เมื่อช่วงสัปดาห์วันท้าประลองแรกเริ่มขึ้น เหล่าศิษย์สายนอกทั้งหมด ต่างก็มานั่งรวมตัวที่อันดับหมายเลขของตน ทว่าอันดับที่21กลับมีสองคน อยู่ในตำแหน่งนี้ ทำให้หลางเทียน กับเด็กหนุ่มหน้าหวาน ต้องนั่งเบียดเสียดกัน พร้อมปากที่แยกเขี้ยว เมื่อต่างฝ่ายต่างก็ยกกลางแขน ดันอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกไป
ศิษย์สายนอกลำดับต้นๆ พวกเขาที่เห็นยังส่ายหัวออกมา มองว่าไอ้สองคนนี้ มันทำท่าทางตลกไม่น้อย บางคนถึงกับลอบคลี่ยิ้ม ยกฝ่ามือขึ้นมาแอบขำพวกเขา
ทว่าไม่นานสถานที่ศิษย์สายนอกแห่งนี้ ก็กลายเป็นเงียบงันขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อผู้อาวุโสใหญ่ลำดับ ต้นๆ ของสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง บินทะยาน สืบฝีเท้ามาดูชม การประลองนี้ ด้วยตัวของพวกเขาเอง เมื่อผู้อาวุโส หนวดเคราขาว ลู่จาง มาดูการประลองของ ลู่ซือหยาง ศิษย์ของเขา เห็นได้ชัดว่า ผู้อาวุโส หนวดเคราขาวผู้นี้ เป็นที่นับหน้าถือตา จากผู้อาวุโสคนอื่นๆ
แม้แต่ผู้อาวุโส ลำดับที่3 หยวนหาญ เขาเองยังมาดูชม การประลองศิษย์สายนอก ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขามาก่อน ครั้นปรายตาเห็นเจ้าหลางเทียน เขาก็หดหรี่ ดวงตาจนเล็กแคบไม่คิดว่า เด็กของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะผ่านการทดสอบมาได้ถึง 5คนหากนับรวม ศิษย์สายในอีกคนด้วยแล้ว ถือว่าเกินคาดที่เขาวางไว้ไม่น้อย
หลางเทียน ที่เห็นผู้อาวุโส ลำดับที่3 หยวนหาญ เขาทำตัวสงบเสงี่ยมลง ทว่าจมูกของเขายังคงฟุตฟิต เจ้าหนุ่มหน้าหวานลู่ซือหยางนี่ กลิ่นตัวหอมไม่เบา
ผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน กระแอมไอออกมาเล็กๆ อะแฮ่ม!! เพื่อให้ศิษย์สายนอก ไม่เกิดความประหม่ามากนัก เมื่อพวกเขาขึ้นประลองต่อสู้ หมู่ชนโดยรอบต่างก็รับรู้ว่า ดาวเด่นของการประลองนี้ จะต้องไปอยู่ที่ ลู่ซือหยาง เด็กหนุ่มหน้าหวาน อย่างไม่มีข้อสงสัย
ทว่าใครจะไปคาดคิดช่วงเวลาที่เหมือนจะหยุดนิ่ง รอคอยให้ดาวเด่นขึ้นประลอง จะกลายเป็น เหวินถิงกระโดดขึ้นลานประลองเสียอย่างนั้น ก่อนจะชี้นิ้วมือมาที่หลางเทียน
“ข้าขอท้าเจ้าประลอง”
เหล่าผู้อาวุโสต่างก็หน้ามืดครึ้ม พวกเขาไม่ได้ต้องการมาดูชม ศิษย์คนอื่นๆ ท้าสู้ประลอง จึงไม่ค่อยพอใจ เจ้าเหวินถิง ที่อยากจะโชว์ศักยภาพของตนเองเท่าใดนัก
ผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน หน้าเขาถึงกับเหยเก ไม่น่ามอง เมื่อรับรู้ความขุ่นเคือง ไม่พอใจเหล่าผู้อาวุโส มาดูชมศิษย์สายนอกประลอง เขาเอ่ยถาม เหวินถิง ออกมา
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือเหวินถิง ที่จะท้าประลองกับคนลำดับต่ำกว่า หากเจ้าชนะเจ้าจะไม่ได้อะไรตอบแทน แต่หากเจ้าแพ้ เจ้าจะเสียอันดับของเจ้าไป”
เหวินถิง ยังคงพยักหน้ายืนการคำพูด ก่อนผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน จะกระซิบให้ เหวินถิง “รีบจบการต่อสู้ หักกระดูกเจ้าเด็กนั้น สักท่อนสองท่อน”
เหวินถิงคลี่ยิ้มมุมปาก พร้อมพยักหน้า ก่อนผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน จะถอยห่างออกไป “เจ้าขึ้นมาด้านบนลานประลองได้แล้ว”
หลางเทียนเบ้ปากขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน ลู่ซือหยางเด็กหนุ่มหน้าหวาน อายุมากกว่าเขา1ปี โบกมือไล่หลัง มาให้หลางเทียน ขณะเดียวกันมุมปากเขาก็เผยรอยยิ้มกว้าง “โชคดีเจ้าหนู”
หลางเทียนอยากจะหันหลัง เอาขี้มูกไปป้ายปากเจ้านี่จริงๆ เสี้ยวขณะที่เขากระโดดขึ้นไป ด้านบนลานประลอง เจ้าเหวินถิงมันก็สำแดง วิชาเคลื่อนที่ความเร็วสูง พร้อมฝ่ามือ พยัคฆ์เมฆา ฝึกฝนจนไปถึงระดับสูง ออกมาจัดการเจ้าหลางเทียนทันที
เสียง ย๊าก!! ที่คำรามออกมาเกรี้ยวกราดเหวินถิง มาพร้อมเสียง ฟู่!! ลมแหวกอากาศผ่านนิ้วมือ ตะปบเฉียดใบหน้า หลางเทียนเพียงเสี้ยวนิ้วมือ จนผมเด็กหนุ่มสะบัดโยกไหว หมู่ชนต่างก็ไม่อยากเชื่อว่า ฝีเท้าหลางเทียน ที่โอบล้อมไปด้วยลมหมุนวนบริเวณฝ่าเท้า จะหลบเลี่ยงการโจมตี ของเหวินถิง ออกไปได้ “นั้นมันวิชาเคลื่อนที่อะไร” แม้แต่ผู้อาวุโส ยังยกฝ่ามือถูคาง
เหวินถิง ที่คิดจะจบการต่อสู้ให้รวดเร็วที่สุด เขาถึงกับหน้าแดง โกรธจนเขียวคล้ำ เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะมีวิชาเคลื่อนที่ประหลาด ยากจะคาดเดาเช่นนี้ ครั้นส่งกระบวนท่า หมัดกำปั้นล้มพยัคฆ์ การโจมตีของเขาที่ไม่น่าจะถึง เด็กหนุ่มหลางเทียน
จู่ๆ เจ้าบ้านั้น มันก็พุ่งปราดเข้ามารับหมัด เสียง ปัง!! ดังออกมาชัดแจ๋ว พร้อมศิษย์สายนอกที่มองชม ต่างก็ขำกันออกมา เมื่อได้ยินเสียงแตกร้าว มีโลหิตสดไหลออกมา “ฮ่าๆ เจ้าบ้านั้นมันทำอะไร จู่ๆ ก็วิ่งเข้าไปเอาหน้าผากชนหมัด หากมันเคลื่อนที่ด้วยวิชาฝ่าเท้า นั้น ข้ามั่นใจ เหวินถิง ตามความเร็วของเจ้านั่นไม่ทันแน่”
ศิษย์หลายคนได้ยินต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ทว่าเมื่อได้ยิน เหวินถิง ที่กำปั้นชาสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับเขาต่อยใส่เหล็กสำริด จนฝ่ามือเลือดอาบนอง ร้อง “อ๊าก!! เจ้า!! เจ้า!! บัดซบมือข้า” ออกมาด้วยความเจ็บปวด จนเขาต้องกุมฝ่ามือเขาไว้จนแน่น
หลางเทียนที่มีโลหิตไหลซึมกลางหน้าผาก ออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าน้อยๆ ฝีเท้าเขาก้าวไปถีบ อีกฝ่ายออกจากลานประลองทันที “ข้าส่งเจ้าด้วยลูกถีบน้อยๆ ของข้าแล้วกัน”
“อัก!! เจ้า” พร้อมร่างเหวินถิง ที่กลิ้ง หลุนๆ ลงจากลานประลอง เดี๋ยวหน้าเขียว เดี๋ยวหน้าแดง ด้วยความอับอาย เหล่าศิษย์ชั้นนอกต่างก็แปลกใจ เห็นได้ชัดว่า เจ้าหลางเทียนโดนการโจมตี ของเหวินถิงเข้าไปเต็มๆ
“แต่ไฉนกลายเป็น เหวินถิงที่บาดเจ็บเล่า มันเป็นแบบนั้นได้อย่างไร?”
ลู่ซือหยางเด็กหนุ่มหน้าหวาน ยังขมวดคิ้ว แล้วกล่าวพูดพึมพำออกมา “มันมีการต่อสู้แบบนี้ด้วยหรือ หากไม่บ้าจริง คงทำไม่ได้”