ใน่เวลาสะลึมสะลือ นางเหมือนย้อนกลับไปยังวัดกูหลงอีกครั้ง
วันนี้ดวงอาทิตย์ลอยสูงพ้นขอบฟ้าไปแล้ว
อวิ๋นหวงยังคงนอนคลุมโปงไม่ยอมตื่น
พอซูอวี้เจ๋อเดินเข้าไปเขย่าตัว นางก็พลิกกลับไปอีกด้าน สูดน้ำลาย ผ่อนลมหายใจยาวแล้วนอนต่อ
ซูอวี้เจ๋อจนปัญญา ทำได้เพียงยกมือเขย่าตัวนางอย่างสุดแรงเกิด ขณะที่ปากก็ร้องะโ “มีขากบย่างเสียบไม้ หากเ้าไม่กิน ก็หมดแล้วนะ!”
อวิ๋นหวงรีบพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตาทั้งสองเปล่งประกาย “อยู่ไหนกัน?”
ซูอวี้เจ๋อไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี มองนางด้วยความรักใคร่เอ็นดู “รู้จักแต่เื่กิน! ตะวันสายโด่งแล้วก็ยังนอนอยู่อีก เ้านี่ไม่รู้จักอายบ้างเลยนะ!”
“ท่านหลอกข้า หึ ข้าง่วงนอน ข้าก็นอน ข้าอยากกิน ข้าก็กิน ใครจะมาควบคุมข้าได้” อวิ๋นหวงล้มตัวหลับตาลงนอนอีกครั้ง
ซูอวี้เจ๋อฉุดเด็กหญิงขึ้นมาทันที แล้ววางมาดเป็ผู้าุโเริ่มอบรมสั่งสอนนางอย่างคร่ำครึ “เ้าไม้ผุแกะสลักไม่ได้เอ๊ย เ้ายังเยาว์วัยนัก ดังนั้นอย่าได้เรียนรู้ที่จะทำตัวเป็ไม้ผุให้มากนัก”
อวิ๋นหวงง่วงงุนเต็มที จึงไม่มีอารมณ์จะมาฟังหลักการที่เขาพูด นางปัดมือเขาออก แล้วเปลี่ยนท่านอน “อย่ามากวนข้า ให้ข้านอนจนถึงตอนเย็น รอจนนกกลับรังก่อน ข้าจะได้ไปล้วงรังนกที่ใต้ชายคาวัด!”
ซูอวี้เจ๋อรู้สึกผิดหวังและโกรธเคือง ดึงนางขึ้นมาอีกครั้ง “อย่างไรเสียเ้าก็เป็ถึงองค์หญิงของแคว้น จะปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไปเช่นนี้ได้อย่างไร? นี่คือตารางเรียนและพักผ่อนที่ข้าเตรียมให้เ้า นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะเคี่ยวเข็ญเ้าเอง”
อวิ๋นหวงลืมตาที่ง่วงงุนขึ้นมองดู จากนั้นก็ใจนหายง่วงเป็ปลิดทิ้ง
“ตาราง...กิจกรรมถี่ยิบั้แ่เช้าจรดค่ำ แม้แต่การเข้าห้องน้ำก็ยังต้องควบคุม ท่านให้เวลาข้าเพียงครึ่งก้านธูป?” อวิ๋นหวงมองซูอวี้เจ๋อเหมือนมองสัตว์ประหลาด “นี่ท่านคิดจะวางแผนฆ่าชิงทรัพย์ข้าหรือ? บอกมาเถอะว่าท่าน้าเงินเท่าไร ข้าจะได้ไปขอเสด็จพ่อส่งมาให้”
ซูอวี้เจ๋อถึงกับอ้าปากค้าง
“สตรีไร้ความสามารถถือว่ามีคุณธรรม ข้าเกิดมาพร้อมกับคุณธรรมอันสูงส่ง และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะมีคุณธรรมเช่นนี้ต่อไป นอกจากนี้ ท่านเรียนอะไรมาก็คือข้าเรียน ท่านรู้อะไรมาก็คือข้ารู้ ท่านมีฝีมือทั้งบุ๋นและบู๊ ดังนั้นข้าจึงนอนหลับได้อย่างสบายใจหายห่วง...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ อวิ๋นหวงก็พลันหยุดกึกลงทันที และมองเขาอย่างข้องใจ “ที่ท่านรีบร้อนมาทำให้ข้าลำบากเยี่ยงนี้ ท่านวางแผนจะไม่ดูแลข้าหรือ?”
ซูอวี้เจ๋อยิ้มฝืดเฝื่อน “เหลวไหลอะไรเยี่ยงนี้! หากเ้าไม่เรียนรู้อย่างอื่น เ้าก็ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตำราพิชัยาสักเื่สองเื่...”
อวิ๋นหวงรู้สึกประหลาดใจ “เสด็จพ่อทรงมีพระเมตตา ใต้หล้าล้วนสงบสุข ข้าเรียนรู้เื่นี้ไปก็ไร้ประโยชน์ พูดอีกนัยก็คือ เื่ต่อสู้ฆ่าฟันเป็เื่ของผู้ชาย ผู้หญิงเราเข้าใจเื่กิน ดื่ม และเล่นสนุก ไม่รบกวนผู้อื่น ไม่ทะเลาะกับผู้อื่น นี่ก็นับว่าดีแล้ว ท่านไปเลยไป ให้ข้าได้นอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ”
ซูอวี้เจ๋อปล่อยตัวนาง แล้วเดินไปที่ริมหน้าต่าง ก่อนจะพูดอย่างเศร้าสร้อย “อวิ๋นหวง หากสักวันหนึ่งข้าถูกบังคับให้ทำอะไรที่ต้องทำร้ายเ้า เ้าจะยกโทษให้ข้าได้หรือไม่?”
อวิ๋นหวงชะงักไป จากนั้นก็หัวเราะลั่น “ใครจะกล้าบังคับท่าน? ท่านจะตัดใจทำร้ายข้าลงได้อย่างไร?”
ซูอวี้เจ๋อทำท่าจะพูด แต่ก็หยุดลง
“วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?” อวิ๋นหวงรู้สึกงุนงง
ซูอวี้เจ๋อเดินกลับมา แล้วดึงมือนางมากุมไว้ “อวิ๋นหวง เื่ราวในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน หลายครั้งที่เราต้องพึ่งพาตนเอง ดังนั้นเ้าควรเตรียมพร้อมรับมือกับอันตราย เรียนรู้ทักษะป้องกันตัว อย่ารอจนถึงเวลาคับขันแล้วทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะพึ่งใคร”
อวิ๋นหวงไม่ใส่ใจ “ข้ามีท่านไม่ใช่หรือ? ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่อ่อนที่สุดและแข็งที่สุดในโลกก็คือน้ำ สตรีก็เหมือนสายน้ำ ตีไม่แตก แทงไม่เข้า ฟันไม่ขาด เผาไม่ไหม้ รู้จักประเมินสถานการณ์ ปรับตัวตามสถานการณ์ สามารถเป็ลำธารเล็ก ๆ หรือมหาสมุทรก็ได้ ซูอวี้เจ๋อ ท่านอย่าได้ประเมินข้าต่ำเกินไป ข้าคือสายเืของราชวงศ์ พระธิดาที่น่าภาคภูมิใจแห่ง์ ถึงแม้ตอนนี้ข้าจะยังไม่มีวิชาความรู้ ไม่มีความสามารถ แต่อนาคตยังอีกยาวไกล ข้าจะทำให้ท่านเปลี่ยนมุมมองต่อข้าใหม่”
ซูอวี้เจ๋อมองนางด้วยความประหลาดใจ “คำพูดของเ้าช่างน่าประทับใจนัก”
อวิ๋นหวงรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาทันใด “แน่นอนสิ ท่านก็ตั้งใจเรียนหนังสือและฝึกฝนวรยุทธ์ให้ดี ต่อไปในภายภาคหน้า ข้าจะให้ท่านได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่!”
ซูอวี้เจ๋อกลอกตา ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ทุกยุคทุกสมัยมีการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ เปลี่ยนแปลงฮ่องเต้ หาก...ข้าพูดว่าหาก ราชวงศ์เฉินเกิดล่มสลาย เ้าจะทำอย่างไร?”
อวิ๋นหวงมองเขาด้วยความไม่พอใจ “กระต่ายตื่นตูม มันจะไม่มีวันเป็จริง! หากวันนั้นมาถึง ข้าจะพาท่าน เสด็จพ่อและเสด็จแม่ ท่องไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว บินไปดั่งนกอินทรี ดื่มด่ำบทกวี สุรา ชาบุปผา มีอิสระเสรีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข...” พอกล่าวถึงตรงนี้ นางก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ และขยิบตาอันง่วงงุนใส่เขา “บอกท่านไว้ ข้ามีเงินตำลึงมากมาย ใช้สองชาติก็ไม่หมด!”
ซูอวี้เจ๋อมองดวงหน้าไร้เดียงสาของเด็กสาว แล้วรู้สึกเศร้าใจอยู่เป็นาน ก่อนจะฝืนยิ้มฝืดเฝื่อนออกมา
...
อวิ๋นหวงพลิกตัวแล้วขมวดคิ้วมุ่น น้ำตาหยาดใส ๆ ค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม
“ตื่น ตื่นได้แล้ว!”
มีคนเขย่าตัวนาง
อวิ๋นหวงลืมตาขึ้น ฝันนั้นชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน มันแจ่มชัดในใจ นางยังไม่ทันตื่นจากความฝันอย่างเต็มที่ ทันใดนั้นก็เห็นหัวัขนาดใหญ่ นางใจนตัวสั่น ิญญาแทบหลุดออกจากร่าง
หลงไท่จื่อถอยห่างออกไปเล็กน้อย กระพริบลูกตากลมโตขนาดใหญ่คล้ายโคมไฟ แล้วหัวเราะ “ไม่จำเป็ต้องกลัว ข้าคือหลงไท่จื่อ เป็ผู้ช่วยชีวิตเ้าไว้”
“หลงไท่จื่อ? ท่านเป็ัจริง ๆ หรือ? ในโลกนี้จะมีัจริง ๆ ได้อย่างไร?”
ความกลัวของอวิ๋นหวงจางหายไปมาก นางยื่นมือไปแตะขาัอย่างไม่แน่ใจ จากนั้นด้วยความได้คืบจะเอาศอก จึงยกมือขึ้นลูบไปที่หัวัอย่างได้ใจ...
หลงไท่จื่อหัวเราะ “สัญลักษณ์ัเป็รากฐานและแก่นแท้ของอารยธรรมหัวเซี่ย แน่นอนว่าย่อมต้องมีัจริง ๆ ไม่เช่นนั้น เหตุใดฮ่องเต้ของทุกราชวงศ์จึงเรียกตัวเองว่าโอรส์แห่งั แทนที่จะเป็โอรส์แห่งเต่า หรือโอรส์แห่งปลาเล่า”
อวิ๋นหวงหัวเราะพลางเดาะลิ้นดัง *ต๊อกแต๊ก ๆ* “เอาล่ะ ส่งเสียงได้ อืม ตัวอุ่น เคลื่อนไหวได้ มีชีวิตชีวาเหมือนกับของจริง และละม้ายคล้ายกับภาพวาดบนเสื้อคลุมฉลองพระองค์ของเสด็จพ่อ หรือไม่ก็เกือบเหมือนรูปสลักบนเสาหยกของพระราชวัง แลดูสง่างาม ทรงอำนาจ และน่าตื่นใ”
หลงไท่จื่อม้วนร่างมหึมาของเขาจนกลายเป็วงกลม เชิดหน้าขึ้นแล้วมองลงมา “เมื่อครู่ตอนเ้าหลับ เ้าเอาแต่ร้องไห้ มีเื่เศร้าใจอะไรหรือ? ดูสิ น้ำตาบนใบหน้าของเ้ายังไม่แห้งเลย”
อวิ๋นหวงปาดน้ำตาบนใบหน้า มันเปียกชื้นจริง ๆ นางอดนึกสงสัยใคร่รู้ไม่ได้ “ความจริงแล้ว เราไม่ได้กำลังอยู่ที่ใต้น้ำหรอกหรือ? ท่านเห็นน้ำตาที่ไหลของข้าได้อย่างไร ในเมื่อมีน้ำล้อมรอบอยู่?”
หลงไท่จื่อหัวเราะ “ในตัวเ้า มีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ มันเปลี่ยนกลายเป็ปราการแข็งแกร่งล้อมรอบตัวเ้าเอาไว้ ซึ่งน้ำและไฟผ่านเข้าไปไม่ได้ เ้าไม่รู้หรอกหรือ?”
อวิ๋นหวงตกตะลึง “สมบัติที่ซ่อนอยู่หรือ? สมบัติอะไรกัน?”
“แผนที่หงส์เพลิง!” หลงไท่จื่อกล่าวสามคำนี้อย่างเคร่งขรึม
เป็แผนที่หงส์เพลิงอีกแล้ว!
อวิ๋นหวงย้อนนึกเกี่ยวกับสิ่งที่นางเห็นในความฝัน จากนั้นก็นึกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ตามมา ั้แ่ตอนที่มองดูซูอวี้เจ๋อพาคนมาสังหารเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางในวัดกูหลง ไปจนถึงการเฝ้ามองอย่างทำอะไรไม่ได้ เมื่อโจวอวิ๋นเฉินทรมานพี่ชายพี่สาวของนาง อีกทั้งโจวอวิ๋นเฉินยังบังคับให้นางดื่มยาพิษ หลังจากนั้นซูอวี้เจ๋อก็วางแผนจะใช้นางเป็เหยื่อล่อเสด็จพี่ไท่จื่อมาสังหาร และกรอกยาพิษนาง...นางพยายามอดทนมาตลอด
ตอนนี้กำแพงแห่งความเศร้าโศกไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป มันถาโถมเข้ามาอย่างท่วมท้น นางร้องไห้ออกมาเสียงดัง “ฮือ ๆ ๆ”
หลงไท่จื่อไม่ได้ปลอบโยนนาง ทว่าเอ่ยด้วยความเข้าใจ “แม้การร้องไห้จะไม่ช่วยอะไร แต่ก็เป็วิธีที่ดีในการคลายความเศร้า เ้าจงร้องไห้ออกมาให้เต็มที่ มันมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย”
อวิ๋นหวงร้องไห้จนฟ้าดินมืดมิด น้ำมูกน้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่สนใจภาพลักษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
หลงไท่จื่อมองอย่างนึกแปลกใจอยู่เป็นาน “เ้าร้องไห้มากขนาดนั้นได้อย่างไร นอกจากเื่นี้ เ้ามีความสามารถพิเศษด้านอื่นอีกหรือไม่?”
อวิ๋นหวงร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแขนขาอ่อนแรง หญิงสาวหยุดชะงักไป “มีสิ ข้าจับงูเป็ เก็บไข่นกเป็ จับปลาก็เป็ อีกทั้งยังย่างงู ย่างนก ย่างปลาเป็...เอิ่ม ข้ายังสามารถพับกระดาษเป็อีกด้วย”
หลงไท่จื่ออดหัวเราะร่วนไม่ได้ “เ้าคิดว่าของพวกนี้เป็ความสามารถพิเศษด้วยหรือ?”
อวิ๋นหวงไม่มีความละอายบนใบหน้า “จริงสิ ต้าซือจิ้งอินถึงกับชมเปาะว่า ปลาย่างของข้าอร่อยมากเชียวนะ”
หลงไท่จื่อพยักหน้า “เช่นนั้นวันหน้า ข้าขอชิมของปิ้งย่างของเ้าหน่อยแล้วกัน”
อวิ๋นหวงพยักหน้า “ท่านเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า ย่อมได้อยู่แล้ว”
หลงไท่จื่อโน้มตัวลงมา และเลียคราบน้ำตาที่นองบนใบหน้านาง
ััอบอุ่นลูบไล้ใบหน้าอย่างนุ่มนวล อวิ๋นหวงรู้สึกใ ใบหน้าแดงก่ำ “ข้าจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว ที่จริง...เมื่อก่อนข้าแทบไม่เคยร้องไห้เลย หลงไท่จื่อ ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด? เหตุใดสัตว์ทุกตัวในที่แห่งนี้ถึงพูดภาษามนุษย์ได้?”
หลงไท่จื่อกล่าว “นี่คือวังัแห่งทะเลตงไห่ ผู้ที่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ ล้วนเป็เทพเ้าที่ได้ฝึกตนบำเพ็ญเพียรมานานนับพันปี ข้าเพิ่งช่วยชีวิตเ้ากลับมา และ์ก็มีบัญชาให้ข้าไปที่วัง์ ข้าไม่มีทางเลือกจึงจำต้องมอบเ้าไว้กับแม่ทัพเทพปลาหมึกั์และแม่ทัพเทพไห่เซี่ยง พวกเขาแต่ละคนต่างมีฤทธิ์เดชมากมาย ดูสิ พวกเขาไม่ได้รักษาเ้าจนหายหรืออย่างไร?”
.
.
.