Episode
| 11 |
เราสองสามคน NC
“เอ่อ แมลงน่ะ อึ่ก.. ฉันไล่จับแมลงก้นกระดกเมื่อกี๊ พอดีว่าฉันเข้าไปอาบน้ำแล้วเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ แค่จะเปิดรับไอฝนข้างนอก แต่ใครจะไปคิดว่าแมลงมันจะเข้ามา”
ขนมผิงอธิบายทุกอย่างออกมาด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ เธอจ้องมองใบหน้าที่แดงฉานของผู้ชายสองคนไปมา ราวกับว่าตอนนี้ักับธาร์มพยายามจะข่มอารมณ์บางอย่าง
เธอเองก็รู้ดีว่าสายตาของผู้ชายกำลังจ้องมองอะไรอยู่ เธออยู่ภายใต้ผ้าขนหนูบางๆเพียงชิ้นเดียว คงยากที่จะให้ชายทั้งสองไม่คิดอะไรเกินเลย
“ฮึ่ม..! ม..แมลงเหรอครับพี่ขนมผิง แมลงอะไรนะครับ”
“ก้นกระดก!! ก้นกระดกใช่ไหมขนมผิง”
ัรีบเอ่ยสมทบด้วยอาการร้อนรนใจ เขาพยายามจะเอาสายตาหนีออกมาจากเนื้อตัวอันน่าัั โดยทางธาร์มก็รีบพุ่งตัวเข้าไปมองหาแมลงนั้นตรงหน้ากระจกที่ถูกแง้มไว้
“อะอื้อ! มันอยู่แถวนี้แหละ ตอนแรกฉันเห็นมันบินว่อนแค่ตัวเดียว แล้วก็..มาเกาะอยู่ตรงกระจก”
หญิงสาวชี้นิ้วไปทางกระจกที่เธอตัดสินใจแง้มเอาไว้เล็กๆ เผื่อว่าแมลงนั้นมันอยากจะบินออกไปจากที่นี่
“ไอ้แมลงเหี้ยนี่อันตรายมากนะ ผมเคยเห็นในข่าว แม่งทำให้คนเป็แผลพุพองขนาดใหญ่ได้เลย ถ้าตาของเราโดนพิษมันนี่จะทำให้ตาบอดด้วย”
“เออ กูก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน มันจะชอบบินเข้ามาในบ้านคนเวลาที่ฝนตกหรือว่าอากาศชื้นอะ ห้ามตีมันเลยนะ เพราะมันจะรีดพิษออกมา ต้องหาอะไรเป่าตัวมันออกไป” ธาร์มเอ่ยสมทบพลางเหลือบสายตาคมมองไปรอบๆ
“ฉันก็รู้ว่ามันอันตรายค่ะ เอ่อ ฉันเลยไม่เอามือไปจับมัน แล้วก็..ไม่ตีมันตายในห้องด้วย เลยพยายามจะหาอะไรจับมันออกไปน่ะ แต่มันก็ทำท่าจะบินเข้าหน้าฉันทุกทีเลย”
“เฮ้อ.. ไม่เป็ไรนะครับพี่ขนมผิง พี่ยืนอยู่เฉยๆเลยเดี๋ยวพวกเราหาตัวมันเอง”
“ใช่ คุณไปยืนหลบมุมอยู่ตรงหน้าประตูเถอะนะ เดี๋ยวทางนี้ผมจะจัดการเองขนมผิง”
ัเอ่ยสมทบด้วยสีหน้าจริงจัง เขาดูเหมือนว่าอยากจะฆ่าไอ้แมลงก้นกระดกนั้นให้ตายคามือ เพราะบังอาจมาทำให้ผู้หญิงของเขากลัวจนตัวสั่นขนาดนี้
“เฮ้ยนั่นไง!!!”
“เชี้ยไหนวะ!!!”
“อยู่ตรงนั้น!! ข้างหลังมึง!!”
จังหวะนี้เองที่ธาร์มชี้ไปทางด้านหลังของมาเฟียใหญ่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เริ่มระทึกขวัญมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ขนมผิงถึงกับยืนไม่ติดที่เพราะต่างลุ้นไปกับผู้ชายทั้งสองคน
“ห๊ะ!!!!”
“หมายถึงด้านหลังตรงกระจกเว้ยสัด!! มึงจะใทำเหี้ยไร!! มันไม่ได้เกาะอยู่บนตัวมึงสักหน่อย! ยืนอยู่นิ่งๆเดี๋ยวมันหนี”
“เร็วๆดิวะไอ้ธาร์ม! เดี๋ยวมันก็บินหนีไปอีกหรอก”
ัที่ให้ความร่วมมืออย่างดียอมยืนอยู่นิ่งๆ เขาเองก็เหลือบใบหน้ามองไปทางด้านหลังเหมือนกัน ก่อนที่ธาร์มจะย่องเข้ามาเปิดกระจกใสให้แง้มออกทีละนิด
โชคดีที่ตอนนี้เ้าแมลงนั้นดันเกาะอยู่ใกล้กับทางออก..
“ทำให้ดีนะมึง”
“รู้แล้วหน่า”
ธาร์มเอ่ยพลางก็เริ่มชำเลืองสายตามองหาอะไรที่สามารถจะจับสิ่งนี้ออกไปข้างนอกได้ แต่ด้วยความที่เขาใจร้อน อยากได้อะไรที่มันรวดเร็ว เขาจึงไม่อยากขอความช่วยเหลือจากขนมผิง
“นี่มึงทำเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย ถอดเสื้อหาพ่อมึงเหรอ”
มาเฟียใหญ่ก็ขมวดคิ้วกับการกระทำของไอ้หน้าอ่อนนี่ เพราะตอนนี้ธาร์มได้จัดการถอดเสื้อยืดออกจากตัว เผยให้เห็นท่อนบนอันเปลือยเปล่าที่มีซิกแพคเป็ก้อน
“จะใช้เสื้อน้องชายขนมผิงทำไมล่ะ เอาเสื้อกูนี่! เดี๋ยวกูถอดให้แป๊บเดียวสัด เดี๋ยวพิษก็ติดเสื้อภูมิหรอก”
“เฮ้อ.. มึงนี่เื่มากฉิบหายเลยว่ะ เร็วๆดิ๊!”
“มึงรู้จักคำว่าแป๊บไหมไอ้สัด”
ชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการจับแมลงก้นกระดกกลับทำให้ใครบางคนหลุดยิ้ม ขนมผิงยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ เพราะภาพตรงหน้าที่เธอเห็นเหมือนกับฉากซิทคอมที่กำลังฉายอยู่บนจอทีวี
“มึงทำช้าเกินไปแล้วไอ้ธาร์ม มึงต้องขวับเลย จับแบบขวับอะ”
“จับเหี้ยอะไรแบบขวับ”
“เฮ้อ.. ก็จับแบบเร็วๆไง ขวับ! แบบเนี่ย!”
“มึงก็มาทำเองเลยไอ้ห่า”
“งั้นก็ถอยไปเลยไป!! สัดนี่.. ไม่ได้เื่”
แต่ทันใดนั้นเองสายตาของขนมผิงก็ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ตอนนี้เธอควรที่จะห่วงเื่แมลงก้นกระดกนั่นไม่ใช่หรือไง ทำไมเธอถึงได้เอาแต่จ้องมองกล้ามเนื้อเป็มัดของผู้ชายทั้งสองคน ดวงตากลมเบิกโพลงด้วยความรู้สึกที่ร้อนวูบวาบทั่วร่างกาย
“เชรดดดด ออกไปแล้วๆ”
“มึงรีบปิดกระจกเลยเร็ว!”
“เออๆๆ”
สองร่างกำยำจัดการเอาเ้าแมลงก้นกระดกออกไปอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองของหญิงสาวภายใต้ผ้าขนหนู ขนมผิงเม้มริมฝีปากพลางเลื่อนมือเรียวลงไปกำชายผ้าแน่น แผ่นหลังขาวจั๊วะที่มีกล้ามเนื้อเป็มัดกำลังทำให้เธอจิตใจปั่นป่วน
นี่เธอคิดบ้าอะไรของเธออยู่กันแน่..
วันนั้นที่ถูกธาร์มกับัััและจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว มันก็ได้ปลุกเร้าอารมณ์แบบใหม่ให้เธอสิ้นเชิง ขนมผิงไม่อาจปฏิเสธอะไรอีกต่อไปแล้วสำหรับสถานการณ์แบบนั้น
“อึ่ก..”
เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอช้าๆเมื่อบานกระจกได้ถูกปิดลง ก่อนจะเห็นว่าธาร์มกับัหันกลับมามองทางเธอ รอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความโล่งใจทำให้เธอรีบฉีกยิ้มตอบกลับ
“ฮู่วววว! เรียบร้อยแล้วครับพี่ขนมผิง”
“หึๆๆ ฝีมือผมกับไอ้เวรนี่ก็ไม่เลวนะ คราวนี้คุณนอนได้สบายหายห่วงแล้วล่ะ ยังไงก็อย่าเปิดกระจกทิ้งไว้อีกแล้วกัน”
“ผมว่าพี่ปัดที่นอนหน่อยดีกว่า เผื่อว่ามันแอบอยู่ข้างบนด้วย”
ธาร์มที่สมทบกับัเอ่ยพลางก็ถือวิสาสะเดินไปตรงเตียงนอนใหญ่ ซึ่งทุกอย่างก็ถูกจับตามองโดยขนมผิง เธอจ้องมองกล้ามหน้าอกที่มีซิกแพกเป็มัดของหนุ่มหล่อทั้งสอง
“อะเอ่อ อื้อ..”
“นี่คุณไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงๆล่ะ” ัที่สังเกตเห็นท่าทีมีพิรุธจึงเอ่ยถามขึ้น
“คะ!? น..หน้าฉันแดงเหรอ”
คราวนี้เป็ขนมผิงเองที่เริ่มไปต่อไม่เป็ เมื่อคำทักท้วงของัเริ่มทำให้ธาร์มหันมามองตามอย่างสงสัย ก่อนที่หนุ่มหล่อทั้งสองจะเดินเข้ามาใกล้กับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าที่อยากจะหลบหลีกสายตาจ้องมองมายังเธอด้วยความเป็ห่วง
แบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าใกล้กว่านี้ฉันคง..
“อ..อึ่ก.. พะ พวกคุณใกล้เกินไปแล้วค่ะ”
เรียกได้ว่าเธอพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้พยายามจะถอยห่าง กลับกันที่หญิงสาวจะจ้องมองใบหน้าของพวกเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ราวกับอยากเชื้อเชิญให้ักับธาร์มลงมือทำอะไรสักอย่าง
“ทำไมทำหน้าแบบนี้ครับพี่ขนมผิง”
“คือ..”
“ทำหน้าเหมือนกับว่าอยากให้ผมจูบคุณอย่างนั้นแหละ”
“……!!!”
ครั้นประโยคที่ัได้สมทบกับธาร์มดังขึ้นมาชั่วขณะ ท่าทีมีพิรุธของเธอก็ฉายชัดสุดโต่ง มือหนาของทั้งสองเอื้อมมาคว้าเอวบางให้เข้าไปใกล้มากขึ้น โอบกอดเธอจนหญิงสาวร่างกายอ่อนระทวย
“อะอื๊อออ..”
เธอยังจำประโยคนั้นได้ดี.. ประโยคที่พวกเขาเคยพูดว่ายอมรับในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เหมือนกับรับได้ในสิ่งที่เราทั้งสองสามคนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ เพราะทั้งสีหน้าของักับธาร์ม พวกเขาไม่ได้มีอาการขัดข้องอะไรเลย
“มึงโอเคแน่นะไอ้ั ถ้าไม่โอเคมึงก็ออกไปเถอะ เดี๋ยวมึงก็หยุดกลางคันเหมือนกับครั้งก่อนอีก”
“หุบปากไปเลย ครั้งนี้กูไม่ยอมหยุดแน่”
“อะ อ๊ะ..!!”
“เพราะขนมผิงก็เป็ผู้หญิงของกูเหมือนกัน”