ตอนที่ 82 ไปส่งหานซานหยาง
ในตอนนี้แต่ละชุมชนต่างก็ติดต่อชุมชนถวนเจี๋ยเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์กันทั้งนั้น แต่ย่าเฒ่าหานกลับคิดว่า หรือเราควรจะใช้โอกาสนี้เพื่อรวบรวมเสบียงเพิ่มเติมก็ไม่เลว ย่าเฒ่าหานยุ่งมากเหลือเกิน เรื่องในบ้านทั้งหมดจึงถูกมอบหมายให้หานชีเยวี่ยจัดการ รวมถึงการเตรียมสัมภาระให้หานซานหยางด้วย ส่วนคนอื่นๆ ในบ้านสกุลหาน ไม่ว่าคนไหนต่างยุ่งกันจนหัวหมุน ทุกบ้านต่างก็กำลังตัดกิ่งหลิวมาสานตะกร้าเพื่อหาเงิน แน่นอนว่าครอบครัวของพวกเขาย่อมไม่พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปไม่ได้
ทุกคนยุ่งกันมาก จึงไม่มีใครสนใจว่าหานชีเยวี่ยทำอะไรอยู่ในห้องทั้งวัน
เพราะมีคำรับรองของอู๋เจี่ยฟั่ง หานชีเยวี่ยจึงไม่กังวลมากนักว่าเรื่องของหลี่เสี่ยวหรงจะส่งผลกระทบต่อตัวเธอมากเกินไป เพราะอย่างไรเสียไม่ว่าจะสืบสวนจากมุมไหน เธอกับจวงเหวินหลินก็ไม่ได้สนิทสนมกัน ต่อให้จะเรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่ก่อนหน้านี้ก็แทบจะไม่เคยคุยกันเลย
เธอจึงฉวยโอกาสใช้เวลาตอนที่ไม่มีใครจับตาดูอยู่ ลงมือทำสิ่งต่างๆ ในบ้านอย่างสุดฝีมือ
หลังจากที่หานชีเยวี่ยรับฝ้ายมาจากมือของย่าเฒ่าหาน เธอมองปราดเดียวก็ไรู้ได้เลยว่ามันไม่พอ ผ้าห่มนวมที่ใช้ในฤดูหนาว ถ้าบางเกินไปคงไม่ได้แน่ เมื่อชาติที่แล้ว ร่างกายของพี่ชายทุกคนในบ้านไม่ค่อยแข็งแรง ใครจะรู้ว่าเป็นเพราะตอนหนุ่มๆ พวกเขาได้รับความยากลำบากมากเกินไป
เธอจึงตรงเข้าไปหยิบผ้านวมออกมาจากมิติทันที ต้องบอกก่อนว่าใยฝ้ายก้อนนี้เยี่ยมมากจริงๆ มันหนักถึงเจ็ดจิน และไม่มีใยอื่นใดปลอมปน เป็นการใช้ฝ้ายคุณภาพดีอย่างแท้จริง
หานชีเยวี่ยไม่อาจหักใจแม้แต่จะแบ่งใยฝ้ายออก เธอจึงใช้ผ้าเก่าห่อหุ้มมันไว้อย่างลวกๆ ภายใต้ผ้าเก่านั้น ใยฝ้ายใหม่เอี่ยมที่เคยขาวสะดุดตาพลันเปลี่ยนเป็นดูเรียบง่ายไร้ราคาลงทันที เพียงแค่สัมผัสก็รู้สึกแข็งกระด้างขึ้น ไม่นุ่มนิ่มเช่นแต่ก่อน จากนั้นหานชีเยวี่ยก็นำผ้าห่อผืนใหญ่ที่ได้มาตัดเย็บอย่างง่ายๆ ให้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสพอดีสำหรับทำผ้าห่มหนึ่งผืน
เธอใช้ผ้านี้เปลี่ยนไส้ผ้าห่มกับผ้าห่มผืนเก่าของหานซานหยางที่ขาดแหล่มิขาดแหล่ ส่วนปลอกผ้านวม หลังจากที่หานชีเยวี่ยซักจนสะอาดแล้ว เธอก็ตรวจดูอย่างละเอียด เมื่อพบว่าไม่มีรูขาดจึงไม่คิดจะเปลี่ยน
ของแบบกึ่งเก่ากึ่งใหม่แลจะดี หากเป็นของใหม่เอี่ยมทั้งหมด เมื่อมาปรากฏในยุคสมัยนี้ ก็รั้งแต่จะดึงดูดความอิจฉาริษยาของผู้อื่น ดังนั้นการทำตัวให้ไม่โดดเด่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่างไรเสีย ของข้างในที่ใช้ก็เป็นของดี เพียงพอต่อความอบอุ่น ข้างนอกถึงจะดูแย่หน่อยก็ไม่เป็นไร นี่คือการเสียหน้าเพื่อรักษาเนื้อในนั้นเอง อีกทั้งในยุคสมัยนี้ มีบ้านใดบ้างที่บนเสื้อผ้าไม่มีรอยปะ ถ้าไม่มีสิถึงจะถูกคนอื่นจับตามอง
มีผ้าห่มแล้วก็ต้องมีผ้านวมไว้ปูที่นอนด้วย
ที่นอนของหานซานหยางก็ดูไม่ได้แล้วเหมือนกัน มันแข็งไปทั้งแผ่น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการให้ความอบอุ่น หานชีเยวี่ยคิดว่าเพียงแค่นอนก็คงปวดหลังแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัยของย่าเฒ่าหาน หลังจากที่หานชีเยวี่ยคิดแล้วคิดอีก เธอก็หยิบผ้านวมใหม่มาแกะออก ก่อนเอามาทำเป็นที่นอนหนานุ่มให้หานซานหยาง สุดท้ายก็ปูทับด้วยผ้าฝ้ายเก่าบางๆ หนึ่งชั้นอีกทีหนึ่ง
ดังนั้นสิ่งที่ย่าเฒ่าหานเห็นก็คือที่นอนที่ทำจากผ้าฝ้ายเก่า เมื่อหานชีเยวี่ยเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เป็นเย็นวันอาทิตย์เสียแล้ว เมื่อย่าเฒ่าหานรู้ว่าหานชีเยวี่ยใช้ผ้าฝ้ายทั้งหมดไปทำที่นอน เธอก็รู้สึกปวดใจ ชีเยวี่ยเด็กคนนี้ ไม่ว่าที่ดีก็ล้วนดีล้วนเด่นไปหมด แต่เธอมีเพียงข้อเสียเดียวนั้นก็คือชอบใช้จ่ายมือเติบ "อาเยวี่ย หลานเอาผ้าฝ้ายไปทำที่นอนหมดแล้ว ตอนกลางคืนหนาวก็คงไม่เป็นไรแล้ว แต่ตอนกลางวันพี่สามของหลานจะทำอย่างไรล่ะ? "
ย่าเฒ่าหานคิดว่าอากาศจะยิ่งหนาวเย็นลงเรื่อยๆ อีกไม่กี่วันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเสื้อกันหนาว แต่เสื้อกันหนาวของซานหยางกลับไม่อุ่นเลย ย่าเฒ่าหานไม่ได้หมายความจะตำหนิหานชีเยวี่ย เพียงรู้สึกว่าตัวเองคิดไม่รอบคอบ ลืมไปว่าชีเยวี่ยยังเด็กจึงไม่ได้เตือนไว้ก่อน แต่หานชีเยวี่ยกลับไม่กังวลเรื่องนี้เลยแม้แต่นิด เพราะอย่างไรเสีย ตอนนี้ก็ยังมีเวลาอีกพักใหญ่กว่าอากาศจะหนาวจัด เมื่อถึงเวลานั้น เธอก็แค่หาข้ออ้างเอาฝ้ายกลับมาก็พอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ชุดเครื่องแบบของสถานีตำรวจก็มีเสื้อกันหนาวด้วย
"คุณย่าคะ ต่อไปพี่สามก็มีงานทำแล้ว หนูได้ยินมาว่าพวกเขาจะแจกเสื้อผ้า รวมทั้งเสื้อกันหนาวด้วยค่ะ"
เมื่อย่าเฒ่าหานได้ยินหลานเอ่ยเช่นนี้ เธอก็ถามด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอ?"
"จริงแท้แน่นอนค่ะ คุณย่า หนูเคยโกหกคุณย่าเมื่อไหร่กัน?"
ย่าเฒ่าหานยังคงยุ่งอยู่ เธอจึงเชื่อคำพูดของหานชีเยวี่ย อย่างไรเสียขอเพียงหลานชายเธอไม่หนาวก็พอแล้ว ย่าแก่ๆ อย่างเธอยังคงยุ่งกับการทำงาน ไม่มีเวลาไปสนใจเขามากนัก เช้าตรู่วันจันทร์ หานซานหยางแบกที่นอนเข้าเมืองแต่เช้า ผู้นำชุมชนก็มาหาหานชีเยวี่ยแต่เช้าเช่นกัน เพื่อพาเธอไปรายงานตัวที่สหคาม
เขาเองก็รู้เรื่องที่หานซานหยางจะไปทำงานที่เมืองแล้ว ตอนเช้าจึงตั้งใจขับรถล่อของชุมชนมารับโดยเฉพาะ
แต่ใครจะรู้ว่าต่อให้รีบมาแค่ไหน หานซานหยางก็ออกเดินทางไปแล้ว "เด็กคนนี้ ทำไมไปเช้าขนาดนี้เล่า?” ผู้นำชุมชนรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่ได้มารับตำรวจในอนาคตได้ทันเวลา
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ผู้นำชุมชนคะ เรานั่งรถย่อมเดินทางได้เร็วกว่า เพียงครู่เดียวเดี๋ยวก็ไล่ตามทันแล้วค่ะ!" หานชีเยวี่ยยิ้มปลอบชายชรา
ผู้นำชุมชนจึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง เขาขับรถพาหานชีเยวี่ยออกเดินทาง พอถึงหัวหมู่บ้านก็เจอกับเหล่ายุวชนหลายคน
"พวกเธอจะไปสหคามเหรอ?" ผู้นำชุมชนถาม
ชุมชนถวนเจี๋ยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความสามัคคีกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สมาชิกในชุมชนเดิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพวกยุวชนเหล่านี้ด้วย เมื่อเทียบกับชุมชนอื่นๆ ความสัมพันธ์ระหว่างยุวชนและสมาชิกชุมชนของชุมชนถวนเจี๋ยนั้นถือว่าดีที่สุด เมื่อเหล่ายุวชนเห็นผู้นำชุมชนขับรถล่อมา แต่ละคนก็มีรอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้า "ผู้นำ กำลังจะไปสหคามเหรอครับ?"
"ฉันจะเข้าเมืองน่ะ"
เมื่อเหล่ายุวชนได้ยินคำตอบนี้ พวกเขาก็มองหน้ากัน ในใจก็ยิ่งเบิกบานมากขึ้น "ผู้นำ เราขอติดรถไปด้วยได้ไหมครับ? ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว พวกเราคิดว่าจะฉวยโอกาสที่ยังไม่ค่อยยุ่งเข้าเมืองสักหน่อยน่ะครับ”
"ขึ้นมาได้เลย!” ผู้นำชุมชนไม่ได้ปฏิเสธ แต่เรียกให้ยุวชนขึ้นรถมาทันที
ยุวชนสี่คน ชายสองหญิงสอง ทั้งหมดล้วนเป็นคนที่มาอยู่ในชุมชนค่อนข้างนานแล้ว
เมื่อพวกเขาขึ้นรถ ก็เริ่มพูดคุยกัน “ผู้นำครับ ทำไมวันนี้ถึงเข้าเมืองล่ะ? ไปประชุมหรือไปโรงงานทอฝ้ายหรือครับ?"
เรื่องที่ผู้นำชุมชนพาหานชีเยวี่ยมาด้วย เหล่ายุวชนรู้สึกแปลกใจก่อนขึ้นรถ ทว่าตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้ว สิ่งที่ชุมชนกำลังรวบรวมอยู่ตอนนี้จะถูกส่งไปที่โรงงานทอฝ้าย ได้ยินมาว่าธุรกิจนี้เป็นหานชีเยวี่ยที่ติดต่อสำเร็จ การที่ผู้นำชุมชนเข้าเมืองและพาหานชีเยวี่ยไปด้วยจึงนับว่าเป็นเรื่องปกติ
"วันนี้จะไปส่งสหายหานซานหยางเข้าเมืองทำงานน่ะ!" ผู้นำชุมชนพูดด้วยความภาคภูมิใจ
หลังจากที่เขาพูดจบ ยุวชนหลายคนก็งุนงงอย่างเห็นได้ชัด ส่งสหายหานซานหยางไปทำงานในเมือง? แน่ใจนะว่าเป็นหานซานหยาง ไม่ใช่หานชีเยวี่ย? ยุวชนหลายคนต่างมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกว่าผู้นำชุมชนคงยังไม่ตื่นดี สมองยังสับสนมึนงงอยู่ ไม่อย่างนั้น เรื่องสำคัญเช่นนี้จะพูดผิดไปได้อย่างไร? หานซานหยางกับชีเยวี่ยเป็นพี่น้องกัน ทำไมแม้แต่เพศก็ยังแยกแยะไม่ออก ผู้นำชุมชนนั่งอยู่บนแคร่หน้ารถล่อ เอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง ไม่ได้สังเกตสีหน้าของเหล่ายุวชนเลย ทว่าหานชีเยวี่ยนั่งอยู่กับเหล่ายุวชน แน่นอนว่าเธอเห็นทุกอย่างชัดเจน
หญิงสาวแย้มยิ้มเล็กน้อยขณะที่พูดว่า "พี่สามของฉันอยู่ข้างหน้าค่ะ"
เหล่ายุวชนหลายคนมองหน้ากันอีกครั้ง ที่แท้ก็เป็นเรื่องจริง เพียงแต่ว่าทำไมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าสหายหานซานหยางมีงานทำแล้ว?