หลังจากที่หนานิ หนานหย่าจี จู้ป๋ายและต้านชิง ยืนอยู่ที่หน้าทางเข้าอยู่ไม่ถึงสิบลมหายใจ ไม่นานนักก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากหมู่บ้าน
คนที่เดินออกมานั้นต่างก็มีพลังยุทธ์ที่ทรงพลัง แม้กระทั้งหนานหย่าจีก็ยังต้องกลั้นหายใจ เพราะทั้งนางััได้ว่าพลังยุทธ์ที่คนกลุ่มนี้เดินออกมา อย่างต่ำๆก็อยู่ในระดับราชันยุทธ์แล้ว
“ นี้มันอะไรกัน ทำไมพวกเขาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ระดับต่ำสุดที่ปลดปล่อยพลังออกมาก็อยู่ในระดับราชันยุทธ์แล้ว? ” หนานหย่าจีพึมพำด้วยแววตาจริงจัง นอกจากนี้นางยังเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อีกด้วย แม้ว่านางจะรู้ดีว่านางคงไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่ายก็ตาม
และฉากต่อไปก็ทำให้หนานหย่าจี จู้ป๋ายและต้านชิงใยิ่งกว่าเดิม เพราะคนที่เดินออกมานั้นต่างก็โค้งคำนับให้กับนายน้อยของพวกเขาด้วยความเคารพและยังเรียกนายน้อยว่านายท่านอีกด้วย
หนานหย่าจี จู้ป๋ายและต้านชิงมองหน้ากันและยิ่งสับสนยิ่งกว่าเดิม พวกเขามองไปยังนายน้อยของตัวเองด้วยความงุนงงและอยากจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ จู้ป๋ายและต้านชิง พวกเ้าติดตามข้ามาั้แ่ข้ามานานแล้วใช่ไหม? ” หนานิหันมาถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ เรียนนายน้อย พวกเราอยู่ตระกูลหนานมาั้แ่ท่านยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ในอดีตข้าเองก็เคยสอนเพลงหมัดให้กับท่านด้วย ” ต้านชิงพยักหน้ารับเล็กน้อยและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ในเมื่อข้าเห็นพวกเ้าเป็คนสนิท เช่นนั้นข้าก็จะไม่ปิดบังพวกเ้าแล้ว เพราะหลังจากนี้ไปข้าจะต้องใช้งานพวกเ้าและเมื่อข้าจะใช้งานพวกเ้า พวกเ้าก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ นายน้อยหมายความว่ายังไง? ” จู้ป๋ายถามด้วยความสงสัย
หนานหย่าจีและต้านชิงเองก็มองไปที่หนานิด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน
หนานิหัวเราะและหันไปมองหนานหย่าจีด้วยแววตาสบายๆ " ท่านน้า ข้าจะบอกว่าสถานที่แห่งนี้มีเอาไว้ฝึกฝนกองกำลังลับของข้า และท่านรวมไปถึงจู้ป๋ายและต้วนชิงก็ต้องเข้าไปฝึกฝนกับพวกเขาด้วย เพราะจะทำให้พวกท่านแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้หลายเท่า ดีไม่ดีพวกเ้าอาจจะไปถึงระดับราชันยุทธ์หรือจักรพรรดิยุทธ์เลยก็ได้ และเมื่อถึงตอนนั้นข้าจึงจะสามารถใช้งานพวกท่านได้อย่างเต็มที่ ” หนานิอธิบายให้กับทั้งสองคนฟัง
“ นี้มัน…! ” หนานหย่าจี จู้ป๋ายและต้านชิงต่างรู้สึกประหลาดใจ เพราะทั้งสามไม่นึกเลยว่าหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ใกล้กับเมืองต้าฉินจะเป็สถานที่ที่นายน้อยของพวกเขาสร้างเอาไว้เพื่อฝึกคนของตัวเอง
สำหรับหนานหย่าจีนางย่อมรู้เื่ที่หนานิได้รับเซียนท่านหนึ่งเป็อาจารย์ และด้วยทรัพยากรที่อาจารย์ของหนานิทิ้งให้ทำให้ตระกูลหนานเติบโตจนมาถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นนางจึงไม่ได้แปลกใจมากนักที่หนานิสร้างกองกำลังลับของตัวเอง เพราะถ้าหากเป็นางนางก็คงจะทำเหมือนกับหนานิ
“ ิเอ๋อร์ข้าคงต้องขอให้เ้าช่วยอธิบายให้มากกว่านี้ได้หรือไม่? นอกจากนี้ถ้าหากข้าและเ้าสองคนนี้อยู่ฝึกฝนที่นี้แล้วใครจะดูแลเ้าตอนที่อยู่เมืองต้าฉิน? ” หนานหย่าจีถามขึ้น
“ เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอกท่านน้าเพราะข้ามีคนดูแลอยู่แล้ว ” หนาหนมิงยิ้มและปรบมือเบาๆ
ทันใดนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของหนานิ นอกจากนี้กลิ่นอายของพวกเขาก็ยังทรงพลังอีกด้วย เพราะกลิ่นอายของพวกเขาอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์
หนานหย่าจี จู้ป๋ายและต้านชิง มองไปยังยอดฝีมือหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของหนานิด้วยความใ
“ ิเอ๋อร์นี้มัน!! ” หนานหย่าจีมองไปยังหนานิราวกับมองคนที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
ออร่าของยอดฝีมือเ่าั้ หนานหย่าจีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาอยู่ในระดับไหน แต่ที่แน่ๆออร่าเล็กน้อยของพวกเขาก็ทำให้นางที่เป็ถึงปราชญ์ยุทธ์ต้องหวาดกลัว
“ ท่านน้าท่านไม่ต้องคิดมากหรอก เอาเป็ว่าคนเหล่านี้ติดตามข้ามาั้แ่ตระกูลหนานแล้ว นอกจากนี้ท่านไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นงั้นหรือ ข้าเชื่อว่าถ้าหากท่านน้าและเ้าทั้งสองคนฝึกฝนที่นี้ ความแข็งแกร่งก็จะพัฒนาขึ้นกว่าการที่ฝึกฝนที่ตระกูลหนานเสียอีก นอกจากนี้พวกท่านจะได้รับการฝึกฝนจากยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์โดยตรงเลยนะ ” หนานิกล่าวขึ้น
“ อะไรนะ ได้รับการฝึกฝนจากเหนือยุทธ์โดยตรง?! ” หนานหย่าจีถึงกับสะดุ้งและมองไปที่หนานิด้วยความเหลือเชื่อ
ต้องรู้ก่อนว่าจักรพรรดิยุทธ์คือผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรต้าเหยียน พวกเขาคือตัวตนที่ทรงพลังแม้กระทั้งราชสำนักก็ยังต้องให้ความเคารพกับพวกเขา และเหนือกว่าจักรพรรดิยุทธ์ก็คือระดับเหนือยุทธ์ พวกเขาสามารถทำสิ่งใดก็ได้ในทวีปฮุยต้วน
การได้รับการฝึกฝนจากเหนือยุทธ์โดยเฉพาะนั้นเรียกได้ว่าพวกเขาได้รับโชคจาก์เลยด้วยซ้ำ
“ นายน้อยข้าไม่รู้ว่าตอนนี้นายน้อยเป็ใครกันแน่ แต่ข้าจู้ป๋ายเป็คนของตระกูลหนาน ตายไปก็เป็ผีของตระกูลหนาน ในเมื่อเป็คำสั่งของนายน้อยข้าย่อมไม่ขัด นอกจากนี้ยิ่งข้าแข็งแกร่งขึ้นข้าก็ยิ่งช่วยงานนายน้อยได้มากขึ้น หลังจากนี้ไปข้าขอเป็ดาบให้กับนายน้อย ” จู้ป๋ายกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ต้านชิงเองก็รีบกล่าวเหมือนกับที่จู้ป๋ายกล่าวมาทันที พร้อมกับบอกว่าชีวิตนี้ขอเป็บ่าวรับใช้ของหนานิไปตลอดชีวิต
หนานิหัวเราะก่อนที่จะหันไปมองผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังและกล่าวว่า “ ฝากพวกเ้าฝึกฝนสองคนนี้ด้วย เอาให้หนักไปเลย ข้าอยากให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว ”
“ รับคำสั่งนายท่าน ”
“ ิเอ๋อร์ หลังจากนี้เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี ข้าคงไม่ได้ไปกับเ้าสักระยะหนึ่ง รอจนกว่าข้าจะเข้าสู่ระดับราชันยุทธ์แล้วข้าจะไปคุ้มกันเ้าเอง ” หนานหย่าจียิ้มและมองดูหนานิด้วยแววตาชื่นชม
“ แล้วก็นี้คือท่านน้าของข้า พวกเ้าเข้าใจใช่ไหมว่าจะต้องดูแลท่านน้าของข้าอย่างไร? ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่มีปัญหาขอรับนายท่าน พวกเราจะฝึกฝนท่านน้าของท่านให้แข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ” ซูเล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
หลังจากนั้นหนานิก็เข้าไปในหมู่บ้านชุนิ
เมื่อรุ่นเยาว์ที่กำลังฝึกฝนอยู่เห็นหนานิ พวกเขาก็รีบทำความเคารพก่อนที่จะฝึกฝนต่อ เพราะรุ่นเยาว์ทั้งหมดต่างก็รู้จักหนานิในฐานะเ้านายตัวจริง
หนานิมาถึงจวนที่ใหญ่โตที่สุด ซึ่งจวนนี้คือสถานที่ที่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้เคลื่อนย้ายไปยังหอการค้าหมื่นสมุทรที่เมืองต้าฉินและศูนย์บัญชาการหลักของศาลาชุนิ
โดยที่จวนแห่งนี้ได้รับการป้องกันอย่างเข้มงวด เพราะมีแม้กระทั้งจักรพรรดิยุทธ์หนึ่งคน ราชันยุทธ์สามคนเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
หนานิเลือกที่จะไปยังศูนย์บัญชาการศาลาชุนิก่อน
เมื่อมาถึงเขาก็ได้รับต้อนรับจากตัวตนระดับสูงของศาลาชุนิ
ที่ห้องประชุมหลัก
หนานิอ่านรายงานที่ศาลาชุนิไล่ล่าสังหารคนขององค์กรดาราลักษณ์ไปสองร้อยกว่าคนแล้ว แม้กระทั้งระดับปราชญ์ยุทธ์ของพวกมันก็ถูกฆ่าไปเกือบสิบคน แล้วยังรู้ที่ซ่อนตัวของพวกมันถึงสี่แห่งและตอนนี้กำลังวางแผนบุกโจมตีอยู่
“ ถ้าหากรู้ที่ซ่อนตัวแล้วก็จัดการให้สิ้นซาก ” หนานิกล่าวพร้อมกับวางเอกสารไว้บนโต๊ะ
“ ขอรับนายท่าน ” เฮยจวินกล่าวพร้อมกับหยิบเอานกกระดาษออกมาและออกคำสั่งสังหารทันที
“ จริงสิแล้วพวกองค์กรชั่วร้ายอื่นๆได้เข้ามายุ่งเกี่ยวหรือไม่? ” หนานิถามขึ้น
“ ในตอนแรกก็มีหอเจ็ดมรณะที่เข้ามายุ่งเกี่ยว แต่เมื่อพวกมันรู้ว่าศาลาชุนิ้ากวาดล้างองค์กรดารามรณะพวกมันก็ถอยไปทันที นอกจากนี้พวกมันยังส่งข้อมูลขององค์กรดาราลักษณ์ให้กับพวกเราอีกด้วย ทำให้พวกเราสามารถจับกุมและสังหาร รวมไปถึงรู้ที่ซ่อนขององค์กรดาราลักษณ์ได้หลายแห่ง ” ไป๋จวินตอบ
หนานิใช้นิ้วเคาะลงไปที่โต๊ะสองสามครั้งและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ แม้ว่าพวกมันก็ไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาให้กับพวกเราและยังช่วยเหลือพวกเราแบบนี้ ข้าในฐานะผู้นำก็ต้องส่งของขวัญไปให้พวกมันสักหน่อย สั่งการลงไปเจอคนของหอเจ็ดมรณะก็สังหารให้สิ้น ถึงอย่างไรพวกมันก็เป็กองกำลังที่ชั่วร้ายอยู่แล้ว พวกมันก็ไม่สมควรอยู่บนโลกนี้ ”
“ รับคำสั่งนายท่าน ” เฮยจวินยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับส่งนกกระดาษเพื่อออกคำสั่งไปอีกครั้ง
หลังจากที่อยู่ที่หมู่บ้านชุนิสองถึงสามวัน หนานิก็ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังหอการค้าหมื่นสมุทรที่เมืองต้าฉิน
ส่วนทางด้านของหนานหย่าจี จู้ป๋ายและต้านชิง ตอนนี้พวกเขารับรู้แล้วว่ากองกำลังที่นายน้อยสร้างขึ้นมานั้นทรงพลังมากแค่ไหน เพราะพวกเขาพบเจอราชันยุทธ์หลายสิบคน แม้กระทั้งจักรพรรดิยุทธ์บางคนก็ยังเดินไปมาให้เห็นง่ายๆ
เวลานี้จู้ป๋ายและต้านชิงต่างก็สับสนไปหมดแล้วว่าแท้จริงแล้วหนานิเป็ใครกันแน่ ถึงได้มียอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์เป็ผู้ติดตามแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็รู้อย่างหนึ่งก็คือถ้าหากพวกเขายังติดตามนายน้อยแบบนี้ต่อไป ในอนาคตพวกเขาจะต้องแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงอย่างแน่นอน
ถ้าหากหนานหย่าจี จู้ป๋ายและต้านชิงรู้ว่านายน้อยของพวกเขามียอดฝีมือระดับเทพยุทธ์หรือแม้กระทั้งระดับกึ่งเซียนเป็ผู้ติดตามล่ะก็ พวกเขาคงใจนตายเป็แน่
หนานินั่งอยู่ที่ห้องพักส่วนตัวของตัวเองที่หอการค้าหมื่นสมุทร
หนานิอ่านรายงานถึงข้อมูลต่างๆที่ศาลาชุนิรวบรวมมาให้ ซึ่งรายงานเหล่านี้เป็รายงานที่เกี่ยวกับกองกำลังต่างๆภายในแคว้นฉินโจวและเหยียนโจว
อาณาจักรต้าเหยียนมีราชวงศ์เหยียนเป็ผู้ปกครองมาอย่างยาวนาน จักรพรรดิคนปัจจุบันของราชวงศ์เหยียนคือเหยียนซีเหอ ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น
จักรพรรดิเหยียนซีเหอมีโอรสและพระธิดามากกว่ายี่สิบคน โดยองค์ชายใหญ่ดำรงตำแหน่งรัชทายาทและยังเป็ถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งของอาณาจักรต้าเหยียนอีกด้วย เนื่องจากพระองค์อายุเพียงแค่สี่สิบก็มีความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์ขั้นต้นแล้ว เรียกว่าถ้าหากให้เวลาองค์ชายใหญ่สักหน่อยเขาจะต้องไปถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์อย่างแน่นอน
นอกจากนี้สิ่งที่หนานิสนใจก็คือราชวงศ์เหยียนค่อนข้างที่จะสามัคคีกันมาก น้อยครั้งนักที่พวกเขาจะมีปัญหากัน แม้กระทั้งตำแหน่งรัชทายาทองค์ชายคนอื่นๆก็ไม่ได้ให้ความสนใจด้วยซ้ำ
ทางด้านของอ๋องทั้งสี่ที่ปกครองสี่แคว้น พวกเขาก็ไม่ได้สนใจตำแหน่งจักรพรรดิแม้แต่น้อย พวกเขาเอาแต่เฝ้าระวังอาณาจักรใกล้เคียงและทำากับอาณาจักรใกล้เคียงเพื่อปกป้องอาณาจักรต้าเหยียนเป็เวลาหลายสิบปี
เมืองหลวงต้าเหยียนมีห้าตระกูลใหญ่ พวกเขาต่างก็เกี่ยวพันกับราชสำนักอย่างมาก เพราะทายาทของพวกเขาต่างก็ตบแต่งกับองค์ชายและองค์หญิงของจักรพรรดิมาอย่างอย่างนาน
ห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงได้แก่ ตระกูลเสวียน ตระกูลน่าหลัน ตระกูลมู่ ตระกูลเฟย ตระกูลโอวหยาง
โดยทั้งห้าตระกูลต่างก็มียอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ประจำการอยู่ โดยพวกเขามีราชันยุทธ์อยู่ตระกูลละเจ็ดถึงแปดคนเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีกองกำลังลับที่องค์จักรพรรดิสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะอย่างเช่นสำนักผู้ตรวจการ หอเฟิงอี้ หอดารายุทธ์ เป็ต้น
หอดารายุทธ์เป็สำนักที่มีไว้เพื่อทำนายอนาคตของราชสำนัก แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านี้คือผู้ที่คอยอยู่เื้ัของสำนักผู้ตรวจการและหอเฟิงอี้ เพราะหอดารายุทธ์เป็กองกำลังลับที่ทรงพลังและเก็บข้อมูลต่างๆในอาณาจักรต้าเหยียนรวมไปถึงอาณาจักรใกล้เคียงเอาไว้
ส่วนเมืองต้าฉิน ตระกูลต่างๆอยู่ภายใต้การปกครองของฉินอ๋องหรือเหยียนเฉิน แม้กระทั้งสำนักผู้ตรวจการแห่งแคว้นฉินโจวและสถาบันฉินเยี่ยก็อยู่ภายใต้การดูแลของฉินอ๋องเช่นเดียวกัน
ว่ากันว่าฉินอ๋องเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง เขาเป็ถึงราชันยุทธ์ขั้นสูงที่ทรงพลังในระดับเดียวกันมาก และเพราะการมีฉินอ๋องอยู่ทำให้สัตว์อสูรจากเทือกเขามรณะไม่สามารถบุกโจมตีแคว้นฉินโจวได้
กองทัพที่ฉินอ๋องสร้างขึ้นมีชื่อว่า กองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งเป็กองทัพที่รวบรวมยอดฝีมือแห่งแคว้นฉินโจวเอาไว้มากมายและเป็กองทัพที่ทรงพลังติดหนึ่งในสามของอาณาจักรต้าเหยียน
สำหรับตระกูลใหญ่แห่งเมืองต้าฉินมีทั้งหมดสามตระกูลด้วยกันได้แก่ ตระกูลฟาง ตระกูลหวง ตระกูลเยี่ย พวกเขามีเพียงยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ดูแลอยู่มากกว่าสามคน
ส่วนทางด้านของสำนักหรือกองกำลังต่างๆที่อยู่ในเมืองต้าฉิน พวกเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าสามตระกูลใหญ่หรือตำหนักฉินอ๋อง ทำให้หนานิเพียงแค่จำชื่อของกองกำลังเ่าั้ก็พอ
หลังจากที่หนานิอ่านข้อมูลต่างๆเสร็จก็เป็่บ่ายแล้ว เขาจึงสั่งให้หยางผิงไปเตรียมอาหารให้กับเขา
เวลานี้หยางผิงได้รับตำแหน่งดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรสาขาเมืองต้าฉิน นอกจากนี้เขาก็มีความแข็งแกร่งในระดับเซียนยุทธ์ขั้นกลางแล้ว เนื่องจากหยางผิงเป็คนแรกๆที่หนานิอัญเชิญออกมา ทำให้เขามีเวลามากในการพัฒนาตัวเองแม้ว่าตอนแรกที่อัญเชิญมาจะมีระดับแค่ราชันยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ก็ตาม แต่ระยะสามปีครึ่งและรวมกับทรัพยากรจำนวนมากที่หนานิได้รับจากตัวละคร ก็ทำให้ตัวละครตัวแรกๆที่อัญเชิญออกมาทรงพลังมากกว่าเดิมหลายร้อยเท่า
นอกจากนี้ไม่รู้ว่าหนานิรู้สึกไปเองหรือไม่ ตัวละครที่เขาอัญเชิญมากนั้นไม่มีคอขวดเลยด้วยซ้ำ เมื่อมาถึงคอขวดพวกเขาก็ใช้เวลาไม่นานในการทะลวงเข้าสู่ขั้นต่อไปทันที ไม่เหมือนกับคนในโลกนี้ที่บางคนติดอยู่ที่คอขวดนั้นไปหนานหลายสิบปีหรือหลายร้อยปี แม้กระทั้งตลอดชีวิตก็ตาม
" นายท่าน…อีกครึ่งเดือนสถาบันฉินเยี่ยจะเปิดรับสมัครศิษย์แล้ว ตอนนี้คนของศาลาชุนิได้แทรกซึมเข้าไปในสถาบันฉินเยี่ยสี่คนขอรับ โดยพวกเขาต่างก็เป็อาจารย์ระดับสูงของสถาบันฉินเยี่ย พวกเขาแจ้งว่าจะให้โหรวอวี้รับหน้าที่เป็อาจารย์ของท่านในสถาบันฉินเยี่ย
โหรวอวี้ตอนนี้รับตำแหน่งอาจารย์ระดับทองของสถาบันฉินเยี่ย นางได้แสดงความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์ออกมาและยังได้รับความไว้วางใจจากรองอาจารย์ใหญ่สถาบันฉินเยี่ยอีกด้วย อีกทั้งความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนางนั้นอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์แล้วด้วย
ส่วนคนอื่นๆที่แทรกซึมเข้าไปในสถาบันฉินเยี่ยก็เป็อาจารย์ระดับเงินของสถาบันฉินเยี่ยเช่นกัน แม้ว่าความจริงแล้วคนที่แทรกซึมเข้าไปจะมีความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์แต่พวกเขาก็ได้ปกปิดพลังของตัวเองเอาไว้
อาจารย์ของสถาบันฉินเยี่ยมีทั้งหมดสี่ขั้นด้วยกันได้แก่ เหล็ก ทองแดง เงิน ทอง
โดยอาจารย์ระดับเหล็กคืออาจารย์ผู้ช่วยของสถาบัน พวกเขาเป็เพียงแค่ผู้ช่วยงานของอาจารย์ระดับทองแดงเท่านั้น พวกเขาแทบจะไม่มีบทบาทใดๆในสถาบันฉินเยี่ยเลยด้วยซ้ำ
อาจารย์ระดับทองแดงคืออาจารย์ระดับต่ำสุด พวกเขายังเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้น
อาจารย์ระดับเงินคืออาจารย์ที่มีเสาหลักของสถาบันฉินเยี่ย พวกเขาถือว่าเป็ยอดฝีมือที่โดดเด่นของเมืองต้าฉิน โดยพวกเขาส่วนมากจะเป็ยอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์
อาจารย์ระดับทองคืออาจารย์ที่ทรงพลังมากที่สุด พวกเขาทั้งหมดมีอยู่เพียงไม่ถึงห้าคนของสถาบันฉินเยี่ยเท่านั้น เพราะพวกเขาทั้งหมดจะมีความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์ " หยางผิงรายงาน
หลักจาที่หนานิเข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้ว เขาก็กินข้าวและเที่ยวเล่นเมืองต้าฉิน