอบของขวัญล้ำค่าให้กับแขกที่มาร่วมงาน!”


    “ใช่ ได้โปรดเปิดเผยให้เรารู้ด้วย!” เสียงหวานใสของนักข่าวสาวจากสำนักข่าวท้องถิ่นแห่งหนึ่ง


    “เอ๊ะไม่ใช่คุณเหรอ ผู้จัดการฟู่!”มีบางคนรู้จักฟู่หยางได้ทักท้วงขึ้นด้วยความแปลกใจ


    “โอ้ นั่นมันเมื่อก่อนที่ฉันเปิดร้านฟู่ซิงแต่ตอนนี้ฉันเป็นแค่ผู้จัดการที่ทำหน้าที่แทนเท่านั้น”


    ฟู่หยางปฏิเสธคำพูดเหล่านั้นเมื่อเขาเหลือบมองเห็นสัญญาณจากหลิวเย่


    เขารีบพูดใส่ไมโครโฟนเสียงดังทันที


    “เอาล่ะเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา!ต่อไปนี้เราจะทำพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่อลังการและไฮเทคที่สุด ขอเรียนเชิญพบกับท่าน

    ประธานบริษัทอัญมณีหรงเหยาประธานหลิวเย่!”


    พลันทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างพากันตกตะลึงที่พบว่าจู่ๆไฟในห้องโถงใหญ่มืดแสงลงจนสลัว


    มีแสงกระพริบล่องลอยเหนือหัวพวกเขาคล้ายทะเลหิ่งห้อย!


    ผนวกกับแสงสว่างจากอัญมณีที่จัดแสดงตรงกลางห้อง!


    สร้างบรรยากาศคล้ายอยู่บนสรวงสวรรค์!


    “โอ้ สวยงามสวยงามจริง!”


    “มหัศจรรย์! เยี่ยมยอด! เยี่ยมมาก!”


    “นี่ฉันอยู่บนโลกไหมนี่?”


    “ดูสินี่คือหิ่งห้อยใช่ไหมหรือไม่ใช่?!”


    “โอ้ ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะมีเครื่องมือไฮเทคเช่นนี้!”


    “ช่างสวยงามมันงดงามมาก!”


    และฉับพลันนั้นมีเสียงบรรเลงของขลุ่ยที่อ่อนโยนและสวยงาม


    จิตใจของฝูงชนเคลิบเคลิ้มกับความอบอุ่นอ่อนโยนจากบทเพลง


    หลิวเย่หยิบหนึ่งในบทเพลงที่ซื้อมาจากแกรี่7และเห็นว่าเข้ากับบรรยากาศในธีมเปิดงานนี้


    เขาจึงนำมาเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานให้ดื่มด่ำไปด้วยกัน


    นักข่าวจำนวนมากไม่พลาดเก็บเหตุการณ์อันน่าตื่นตะลึงเช่นนี้!


    พวกเขาประทับใจตั้งแต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของที่จอดรถ!


    ความสะอาดสวยงามของห้องโถง!


    การจัดซุ้มมังกรและหงส์ร่ายรำ!


    อาหารว่างและเครื่องดื่มเลิศรสที่ไม่เคยทานที่ไหนอร่อยเช่นนี้มาก่อน?!


    การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดแต่ไม่ได้สร้างความอึดอัดให้กับพวกเขา!


    มันเป็นพิธีเปิดงานที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจมากที่สุด!


    พวกเขามีหัวข้อข่าวเด็ดสำหรับสำนักพิมพ์และสำนักข่าวของตน!


    ต่างคนต่างมีความมุ่งหมายแต่เป้าหมายเดียวกัน!


    หลิวเย่กวาดสายตามองทั่วห้องและให้เวลาพวกเขาได้ดื่มด่ำกับอรรถรสที่เขาเสิร์ฟให้พวกเขาได้ลิ้มลอง


    เมื่อโน้ตสุดท้ายจางหายไป หิ่งห้อยที่พวกเขามองเห็นก็สลายไปเช่นกัน


    ห้องโถงสว่างขึ้นและมีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากบนเวที


    “สวัสดีทุกคน พวกคุณคงสบายใจและมีความสุขกันมากขึ้น!” หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยและกวาดสายตามองทุกคน


    “อ๊า นั่นหล่อจริงๆ หล่อมาก!” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา


    “ใช่ หล่อ! เท่ห์!” มีการตอบรับจากอีกหลายเสียง


    หลิวเย่ไม่ปล่อยให้วุ่นวายไปมากกว่านี้ เขาจึงเริ่มเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการทันที“ฉันชื่อหลิวเย่และเป็นประธานของ

    บริษัทอัญมณีหรงเหยาขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามาร่วมงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกคุณจะให้ความสนใจอุดหนุนสินค้าและความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต”


    “ฉันขอเปิดงานอย่างเป็นทางการณ บัดนี้!”


    “ดังนั้นเพื่อไม่ให้พวกคุณรอคอยนานเกินไปฉันจะประกาศรายชื่อผู้ที่โชคดีได้รับของขวัญจากเราและฉันขออภัยที่คนอื่นๆจะได้ของที่ระลึกชิ้นเล็กน้อยแต่ได้โปรดเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของเราทุกชิ้น”


    สิ้นเสียงของหลิวเย่พลันมีเสียงฮือฮาจากฝูงชนที่เข้าร่วมดังกระหึ่มห้องโถง!


    พวกเขาแปลกใจที่พบว่าประธานบริษัทเป็นแค่ชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่ง!


    ที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้นคือ ของที่ระลึกชิ้นเล็กน้อย นั่นคือ ไข่มุกประดับพลอยซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 หยวน นี่คือชิ้นเล็กน้อยในความหมายของเขาเหรอ!


    แล้วไหนจะของรางวัลพิเศษอีกหลายชิ้นที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวน!


    แม้แต่นักข่าวที่เข้าร่วมก็ได้รับของที่ระลึกเล็กน้อยเช่นกัน!


    เสียงชื่นชมยินดีมีกระจายทั่วไป!


    แต่เสียงอิจฉาริษยาก็มีประปราย


    เมื่อประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่จะได้รับของรางวัลพิเศษทั้งสิบชิ้นแล้ว


    ในเวลานี้หลิวเย่เหลือบมองเห็นคนรู้จักเก่าที่เหมือนมาร่วมงานและไม่เหมือนมาร่วมงาน


    นั่นคือ ซูเหอจง กัปตันของกองกำลังอาสา ซึ่งเขาเคยพบที่สนามทดสอบสมรรถภาพของสถานีตำรวจเทียนจิน


    ซูเหอจง เดินเข้ามาทักทายหลิวเย่“สวัสดี ประธานหลิวเย่!”


    “สวัสดีคุณมีอะไรเหรอ?” หลิวเย่แปลกใจที่พบเขาที่นี่


    “ต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งคุณล่วงหน้าสายข่าวของเราได้รับรายงานว่าจะมีการโจรกรรมอัญมณีของพวกคุณ”


    ซูเหอจงตอบคำถามของหลิวเย่พลางนึกแปลกใจที่เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้าหลิวเย่จากที่ไหนสักแห่ง


    “ฉันยินดีให้ความร่วมมือกับพวกคุณ” หลิวเย่พยักหน้ารับทราบอย่างเป็นธรรมชาติ


    “ถ้าอย่างนั้นฉันจะกระจายกำลังตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบ คุณคงไม่ว่าอะไร?” ซูเหอจงหรี่ตามองหลิวเย่อย่าง

    พิจารณาและตรวจสอบ


    เขาสงสัยว่าทำไมประธานบริษัทถึงได้อายุน้อย!


    และก่อนพวกเขาเดินทางมาที่นี่ได้ตรวจสอบประวัติของหลิวเย่แล้ว!


    พบว่าหลิวเย่ไม่ได้มาจากตระกูลดังหรือตระกูลใหญ่จากที่ไหนเลย?!


    สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสงสัยความร่ำรวยที่ผิดปกติของหลิวเย่!


    แต่เขาไม่ต้องการให้หลิวเย่ไหวตัวทันจึงไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ!


    “ตามสบาย” หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่กังวลใจ


    เขาไม่ห่วงเพราะว่าฝีมือและทักษะการต่อสู้ระหว่างเขากับพวกของโจวเริ่นแตกต่างกันมาก


    ในเวลานี้โจวเริ่นคล้ายรับรู้ว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติในห้องโถง


    เขาเดินตรงเข้ามาหาหลิวเย่ “บอสหลิว พวกตำรวจและกองกำลังอาสามากันหลายคน!”


    “อืม ปล่อยให้พวกเขาทำตามสบาย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะจับโจรได้ก่อนกัน”หลิวเย่หัวเราะเบาๆอย่างผ่อนคลาย


    “ใช่ นั่นต้องดูที่ฝีมือกันดีกว่า!” โจวเริ่นพยักหน้าเห็นด้วย


    “ฉันจะปล่อยให้พวกคุณจัดการกับโจรได้อย่างอิสระ” หลิวเย่ยื่นอาวุธให้กับพวกของโจวเริ่นอย่างเต็มที่


    “รับทราบ!” โจวเริ่นรับคำสั่งด้วยท่าทีกระตือรือร้น


    จากนั้นเขาส่งสัญญาณให้ทีมทั้งหมดเตรียมรับมือกับโจร


    เมื่อแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายเริ่มทยอยกลับ


    คงเหลือเพียงลูกค้าบางส่วนที่กำลังเดินชมสินค้าภายในร้านที่วันนี้จำหน่ายราคาพิเศษ


    สำหรับนักข่าวฟู่หยางช่วยกันออกไปจากหลิวเย่


    และให้พวกเขาสัมภาษณ์กับเขาแทนเจ้านาย


    ส่วนหลิวเย่ตอนนี้ไปพักผ่อนจิบชาอยู่กับอาจารย์กู่ผิงโจวที่แวะมาร่วมแสดงความยินดีในห้องทำงานชั้นที่5


    ในเวลานี้มีคนห้าคนเดินเข้ามาในห้องโถงและกระจายตัวเดินชมสินค้าแต่ละมุม


    แต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาดีและแต่งตัวดีได้แอบหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนเข้าไปในซุ้มมังกรและหงส์ร่ายรำ


    หลิวเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างสนใจเขาเปิดใช้สัมผัสสวรรค์ตลอดตั้งแต่เริ่มงาน


    ทำให้เขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้อาณาเขตของสัมผัสสวรรค์


    “เฮ้อ เสี่ยวเย่อาจารย์ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีความสามารถเช่นนี้ น่าทึ่งจริงๆ!” เสียงชื่นชมมาจากอาจารย์กู่


    “ขอบคุณอาจารย์กู่คุณเคยคิดจะทำงานอย่างอื่นบ้างไหม?” หลิวเย่ถามด้วยความสงสัย


    เป็นเพราะว่าเขาพบว่าอาจารย์กู่ทำงานที่ห้องสมุดแต่ก็ไปช่วยรักษาคนป่วยยากจนโดยไม่เรียกเก็บเงิน และไปช่วยรักษาคนป่วยบางคนเป็นการเฉพาะที่โรงพยาบาลประชาชนโดยไม่เกี่ยวกับเงิน


    ในตอนนี้เขามีฮัทและแรงส์จึงต้องการเปิดโรงเรียนเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะขั้นสูงเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ


    ส่วนหนึ่งของความต้องการเกิดจากข้อความที่เขาพบในบันทึกโบราณจากดาวขยะ!


    เมื่อเขาศึกษาในภายหลังพบว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงิน นั่นคือ ดาวเคราะห์โลกนั่นเอง!


    และข้อความเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายไม่สบายใจ!


    สัญชาตญาณบอกเขาว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีภยันตรายเกิดขึ้น


    “อืม เคยคิดบางครั้งแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี?”กู่ผิงโจวพูดตอบเบาๆ


    “คุณชอบการสอน?” หลิวเย่ถามตรงประเด็น


    “ชอบสิ แต่ถ้าจะสอนแพทย์แผนจีนเหมือนเดิมฉันไม่คิดจะรับศิษย์อีกแล้ว!”


    “ถ้าฉันจะเปิดโรงเรียนและให้คุณช่วยบริหารล่ะ?” หลิวเย่ถามประเด็นสำคัญ


    “หืม เสี่ยวเย่เธอจะเปิดโรงเรียนอะไร?” กู่ผิงโจวหูผึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวเย่


    ทันใดนั้นมีเสียงการต่อสู้จากชั้นล่างซึ่งมีเพียงหลิวเย่เท่านั้นที่ได้ยินและมองเห็น แต่อาจารย์กู่ยังไม่ได้ยิน


    “ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บ”


    เป็นเสียงการต่อสู้ของชายหนุ่มและหญิงชายอีกสองคนในห้องโถงกับทีมของโจวเริ่น


    ด้านนอกอาคารมีชายอีกสองคนกำลังต่อสู้กับตำรวจ


    สักพักหนึ่งทีมของโจวเริ่นจับโจรได้สองคน


    ชายคนหนึ่งซึ่งมีขอบเขตสร้างฐานรากระดับต้นหนีไปแต่โจวเริ่นและทีมอีกสองคนไล่ล่าอย่างไม่ลดละ


    ทางด้านนอกชายสองคนมีหนึ่งคนถูกจับได้ อีกหนึ่งคนวิ่งหนีไปและตำรวจกำลังวิ่งตาม


    หลิวเย่ดูสถานการณ์แล้วพบว่าชายที่วิ่งหนีทั้งสองคนล้วนมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน


    “อาจารย์กู่เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันอีกครั้ง ฉันขอไปทำธุระก่อน” หลิวเย่พูดขอตัวอย่างรวดเร็ว


    จากนั้นเขาวิ่งขึ้นดาดฟ้าและเหินตัวลอยบินไปในทิศทางที่โจรทั้งสองคนวิ่งไปอย่างรวดเร็ว


    ฝั่งตำรวจไม่สามารถตามโจรได้ทันความแข็งแกร่งของพวกเขาห่างกันเกินไป


    ด้านโจวเริ่นกับพวกที่ไล่ล่ามาจนถึงแถบชานเมืองใกล้ชายฝั่งอ่าวโป๋ไห่


    ในตอนนี้มีเรือสินค้าลำหนึ่งจอดรออยู่กลางอ่าวและมีเรือเล็กที่พร้อมแล่นติดเครื่องรออยู่แล้ว


    แต่มันยังห่างไกลจากโจรทั้งสองคนราว2 กิโลเมตร


    ทันใดนั้นมีเฮลิคอปเตอร์ของกรมตำรวจสองลำบินตรงมายังอ่าวโป๋ไห่


    และมีรถตำรวจอีกสามคันเข้าล้อมรอบบริเวณนั้น


    ซูเหอตงและตำรวจอีก7 คนก้าวลงมาจากรถ


    ในเวลานี้เป็นการเผชิญหน้าของสามฝ่ายระหว่างโจร2 คน ทีมโจวเริ่น 3 คน และตำรวจ 8 คน


    โจวเริ่นส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดนิ่งก่อน


    เขามั่นใจว่าพวกตำรวจไม่สามารถต่อสู้กับโจรที่แข็งแกร่งสองคนได้!


    แต่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ลดทอนกำลังของพวกโจรไปบางส่วนก่อน!


    ถึงแม้ว่าตัวเขาเองกับโจรคนหนึ่งจะมีระดับความแข็งแกร่งเท่ากัน!


    แต่ถ้าหากลดทอนกำลังไปได้บางส่วนก็ช่วยลดเวลาของเขาเช่นกัน!


    ซูเหอตงที่เห็นว่าพวกโจวเริ่นหยุดยืนมองไม่ได้ขัดขวางพวกเขา


    ซูเหอตงหรี่ตามองพวกโจวเริ่นอย่างแปลกใจแต่ก็หันไปสั่งลูกน้องตนเองทันที


    “จับพวกมันจับเป็นไม่ได้ก็จับตาย!”


    จากนั้นเกิดการต่อสู้ระหว่างตำรวจ8 คนกับโจร 2 คน


    “ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บปั้ง”


    “ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บ”


    “ปั้ง ปั้ง”


    อนิจจา!!!


    ความแข็งแกร่งของตำรวจ7 คนไม่สามารถต่อสู้กับโจรได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว!


    แม้ว่าจะใช้อาวุธปืนยิงก็ตาม!


    ซูเหอตงกำหมัดแน่นเมื่อเห็นภาพลูกน้องล้มลงกับพื้น


    เขาพุ่งทะยานเข้าต่อสู้โรมรันกับโจรทันที


    “ไป๊จับพวกมันให้ได้!” โจวเริ่นเห็นว่าซูเหอตงกำลังจะเสียเปรียบเขาสั่งลูกน้องทันที


    โจวเริ่นพุ่งตัวเข้าชกโจรขอบเขตสร้างฐานรากทันที


    ส่วนลูกน้องอีกสองคนสามารถต่อสู้กับโจรระดับปรับแต่งร่างกายได้


    “ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บปั้ง”


    “ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บปั้ง”


    ห้านาทีต่อมา


    ซูเหอตงที่คุกเข่ากับพื้นโดยมีบาดแผลและเลือดตามร่างกาย


    เขามองตรงไปยังโจวเริ่นกับพวกอีกสองคนที่จับกุมโจรสองคน


    พวกของโจวเริ่นบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น!


    สภาพแตกต่างจากเขามากนัก!


    “พวกคุณเป็นใคร?” ซูเหอตงถามโจวเริ่นด้วยความสงสัยและเหมือนเคยพบเขาที่ไหนมาก่อน


    “ฉันเป็นกัปตันทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทซ่งเจียง”โจวเริ่นตอบกลับตามตรง


    “บริษัทรักษาความปลอดภัยที่เปิดใหม่นั่นเหรอ?” เขาคุ้นหูเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ตำรวจมีหน้าที่ตรวจสอบ


    “ใช่!” โจวเริ่นพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ


    “พวกคุณมารักษาความปลอดภัยบริษัทอัญมณีหรงเหยา?” ซูเหอตงถามย้ำอีกครั้ง


    “ใช่พวกมันเป็นบริษัทของเจ้านายเราเช่นกัน!”โจวเริ่นอธิบายความจริงให้เขาฟัง


    ในเวลานี้ซูเหอตงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่ตัวเขาและเพื่อนตำรวจมีความแข็งแกร่งด้อยกว่าอีกฝ่าย


    “ถ้าเช่นนั้นจับพวกมันไปก่อนแล้วค่อยสอบปากคำทีหลัง” ซูเหอตงเสนอความคิดเห็น


    “ตกลง!” โจวเริ่นเห็นด้วยตามธรรมชาติ


    ..........


    หลิวเย่ที่ได้ทราบข่าวจากโจวเริ่นเขาชื่นชมลูกน้องทันที “พวกคุณทำได้ดีมาก!”


    จากนั้นเขามอบหมายฟู่หยางให้จัดการกับคดีโจรกรรมอัญมณีแทน


    หลิวเย่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจที่ไม่พบสัญญาณจากตัวสอดแนม!


    และไม่พบข้อมูลของนักฆ่าระดับสูงอีกคนขององค์กรซีเคร็ต!


    ..........


    ตอนนี้มีความโกลาหลเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่เสนอข่าวการเปิดตัวของบริษัทอัญมณี


    “หรงเหยา”


    สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงไม่ใช่แค่ความวิจิตรงดงามของอัญมณีที่นำมาจัดแสดงในห้องโถงเท่านั้น


    แต่เป็นบรรยากาศในพิธีเปิดที่อลังการ!


    และที่สำคัญที่สุดคือบทเสียงแห่งความสุข เสียงขลุ่ยจากสวรรค์!


    ข้อความและวิดีโอของโพสต์สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง


    “พิธีเปิดยิ่งใหญ่อลังการของบริษัทอัญมณีหรงเหยาวิดีโอแนบ”


    “บทเพลงแห่งความสุขเสียงจากสวรรค์ วิดีโอแนบ”


    “อัญมณีที่วิจิตรงดงามที่สุดภาพประกอบ”


    “โอ้ มันช่างสวยงามเกินจินตนาการของฉัน!”


    “นี่มันคือบทเพลงจากสวรรค์อย่างแท้จริง!”


    “อึศักดิ์สิทธิ์มันเป็นผลงานของปรมาจารย์คนไหน?!”


    “ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีว่า ใครบรรเลงเพลงนี้?!”


    “ตามหาคนบรรเลง”


    “ตามหาคนบรรเลง +1”


    “ตามหาคนบรรเลง +12”


    “ตามหาคนบรรเลง +1,000,...”


    ..........


    เวลานี้หลิวเย่ไม่ได้สนใจเหตุการณ์บนโซเชียลเลย


    เขาบินตรงมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของรุ่นพี่คนสวยหลิวนี่นี่


    เธอออกจากโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้และมาพักฟื้นที่บ้าน


    แต่สภาพจิตใจของเธอนั้นย่ำแย่เป็นอย่างมาก


    อาผู้ชายของเธอถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย


    หลิวเย่ลอยอยู่กลางอากาศทางหน้าต่างห้องนอนของเธอ


    เธอนอนหลับบนเตียงโดยมีอาการขมวดคิ้วและร้องไห้เป็นระยะสลับกับส่งเสียงกรีดร้องเบาๆคล้ายฝันร้าย


    หลิวเย่สงสารเธอเขาจึงเข้าไปในห้องนอนและใช้ศิลปะจิตวิญญาณชูรา


    เขาชี้นิ้วเข้าที่กลางหน้าผากของเธอและลบความทรงจำของเธอในช่วงของการถูกจับกุมตัว


    จากนั้นค้นหาสร้อยจี้หยกและพบว่ามันอยู่ในกล่องไม้สวยงามบนโต๊ะแต่งหน้า


    เขาหยิบและนำมาสวมใส่คอของเธอพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ง่ายๆที่จะทำให้เธอไม่สามารถถอดมันออกได้เลย


    “ฉันคงช่วยคุณได้เท่านี้นะรุ่นพี่เราค่อยพบกันที่มหาวิทยาลัย”


    เมื่อกล่าวเสร็จเขาก็เหินตัวบินกลับอพาร์ตเมนท์


    ..........


    รุ่งเช้าก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปมหาวิทยาลัย


    ต้าเป่าโจวผู้จัดการทั่วไปที่หลิวเย่แต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในบริษัทยา “ซ่งหรานฟาร์มาซูติคอล” ได้โทรหาเขา


    “เจ้านายพวกเรารับสมัครพนักงานและได้ซื้อที่ดินแถบชานเมืองไว้แล้ว แต่เครื่องจักรมีปัญหาเล็กน้อยจากผู้ผลิตเขา

    ต้องการพูดคุยกับเจ้านายโดยตรง”


    “หืม เกิดอะไรขึ้น?” หลิวเย่ถามอย่างสงสัย


    “เอ่อพวกเขาว่าสเปคเครื่องจักรที่เจ้านายต้องการนั้นมันมีความจำเพาะและเขาต้องการพบกับเจ้านายโดยตรง”


    เสียงไม่แน่ใจดังขึ้นจากปลายสาย


    “เขาต้องการพบฉันเหรอ?” เขาแปลกใจที่บริษัทจำหน่ายเครื่องจักรกลนั้นมีเงื่อนไขแปลกๆ


    “ใช่!” ต้าเป่าโจวยืนยัน


    “อืม เอาไว้ก่อนถ้าฉันสะดวกตอนไหนแล้วจะบอกคุณอีกที ส่วนเรื่องก่อสร้างโรงงานผลิตให้ดำเนินการได้เลย”


    หลิวเย่ปล่อยวางเรื่องเครื่องจักรก่อนและมอบหมายให้เขาทำสิ่งอื่นที่จำเป็นไว้รอ


    “รับทราบ!” ต้าเป่าโจวรับคำอย่างนอบน้อม


    สำหรับโรงงานผงปรุงรสสวรรค์“เย่หราน” หลิวเย่ไม่ได้กังวลใจแต่อย่างใด


    เนื่องจากเขาได้ตรวจสอบความก้าวหน้าเป็นระยะจากอีเมล์ที่เกาหยานส่งมา


    และข้อมูลบางส่วนจากตัวสอดแนมที่ทิ้งไว้กับพวกเขา


    “อืม คงต้องเอาพวกแรงส์ไปช่วยทำเหมืองหินพลังงานที่โลกโบราณ”


    หลิวเย่วางแผนที่จะนำแรงส์ไปทำเหมืองหินพลังงานเหมืองหินหยก เหมืองเพชรพลอยและแร่สำคัญอื่นๆ


    เพื่อนำกลับมาใช้ยังโลกแห่งนี้


    เมื่อหลิวเย่เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย


    พลันมีเสียงโทรศัพท์จากอาจารย์กู่ที่ต้องการพูดคุยกับเขาต่อจากที่ค้างไว้เมื่อวานนี้


    “ดูท่าอาจารย์กู่คงอยากหาอะไรทำที่ท้าทายความสามารถมากกว่านี้”


    เขาคิดพลางส่ายหัวเบาๆอย่างเข้าใจอาจารย์


    เมื่อพวกเขาทำอะไรเดิมๆซ้ำๆเป็นระยะเวลานาน


    ความเบื่อหน่ายย่อมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและทุกคน


    คล้ายกับเรื่องฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน) ที่คุณอ่าน