Miracle Earth พิภพปาฏิหาริย์ : ปฐมบทแห่งราชันย์

    เหตุผล

              เวลาเดียวกันในห้องสมุด

              อารันและนิกซ์ที่ปลีกวิเวกตัวเองมาอยู่ขลุกกันอยู่ในห้องสมุดด้วยเหตุผลบางอย่าง โดยทีแรกพวกเขาคิดว่าโนอาห์จะซักไซร้อะไรมากเผลอๆอาจจะถึงขั้นตามมาด้วย แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ได้ถามอะไรพวกเขาซักคำ เอาแต่โบกมือยิ้มๆทั้งที่ยังอ่านหนังสือ บอกแต่ว่าโชคดีนะเจอกัน

                ดูท่ามันจะเครียดเรื่องสอบจริงๆ

                อีกทั้งจะให้พวกเขาสองคนไปโวยวายกับโนอาห์อีกก็ใช่ที่ เพราะถ้าฟังมาไม่ผิดโนอาห์แต่เดิมเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไม่ใช่ผู้ฝึกเวทย์ โนอาห์พัฒนามาได้ถึงขนาดนี้ในระยะเวลาสั้นอาจจะเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ ยังขาดเพียงแค่พรแสวงที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเวทมนตร์ ถึงลึกๆแล้วโนอาห์จะเป็นคนเรียนรู้ได้ไว แต่ถ้าไม่มีแรงกระตุ้นจากเจ้าตัวเองมันก็เท่านั้น ตลอดระยะเวลาไม่กี่วันตั้งแต่เข้าเรียนนิกซ์เห็นโนอาห์คุยสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูงเสียส่วนใหญ่ ช่วงเวลาที่ฝึกปรือฝีมือนั้นน้อยมาก

                ลงเอยแล้วคนที่ลำบากคงจะมีแค่พวกเขาสองคน

                “เจออะไรบ้างไหมครับ?” นิกซ์เอ่ยขึ้นหลังจากปิดหนังสือเล่มหนาที่วางอยู่ตรงหน้าลงเมื่อพบว่าไม่มีข้อมูลอะไรที่พวกเขาต้องการ

                “ถ้าฉันเจออะไรดีๆขึ้นมา คงบอกนายไปตั้งนานแล้วล่ะมั้ง” ชายผมเขียวหันไปกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตาทอดมองหนังสือที่ตนหยิบมาอ่านต่อไป

                “เฮ้อ...ตั้งแต่วันนั้นเราก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ซะทีนะครับ” นิกซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ภายในหัวย้อนไปคิดถึงประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้พวกเขามานั่งจมปลักอยู่กับห้องสมุดแบบนี้

                เรื่องที่ว่าโนอาห์สามารถใช้เวทมนตร์ได้แม้จะไม่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้

                โดยธรรมชาติแล้วผู้คนที่เกิดมาในไอช่าหรือแม้แต่ทั้งอิซซูมีลล้วนสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์ยุคโบราณ ที่แต่เดิมไม่ได้แตกหน่อออกเป็นมหาทวีปทั้งห้าอย่างเช่นกาลปัจจุบัน นั้นทำให้เด็กที่เกิดใหม่สามารถใช้เวทมนตร์หรือทักษะต่างๆที่มีอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างอิสระถ้าไม่มีข้อพลาดทางกรรมพันธ์ซึ่งก็ถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับอัตราประชากรทั้งหมด

                แต่เพราะกาลเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป เมื่อความสามารถที่มีอยู่ภายในตัวไม่ได้ถูกนำมาใช้ย่อมเป็นเรื่องปกติที่ความสามารถนั้นจะดับสูญไปในรุ่นลูกหรือรุ่นหลาย ทำให้ช่วงเวลาหลายร้อยปีมานี้มีเพียงแค่ผู้คนที่อาศัยในทวีปไอช่า อีเดน และเหล่าอมนุษย์ในทริสทานเท่านั้นที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เพราะวงจรเวทย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด

                ดังนั้นเรื่องที่โนอาห์สามารถใช้เวทมนตร์ได้ปกติแม้จะยังไม่เชี่ยวชาญมากนักถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ และเพื่อนของเขาสองคนที่มาทราบเอาทีหลังว่าเวทมนตร์ประจำตัวที่เจ้าตัวโมเมขึ้นเองนั้นที่จริงคือลมปราณ แต่ลมปราณที่ว่าช่างแตกต่างกับที่ซูหมิงโดยสิ้นเชิงเพราะถ้าแบบนั้นไม่มีทางที่จะตบตาคนทั้งชั้นเรียนและอาจารย์โดโรธีไปได้ ทำให้คิดได้ในทางเดียวว่าบางทีลมปราณที่ว่าอาจจะมีพื้นฐานคล้ายกับเวทมนตร์มากซะจนอยู่ในสถานะก้ำกึ่งของวิชาสองสายนี้

                ยิ่งคิดทบทวนไปไกลเท่าใดปลายของพวกเขาล้วนเป็นทางตันแทบทั้งสิ้น แทนที่จะคลายปมได้อย่างที่ใจมุ่งหวังกลับกลายเป็นว่าเพิ่มปัญหาที่ต้องขบคิดมากขึ้นไปเรื่อยๆ และนั้นเองทำให้โนอาห์ปลงตกผลักภาระหน้าที่มาให้เขาสองคนเป็นหัวเรือสำคัญในการแก้ปัญหาพวกนี้โดยยกเหตุผลง่ายๆว่าแค่เรื่องที่ต้องขุนความสามารถด้านเวทมนตร์คาถาให้มากขึ้นกว่าเดิมมาใช้ในการสอบก็ลำบากเกินพอแล้ว

                มาคิดเรื่องพวกนี้อีกเห็นทีคงจะได้ตายก่อนวัยอันควร

                “ในความคิดของคุณเห็นว่าเป็นยังไงบ้างล่ะครับ” ชายหนุ่มหัวส้มถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ไปในทางที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่พวกเขาทั้งสองขลุกอยู่กับความเงียบมานาน จะมีเสียงก็แค่เปิดไปหน้ากระดาษใหม่ เพราะในวันนี้เป็นวันหยุด ทำให้จากที่มีคนมาใช้บริการน้อยอยู่แล้วกลายเป็นน้อยกว่าเดิมจนแทบไม่มีใคร

                “ตราบเท่าที่เรายังไม่เจอข้อมูลที่มันสืบสาวไปถึงปริศนาพวกนี้เราก็ยังฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าในความคิดของฉันคนเดียวล่ะก็ ซับซ้อนจนน่าขนลุกเลยล่ะ” อารันพูดไปไล่อ่านตัวอักษรในหนังสือไป ไม่เงยหน้ามองคู่สนทนาจนเหมือนกับการเสียมารยาท ซึ่งนิกซ์ก็ไม่ได้ถือแต่อย่างใด

                “นั้นสินะครับ....ในตอนนี้ก็ได้แต่หากันต่อไปนั้นแหละนะ” นิกซ์กล่าวยิ้มๆเอื้อมมือคว้าหนังสือเล่มหนึ่งที่วางกองๆอยู่แถวนั้นมาไว้ในระดับสายตา สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆพลิกหน้าปกด้วยแววตามุ่งมุ่นจนบางทีเหมือนจะมีประกายไฟลุกโชนออกมา

                เพื่อพยายามแทนส่วนของคุณโนอาห์ที่ตอนนี้กำลังจริงจังกับการสอบ

                ภายในชาตินี้นี่ยังไงก็ต้องไขปริศนาเรื่องพวกนี้ให้ได้!!

     

     

     

                “ฮัดเช่ย!! ใครมันนินทาเราหว่า...”

              โนอาห์พึมพำขึ้นมาเบาๆ เมื่อพบว่าตนจามมาได้หลายครั้งจนมากกว่าที่คิดจะได้ว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

                “นี่นายน่ะ ถ้ารู้ตัวว่าไม่สบายคราวหลังหัดปิดปากซะบ้างนะ เดี๋ยวเชื้อโรคมันจะแพร่ไปหาคนอื่นเอา เผลอๆอาจจะติดเชื้อบ้าด้วยมั้งนั้น” เซเรน่าหันมาบอกเบาแทบซะเหมือนกระซิบ ก็จริงอย่างที่เธอพูด ในครั้งแรกๆที่จามก็ยังไม่เป็นที่สังเกตอะไรบ้าง แต่หลังจากเขาจามเป็นคอมโบไม่หยุดนั้นแหละถึงแทบได้เรื่อง สายตาเกือบทุกคู่บนถนนจ้องมองมาที่พวกเขาเป็นทางเดียวพร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาที่โนอาห์อยากจะตายมากกว่าได้ยิน

                ‘หน้าก็พอใช้ได้นะ แต่ทำตัวไร้มารยาทจัง’

                ‘น่าสงสารผู้หญิงข้างๆจังเลยนะเธอ มีแฟนแบบนี้ฉันคงลาขาดอ่ะ’

                ‘แฟนก็ออกจะน่ารักนะ ทำไมต้องมาเจอกับผู้ชายอย่างนี้ด้วย’

                ‘น่าอายแทนฝ่ายหญิงเนอะ ไม่น่าเลยจริงๆ’

                และอีกสารพัดที่เนื้อหาไม่ได้หนีไปจากนี้มากซักเท่าไหร่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นโชคดีอยู่บ้างที่เซเรน่าไม่ได้มีหูพรายกระซิบเหมือนอย่างเขา ไม่งั้นคงได้สนุกพิลึก โนอาห์กรอกตาไปมามองความเป็นจริงที่ค่อนข้างจะรับได้ยากเมื่อต้องมาเดินในเมืองเป็นเพื่อนสาวน้อยที่มีปากเสียงกับเขาบ่อยครั้ง คิดไปคิดมาสถานการณ์ตอนนี้มองจากภายนอกอาจจะเป็นอย่างที่คนภายนอกเห็นจริงๆ

                แต่ความจริงแล้วมันคนละเรื่องเดียวกันเลยทีเดียว

                ทั้งสองอยู่ในชุดลำลองที่ต้องขอยกความดีความชอบให้กับทางโรงเรียนที่ทำให้นักเรียนแต่งกายแบบใดก็ได้ขอแค่ไม่ใช่วันเรียน โนอาห์รู้สึกว่าตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากโรงเรียนเหมือนได้ปลดปล่อย บางทีการได้ไปเดินเล่นในเมืองตอนวันหยุดอาจจะช่วยให้จิตใจเขาผ่อนคลายได้ไม่มากก็น้อย

                ดูเหมือนว่าโนอาห์จะคิดไปเอง

                ก็พอเข้าใจว่าผู้หญิงกับผู้ชายเดินด้วยกันสองคนแบบนี้มันจะคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากกรณีที่ว่า แต่ใครจะรู้บ้างล่ะว่าเหตุผลจริงๆมันเป็นอะไรถึงต้องทำให้เขามาระเห็จอยู่แบบนี้ แน่นอนว่าตอนแรกแม้แต่ตัวเขายังไม่รู้ จนหญิงสาวเอ่ยปากบอกเองโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่าจะไปซื้อคทาอันใหม่ โนอาห์เลิกคิ้วขึ้นซักชั่วครู่ก่อนจะร้องอ้อด้วยความเข้าใจ

                ในวันสอบคทาของเซเรน่าได้พังหรือที่จริงแทบจะเรียกได้ว่าแตกสหายไม่เหลือแม้แต่เศษซากใดๆไว้เป็นที่ระลึก แต่เพราะยังเรียนอยู่เลยออกมาจัดการเรื่องคทาอันใหม่ข้างนอกโรงเรียนไม่ได้ ก็ว่าอยู่ทำไมตอนที่เซเรน่าปะทะกับกลุ่มคนชุดดำในคืนนี้ถึงไม่ใช้คทาอย่างที่เคย เพราะยังไงซะคทาเวทมนตร์สำหรับผู้ใช้เวทย์ก็เปรียบได้กับอาวุธของนักรบ ถ้าขาดหายไปเหมือนประหนึ่งกับว่าขาดใจ โดยอาจจะมีข้อยกเว้นสำหรับจอมเวทที่มีความเชี่ยวชาญในระดับที่ร่ายเวทย์ได้ว่องไวโดยไม่ต้องใช้คทาซึ่งมีน้อยถึงน้อยมาก

                เท่าที่เขารู้มาจากปากคำของอารันและเรื่องที่เรียนมาภายในไม่กี่วันมานี้ทำให้โนอาห์รู้ถึงความสำคัญของอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ใช้เป็นสื่อกลางมากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่เพียงแต่มีไว้ประดับเพื่อความเท่เท่านั้น อุปกรณ์เวทมนตร์ที่เป็นสื่อกลางการร่ายเวทย์เช่น คทาหรือไม้เท้า ยังช่วยในเรื่องของความเร็วในการร่ายและมานาที่ใช้ให้น้อยลงกว่าปกติ รวมถึงสามารถบรรจุเวทมนตร์ไว้ไม่ต่างจากม้วนคัมภีร์อย่างที่เขาได้เห็นกันมาแล้วในวันสอบ

                อย่างไรก็ตามระดับของอุปกรณ์เวทมนตร์ยังมีลำดับชั้นของมันไม่แตกต่างจากระดับของเวทมนตร์ ไล่ไปตั้งแต่ธรรมดาจนถึงระดับตำนาน ยิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่คุณสมบัติก็ย่อมสูงมากเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่อุปกรณ์เวทย์นั้นๆจะมีความสามารถติดตัวมาด้วยเหมือนกัน ซึ่งในจุดนี้ทำให้เขาอดเอามาเปรียบเทียบกับไม้เท้าสยบมังกรไม่น้อยว่าจะมีความสามารถอย่างว่าหรือไม่ แต่เมื่อถามอารันไปเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่สหายของเขาออกปากว่าไม่มั่นใจ เพราะแต่เดิมมันก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเป็นไม้เท้าเวทมนตร์ตั้งแต่แรก แต่เป็นการลงอักขระอาคมเพื่อรองรับการใช้งานในด้านนี้ในภายหลัง

                เจ้าอารันมันไม่รู้ใช่ว่าจะไม่มี

                เก็บไว้ถามจอมเวทที่ดูเก่งๆในภายภาคหน้าก็ยังไม่สาย

                “ขอถามกันตรงๆเลยนะ ถ้าเธอจะมาซื้อคทาอันใหม่...ทำไมไม่มาคนเดียวเล่าฮื้อ? หรือจะชวนเพื่อนของเธอมาก็ได้ไม่ใช่เหรอ ไม่จำเป็นต้องลากฉันมาข้างนอกด้วยเลยนี่นา” ชายหนุ่มตัดสินใจถามในเรื่องที่ตนยังค้างคาใจตั้งแต่เดินออกจากรั้วโรงเรียนมาใหม่ๆ แต่โอกาสนั้นหายากได้เหลือเกินเพราะเซเรน่าถ้าไม่มองซ้ายขวาทำตัวลุกลี้ลุกลุนซึ่งมารู้เอาทีหลังว่ามองหาร้านค้า ก็ตัวเขาเองที่จามจนไม่ทันได้ทำอะไร

                “ก็...มันไกลน่ะ!! อีกเอย่างมืองนี้มันก็ใหญ่ไม่ใช่เหรอ ถ้าจะหลงขึ้นมาล่ะก็ฉันขอหลงหลายคนดีกว่าดีกว่า” เซเรน่าสะดุ้งโหยง มีท่าทีส่อให้เห็นถึงพิรุธอย่างเห็นได้ชัด โนอาห์หรี่ตาหยุดเดินก่อนจะหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเบิกตากว้างเหมือนกับว่านึกอะไรออกขึ้นมาบ้างแล้ว

                “นี่เธอกำลังจะบอกว่าไม่กล้ามาคนเดียวงั้นสิ? แหมๆ...เรื่องแบบนี้บอกกันดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องใช้กำลังกันเลยแท้ๆ” ก็ใครมันจะไปนึกล่ะว่าผู้หญิงอย่างเซเรน่าจะกลัวกับอีเรื่องแค่นี้ แต่เท่านี้ทุกอย่างก็ลงล็อค สาเหตุที่เธอเดินวนไปมาในห้องเพราะกระวนกระวายสับสนอยู่ในใจรวบรวมความกล้าหรือคิดหาซักวิธีที่ทำให้เธอได้คทาอันใหม่โดยไม่ต้องไปซื้อเอง

                และเขาก็เป็นคนหยิบยื่นหนทางให้เธอโดยไม่ได้ตั้งใจ

                “ห...หุบปากเน่าๆของนายเดี๋ยวนี้เลยนะ!! ตัวเองก็ใช่ว่าจะดีไปกว่าฉันซักเท่าไหร่ไม่ใช่เหรอ รู้สึกว่าจะกลุ้มใจเรื่องสอบย่อยน่าดูนี่นา ใช่ไหม” เซเรน่าเสหน้าไปทางอื่นซักพักจนโนอาห์เองต้องเก็บงำความสงสัยนี้ไว้ก่อนที่จะนึกโอดครวญในใจว่าไม่หันหน้ามาซะยังจะดีกว่า

                “วันนี้ฉันไม่ได้มีเวลามายืนเถียงกับเธอทั้งวันหรอกนะ...ว่าแต่มีร้านที่ในใจอยู่แล้วบ้างไหมล่ะ ถ้าฉันรู้ทางจะได้พาไปเลย ไม่ต้องมาเดินดุ่มๆกันแบบนี้” โนอาห์เลือกที่จะไม่สาวความยาวต่อความยืด โดยลืมไปซะสนิทว่าเซเรน่าเกิดและโตที่เมืองนี้เนื่องจากอยู่ในตระกูลขุนนาง ทางด้านหญิงสาวเองก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความปลงว่าชายตรงหน้าก็ไม่รู้อะไรเหมือนเดิม

                “ฉันไม่เคยมาซื้อของพวกนี้คนเดียว...ก็เลย...” เซเรน่าอ้อมแอ้มๆตอบดูแล้วเห็นได้ชัดว่าคำตอบที่แท้จริงนั้นจะเป็นอย่างไร

                “ตกลงว่าไม่รู้ใช่ไหมว่าจะไปร้านไหน โชคดีจังนะที่ฉันเองมีร้านขายของพวกนี้ที่พร้อมจะนำเสนออยู่พอดี ว่าแต่เธอพกเงินมาด้วยใช่ไหม คงไม่เลินเล่อถึงขนาดวิ่งลากฉันมาแล้วลืมไว้ที่โรงเรียนหรอกนะ” ชายหนุ่มหรี่ตามองเซเรน่าที่ตอนนี้ส่ายหัวไปมา

                “ระดับฉันไม่พลาดเรื่องง่ายๆหรอกน่า อีกอย่างถ้าฉันลืมแล้วนายจะจ่ายเองว่างั้นสิ? คงไม่อยู่แล้วล่ะมั้ง” คำตอบที่เป็นอันทำให้โนอาห์ต้องยิ้มเจื่อนๆรับความจริงไปโดยปริยาย แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ค่อยมีเงินพกติดตัวอยู่แล้วนอกจากส่วนแบ่งที่อารันมันให้มาก่อนจะเข้าโรงเรียน และจำนวนแค่นั้นคงไม่มีปัญญามาซื้อคทาที่ไม่รู้แม่เจ้าประคุณตรงหน้าจะเรื่องมากได้อีกแค่ไหน

                “ถ้างั้นก็เชิญคุณหนูเดินนำไปได้เลยขอรับ” โนอาห์ผายมือไปด้านหน้าฉีกยิ้มกว้าง แววตาส่องประกายแพรวพราวเหมือนกำลังสนุกที่จะได้แกล้งลูกคุณหนูที่เดินมากับเขา

                ซึ่งภายหลังโนอาห์แทบจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายหลังจากนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้

                “นายจะบ้าหรือเปล่า บอกว่าจะนำทางแล้วให้ฉันเดินนำเนี้ยนะ” เซเรน่าสวนกลับทันควัน ถ้าเขามองไม่ผิดเหมือนจะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าดวงหน้าหวานที่ดูไม่แน่ชัดว่ายิ้มเยาะหรือกำลังหัวเราะอยู่เพราะตอนนี้เธอสาวเท้าไปข้างหน้าก่อนซะแล้ว ทิ้งให้โนอาห์ถอนหายใจอยู่เบื้องหลังก่อนจะเดินตามไป

               

               

               

               

                

    คล้ายกับเรื่องMiracle Earth พิภพปาฏิหาริย์ : ปฐมบทแห่งราชันย์ ที่คุณอ่าน