“เขาปรากฎตัวอีกแล้ว ชายคนนั้นปรากฎตัวอีกแล้ว~!”
เสียงร้องของทหารที่ส่งไปสอดแนมปีศาจร้องตะโกนลั่นจนทำให้ทหารเฝ้าประตูเมืองทิศเหนือรู้สึกดีใจหลังจากได้รับข่าวของชายผมขาว ที่ทุกคนตั้งฉายาให้เขาว่า มารผมขาว ผู้ที่เข้าไปกวาดล้างปีศาจด้วยตัวคนเดียวในช่วงกลางคืน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาตั้งแต่ชายผมขาวปรากฎตัว ทางฝั่งของปีศาจก็เกิดเสียงระเบิดในช่วงมืดส่งมาจนถึงเมืองซ่ง เหล่าทหารที่ส่งคนออกไปสอดส่องต่างรับรู้ได้ถึงข่าวดีของพวกเขา เพราะชายผมขาวที่ปรากฎตัวเขาได้จัดการกับปีศาจไปมากมาย จนทำให้หมู่บ้านที่ปีศาจสร้างขึ้นถูกทำลายหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า จนพวกมันถอยห่างไปไกลจากเมืองซ่ง
“ดี~! เอาล่ะ งั้นวันนี้เราจะทำเพียงแค่เดินลาดตระเวนเท่านั้น ตอนนี้ปีศาจออกไปตั้งค่ายพักไกลแล้ว หากเราตามไปจะเป็นการส่งผลเสียให้กับเรา”
หัวหน้าหน่วยที่ 1 ร้องตะโกนด้วยความดีใจ หลายวันมานี้จำนวนปีศาจที่พวกเขาจะต้องกวาดล้างลดน้อยลงมาก จากเดิมต้องกวาดล้างวันละร้อยกว่าตัว ปีศาจเหล่านั้นกลับลดเหลือไม่ถึงร้อย ทำให้ศิษย์สถาบันต่างๆได้ใช้โอกาสปีศาจน้อยฝึกพวกเขาจนทุกคนเริ่มที่จะรับมือกับปีศาจได้
วันนี้ที่จะได้ออกไปกวาดล้างปีศาจตงฟางกลับเปิดปากพูดบางอย่างกับหัวหน้าทหาร เนื่องจากหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นเขาทำหน้าที่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ที่ได้รับมา แล้วมันก็เป็นช่วงเวลาที่เขาจะต้องเดินทางกลับแล้ว ภารกิจของเขาจะจบลงไปช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
“พี่ชาย ข้าจะบอกท่านว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของข้าแล้ว ข้าจะเดินทางกลับเมืองหลงไห่”
เหล่าศิษย์หลักมากมายที่ได้ยินพวกเขาล้วนแล้วหันมองตงฟาง แม้พวกเขาจะรับรู้ได้ถึงอันตรายกับตงฟางมากมายก็ตาม พวกเขากลับได้เรียนรู้หนึ่งอย่างตลอดหลายวันที่เดินทางร่วมกับตงฟาง สิ่งๆนั้นคือการอยู่ร่วมกัน หากพวกเขาไม่สร้างความวุ่นวายให้ตงฟาง เขาก็จะไม่สร้างความวุ่นวายให้ใคร
แม้จะมีหลายคนที่สร้างความวุ่นวายให้กับเขาในช่วงแรก แต่คนเหล่านั้นกลับจบลงที่ถูกส่งตัวกลับสถาบัน ด้วยสภาพร่างกายที่ถูกหักกระดูก ส่วนตงฟางที่เป็นผู้ลงมือ พวกเขากลับมองว่าบทลงโทษที่ตงฟางได้รับ มันไม่ใช่บทลงโทษ แม้เขาจะถูกสั่งให้ลาดตระเวนทั้งวันทั้งคืนเพื่อลงโทษ แต่เขากลับเหมือนเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน ต่อให้ปีศาจจะพยายามฆ่าเขาก็ตาม เป็นเขาที่ฆ่าปีศาจเหล่านั้น
“ได้สิ หากเราลาดตระเวนจบเจ้าก็ถูกปลดจากหน้าที่”
“ขอบคุณท่านที่ช่วยดูแลข้ามาตลอด 1 เดือน 25 วัน”
“ฮ่าๆๆ แค่เจ้าไม่ตายข้าก็ดีใจมากแล้ว เอาล่ะ วันนี้เราคงไม่ได้ฆ่าปีศาจมากเพราะเมื่อคืนมารผมขาวปรากฎตัว คงมีปีศาจหลายพันตัวที่ตายจากการฆ่าของเขา”
เหล่าศิษย์เริ่มเดินทางเป็นกลุ่มก้อนเพื่อป้องกันการลอบสังหาร ระหว่างเดินทางศิษย์หลักก็เริ่มพูดถึงเรื่องของมารผมขาวเช่นเดิม เนื่องจากพวกเขาอยากรู้จักตัวตนของชายคนนี้ว่าเขาเป็นใคร
ทุกครั้งที่เขาปรากฎตัวล้วนแล้วต้องมีปีศาจตกตาย แต่ทหารกลับไม่สามารถสืบและถามชื่อของมารผมขาวได้ เนื่องจากเขาไม่พูดไม่จา ไม่มีใครเคยได้ยินเสียงของเขา มีเพียงใบหน้าของเขาเท่านั้นที่ทหารนำมาบอกเล่า พร้อมกับวาดภาพให้ทุกๆคนดู
แม้ศพปีศาจที่ตกตายจะมีสภาพไม่ต่างจากที่ตงฟางฆ่าให้ทุกๆคนเห็น กลับไม่มีใครคิดว่าตงฟางและมารผมขาวเป็นคนเดียวกัน เพราะตงฟางและมารผมขาวเคยปรากฎตัวพร้อมกัน จนทำให้ทหารและศิษย์หลักรู้ว่ามารผมขาวไม่ใช่ตงฟาง
“เมื่อเช้าข้าได้ยินศิษย์ของสถาบันอี้หมิงเมืองหลงไห่คุยกันเกี่ยวกับการหายตัวไปของศิษย์หลัก 3 คน”
“อีกแล้วเหรอ”
บทสนทนาของศิษย์หลักเริ่มต้นขึ้น โดยการหายตัวไปของผู้คนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมายังคงเป็นปริศนาเช่นเดิม ไม่มีใครรู้เลยว่าคนที่หายตัวไปเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะหายตัวไปนั้นสภาพของเขาเป็นแบบไหน แม้ทหารจะวางกำลังทั่วเมืองกลับไม่มีใครรู้ถึงการหายไปของผู้คนที่หายตัวไปอย่างลึกลับตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา
ซึ่งตงฟางที่รู้เรื่องนี้เพราะเขาเป็นคนลงมือฆ่าสังหารพวกที่ยังคงอยากได้ทักษะนิกายโบราณ เขากลับไม่ได้สนใจการเล่าเรื่องเลย ปล่อยให้มันเป็นเรื่องเล่าลึกลับต่อไป
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ระดับจากรึกหายไปก็น่ากลัวแล้ว ยังมีระดับผันแปรวิญญาณอีก ยิ่งเป็นระดับราชาวิญญาณที่หายไปตอนนั้นอีก”
“หรือว่ามันจะเป็นวิญญาณ”
ชู่ว!
ศิษย์กลุ่มที่กำลังจะพูดถึงวิญญาณของชาวเมืองซ่งที่ตายเงียบเสียง เรื่องนี้ไม่สมควรถูกพูดถึงเพราะอาจจะทำให้พวกเขาหายไป ดังนั้นเรื่องวิญญาณชั่วร้ายที่กำลังเป็นเรื่องเล่าหนาหนูจากทหารจึงถูกห้ามให้พูดถึงเพราะมันทำให้กำลังใจของคนที่หลับนอนในเมืองหดหายไป
“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้”
ทหารและกลุ่มของศิษย์หลักเดินเข้าไปในประตูเมืองซ่งที่เปิดอ้าต้อนรับ ตงฟางที่หมดหน้าที่ในภารกิจของเขาแล้วนั้นจึงยกมือทำความเคารพทุกๆคนเพื่อลากลับเมืองซ่ง
“พี่ชาย ข้าตงฟาง วันนี้หมดหน้าที่ของข้าแล้วและภารกิจของข้าก็จบลงแล้ว ข้าขอลาพวกท่านเลยแล้วกัน”
บู้ม~!
ร่างของตงฟางพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้ามุ่งหน้ากลับเมืองหลงไห่ แม้พระอาทิตย์จะตกดินแล้วก็ตามเขากลับไม่ได้กลัวอันตรายใดๆ หากอีกฝ่ายเป็นระดับราชันเขาก็พร้อมจะปะทะ ตลอด 1 เดือนและอีก 25 วันที่ผ่านมา เขาได้พัฒนาร่างกายจนเข้าสู่ระดับราชันวิญญาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปีศาจที่เลยไล่ล่าเขาจนปางตายจนหนีไปลั่วหยางตอนนี้ตงฟางก็ฆ่ามันได้แล้ว
โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีอีกต่อไป ภายใต้ท้องฟ้าในตอนมืดมีแสงจากดวงดาวกำลังส่องแสงระยิบระยับ ร่างของชายชุดดำจำนวน 10 คนก็ได้พุ่งออกมาจากชายป่าบินขึ้นมาบนท้องฟ้าเตรียมจะไล่ล่าตงฟางที่กำลังเดินทางกลับเมืองหลงไห่
“ตงฟาง ส่งทักษะโบ…”
ตู้ม!
พลังจิตบีบอัดให้กลายเป็นแผ่นขนาดใหญ่ตบร่างของระดับราชาทั้ง 10 คนจนพวกมันพุ่งลงไปกระแทกพื้นดินพร้อมกับกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ลุกขึ้นยืนในหัวสมองของพวกมันก็เหมือนมีอะไรบางอย่างฝังอยู่ จู่ๆความรู้สึกเจ็บปวดมหาศาลก็วิ่งพล่านไปทั่วทั้งหัวก่อนที่พวกมันทั้ง 10 จะตกตายลงไปในทันที ไม่แม้จะได้เปิดใช้งานพลังโจมตีคนที่พวกมันไล่ล่า
“ทำไมพวกบ้านี่ยังยึดติดกับทักษะนิกายโบราณจัง อีกอย่างพวกมันไม่มีหัวหรือไงกัน ฉันหายไปตั้ง 3 ปี ไม่คิดว่าฉันจะเก่งขึ้นเลยหรือไง”
ตงฟางถอนหายใจพลางมองไปยังร่างของคนทั้ง 10 เขากลับไม่คิดจะดูดเลือดพวกมันมาเพิ่มพลังให้ตัวเอง แต่เลือดระดับราชาวิญญาณยังคงเป็นความต้องการของอสูรโลหิต หลังจากดูดเลือดของมันมาหลายลิตรจนไม่มีเหลืออยู่สักหยด ร่างของพวกมันทั้ง 10 คนก็ถูกตงฟางฝังลงไปใต้ดินลึกไม่ให้ใครพบเจอด้วยการแหวกพื้นดินฝังร่างพวกมัน
พรึ่บ~!
พลังเทเลพอร์ตเปิดใช้งานอีกครั้งมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองหลงไห่ ก่อนจะเดินทางไปกับผู้นำนิกายเขาจะกวาดล้างสิ่งที่อาจจะก่อปัญหาให้เขาตามหลัง กระทั่งเขาเดินทางมาถึงทุ่งหญ้าสัตว์อสูรได้นี้เองนั้น คันธนูขนาดใหญ่ที่เขาได้มาจากปีศาจก็ถูกนำออกมาถือในมือ
“ท่านอาจารย์กัง”
เสียงเรียกชื่อดังขึ้นในหัวของผู้นำนิกายในช่วงดึก เขาที่ถูกปลุกขึ้นมาจากเสียงของลูกศิษย์จึงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เนื่องจากน้ำเสียงของตงฟางเหมือนกำลังจะขอบางอย่างที่อันตรายมากๆ
“ไอ้เด็กเหลือขอ ทำไมกลับมาเร็วจัง”
“อาจารย์ ข้าก็แค่เดินทางเร็วจึงเริ่มภารกิจได้เร็วกว่าที่คิดเอาไว้ ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากจะเล่าให้ท่านฟัง ท่านอยากจะฟังหรือเปล่า”
“เล่าสิ”
“ตอนที่ข้าไปถึงเมืองซ่ง มีคนลอบสังหารข้าเต็มไปหมดเลยล่ะท่านอาจารย์ แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่แข็งแกร่งมาก ข้าได้ถามมันปรากฎว่าคนที่ส่งมาเป็นอาจารย์ทั้ง 6 คน”
“อาจารย์ทั้ง 6 ของสถาบันเราสินะ”
“ใช่ ข้าจึงอยากจะถามท่านว่าวันนี้ทำเป็นไม่เห็นเรื่องที่ข้ากำลังจะทำได้ไหม”
“คงจะยาก หากเจ้าไม่อธิบายให้ดี”
“อาจารย์ พวกเขากัดข้าไม่ยอมปล่อย แม้หนึ่งในนั้นจะเป็นเจ้าของตึกยันต์และค่ายกล ข้าก็จะต้องฆ่าเขาให้ได้เพราะมันล้ำเส้นข้ามากเกินไป หลายครั้งที่ข้าไม่ถือสา พวกเขากลับส่งคนมาจัดการข้าเรื่อยๆ หนำซ้ำยังเป็นคนที่ส่งข้อมูลให้พวกที่อยู่ในเมืองได้รู้ถึงตำแหน่งของข้าอีก”
“เล่าต่อ”
“ข้าคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะใช่อาจารย์ที่ดี ศิษย์หลายคนในสถาบันอาจจะซึมซับการกระทำของอาจารย์ทั้ง 6 ไปใช้จนทำให้ชื่อเสียงสถาบันเฟยเทียนเสื่อมเสีย”
“ให้ตายสิ ตลอด 3 ปียังไม่มีใครทำให้ชื่อสถาบันเราดังกระฉ่อนได้เท่าแกเลยนะไอ้ตงฟาง”
“ฮ่าๆๆ อาจารย์ล่ะก็ ข้ากำลังจริงจังอยู่นะ”
“อาจารย์ 6 คนเลยเหรอ แต่ข้ามีข้อแม้”
“ข้อแม้อะไรอย่างนั้นเหรออาจารย์” ตงฟางรีบถาม ข้อแม้ที่กำลังจะเอ่ยออกมานั้นมันจะเป็นการให้สัญญาณการฆ่าที่เขากำลังจะทำ
“ข้าให้เวลาเจ้า 1 ชั่วโมง หากภายใน 1 ชั่วโมงไม่สามารถฆ่าได้ ข้าจะเป็นคนไปหยุด อีกอย่าง อย่าต่อสู้ในสถาบันเฟยเทียน”
“ได้เลยท่านอาจารย์ ท่านนอนต่อเถอะ ข้าจะทำลายกำแพงตึกสัก 6 หลังเพื่อเรียกพวกเขาออกไป”
ผู้อำนวยการเปิดหน้าต่างมองจ้องไปยังสถานที่พักของเหล่าอาจารย์ที่อยู่ต่ำลงไป ในระหว่างที่กำลังเปิดตามองจ้องหาตงฟางว่าอยู่ไหน ลูกธนูขนาดใหญ่ก็ได้พุ่งมาจากทิศทางของทุ่งหญ้าสัตว์อสูรคลั่งเป็นจำนวน 6 ดอกด้วยกัน จากการบินของพวกมันที่บินต่อแถวมานั้น ทำให้รู้ว่าลูกธนูเหล่านี้ถูกยิงด้วยความเร็วสูง
พิ้ว~!
“มันทำได้ยังไงกัน”
ผู้นำนิกายเฟยเทียนย่นคิ้วหลังจากเห็นลูกธนูทั้ง 6 ของตงฟางที่บินตามหลังกันมาติดๆ จู่ๆพวกมันก็พุ่งแยกตัวออกจากกันมุ่งหน้าไปยังตึกทั้ง 6 เขาไม่เคยเห็นทักษะธนูแบบนี้มาก่อนจึงมองด้วยความสงสัย
เดิมทีหากจะจัดการเป้าหมายมากกว่า 1 ลูกธนูที่พุ่งออกมาจากคันธนูจะพุ่งแยกออกจากกันในตอนยิง ไม่ใช่แยกออกจากกันหลังจากยิง แม้จะมีการยิงโค้งหรือทำให้ลูกธนูไล่ล่าเป้าหมาย แต่มันก็ยังมีข้อจำกัด ลูกธนูของตงฟางกลับต่างกันออกไปมากเพราะในตอนที่พุ่งตามกันมาเป็นเส้นตรง พวกมันกลับแยกกันในช่วงที่ใกล้จะถึงเป้าหมาย
ตู้ม~!
เกิดเสียงระเบิดดังลั่นไปทั่วสถาบันเฟยเทียน สร้างความแตกตื่นให้เหล่าอาจารย์ที่อาศัยอยู่บนยอดเขา อย่างไรก็ตามกลับมีอาจารย์ 6 คนที่ตกใจตื่นมากกว่าคนอื่นๆเพราะพวกเขาถูกโจมตีด้วยลูกธนูที่หวังจะเสียบกลางหน้าอก ยังดีที่พวกเขาทั้ง 6 สามารถปัดป้องไปได้จึงไม่ทำให้ตายในการถูกลอบสังหาร
ตุบ~!
อาจารย์จำนวนนับร้อยปรากฎตัวหน้าบ้านของพวกเขาพลางมองจ้องไปยังจุดทั้ง 6 ที่เกิดระเบิดขึ้นมา โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนส่งลูกธนูผ่านค่ายกลจนมาถึงตำแหน่งบ้านพักของเหล่าอาจารย์สถาบันเฟยเทียน
อย่างไรก็ตามคนที่ถูกโจมตีทั้ง 6 เมื่อพวกเขาออกมาจากตัวบ้าน พวกเขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าคนที่โจมตีพวกเขาทั้ง 6 คนนั้นเป็นใคร การที่พวกเขาทั้ง 6 ถูกโจมตีพร้อมกันไม่มีใครคนอื่นจะทำได้นอกจากตงฟาง
ฟิ้ว~!
เสียงลูกธนูพุ่งแหวกท้องฟ้ามุ่งตรงเข้าหาอาจารย์ทั้ง 6 คน พวกเขาที่ได้โอกาสจึงร้องตะโกนสั่งให้อาจารย์ทุกๆคนเฝ้าสถาบันเอาไว้ ส่วนพวกเขาทั้ง 6 ที่ถูกโจมตีจะขอไปดูหน้าคนที่โจมตีพวกเขาด้วยธนู