สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 นายท่าน อย่าไล่ข้า

            ฟุ่บ!

            โครงกระดูกทั้งร่างสั่นเล็กน้อยกะโหลกทั้งหมดก็กลายเป็นสีเขียว

            นี่เป็นเอฟเฟ็กต์ของ‘มีดสั้นพายุ’ มันจะเพิ่มค่าพลังการโจมตีในการโจมตีเหล่ามอนสเตอร์อันเดดเจ้ากะโหลกผู้โชคร้ายไม่ทันจะได้ดิ้นรนต่อสู้ก็กลายเป็นผุยผงในพริบตา

            การโจมตีประสบความสำเร็จ

            หนามยอกต้องเอาหนามบ่งซุนเฟยรู้สึกดีมากที่ทำสำเร็จ พลางฮัมเพลงอย่างมีความสุข

            แต่ในตอนนี้เอง‘โครงกระดูกนักธนู’ ตัวอื่นๆที่ซ่อนตัวอยู่ตามซากปรักหักพังก็พบซุนเฟยอย่างรวดเร็ว ‘ผึง ผึงผึง’ ธนูของมันสั่นถี่หยิบตามแรงดึงลูกธนูพุ่งมาทางซุนเฟยเหมือนห่าฝน

            “เวรแล้ว มันมาแล้ว!”

            ซุนเฟยยก‘โล่ตราวิญญาณคชสาร’ ขึ้นมาหลบไปพลางถอยหลังไปพลางเขาเตรียมก่อกวนกระบวนทัพของพวกโครงกระดูกจากนั้นจึงค่อยโจมตีพวกมันและเคลื่อนที่ไปเก็บกวาดพวกกากเดนกระดูกทีละตัว

            แต่…

            ฟิ้ว ฟิ้วฟิ้ว ฟิ้ว!

            ลูกธนูสีฟ้าพุ่งมาจากด้านหลังซุนเฟยหันไปมองก็เห็นทหารรับจ้างสาวเอเลน่าที่ไม่ยอมทำตามที่เขาบอกให้ไปซ่อนตัวไกลๆลูกธนูพุ่งออกไปเหมือนดาวตก นางก้าวขึ้นมาด้านหน้าเรื่อยๆ เพื่อไล่ฆ่าเหล่ามอนเตอร์

            “เวรล่ะ!” ซุนเฟยตะโกนอย่างตกใจ

            นี่เป็นครั้งแรกที่สาวงามคนนี้ไม่ฟังเขาดูเหมือนนางจะไม่เข้าใจถึงอันตรายของเมืองทริสแทรม ถ้ายังโจมตีมันไปเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถจัดการพวกโครงกระดูกเจ้าเล่ห์พวกนี้ได้กลับกันยังจะทำให้ตกอยู่ในอันตราย ในบรรดา ‘โครงกระดูกนักธนู’จะมีมินิบอสสองตัวคอยหลบซ่อนอยู่ ซึ่งลูกธนูของมินิบอสสองตัวนี้มีพลังโจมตีที่น่ากลัวลูกธนูของมันมีเวทมนตร์แฝงมาด้วย ธนูดอกแรกจะเป็นธนูน้ำแข็งและอีกดอกจะเป็นธนูสายฟ้าธนูน้ำแข็งสามารถชะลอความเร็วในการโจมตีของศัตรูได้ส่วนธนูสายฟ้าสามารถสังหารศัตรูได้ในพริบตาแม้ว่าคนเถื่อนอย่างซุนเฟยจะมีพลังชีวิตมากแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะปะทะตรงๆ จึงจำเป็นต้องสู้ไปพลางดื่มยาไปพลางและถ้าโชคดีเล็กน้อยก็สามารถก่อกวนพวกปีศาจหรือมอนสเตอร์ตัวอื่นๆที่อยู่รอบๆ ซากปรักหักพังได้แต่ถ้าไปรบกวนบอสกริสโวลด์ บอสใหญ่ของเมืองทริสแทรม ผลที่ตามมาคงร้ายแรงอย่างมาก

            “ถอยเร็ว! รีบถอยกลับไปด้านหลัง!”

            ซุนเฟยตะโกนเตือนเอเลน่าให้รีบถอย

            แต่ดูเหมือนจะไม่ทันพวกมอนสเตอร์เห็นทหารรับจ้างหญิงแล้ว ขณะเดียวกันก็โจมตีซุนเฟยไม่หยุดฝนธนูที่น่ากลัวเหล่านั้นลอยเข้ามาปกคลุมเอเลน่า

            ทหารรับจ้างสาวไม่มีชุดเกราะหนักเหมือนซุนเฟยไม่มีแม้แต่โล่สักอัน จะหลบก็ไม่ทัน ไม่นานก็ถูกลูกธนูยิงปักร่างสองสามดอกเลือดกระเด็นออกมาย้อมเกราะเบาสีฟ้าของนาง

            “นายท่าน...การทำเควสสำเร็จสำคัญกว่าท่านไม่ต้องสนใจข้า...ข้าจะดึงดูดความสนใจของพวกมอนสเตอร์เองท่านรีบอ้อมไปด้านข้างเร็ว ช่วยท่านเคนออกมา! รีบไปเถอะ!”

            ลูกธนูปักตามร่างหน้าผากของนางมีเหงื่อไหลออกมามากทั้งใบหน้าก็ซีดเผือก เป็นเพราะเอเลน่ากำลังเจ็บปวดอย่างมากแต่ดวงตากลับมั่นคง นางส่ายหัวเล็กน้อย ผมสีแดงสั่นไหวเบาๆ พลางเม้มปากแน่นไม่แยแสต่อลูกธนูที่ปักบนร่างมือขวากำธนูแน่นและยิงธนูสวนออกไปฝืนก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว

            ท่ามกลางฝนธนูที่สะท้อนแสงวาววับยิงลงมาไม่หยุดชุดเกราะสีฟ้ายิ่งนานยิ่งมืดมัว

            เอเลน่าตอนนี้เหมือนเทพีแห่งสงครามที่ไม่รู้จักคำว่าถอยใบหน้าไร้ซึ่งความหวาดกลัว ในดวงตาไร้ซึ่งความกลัวและมีแต่ความเกลียดชังก้าวไปด้านหน้าทีละก้าว

            แต่ทันใดนั้นก็เกิดวิกฤติขึ้น

            เคร้ง!

            ‘มินิบอสโครงกระดูกนักธนู’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในกองกระดูกก็ทำการโจมตีอย่างเงียบๆลูกธนูสายฟ้ายิงไปที่เอเลน่าอย่างไร้ความปรานี

            ร่างบอบบางของทหารรับจ้างสาวหยุดชะงัก

            ท่ามกลางเสียงฟ้าแลบเอเลน่าตัวสั่นระริก ภายใต้ฝนธนูที่ปกคลุม นางกำลังจะตาย ร่างของนางค่อยๆล้มลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว

            “รนหาที่ตาย!”

            ซุนเฟยเห็นดังนั้นก็ตกใจหน้าซีด

            เขาไม่สนใจลูกธนูที่พุ่งลอยมาข้างหลังรีบวิ่งไปประคองเอเลน่าแล้วเท‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ ใส่ปากของนางหนึ่งขวดจากนั้นก็ใช้ทักษะ ‘คำราม’ ทำให้พวกมอนสเตอร์ตกใจถอยหนีไปแล้วถือจังหวะนั้นเปิดใช้ ‘ม้วนคัมภีร์กลับเมือง’ อย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกมอนสเตอร์จะพุ่งเข้ามา ซุนเฟยก็อุ้มเอเลน่าเข้าไปในประตูมิติสีฟ้าแล้ว

            เสียงวิ้งๆดังขึ้นเบาๆ

            ทั้งสองคนรอดชีวิตเกือบจะไม่ได้กลับไปที่ ‘ค่ายโร้ก’ อีก

            ด้วยผลของ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ เอเลน่าจึงค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาจนเกือบจะปกติ จิตสำนึกยังคงตื่นตัว เพื่อช่วยชีวิตสาวงาม แผ่นหลังของซุนเฟยจึงมีลูกธนูปักอยู่บาดแผลเหล่านั้นมีแผลที่เกิดจากธนูน้ำแข็งและธนูสายฟ้าของ ‘มินิบอสโครงกระดูกนักธนู’ผลของเวทมนตร์ทำให้ร่างของเขาเป็นอัมพาต เลือดไหลไม่หยุดมิหนำซ้ำพลังชีวิตยังเหลือไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ อันตรายอย่างยิ่ง

            สถานการณ์นี้คล้ายกับเกมคอมพิวเตอร์ในโลกก่อน

            หลายครั้งที่เขารู้สึกว่าคงไม่มีปัญหาอะไรแต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ต้องหนีตายกลับมาที่ ‘ค่ายโร้ก’

            “เรื่องวีรบุรุษช่วยสาวงามแบบนี้ มารดามันเถอะ ดีนะที่ข้าไม่ใช่คนธรรมดา ไม่งั้นคงทำไม่ได้!”

            ซุนเฟยสูดกลิ่นหอมจางๆบนตัวเอเลน่า ‘เทพีแห่งสงคราม’ อย่างปลื้มปีติ แต่เขาจำเป็นต้องปล่อยร่างนุ่มๆ ในอ้อมกอดของเขาอย่างเสียดายแล้วหยิบ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ ออกมาขวดหนึ่งขวดไว้ดื่มเองอีกขวดก็โยนไปให้เอเลน่า จากนั้นก็ลุกขึ้นมา กัดฟันแน่นพลางเอื้อมมือไปดึงธนูสามสี่ดอกที่ปักไว้ด้านหลังออกมาทันทีที่กระชากออกเลือดก็พุ่งออกมา ความเจ็บปวดนี้ทำให้เขารีบดื่มน้ำยาอีกขวด

            โชคดีที่‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ นอกจากจะหวานเหมือนน้ำเชื่อมยังไม่มีผลข้างเคียง

            “ให้ตายสิ ทำข้าเป็นห่วงแทบตาย...นี่คนสวย ข้าบอกให้ถอย ทำไมเจ้าไม่ฟังข้าเลยหืม ข้าบอกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วว่าให้เจ้าถอยไปไกลๆ”

            ภายใต้ผลของ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ พลังชีวิตของตัวเองก็ค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาจนเต็ม ซุนเฟยอกไม่ได้ที่จะตำหนิเอเลน่า เมื่อครู่นี้หากไม่ใช่เพราะสาวน้อยคนนี้ไม่ฟังคำพูดของเขามีหรือจะเกิดเรื่องอันตรายแบบนี้

            ทหารรับจ้างสาวก้มหน้าลงน้ำตาคลอเบ้าไม่โต้แย่งใดๆ ออกมาเลยสักนิด

            ซุนเฟยเห็นนางถือ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ ในมือและไม่ยอมดื่มมันอาการบาดเจ็บบนร่างของนางก็ยังไม่หายดี ร่างบอบบางยังคงเต็มไปด้วยรอยบาดแผล ทั้งยังเริ่มร้องไห้ออกมาอีกทำให้ในใจของซุนเฟยอ่อนยวบ ไม่คิดจะตำหนิอะไรนางอีก

            “ช่างเถอะ รีบดื่มน้ำยาเร็วๆ เข้า...อ้อ ใช่แล้ว เจ้าไม่ต้องกลับไปที่ทริสแทรมกับข้าอีกข้าคงดูแลเจ้าไม่ได้ รอจนกว่าข้าทำเควสเสร็จแล้วจะมาหาเจ้าอีกที”

            ซุนเฟยคิดแล้วคิดอีกก็ตัดสินใจทิ้งเอเลน่าไว้ที่‘ค่ายโร้ก’ แล้วตนเองจะไปเมืองทริสแทรมเพื่อทำเควสครั้งนี้ให้สำเร็จหากไปทั้งสองคน เขาคงไม่สามารถดูแลสาวงามคนนี้ได้แน่เมื่อนักธนูอยู่ท่ามกลางฝูงมอนสเตอร์คงไม่มีโอกาสแสดงความสามารถได้เต็มที่และถ้าอยากจะแสดงความสามารถคงเป็นได้แค่เหยื่อล่อพวกเขาทั้งสองไม่เหมาะที่จะทำเควสนี้ด้วยกัน หากประมาทแค่ชั่วครู่ คาดว่านักธนูสาวเจ้าเสน่ห์คนนี้คงถูกล้อมกรอบด้วยเหล่ามอนสเตอร์และถูกพวกมันฉีกเป็นชิ้นๆ

            แต่เอเลน่าเข้าใจความหมายของซุนเฟยผิด

            “เอ๋? ไม่! อย่าไล่ข้าเลยนะนายท่าน...ครั้งต่อไป...ครั้งต่อไปข้าจะระวังตัวอย่างแน่นอนท่านจะทิ้งข้าไว้ลำพังก็ได้...ข้าสามารถป้องตัวเองได้...ข้า...”

            ใบหน้างดงามที่ตื่นตระหนกของเอเลน่าทำเอาซุนเฟยรู้สึกแปลกใจ

            บางที นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่นางพูดกับซุนเฟยได้มากที่สุด

            เป็นเวลานานแล้วที่เมืองทริสแทรมถูกมอนสเตอร์ยึดครองถนนทางตะวันออกถูกปิดกั้นโดยเหล่ามอนสเตอร์พวกโร้กสาวในค่ายสามารถซื้อแลกเปลี่ยนไอเทมบางชนิดและยาจากเหล่านักผจญภัยเพื่อให้ค่ายได้อยู่รอด แม่ชีอาคาร่าผู้นำค่ายและช่างตีเหล็กชาร์ซีได้ควักยาและไอเทมที่ได้เก็บรวบรวมและสร้างขึ้นมาให้คนในค่ายใช้ไม่อย่างนั้นคงประคับประคอง ‘ค่ายโร้ก’ ไม่ได้แน่ๆ

            ทรัพยากรทั้งหมดที่สะสมมาอย่างยาวนานของ‘ค่ายโร้ก’ ต่างถูกใช้จนหมดภายในระยะเวลาหกสิบปีเหล่านักผจญภัยที่มาจากฝั่งตะวันออกก็ค่อยๆหายไปหากยังสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่เกินหนึ่งปี ‘ค่ายโร้ก’คงถูกพวกมอนสเตอร์เข้ายึดครองแน่ๆ

            การปรากฏตัวของซุนเฟยนั้นพูดได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ ‘ค่ายโร้ก’ ดำรงอยู่ต่อไปได้

            ในที่สุดก็มีนักผจญภัยคนใหม่ปรากฏตัว

            นักผจญภัยเหล่านี้ได้รับสิ่งของที่เหนือธรรมชาติจากถิ่นทุรกันดารไม่ว่าจะเป็นยาหรือไอเทมที่ตลอดชีวิตของโร้กสาวไม่สามารถหามาได้

            นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมในเรื่องเล่าในอดีตของ‘ค่ายโร้ก’ เหล่าโร้กสาวจำนวนนับไม่ถ้วนถูกนักผจญภัยดูถูกและเอารัดเอาเปรียบและเหตุผลที่ผู้นำคาเชียยินยอมที่จะจัดหาทหารรับจ้างให้ซุนเฟยนักผจญภัยแปลกหน้า ก็เพื่อความอยู่รอดของคนในค่ายมันจำเป็นต้องมีคนเสียสละ ในบรรดาโร้กสาวทั้งหมด เอเลน่าไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดแต่นางสวยที่สุด เพื่อที่จะสามารถร่วมมือกับนักผจญภัย ไม่ว่าต้องเสียสละอะไร นั่นรวมไปถึงร่างกายและชีวิตของเหล่าโร้กสาวก็ต้องทำ

            หากเอเลน่าโชคร้ายตายในถิ่นทุรกันดานก็จะมีโร้กหญิงคนอื่นๆมาทำหน้าที่แทนนางเพื่อให้รับใช้ซุนเฟยต่อไป และเพื่อให้ความสัมพันธ์ในการร่วมมือกันระหว่าง‘ค่ายโร้ก’ และซุนเฟยได้ดำเนินต่อไป

            นี่ก็คือความโหดร้ายของโลกDiablo

            และเป็นกฎของหมู่บ้าน

            หกสิบปีก่อน‘ค่ายโร้ก’ เป็นหมู่บ้านที่อ่อนแอต้องอาศัยวิธีนี้เพื่อความอยู่รอดและเพื่อรักษาชีวิตคนอื่นๆ ในค่าย

            ไม่ได้พูดเกินจริงการปรากฏตัวของซุนเฟยก็คือแสงแห่งความหวังที่ยากจะเห็นได้ หลงเข้ามาในยามที่ ‘ค่ายโร้ก’ กำลังตกอยู่ในความมืดมิด ไม่ว่าจะเป็นอาคาร่าหรือคาเชียไม่ว่าจะจ่ายอะไร พวกเขาจะไม่มีหวังปล่อยนักผจญภัยคนนี้หลุดมืออย่างแน่นอน

            แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ซุนเฟยไม่รู้

            นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เอเลน่าสาวงามที่เงียบสงบพอได้ยินการจัดการของซุนเฟยจึงตื่นตระหนกนางคิดว่าซุนเฟยจะไล่ตัวเองออกอย่างสุภาพ

            หากทำให้นักผจญภัยไม่พอใจคงจะเกิดความสูญเสียมหาศาลที่ยากจะคาดเดาแก่ ‘ค่ายโร้ก’ ไม่ต้องพูดเลยว่า ความดูแลเอาใจใส่ที่ซุนเฟยแสดงออกมาตลอดสองชั่วโมง ดีกว่านักผจญภัยที่น่ารังเกียจในเรื่องเล่าของค่ายนับพันนับหมื่นเท่าเอเลน่าไม่รู้ตัวเลยว่าเริ่มเคยชินกับการต่อสู้แบบนี้ ในขณะเดียวกัน ตัวนางโชคดีมากที่ได้พบกับนักผจญภัยที่ดีแบบนี้และนอกจากนี้นางยังหวงแหนโอกาสนี้ด้วย

            --------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน