ตอนที่56 ปะทะกองกำลังอาสา
“สวัสดีทุกคน พวกคุณคงได้ชื่นชมความงดงามของอัญมณีร้านหรงเหยาไปแล้วและคงอยากที่จะรู้ว่าใครคือผู้บริหารที่แท้จริงของร้าน!”เสียงของฟู่หยางพูดใส่ไมโครโฟนเรียกความสนใจแขกที่มาร่วมงาน
“ใช่ ใครกันที่กล้าหาญในการแสดงโชว์อันน่ามหัศจรรย์เช่นนี้!”
“ใช่ใครที่กล้ามอบของขวัญล้ำค่าให้กับแขกที่มาร่วมงาน!”
“ใช่ ได้โปรดเปิดเผยให้เรารู้ด้วย!” เสียงหวานใสของนักข่าวสาวจากสำนักข่าวท้องถิ่นแห่งหนึ่ง
“เอ๊ะไม่ใช่คุณเหรอ ผู้จัดการฟู่!”มีบางคนรู้จักฟู่หยางได้ทักท้วงขึ้นด้วยความแปลกใจ
“โอ้ นั่นมันเมื่อก่อนที่ฉันเปิดร้านฟู่ซิงแต่ตอนนี้ฉันเป็นแค่ผู้จัดการที่ทำหน้าที่แทนเท่านั้น”
ฟู่หยางปฏิเสธคำพูดเหล่านั้นเมื่อเขาเหลือบมองเห็นสัญญาณจากหลิวเย่
เขารีบพูดใส่ไมโครโฟนเสียงดังทันที
“เอาล่ะเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา!ต่อไปนี้เราจะทำพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่อลังการและไฮเทคที่สุด ขอเรียนเชิญพบกับท่าน
ประธานบริษัทอัญมณีหรงเหยาประธานหลิวเย่!”
พลันทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างพากันตกตะลึงที่พบว่าจู่ๆไฟในห้องโถงใหญ่มืดแสงลงจนสลัว
มีแสงกระพริบล่องลอยเหนือหัวพวกเขาคล้ายทะเลหิ่งห้อย!
ผนวกกับแสงสว่างจากอัญมณีที่จัดแสดงตรงกลางห้อง!
สร้างบรรยากาศคล้ายอยู่บนสรวงสวรรค์!
“โอ้ สวยงามสวยงามจริง!”
“มหัศจรรย์! เยี่ยมยอด! เยี่ยมมาก!”
“นี่ฉันอยู่บนโลกไหมนี่?”
“ดูสินี่คือหิ่งห้อยใช่ไหมหรือไม่ใช่?!”
“โอ้ ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะมีเครื่องมือไฮเทคเช่นนี้!”
“ช่างสวยงามมันงดงามมาก!”
และฉับพลันนั้นมีเสียงบรรเลงของขลุ่ยที่อ่อนโยนและสวยงาม
จิตใจของฝูงชนเคลิบเคลิ้มกับความอบอุ่นอ่อนโยนจากบทเพลง
หลิวเย่หยิบหนึ่งในบทเพลงที่ซื้อมาจากแกรี่7และเห็นว่าเข้ากับบรรยากาศในธีมเปิดงานนี้
เขาจึงนำมาเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานให้ดื่มด่ำไปด้วยกัน
นักข่าวจำนวนมากไม่พลาดเก็บเหตุการณ์อันน่าตื่นตะลึงเช่นนี้!
พวกเขาประทับใจตั้งแต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของที่จอดรถ!
ความสะอาดสวยงามของห้องโถง!
การจัดซุ้มมังกรและหงส์ร่ายรำ!
อาหารว่างและเครื่องดื่มเลิศรสที่ไม่เคยทานที่ไหนอร่อยเช่นนี้มาก่อน?!
การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดแต่ไม่ได้สร้างความอึดอัดให้กับพวกเขา!
มันเป็นพิธีเปิดงานที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจมากที่สุด!
พวกเขามีหัวข้อข่าวเด็ดสำหรับสำนักพิมพ์และสำนักข่าวของตน!
ต่างคนต่างมีความมุ่งหมายแต่เป้าหมายเดียวกัน!
หลิวเย่กวาดสายตามองทั่วห้องและให้เวลาพวกเขาได้ดื่มด่ำกับอรรถรสที่เขาเสิร์ฟให้พวกเขาได้ลิ้มลอง
เมื่อโน้ตสุดท้ายจางหายไป หิ่งห้อยที่พวกเขามองเห็นก็สลายไปเช่นกัน
ห้องโถงสว่างขึ้นและมีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากบนเวที
“สวัสดีทุกคน พวกคุณคงสบายใจและมีความสุขกันมากขึ้น!” หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยและกวาดสายตามองทุกคน
“อ๊า นั่นหล่อจริงๆ หล่อมาก!” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
“ใช่ หล่อ! เท่ห์!” มีการตอบรับจากอีกหลายเสียง
หลิวเย่ไม่ปล่อยให้วุ่นวายไปมากกว่านี้ เขาจึงเริ่มเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการทันที“ฉันชื่อหลิวเย่และเป็นประธานของ
บริษัทอัญมณีหรงเหยาขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามาร่วมงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกคุณจะให้ความสนใจอุดหนุนสินค้าและความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต”
“ฉันขอเปิดงานอย่างเป็นทางการณ บัดนี้!”
“ดังนั้นเพื่อไม่ให้พวกคุณรอคอยนานเกินไปฉันจะประกาศรายชื่อผู้ที่โชคดีได้รับของขวัญจากเราและฉันขออภัยที่คนอื่นๆจะได้ของที่ระลึกชิ้นเล็กน้อยแต่ได้โปรดเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของเราทุกชิ้น”
สิ้นเสียงของหลิวเย่พลันมีเสียงฮือฮาจากฝูงชนที่เข้าร่วมดังกระหึ่มห้องโถง!
พวกเขาแปลกใจที่พบว่าประธานบริษัทเป็นแค่ชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่ง!
ที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้นคือ ของที่ระลึกชิ้นเล็กน้อย นั่นคือ ไข่มุกประดับพลอยซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 หยวน นี่คือชิ้นเล็กน้อยในความหมายของเขาเหรอ!
แล้วไหนจะของรางวัลพิเศษอีกหลายชิ้นที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวน!
แม้แต่นักข่าวที่เข้าร่วมก็ได้รับของที่ระลึกเล็กน้อยเช่นกัน!
เสียงชื่นชมยินดีมีกระจายทั่วไป!
แต่เสียงอิจฉาริษยาก็มีประปราย
เมื่อประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่จะได้รับของรางวัลพิเศษทั้งสิบชิ้นแล้ว
ในเวลานี้หลิวเย่เหลือบมองเห็นคนรู้จักเก่าที่เหมือนมาร่วมงานและไม่เหมือนมาร่วมงาน
นั่นคือ ซูเหอจง กัปตันของกองกำลังอาสา ซึ่งเขาเคยพบที่สนามทดสอบสมรรถภาพของสถานีตำรวจเทียนจิน
ซูเหอจง เดินเข้ามาทักทายหลิวเย่“สวัสดี ประธานหลิวเย่!”
“สวัสดีคุณมีอะไรเหรอ?” หลิวเย่แปลกใจที่พบเขาที่นี่
“ต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งคุณล่วงหน้าสายข่าวของเราได้รับรายงานว่าจะมีการโจรกรรมอัญมณีของพวกคุณ”
ซูเหอจงตอบคำถามของหลิวเย่พลางนึกแปลกใจที่เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้าหลิวเย่จากที่ไหนสักแห่ง
“ฉันยินดีให้ความร่วมมือกับพวกคุณ” หลิวเย่พยักหน้ารับทราบอย่างเป็นธรรมชาติ
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะกระจายกำลังตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบ คุณคงไม่ว่าอะไร?” ซูเหอจงหรี่ตามองหลิวเย่อย่าง
พิจารณาและตรวจสอบ
เขาสงสัยว่าทำไมประธานบริษัทถึงได้อายุน้อย!
และก่อนพวกเขาเดินทางมาที่นี่ได้ตรวจสอบประวัติของหลิวเย่แล้ว!
พบว่าหลิวเย่ไม่ได้มาจากตระกูลดังหรือตระกูลใหญ่จากที่ไหนเลย?!
สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสงสัยความร่ำรวยที่ผิดปกติของหลิวเย่!
แต่เขาไม่ต้องการให้หลิวเย่ไหวตัวทันจึงไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ!
“ตามสบาย” หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่กังวลใจ
เขาไม่ห่วงเพราะว่าฝีมือและทักษะการต่อสู้ระหว่างเขากับพวกของโจวเริ่นแตกต่างกันมาก
ในเวลานี้โจวเริ่นคล้ายรับรู้ว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติในห้องโถง
เขาเดินตรงเข้ามาหาหลิวเย่ “บอสหลิว พวกตำรวจและกองกำลังอาสามากันหลายคน!”
“อืม ปล่อยให้พวกเขาทำตามสบาย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะจับโจรได้ก่อนกัน”หลิวเย่หัวเราะเบาๆอย่างผ่อนคลาย
“ใช่ นั่นต้องดูที่ฝีมือกันดีกว่า!” โจวเริ่นพยักหน้าเห็นด้วย
“ฉันจะปล่อยให้พวกคุณจัดการกับโจรได้อย่างอิสระ” หลิวเย่ยื่นอาวุธให้กับพวกของโจวเริ่นอย่างเต็มที่
“รับทราบ!” โจวเริ่นรับคำสั่งด้วยท่าทีกระตือรือร้น
จากนั้นเขาส่งสัญญาณให้ทีมทั้งหมดเตรียมรับมือกับโจร
เมื่อแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายเริ่มทยอยกลับ
คงเหลือเพียงลูกค้าบางส่วนที่กำลังเดินชมสินค้าภายในร้านที่วันนี้จำหน่ายราคาพิเศษ
สำหรับนักข่าวฟู่หยางช่วยกันออกไปจากหลิวเย่
และให้พวกเขาสัมภาษณ์กับเขาแทนเจ้านาย
ส่วนหลิวเย่ตอนนี้ไปพักผ่อนจิบชาอยู่กับอาจารย์กู่ผิงโจวที่แวะมาร่วมแสดงความยินดีในห้องทำงานชั้นที่5
ในเวลานี้มีคนห้าคนเดินเข้ามาในห้องโถงและกระจายตัวเดินชมสินค้าแต่ละมุม
แต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาดีและแต่งตัวดีได้แอบหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนเข้าไปในซุ้มมังกรและหงส์ร่ายรำ
หลิวเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างสนใจเขาเปิดใช้สัมผัสสวรรค์ตลอดตั้งแต่เริ่มงาน
ทำให้เขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้อาณาเขตของสัมผัสสวรรค์
“เฮ้อ เสี่ยวเย่อาจารย์ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีความสามารถเช่นนี้ น่าทึ่งจริงๆ!” เสียงชื่นชมมาจากอาจารย์กู่
“ขอบคุณอาจารย์กู่คุณเคยคิดจะทำงานอย่างอื่นบ้างไหม?” หลิวเย่ถามด้วยความสงสัย
เป็นเพราะว่าเขาพบว่าอาจารย์กู่ทำงานที่ห้องสมุดแต่ก็ไปช่วยรักษาคนป่วยยากจนโดยไม่เรียกเก็บเงิน และไปช่วยรักษาคนป่วยบางคนเป็นการเฉพาะที่โรงพยาบาลประชาชนโดยไม่เกี่ยวกับเงิน
ในตอนนี้เขามีฮัทและแรงส์จึงต้องการเปิดโรงเรียนเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะขั้นสูงเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ
ส่วนหนึ่งของความต้องการเกิดจากข้อความที่เขาพบในบันทึกโบราณจากดาวขยะ!
เมื่อเขาศึกษาในภายหลังพบว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงิน นั่นคือ ดาวเคราะห์โลกนั่นเอง!
และข้อความเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายไม่สบายใจ!
สัญชาตญาณบอกเขาว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีภยันตรายเกิดขึ้น
“อืม เคยคิดบางครั้งแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี?”กู่ผิงโจวพูดตอบเบาๆ
“คุณชอบการสอน?” หลิวเย่ถามตรงประเด็น
“ชอบสิ แต่ถ้าจะสอนแพทย์แผนจีนเหมือนเดิมฉันไม่คิดจะรับศิษย์อีกแล้ว!”
“ถ้าฉันจะเปิดโรงเรียนและให้คุณช่วยบริหารล่ะ?” หลิวเย่ถามประเด็นสำคัญ
“หืม เสี่ยวเย่เธอจะเปิดโรงเรียนอะไร?” กู่ผิงโจวหูผึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวเย่
ทันใดนั้นมีเสียงการต่อสู้จากชั้นล่างซึ่งมีเพียงหลิวเย่เท่านั้นที่ได้ยินและมองเห็น แต่อาจารย์กู่ยังไม่ได้ยิน
“ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บ”
เป็นเสียงการต่อสู้ของชายหนุ่มและหญิงชายอีกสองคนในห้องโถงกับทีมของโจวเริ่น
ด้านนอกอาคารมีชายอีกสองคนกำลังต่อสู้กับตำรวจ
สักพักหนึ่งทีมของโจวเริ่นจับโจรได้สองคน
ชายคนหนึ่งซึ่งมีขอบเขตสร้างฐานรากระดับต้นหนีไปแต่โจวเริ่นและทีมอีกสองคนไล่ล่าอย่างไม่ลดละ
ทางด้านนอกชายสองคนมีหนึ่งคนถูกจับได้ อีกหนึ่งคนวิ่งหนีไปและตำรวจกำลังวิ่งตาม
หลิวเย่ดูสถานการณ์แล้วพบว่าชายที่วิ่งหนีทั้งสองคนล้วนมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
“อาจารย์กู่เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันอีกครั้ง ฉันขอไปทำธุระก่อน” หลิวเย่พูดขอตัวอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาวิ่งขึ้นดาดฟ้าและเหินตัวลอยบินไปในทิศทางที่โจรทั้งสองคนวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
ฝั่งตำรวจไม่สามารถตามโจรได้ทันความแข็งแกร่งของพวกเขาห่างกันเกินไป
ด้านโจวเริ่นกับพวกที่ไล่ล่ามาจนถึงแถบชานเมืองใกล้ชายฝั่งอ่าวโป๋ไห่
ในตอนนี้มีเรือสินค้าลำหนึ่งจอดรออยู่กลางอ่าวและมีเรือเล็กที่พร้อมแล่นติดเครื่องรออยู่แล้ว
แต่มันยังห่างไกลจากโจรทั้งสองคนราว2 กิโลเมตร
ทันใดนั้นมีเฮลิคอปเตอร์ของกรมตำรวจสองลำบินตรงมายังอ่าวโป๋ไห่
และมีรถตำรวจอีกสามคันเข้าล้อมรอบบริเวณนั้น
ซูเหอตงและตำรวจอีก7 คนก้าวลงมาจากรถ
ในเวลานี้เป็นการเผชิญหน้าของสามฝ่ายระหว่างโจร2 คน ทีมโจวเริ่น 3 คน และตำรวจ 8 คน
โจวเริ่นส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดนิ่งก่อน
เขามั่นใจว่าพวกตำรวจไม่สามารถต่อสู้กับโจรที่แข็งแกร่งสองคนได้!
แต่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ลดทอนกำลังของพวกโจรไปบางส่วนก่อน!
ถึงแม้ว่าตัวเขาเองกับโจรคนหนึ่งจะมีระดับความแข็งแกร่งเท่ากัน!
แต่ถ้าหากลดทอนกำลังไปได้บางส่วนก็ช่วยลดเวลาของเขาเช่นกัน!
ซูเหอตงที่เห็นว่าพวกโจวเริ่นหยุดยืนมองไม่ได้ขัดขวางพวกเขา
ซูเหอตงหรี่ตามองพวกโจวเริ่นอย่างแปลกใจแต่ก็หันไปสั่งลูกน้องตนเองทันที
“จับพวกมันจับเป็นไม่ได้ก็จับตาย!”
จากนั้นเกิดการต่อสู้ระหว่างตำรวจ8 คนกับโจร 2 คน
“ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บปั้ง”
“ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บ”
“ปั้ง ปั้ง”
อนิจจา!!!
ความแข็งแกร่งของตำรวจ7 คนไม่สามารถต่อสู้กับโจรได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว!
แม้ว่าจะใช้อาวุธปืนยิงก็ตาม!
ซูเหอตงกำหมัดแน่นเมื่อเห็นภาพลูกน้องล้มลงกับพื้น
เขาพุ่งทะยานเข้าต่อสู้โรมรันกับโจรทันที
“ไป๊จับพวกมันให้ได้!” โจวเริ่นเห็นว่าซูเหอตงกำลังจะเสียเปรียบเขาสั่งลูกน้องทันที
โจวเริ่นพุ่งตัวเข้าชกโจรขอบเขตสร้างฐานรากทันที
ส่วนลูกน้องอีกสองคนสามารถต่อสู้กับโจรระดับปรับแต่งร่างกายได้
“ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บปั้ง”
“ฟึ่บ พั๊บ ตุ๊บปั้ง”
ห้านาทีต่อมา
ซูเหอตงที่คุกเข่ากับพื้นโดยมีบาดแผลและเลือดตามร่างกาย
เขามองตรงไปยังโจวเริ่นกับพวกอีกสองคนที่จับกุมโจรสองคน
พวกของโจวเริ่นบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น!
สภาพแตกต่างจากเขามากนัก!
“พวกคุณเป็นใคร?” ซูเหอตงถามโจวเริ่นด้วยความสงสัยและเหมือนเคยพบเขาที่ไหนมาก่อน
“ฉันเป็นกัปตันทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทซ่งเจียง”โจวเริ่นตอบกลับตามตรง
“บริษัทรักษาความปลอดภัยที่เปิดใหม่นั่นเหรอ?” เขาคุ้นหูเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ตำรวจมีหน้าที่ตรวจสอบ
“ใช่!” โจวเริ่นพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
“พวกคุณมารักษาความปลอดภัยบริษัทอัญมณีหรงเหยา?” ซูเหอตงถามย้ำอีกครั้ง
“ใช่พวกมันเป็นบริษัทของเจ้านายเราเช่นกัน!”โจวเริ่นอธิบายความจริงให้เขาฟัง
ในเวลานี้ซูเหอตงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่ตัวเขาและเพื่อนตำรวจมีความแข็งแกร่งด้อยกว่าอีกฝ่าย
“ถ้าเช่นนั้นจับพวกมันไปก่อนแล้วค่อยสอบปากคำทีหลัง” ซูเหอตงเสนอความคิดเห็น
“ตกลง!” โจวเริ่นเห็นด้วยตามธรรมชาติ
..........
หลิวเย่ที่ได้ทราบข่าวจากโจวเริ่นเขาชื่นชมลูกน้องทันที “พวกคุณทำได้ดีมาก!”
จากนั้นเขามอบหมายฟู่หยางให้จัดการกับคดีโจรกรรมอัญมณีแทน
หลิวเย่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจที่ไม่พบสัญญาณจากตัวสอดแนม!
และไม่พบข้อมูลของนักฆ่าระดับสูงอีกคนขององค์กรซีเคร็ต!
..........
ตอนนี้มีความโกลาหลเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่เสนอข่าวการเปิดตัวของบริษัทอัญมณี
“หรงเหยา”
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงไม่ใช่แค่ความวิจิตรงดงามของอัญมณีที่นำมาจัดแสดงในห้องโถงเท่านั้น
แต่เป็นบรรยากาศในพิธีเปิดที่อลังการ!
และที่สำคัญที่สุดคือบทเสียงแห่งความสุข เสียงขลุ่ยจากสวรรค์!
ข้อความและวิดีโอของโพสต์สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง
“พิธีเปิดยิ่งใหญ่อลังการของบริษัทอัญมณีหรงเหยาวิดีโอแนบ”
“บทเพลงแห่งความสุขเสียงจากสวรรค์ วิดีโอแนบ”
“อัญมณีที่วิจิตรงดงามที่สุดภาพประกอบ”
“โอ้ มันช่างสวยงามเกินจินตนาการของฉัน!”
“นี่มันคือบทเพลงจากสวรรค์อย่างแท้จริง!”
“อึศักดิ์สิทธิ์มันเป็นผลงานของปรมาจารย์คนไหน?!”
“ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีว่า ใครบรรเลงเพลงนี้?!”
“ตามหาคนบรรเลง”
“ตามหาคนบรรเลง +1”
“ตามหาคนบรรเลง +12”
“ตามหาคนบรรเลง +1,000,...”
..........
เวลานี้หลิวเย่ไม่ได้สนใจเหตุการณ์บนโซเชียลเลย
เขาบินตรงมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของรุ่นพี่คนสวยหลิวนี่นี่
เธอออกจากโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้และมาพักฟื้นที่บ้าน
แต่สภาพจิตใจของเธอนั้นย่ำแย่เป็นอย่างมาก
อาผู้ชายของเธอถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลิวเย่ลอยอยู่กลางอากาศทางหน้าต่างห้องนอนของเธอ
เธอนอนหลับบนเตียงโดยมีอาการขมวดคิ้วและร้องไห้เป็นระยะสลับกับส่งเสียงกรีดร้องเบาๆคล้ายฝันร้าย
หลิวเย่สงสารเธอเขาจึงเข้าไปในห้องนอนและใช้ศิลปะจิตวิญญาณชูรา
เขาชี้นิ้วเข้าที่กลางหน้าผากของเธอและลบความทรงจำของเธอในช่วงของการถูกจับกุมตัว
จากนั้นค้นหาสร้อยจี้หยกและพบว่ามันอยู่ในกล่องไม้สวยงามบนโต๊ะแต่งหน้า
เขาหยิบและนำมาสวมใส่คอของเธอพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ง่ายๆที่จะทำให้เธอไม่สามารถถอดมันออกได้เลย
“ฉันคงช่วยคุณได้เท่านี้นะรุ่นพี่เราค่อยพบกันที่มหาวิทยาลัย”
เมื่อกล่าวเสร็จเขาก็เหินตัวบินกลับอพาร์ตเมนท์
..........
รุ่งเช้าก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปมหาวิทยาลัย
ต้าเป่าโจวผู้จัดการทั่วไปที่หลิวเย่แต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในบริษัทยา “ซ่งหรานฟาร์มาซูติคอล” ได้โทรหาเขา
“เจ้านายพวกเรารับสมัครพนักงานและได้ซื้อที่ดินแถบชานเมืองไว้แล้ว แต่เครื่องจักรมีปัญหาเล็กน้อยจากผู้ผลิตเขา
ต้องการพูดคุยกับเจ้านายโดยตรง”
“หืม เกิดอะไรขึ้น?” หลิวเย่ถามอย่างสงสัย
“เอ่อพวกเขาว่าสเปคเครื่องจักรที่เจ้านายต้องการนั้นมันมีความจำเพาะและเขาต้องการพบกับเจ้านายโดยตรง”
เสียงไม่แน่ใจดังขึ้นจากปลายสาย
“เขาต้องการพบฉันเหรอ?” เขาแปลกใจที่บริษัทจำหน่ายเครื่องจักรกลนั้นมีเงื่อนไขแปลกๆ
“ใช่!” ต้าเป่าโจวยืนยัน
“อืม เอาไว้ก่อนถ้าฉันสะดวกตอนไหนแล้วจะบอกคุณอีกที ส่วนเรื่องก่อสร้างโรงงานผลิตให้ดำเนินการได้เลย”
หลิวเย่ปล่อยวางเรื่องเครื่องจักรก่อนและมอบหมายให้เขาทำสิ่งอื่นที่จำเป็นไว้รอ
“รับทราบ!” ต้าเป่าโจวรับคำอย่างนอบน้อม
สำหรับโรงงานผงปรุงรสสวรรค์“เย่หราน” หลิวเย่ไม่ได้กังวลใจแต่อย่างใด
เนื่องจากเขาได้ตรวจสอบความก้าวหน้าเป็นระยะจากอีเมล์ที่เกาหยานส่งมา
และข้อมูลบางส่วนจากตัวสอดแนมที่ทิ้งไว้กับพวกเขา
“อืม คงต้องเอาพวกแรงส์ไปช่วยทำเหมืองหินพลังงานที่โลกโบราณ”
หลิวเย่วางแผนที่จะนำแรงส์ไปทำเหมืองหินพลังงานเหมืองหินหยก เหมืองเพชรพลอยและแร่สำคัญอื่นๆ
เพื่อนำกลับมาใช้ยังโลกแห่งนี้
เมื่อหลิวเย่เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย
พลันมีเสียงโทรศัพท์จากอาจารย์กู่ที่ต้องการพูดคุยกับเขาต่อจากที่ค้างไว้เมื่อวานนี้
“ดูท่าอาจารย์กู่คงอยากหาอะไรทำที่ท้าทายความสามารถมากกว่านี้”
เขาคิดพลางส่ายหัวเบาๆอย่างเข้าใจอาจารย์
เมื่อพวกเขาทำอะไรเดิมๆซ้ำๆเป็นระยะเวลานาน
ความเบื่อหน่ายย่อมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและทุกคน