มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 145 สายลับอาณาจักรอุดร

    จากนั้นราเชนก็ช่วยเปิดจุดชีพจรให้หลางตง กับ กู่เยี่ยน จนมีพลังขั้นปราณเซียนกับครบทุกๆ คน ซึ่งการเปิดชีพจรถึง 1000 จุดนี้ เป็นวิชาแพทย์ที่อาจารย์เทพโอสถได้บันทึกเอาไว้ แต่ว่า ท่านไม่อาจทำได้ เพราะว่า ไม่มีพลังปราณบริสุทธิ์เหมือนกับ ราเชน ซึ่ง นอกจากราเชนจะฝึกตนเข้าขั้นจิตปรมัตถ์แล้วเขายังได้ดูดซับพลังจากอัฐธาตุอรหันต์ของ ไต้ซือหยวนคง และ ยังได้ดูดซับพลังของสังขารพระโพธิสัตว์ได้อีก ทำให้พลังปราณของเขากลายเป็นพลังปราณบริสุทธิ์ สามารถช่วยรักษาผู้คน และ ช่วยผู้ฝึกยุทธ์ให้ทะลวงจุดชีพจรได้ อย่างง่ายดาย

    ราเชนในตอนนี้ไม่ได้ใช้เข็มสะกดวิญญาณเพื่อควบคุม กู่เยี่ยนอีกต่อไปแล้ว เพราะหากทำเช่นนั้น กู่เยี่ยนจะไม่สามารถข้ามพ้นพลังราชันระดับสูงได้ ยิ่งทำให้กู่เยี่ยนนับถือราเชนมากยิ่งขึ้นไปอีก

    “ ข้าอยากให้พวกท่าน ช่วยฝึกการต่อสู้ให้กับคนของเราที่มีอยู่เพื่อคัดให้เหลือ 100 คน แล้วข้าจะช่วยฝังเข็มกรุยชีพจรให้พวกเขาได้รับพลังปราณให้ได้มากที่สุด”

    หลางตงรีบเสนอตัวจะเป็นครูฝึก  ราเชนพยักหน้า แล้วเริ่มเขียนวิธีฝึก การสร้างนักฆ่าแบบมืออาชีพ เหมือนกับที่เขาถูกฝึกมา แต่ไม่ถึงขั้นต้องฆ่าเพื่อน เพื่อกลายเป็นหนึ่งเดียวแบบเขา แต่แบบแผนการฝึกที่หลางตงเห็น ก็ถึงกับอ้าปากค้าง

    “ วิ่งวันละ 20 ลี้ โดยพันถุงทรายไว้ที่แขนและขา ฝีกการถูกทุบตีวันละ 1 ชั่วยาม?” ยังมีอีกมากมายที่หลางตงไม่คิดว่า ราเชนจะสั่งให้ฝึกเช่นนี้

    “ นี่แค่เป็นการสร้างร่างกายขั้นพื้นฐาน พอผ่านไปสามเดือน พวกเขาจะแกร่งขึ้น แล้วค่อยมาฝึกให้พวกเขาใช้ พลังจากร่างกายเพื่อต่อสู้  จากนั้นข้าจะมอบคัมภีร์ยุทธ์ของ สำนักอสูรเทวะให้พวกเขาฝึกปรือกัน”

    ราเชนอ่านตำราวิชาลับของ สำนักอสูรเทวะ ซึ่งมีอยู่มากมาย  ที่ผ่านมาคนที่จะได้ศึกษาต้องมีผลงาน หรือไม่ ก็ต้องเป็นตัวตนระดับอาวุโสเท่านั้น แต่ราเชนไม่คิดอย่างนั้น เขาจะถ่ายทอดให้กับทุกๆ คน แล้วแต่ว่าใครจะสามารถเรียนรู้ได้มากกว่ากัน ราเชนมอบวิชาต่างๆ มากมายให้กับ หลางตงเพื่อเอาไว้ถ่ายทอดให้กับพวกเขาเหล่านี้

    “ แต่ว่า นี่มันเป็นวิชาลับของเจ้าสำนัก ท่านจะมอบให้พวกเขาเรียนจริงๆ?”

    “ ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีวิชาขั้นเซียน ที่พวกท่านทั้งสามจะได้เรียนรู้ด้วย”

    ราเชนคัดลอกออกมาจาก หยกหัวใจมังกร ที่ถือเป็น ตราของเจ้าสำนัก แล้วมอบให้กับพวกเขาทั้งสาม ซึ่งมีวิชาขั้นเซียนไม่ว่าจะเป็นเซียนอสรพิษสังหาร เซียนหมาป่าโลกันต์และเซียนอินทรีผงาดฟ้า ทำให้ทั้งสามคนต่างยินดีกันยิ่งนัก

    หลังจากนั้น ราเชนก็นำกล่องที่ได้มาจาก ชั้นใต้ดินของสำนักมารทศเย็น ซึ่งมันบรรจุคัมภีร์ฝ่ามือมารทศเย็นเอาไว้ แต่ว่า พอเปิดออกมา กลับเป็นกล่องเปล่า

    “ กล่องเปล่า?” ราเชนถึงกับสงสัย แต่กู่เยี่ยนกลับบอกว่า

    “ เทพบุตรเฉียนฟง มันได้คัมภีร์ฝ่ามือมารทศเย็นไปแล้ว ข้ารู้เพราะว่า จินโฮ่วมันบอกข้า ตอนที่มันเข้ามาทรมานข้าในคุก พร้อมกับ เกาจิ้งอัน”

    “ จินโฮ่ว แกอีกแล้วหรือนี่” ราเชนคิดว่าคงปล่อยมันไว้ไม่ได้อีกแล้ว แต่มีงานด่วนที่เขาต้องทำก่อนคือ ทวงสมบัติของเขาคืนมาจากแม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ บิดาของไป๋เซียง และสังหารองค์ชายสิบสี่ หนึ่งในบัญชีความแค้นของเขา

    ราเชนคิดว่าขืนกลับเข้าไปด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนี้ คงถูกจับได้แน่ ดังนั้นเขาจึงต้องหาทางเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่ ซึ่งหลังจากที่เขาได้บรรลุพลังขั้นจิตเซียนแล้ว ก็ทำให้เขารู้ว่า หน้ากากเทพธนูนั้น หาใช่หน้ากากธรรมดาไม่ ขอเพียงใส่พลังจิตเซียนเข้าไป จะทำให้ หน้าการหลอมเข้ากับใบหน้า ทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน 

    ราเชนจึงทดสอบดู แล้วก็พบว่า หน้ากากเทพธนูนั้น ได้หลอมละลายกลายเป็นหนังบางๆ หลอมรวมเข้ากับใบหน้าของเขาทำให้ ใบหน้าของเขากลายเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบ มีรอยแผลเป็นใบหน้าด้านซ้าย

    เล่าขุย กู่เยี่ยน และหลางตงถึงกับอ้าปากค้าง

    “ จำข้าได้หรือไม่” แม้แต่น้ำเสียงของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอีกด้วย

    “ แต่แววตาของนายท่านไม่แปรเปลี่ยน” เล่าขุยเอ่ยไปตามตรง

    ราเชนหวนคิดถึง เชียนเชียน ที่สามารถจำเขาได้ด้วยแววตาของเขา แต่ก็ช่างมันเถอะ ไม่มีใครจับเขาได้อย่างแน่นอน ราเชนใช้ชื่อว่า โฮว่เฟย สำหรับหน้ากากเทพธนู

    ราเชนใช้ลูกแก้วอัสนี กลับมาเมืองหลวง ซึ่งครั้งนี้เมืองหลวงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พระราชวังที่สวยเด่นเป็นสง่า ตอนนี้ถูกทำลายย่อยยับ จักรพรรดิจางมู่เฉินต้องย้ายไปอยู่ที่วังฤดูร้อน ที่อยู่อีกสถานที่หนึ่ง แต่ก็ยังอยู่ในเมืองหลวง ตอนนี้มีแต่ทหารรักษาเมือง เดินตรวจตรากับอย่างเข้มแข็ง ชาวบ้านต่างก็ตื่นกลัว เกรงว่า จะมีระเบิดที่หยางเฟยหลง ได้วางเอาไว้อีกหรือเปล่า

    ราเชนสอบถามทางไปบ้านของ แม่ทัพไป๋ลู่ เพื่อจะเอาสมบัติของสำนักทศเย็น และสมบัติของกู่เยี่ยน

    พอรู้ที่หมาย ราเชนก็เดินทางมาที่จวนแม่ทัพไป๋ลู่ทันที  แต่ไม่ทันได้ไปถึงก็พบว่า

    มีทหารได้จับนักโทษคนหนึ่งมาขังเอาไว้ในกรง ไม่รู้ว่ากำลังจะพาไปไหน

    ราเชนต้องหยุดเดิน เพราะทหารได้กั้นเส้นทางเอาไว้ ปล่อยให้ขบวนนักโทษผ่านไปก่อน ราเชนพอเห็นหน้านักโทษ ก็ถึงกับตกใจ

    “ ชวีหมิง?”

    ชวีหมิงใบหน้าซูบซีด มีบาดแผลตามร่างกาย มีเลือดไหลชโลมเสื้อผ้า ไหลลงมาจากรถลาก

    แสดงว่า ผ่านการถูกซ้อมมาอย่างหนัก

    ชาวบ้านข้างๆ เขา พูดว่า

    “ เฮ้อ..ไม่น่าเลย  เป็นนักพรตอยู่ดีๆ ไม่น่าคบกับจอมมารหยางเฟยหลงเลย สุดท้ายต้องกลายเป็นนักโทษแบบนี้”

    ราเชนได้ยินก็ถึงกับ กำหมัดแน่น คิดว่า จะเข้าไปช่วยชวีหมิงออกไปให้ได้

    แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีคนชุดดำ พุ่งกายลงมาจากหลังคาหลังหนึ่ง ใช้กระบี่ฟันเข้าที่กรงขัง จนขาดสะบั้น แล้วกำลังตัดโซ่ตรวนให้กับ ชวีหมิง แต่ก็ถูกทหารนับสิบคน ยิงธนูเข้าใส่ แต่คนชุดดำ ก็ใช้กระบี่ฟาดฟัน จนลูกธนูกระเด็นกระดอนไปจนหมด

    จากนั้น ก็มีทหารอีกนับร้อย เคลื่อนตัวเข้ามาล้อมคนชุดดำเอาไว้

    แล้วก็ใช้ตาข่าย เหวี่ยงใส่คนชุดดำ แต่ราเชนที่อยู่ไม่ไกล ใช้พลังจิตของตน ทำให้ตาข่าย กลับลอยค้างกลางอากาศ ทหารที่ล้อมไว้ทั้งหน้าและหลัง ยิงธนูนับร้อยเข้าใส่ทั้งสอง แต่ก็ธนูเหล่านั้น ก็หยุดนิ่งกลางอากาศ 

    “ รีบหนีไป” ราเชนส่งกระแสจิตบอกคนชุดดำ  ทำให้คนชุดดำใช้กระบี่ตัดโซ่ตรวนจนขาดแล้ว   ก็แบกร่างของชวีหมิง ขึ้นหลังคาแล้วก็หายไปในทันที แม้ทหารธนูนับร้อย จะไล่ยิงธนูใส่ แต่ลูกธนูที่ยิงไปกลับย้อนกลับมาหาพวกมัน ทำให้ต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันไปอย่างถ้วนหน้า

    ราเชนก็เคลื่อนไหวตามไป แล้วก็พบว่า คนที่ช่วยชวีหมิงก็คือ น้าซุน มารดาของชวีหมิงนั่นเอง  ทั้งสองมาอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง

    ราเชนใช้โฉมหน้าถูเฟย แล้วเข้าไปทักคนทั้งสอง

    “ ป้าซุน ชวีหมิง”

    “ ศิษย์พี่ถู”

    “ หยางเฟยหลง”

    ราเชนสัมผัสได้ว่า มีรังสีอัมหิต แผ่ซ่านมาจากตัวของน้าซุน

    “ ทำไมเจ้าถึงได้เป็นเช่นนี้”

    “ เพราะเจ้า ลูกของข้าถึงต้องกลายเป็นนักโทษไปด้วย” เสียงของน้าซุนไม่อ่อนหวานเหมือนเดิม แต่กลับดุดัน พร้อมที่จะแทงกระบี่ใส่เขาทันที

    “ เป็นความผิดของข้าเอง”

    “ ไม่ ไม่ ศิษย์พี่ไม่ผิด ข้าไม่มีวันพูดเรื่องของท่านให้พวกมันฟังเป็นอันขาด”

    ราเชนถึงกับส่ายหัว แล้วจะเข้าไปรักษาชวีหมิง แต่ถูกน้าซุน ยกกระบี่แล้วแทงใส่ที่หน้าอกของเขาก่อนอย่างรวดเร็ว

    แต่ราเชนไม่หลบ กลับใช้พลังจิตเซียน หยุดการเคลื่อนไหวของ น้าซุนเอาไว้แทน

    “ นึกไม่ถึง น้าซุนจะเป็นยอดยุทธ์พลังปราณขั้นราชันระดับกลาง”

    “ หยางเฟยหลง อย่ามายุ่งกับลูกของข้าอีก”

    ราเชนไม่สนใจ นำยาสมานแผลสิบทิศ ทาบาดแผลให้กับชวีหมิง แล้วใช้ฝ่ามือปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ เพื่อช่วยเร่งการรักษาให้เร็วขึ้น ไม่นาน ชวีหมิงก็กลับมาเป็นปกติ

    “ ขอบคุณศิษย์พี่ ท่านปล่อยท่านแม่ของข้าเถอะนะ”

    ราเชนพยักหน้า น้าซุนเลยเคลื่อนไหวแล้วเข้ามาดูบาดแผลของ ชวีหมิง

    “ หายดีแล้ว?” น้าซุนถึงกับตกใจไม่คิดว่า บาดแผลที่นางเห็นว่าสาหัส กลับหายเป็นปลิดทิ้ง

    “ ขอบคุณที่ช่วยอาหมิง”

    “ มีอะไรให้ข้าช่วยไหม” ราเชนเอ่ยออกไปตามตรง

    “ ไม่ต้อง เราสองคนแม่ลูกจะออกจากเมืองนี้แล้ว”

    “ จริงๆ นะท่านแม่ ท่านไม่ต้องทำงานที่หอสุขสันต์อีกแล้ว?”

    “ จริง ก็เจ้านำดอกบัวทองมาไถ่ตัวแม่แล้วนี่”

    “ แต่วันนั้น แม่บอกว่า แม่มีความสุขที่หอสุขสันต์ไม่อยากไปไหนแล้ว?”

    “ เด็กโง่ ข้าแกล้งพูดไปอย่างนั้น”

    ราเชนเองฟังดูก็รู้ว่าน้าซุนนั้นโกหก สายตาของคนไม่อาจหลอกลวงกันได้จริงๆ

    “ เจ้าไปรอหน้าบ้านก่อน รอแม่พูดกับ ถูเฟยสักครู่”

    “ ศิษย์พี่ ก่อนโดนจับ ข้าทวงเงินเจ้าชวีเหมาให้กับศิษย์พี่ แต่มันบอกว่าไม่ให้ ข้าเลยใช้หมัดพยัคฆ์ต่อยมันเสียหน้ายับไปเลย”

    ชวีหมิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ จนราเชนต้องไล่ให้รีบออกไป และรอดูว่า น้าซุนจะพูดอะไรกับเขา

    “ หยางเฟยหลง เห็นแก่เจ้าช่วยพวกเรา และ ดีต่ออาหมิง ขอเตือนให้เจ้ารีบออกไปจากอาณาจักรมัจฉิมานี่ซะ อีกไม่นาน  กองทัพฮาน จะบุกมาเพื่อยึดอาณาจักรมัจฉิมาผ่านอาณาจักรอุดร และสังหารเจ้าเพื่อแก้แค้นให้กับคุณชายเกาจิ้งอัน กับ ทหารนับล้านที่ถูกเจ้าสังหาร”

    “ ทัพฮานกับ อาณาจักรอุดรเนี่ยนะ?” ราเชนถึงกับสงสัย แต่ก็มีความเป็นไปได้ เพราะคราวก่อน ทัพฮานบุกเข้ามาอาณาจักรปัจจิม เจ้าเกาจิ้งอันก็มาด้วย แสดงว่าพวกมันต้องเป็นพวกเดียวกันแน่ๆ หากมันปล่อยให้ทัพฮานผ่านอาณาจักรอุดรมาได้ พวกมันก็สามารถบุกเข้าอาณาจักรมัจฉิมาได้ อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

    แต่ว่า น้าซุนรู้ความลับทางการทหารได้ยังไง?

    “ ข้าเตือนเจ้าได้เท่านี้” น้าซุนทำท่าจะเดินจากไป แต่ราเชนกลับเอ่ยว่า

    “ ข้าคงไม่หนีไปเพราะเกรงกลัวกองทัพฮานแน่ๆ ข้าเคยสังหารพวกมันนับล้าน หากเจอกันอีก ใครกันแน่ ที่ต้องหนีไป”

    “ หยางเฟยหลง อย่าหลงลำพองไป ครั้งนี้ จักรพรรดิฮั่นตี้นำทัพเข้ามาด้วยตัวเอง

    และยังมียอดขุนพลเซียนทั้งสี่  เจ้าสำนักพันดาราฮั่วเหยียน ที่ได้ข่าวว่า ฝึกฝนวิชาเข้าขั้นเซียนระดับสูง พร้อมกับกองทัพกว่าสองล้าน เจ้าคิดว่า มีใครหน้าไหนจะต้านทานทัพใหญ่ขนาดนี้ได้”

    “ ดูจากคำของน้าซุน แสดงว่า ท่านต้องไม่เป็นแค่สะใภ้ตระกูลชวีที่ตกระกำลำบากต้องขายตัวอยู่ในหอคณิกาใช่ไหม?”

    “ หยางเฟยหลง เจ้าสังหารคุณชายเกาจิ้งอัน คนของตระกูลเกา ต้องส่งคนมาจัดการกับเจ้าแน่ๆ ต่อให้เจ้ามีพลังมารโลหิตคุ้มกาย แต่ครั้งนี้เจ้าไม่รอดแน่ๆ”

    “ น้าซุนท่านเป็นสายลับของอาณาจักรอุดรหรือไง ถึงได้รู้เยอะขนาดนี้”

    “ ข้าไม่มีเวลาอธิบาย ข้าต้องพาชวีหมิงไปจากเมืองนี้ก่อน ขอให้เจ้าโชคดี”

    ราเชนไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร น้าซุนก็เดินออกไปจากบ้าน แต่ก็พบว่า หน้าบ้านมีคนของหอสุขสันต์ล้อมบ้านหลังนี้เอาไว้ โดยมีเจ้าหอสุขสันต์ใช้กระบี่พาดที่คอของชวีหมิงเอาไว้

    “ เจ้าหอ ปล่อยลูกข้าไปนะ”  น้าซุนพูดด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นยิ่ง.....