เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 57 ฝัน ( 2 )

    ดวงตาของเล็กน้ำเบิกค้าง ม่านตาที่ขยายอย่างรวดเร็ว เพ่งมองความมืดมิดที่วางอยู่เบื้องหน้าตาไม่กระพริบ ยามนี้ ทัศนียภาพงดงามดั่งเเดนสวรรค์เหนือใดเปรียบ หลงเหลือให้เห็นน้อยนิด เพียงปลายหางตาเท่านั้น

    เงาร่างทะมึนประหลาดขนาดใหญ่ยักษ์ อยู่ๆ ได้โผล่มาพร้อมกับถ้อยคำสนทนาอันเป็นปริศนา ภายในความดำมืดราวกับหุบเหวที่ลึกเกินหยั่ง คล้ายมีจันทราสองดวงแขวนไว้อยู่เคียงคู่กัน

    เมื่อประกายเเสงเจิดจ้าสาดทอลงมายังชายหนุ่ม คลื่นอากาศที่ห้อมล้อมอยู่รอบกาย เเปรเปลี่ยนเป็นพิภพอันเย็นเยียบในทันใด โลหิตอบอุ่นที่ไหลเวียนสูบฉีดดั่งถูกผนึกจนเเข็งค้าง

    ลมหายใจต่อมา เนตรคู่งามได้ลาลับไป พร้อมกับการขยับไหวตัวของร่างลึกลับ เเต่เเทนที่เล็กน้ำจะรู้สึกปลอดภัย เขากลับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด เพราะรัศมีสว่างพร่างพราวที่อยู่ด้านหลัง ได้ทอประกายลูบไล้ไปตามสรีระเรียวยาวโค้งมน เผยให้เห็นผิวหนังอันเรียบลื่น ปกคลุมไปด้วยเเผ่นเกล็ดใหญ่โต กำลังล้อระเริงเล่นเเสงดาว งดงามแวววาวคล้ายกระเบื้องเคลือบขัดเงาอย่างพิถีพิถัน

    ' งะ... งู... งูยักษ์!!! '

    น้ำเสียงของเล็กน้ำสั่นเครือ ลมหายใจเริ่มระบายออกอย่างหนักหน่วงติดขัด ยามนี้ ยากจะบอกได้ว่าตนเองรู้สึกเช่นไร ที่ต้องกลายมาเป็นผู้ถูกล่าจากนักฆ่าชั้นพระกาฬ อันมีชื่อเสียงลือลั่นในความเลือดเย็นเป็นที่สุด

    เงาร่างสูงทะมึนมโหฬาร ที่สามารถปิดเเผ่นฟ้าได้อย่างน่าเกรงขาม เเท้ที่จริงเเล้ว มันคือพญางูใหญ่สีขาวเผือก เป็นเพราะประกายเเสงตกกระทบจากกลุ่มดาวที่อยู่ด้านหลัง บังคับให้ชายหนุ่มมองเห็นตัวมันเป็นสีเทาดำมืดหม่น

    อสูรร้ายที่ปรากฏตัวออกมาราวกับภูตพราย มีลำตัวเรียวยาวสีขาวดั่งน้ำนมของมารดา เเสนสวยงามเเละสูงศักดิ์ มันเลื้อยร่างที่ปราศจากราคีท่ามกลางหมู่ดาว เเหวกว่ายในเอกภาพความว่างเปล่าดุจดั่งสัตว์เทพวิเศษ มันอาจจะเป็นพาหนะของมวลหมู่ทวยเทวาชั้นสูง ที่เปี่ยมด้วยอิทธิฤทธิ์อภินิหารเหนือโลก เหล่านี้คือก้อนความคิดที่ลอยละล่องอยู่ในศีรษะของชายหนุ่ม

    " บุนดู... ครั้งนี้อาจจะเป็นโอกาสสุดท้าย " กระเเสเสียงมืดหม่นเย็นชาดังขึ้น " เจ้าก็รู้ ยิ่งมีความเสี่ยงมากเท่าไหร่ ผลตอบเเทนที่ได้รับย่อมทบทวีมากมายขึ้นเท่านั้น! "

    " เเต่หากล้มเหลว พวกเราอาจหายไปตลอดกาล " น้ำเสียงเเหบพร่าลังเล เปล่งออกมาจากปากของงูใหญ่ ที่มองดูราวกับบึงโลหิต " ดูบัว... ข้าต้องการเวลาใคร่ครวญเพื่อตัดสินใจ "

    " ไม่มีเวลาเเล้ว! " เสียงทุ้มต่ำกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า " เจ้าสิ่งฝืนชะตาตนนี้ได้เกิดจิตวิญญาญขึ้นเเล้ว เมื่อไหร่ที่เราดูดซับพลังชีวิตมหาศาลของมันจนหมด อายุขัยจะยืดออกไปได้อีกหลายพันปี เจ้าจงอย่าได้ลืมเลือน เส้นทางไร้บรรจบใกล้หวนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้บ่วงกรรมทั้งหมดของเหล่าบรรพบุรุษที่เคยผูกไว้กับเผ่าพันธุ์อันน่ารังเกียจ จะต้องถูกตัดให้สิ้นไปเสียที "

    ' บ่วงกรรม เเล้วก็ความเสี่ยง พวกมันจะทำอะไรกันเเน่ '

    ทันใดนั้น ศีรษะกลมมนขนาดมหึมา ได้วกกลับมาอีกครั้ง มันเลื้อยเข้าใกล้ชายหนุ่มมากกว่าเดิม จนเกือบเเนบชิดกัน ทำให้เบื้องหน้าเห็นเพียงดวงตากลมใหญ่ทอเเสงสีทองอร่าม ปรากฏอยู่เต็มสองตา ภายในนั้น ถูกประดับด้วยเเก้วตาสีดำสนิทที่ใสวาววับราวกับกระจกเงา

    เเต่สิ่งที่ทำให้เล็กน้ำต้องตื่นตะหนก จนดวงใจแทบจะหยุดเดิน ไม่ใช่ความใหญ่โต หรือกลิ่นสาบสางที่ระบายออกมาจากลมหายใจอันร้อนระอุ มันคือภาพอันเเปลกประหลาด พิสดารเหนือจินตนาการ ที่สะท้อนให้เห็นอยู่ภายในนั้น!!

    ' ตัว... ตัวเรา? '

    นัยน์ตาวูบไหวสั่นระริกของเล็กน้ำมองรูปลักษณ์ใหม่ของตนเอง ด้วยจิตใจที่เคว้งคว้างว่างเปล่า หรือในยามนี้ กล่าวได้ว่า ดวงวิญญาณของเขาได้กลับมาเกิดใหม่ คล้ายผลไม้ที่มีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์!

    เจ้าสิ่งลึกลับนั้น มีลักษณะเป็นวงรี เปลือกใสดั่งเเก้ว ศีรษะเเคบเเหลมดั่งสวมมงกุฎ ด้านบนมีก้านอ่อนทั้งสามงอกยืดยาวขึ้นไปเชื่อมต่อกับคาคบไม้สีเขียวเข้ม ลำตัวยาวเชื่อมติดกับเเขนขาที่เหยียดตรงเเข็งทื่อ บนใบหน้าที่เเบนราบ ปรากฏจุดเล็กๆ สองจุดเสมือนดวงตา

    ภายในนั้น ได้กักขังสายน้ำหลากสีสันประดุจสายรุ้ง สาดซัดราวกับเกลียวคลื่น กระทบไปมาไม่หยุดหย่อน ลึกลงไปในเเผ่นอก มีก้อนเนื้อสีเเดงดั่งโลหิตกำลังระบำเป็นจังหวะ มันเต้นอย่างเเผ่วเบาภายในอุ้งมือเเห้งเหี่ยวสีดำคล้ำ

    เล็กน้ำถอนลมหายใจยาว ไม่คาดคิดว่าการกลับมาเกิดใหม่ของเขาจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้ รูปเเบบสารพัดสารพันที่เเตกต่างกันมีเป็นร้อยหมื่น ช่างน่าขันสิ้นดี วิญญาณดวงน้อยกลับมาจุติอยู่ในผลไม้ ที่ถูกพญาอสรพิษร้ายคิดจับจ้องครอบครอง

    เนิ่นนานมาเเล้ว เมื่อตอนเขายังเด็ก เล็กน้ำเคยฝันซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง ว่าเเท้ที่จริงเเล้ว ตนเองคือดาวดวงหนึ่ง อาศัยอยู่ในห้วงดาราจักรอันยิ่งใหญ่ไกลโพ้น เพียงเเค่นึกคิด ภูเขาจะถล่มล่มสลาย สายน้ำจะถาโถมท่วมปฐพีจนจมมิด

    ในบรรยากาศอันเงียบสงัด เวลาเสมือนหยุดเดิน ได้เกิดคำถามผุดขึ้นมาอย่างมากมาย ยามนี้ ชายหนุ่มคิดจะกล่าวบางอย่าง สุดท้ายได้เเต่อ้ำอึ้งอยู่เนิ่นนาน ราวกับถูกอำนาจที่มองไม่เห็นยับยั้งไว้ เเต่ไม่ว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร วันพรุ่งนี้จะมาเยือนหรือไม่ เขายังต้องการคำตอบ เเค่เพียงคำตอบเดียวเท่านั้น คำตอบที่สามารถไขความสับสนในทุกคำถามทั้งหมดได้

    " หากทุกเส้นทางล้วนมุ่งหน้าสู่ความตาย สุดท้ายความไม่เเน่นอนย่อมเป็นดั่งพรอันประเสริฐสูงสุด " น้ำเสียงเเหบพร่าที่เปลี่ยนไป ได้ลอยออกมาจากปากใหญ่ยักษ์ มันยังคงจดจำความรู้สึกทระนงองอาจนี้ได้ เเม้ว่าจากวันนั้น กาลเวลาจะล่วงเลยผ่านไปเเสนนาน

    สิ้นเสียงนั้น ศีรษะขาวกระจ่างกลมมนค้อมต่ำลงมาเล็กน้อย ทำให้เล็กน้ำสามารถมองเห็นอักขระโบราณ สลักไว้กลางหน้าผากได้อย่างชัดเจน มันมีรูปร่างคล้ายกับโซ่ตรวนสีเเดงฉาน เมื่อเผลอมองมัน จิตวิญญาณของเขาราวกับถูกสายฟ้าฟาด แม้จะต้องการเพียงใด ก็ไม่อาจถอนสายตาออกไปได้

    ดวงตาของชายหนุ่มเริ่มพร่ามัว ทั่วทั้งร่างโรยเเรง คล้ายถูกมือมืดลึกลับดึงเเกนกระดูกออกไป มีเพียงผิวหนังดั่งเปลือกที่หลงเหลือไว้ห่อหุ้มดวงวิญญาณอันอ่อนล้า

    จากนั้นมันลากลำตัวยาวที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีขาว กลับไปขดตัวเป็นกลุ่มเหมือนกับสปริงเหล็กกล้า พร้อมตวัดลิ้นดำมะเมื่อมสองเเฉกถี่รัว สร้างบรรยากาศวิปริตด้วยเสียงคำรามดั่งฟ้าลั่นเเปลบปลาบ ร้องกระหึ่มก้องอย่างต่อเนื่อง

    พริบตานั้น พญางูใหญ่ได้กลายเป็นเนื้อเดียวกันกับความว่างเปล่า เหลือไว้เพียงภาพติดตาอยู่ชั่วครู่ เบื้องหน้าของชายหนุ่ม กลับกลายเป็นสายธารดารามาเเทนที่ ผิดเเผกเเค่คราวนี้ ทัศนียภาพชวนฝันได้หมุนตลบพลิกกลับราวกับฝนตกขึ้นฟ้า

    ' เจ็บชะมัด!!! '

    เล็กน้ำปวดเเสบที่ศีรษะอย่างเเสนสาหัส คล้ายหนังหัวถูกฉีกกระชากออกไปอย่างรุนเเรง จนอยากจะอาเจียน ทันทีที่คืนสติ เขาเจ็บระบมขาทั้งสองเป็นอย่างมาก ราวกับมันจมอยู่ในบ่อโคลนดูด เมื่อกวาดตามองไป ความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มพุ่งขึ้นมาจากภายในจิตใจ ผลไม้ประหลาดที่วิญญาณของเขาเข้ามาอาศัย ขณะนี้กำลังถูกงูยักษ์จับมาขย้อนกลืนกิน

    ' ฮาฮาฮา ตายอีกเเล้ว ช่วงชีวิตในครั้งนี้ช่างสั้นนัก '

    เล็กน้ำผ่อนเเรงที่กัดฟันเเน่น รู้สึกเเปลกใจยิ่งนักที่ตนเองนิ่งสงบได้ถึงเพียงนี้ เขาหันมองไปยังดวงดาวโดดเดี่ยวที่ลอยตัวอยู่ใกล้มากที่สุด มันยังเหมือนเดิม ยังคงงดงามดั่งความฝัน ในยามนี้ บนใบหน้าที่เเบนราบ ริมฝีปากอันเลือนรางได้ปรากฏขึ้น...